<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>Rot Fai Thai Dot Com</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com</link>
<description>Rot Fai Thai Dot Com</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>รฟท. จัดรถไฟขบวนพิเศษเสริมในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 53</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=246</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า เทศกาลเข้าพรรษาปี 2553 จะมีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันหยุดติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 24-27 กรกฎาคม 2553 ฉะนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชน ในการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือเดินทางกลับ เพื่อทำบุญในภูมิลำเนา </b></p>
<p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>การรถไฟฯ จึงได้จัดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ให้บริการ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 เที่ยวไปส่ง 2 ขบวน ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับ อุบลราชธานี คือ ขบวนรถเร็วพิเศษโดยสารที่ 977 ออกจากต้นทางเวลา 21.15 น.ถึงปลายทางอุบลราชธานี ในเช้าวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 09.10 น. และเดินทางกลับจากอุบลราชธานี ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2554 เพื่อเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ส่วนเส้นทางสาย กรุงเทพ-อุดรธานี ก็ได้จัดเดินขบวนรถเร็วพิเศษโดยสารที่ 967 ออกจากต้นทาง เวลา 22.00 น. ถึงสถานีรถไฟอุดรธานี เวลา 09.25น. เมื่อขบวนรถเดินทางถึงปลายทางแล้ว จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เช่นกัน</p>
<p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>ในเที่ยวรับกลับนั้นการรถไฟฯ ได้เตรียมรองรับประชาชน โดยจัดขบวนรถไฟพิเศษ จากกรุงเทพมหานคร ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี และอุดรธานี เพื่อเดินทางกลับ ภายหลังจากที่เดินทาง ไปทำบุญเทศกาลเข้าพรรษาแล้ว ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2553 จะมีขบวนรถออกจากอุบลราชธานี เวลา 19.45 น. และ ออกจากสถานีอุดรธานี เวลา 20.40 น. ถึงปลายทางกรุงเทพ ในเวลาประมาณ 8.00 น.ของวันรุ่งขึ้น อีก 2 ขบวน </p>
<p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>สำหรับขบวนรถไฟในเส้นทางสายอื่น ๆ การรถไฟฯ ได้สั่งจัดพ่วงตู้รถโดยสารเข้าเกือบ ทุกขบวน เต็มตามประสิทธิภาพกำลังลากจูงของรถจักร เพื่อให้ประชาชนได้เดินทาง ทั้งรถเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นรถด่วน รถเร็ว และรถเชิงบริการสังคมที่ให้บริการฟรี อีก 164 ขบวน ในด้านความปลอดภัยนั้น การรถไฟฯได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจรถไฟ พนักงานด้านปฏิบัติการเดินรถ ได้เข้มงวดเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรม และการเดินรถ  อีกทั้งได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานความปลอดภัย ขึ้น 5 เขตทั่วประเทศ เพื่อให้ประสานงาน กับหน่วยงานราชการ และท้องถิ่นด้วย สำหรับการให้บริการด้านขนส่งสัมภาระ หากมีผู้ต้องการขนส่ง ก็อนุญาตให้มีการขนส่ง ได้ตามปกติ ผู้ที่ประสงค์จะเดินทาง โปรดติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p><b>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=619" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br>
  วันที่ : 16/07/2553
</b></p></description>
</item>

<item>
<title>รถไฟฟ้า Airport Link หยุดรับ/ส่ง ที่สถานีราชปรารภ และบ้านทับช้าง 1 ก.ค. นี้</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=245</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมณฑกาญจน์ ศรีวิลาศ ผู้อำนายการศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟฯ แจ้งว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 53 นี้ การรถไฟฯ จะหยุดรับ-ส่งประชาชน ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่สถานีราชปรารภ และสถานีบ้านทับช้าง อีก 2 สถานี</b></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่การรถไฟฯ ได้เริ่มทยอยเปิดการทดลอง การเดินรถไฟฟ้า <font color="#990000"><b>&quot;โครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ แอร์พอร์ตเรลลิ้งค์&quot;</b></font> ให้บริการฟรี ! มาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เดินขบวนรถ
  ทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (เว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ) 2 ช่วงเวลา คือ 07.00  10.00 น. และ 16.00 -19.00
  น. มีขบวนรถออกจากต้นทางทุก 20 นาที ใช้เวลาเดินทางจากต้นทาง ถึงปลายทางประมาณ 25 นาที ซึ่งที่ผ่านมามี
  ประชาชนเดินทาง จำนวน 80,000 คนเศษแล้ว ซึ่งจะมีประชาชน นักเรียน ที่อาศัยอยู่ในแถบชานเมือง ได้ใช้บริการ
  เดินทางมาทำงาน หรือศึกษาเล่าเรียน ในช่วงเช้า และเดินทางกลับในช่วงเย็น มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก  และที่สำคัญ ยังไม่ต้องเสียค่าพาหนะ ในการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถ คำนวณเวลาการเดินทางได้ด้วย เพื่อให้ประชาชนในแถบชานเมือง
  ได้ทดสอบ ระบบการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ การรถไฟฯ ได้เปิดให้บริการ ในช่วงเดือนมิถุนายน จำนวน 5 สถานี
  คือ พญาไท, รามคำแหง,หัวหมาก,ลาดกระบัง ,สุวรรณภูมิ และในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะเปิดบริการอีก 2 สถานี คือ
  สถานีราชปรารภ และ สถานีบ้านทับทับช้าง และคาดว่า จะสามารถเปิดให้ครบทุกสถานีได้ ในประมาณเดือนสิงหาคม
  ศกนี้</p>
<p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า เมื่อการรถไฟฯเปิดเดินรถไฟฟ้าแอร์แอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ ในเชิงพาณิชย์เมื่อไหร่ จะถือว่าเป็นการบริการรูปแบบใหม่ ของการรถไฟฯ ที่ให้บริการรถไฟฟ้าสมัยใหม่ ที่สามารถวิ่งด้วย
  ความเร็วสูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระบบระบบรถไฟด่วน เชื่อมระหว่างพื้นที่ใจกลางเมือง ของกรุงเทพมหานคร 
  กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และให้บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้ง เป็นการอำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถเดินทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว ตรงต่อเวลาและเชื่อถือได้</p>
<p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>ประชาชนที่สนใจ ร่วมเดินทางทดสอบ การเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ สามารถติดต่อขอรับตั๋วโดยสาร ฟรี ! ได้ที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ คือ สถานีพญาไท, รามคำแหง, หัวหมาก, ลาดกระบัง และสุวรรณภูมิ ก่อนขึ้นขบวนรถ และร่วมกันเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ เพื่อให้มีการพัฒนาปรับปรุงบริการได้
  ที่การรถไฟฯ ผ่านทาง <a href="http://www.railway.co.th" target="_blank">http://www.railway.co.th</a> หรือ <a href="http://www.facebook.com/pr.railway.srt" target="_blank">http://www.facebook.com/pr.railway.srt</a> สอบถามข้อมูล
  เพิ่มเติมได้ 0-2220-4268, 0-2222-0175 (ในเวลาราชการ) และโทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p align="center"><a href="modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4505"><img src="images/news/airport_link/arl_test_schedule_button.gif" border="0" alt="ตารางเดินรถไฟฟ้า ARL ช่วงทดสอบ"></a></p>
<p align="justify"><b>ที่มา : <a href="http://www.facebook.com/pr.railway.srt" target="_blank">ศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br />
  วันที่ : 24/06/2553 </b></p></description>
</item>

<item>
<title>ชาว รามคำแหง หัวหมาก ลาดกระบัง ได้ขึ้นรถไฟฟ้า Airport Link ฟรี </title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=244</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธนา  ทัพเจริญ  ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2553 นี้ การรถไฟฯ จะเปิดสถานีรถไฟฟ้า <font color="#990000">&quot;โครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ แอร์พอร์ตลิ้งก์&quot;</font>  ระหว่างทางเพิ่มขึ้น ที่รามคำแหงและหัวหมาก อีก 2   แห่ง  เพื่อให้ประชาชนในแถบชานเมือง ได้ทดสอบระบบการเดินรถ  และในสัปดาห์ต่อไปคือวันที่ 21 มิถุนายน 2553  กำหนดเพิ่มสถานีระหว่างทางที่สถานีลาดกระบัง อีก 1 แห่ง รวมสถานี ที่เปิดให้บริการ ในช่วงเดือนมิถุนายน จำนวน  5 สถานีคือ ต้นทางพญาไท,  รามคำแหง, หัวหมาก, ลาดกระบัง  และปลายทางสถานีสุวรรณภูมิ    และจะทยอยเปิดบริการให้ครบ 8 แห่งในเดือนกรกฎาคม ศกนี้ </b></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการเปิดเดิน ขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้นั่งโดยสาร จากสนามบินสุวรรณภูมิ เข้ามายังใจกลางเมืองที่พญาไท หรือในทางกลับกัน ได้เริ่มทดสอบมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2553  เดินขบวนรถทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (เว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ)  2 ช่วงเวลา คือ  07.00  10.00 น. และ 16.00 -19.00 น. มีขบวนรถออกจากต้นทางทุก  20 นาที ใช้เวลาเดินทาง จากต้นทางถึงปลายทางประมาณ 22 นาที ซึ่งจากการทดสอบ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทาง จำนวน  31,000 คนเศษแล้ว  การที่จะเปิดสถานี เพื่อให้บริการเพิ่มขึ้นระหว่างทางอีก 3 สถาน ีคาดว่าจะมีประชาชน นักเรียน ที่อาศัย อยู่ในแถบชานเมือง ได้ใช้บริการเดินทางมาทำงาน หรือศึกษาเล่าเรียน ในช่วงเช้าและเดินทางกลับในช่วงเย็น มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก และที่สำคัญ ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง  และยังสามารถคำนวณเวลาการเดินทางได้ด้วย </p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน ที่จะร่วมทดสอบการเดินรถ สามารถติดต่อขอรับตั๋วโดยสาร ได้ที่สถานีทั้ง 5  แห่ง ก่อนขึ้นขบวนรถ และร่วมกันเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ เพื่อให้มีการพัฒนาปรับปรุงบริการ ได้ที่การรถไฟฯ ผ่านทาง <a href="http://www.railway.co.th" target="_blank">http://www.railway.co.th</a>  หรือ <a href="http://www.facebook.com/pr.railway.srt" target="_blank">http://www.facebook.com/pr.railway.srt </a>สอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 1690 และ 0-2220-4261 ,0-2220-4268 </p>
<p><b>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=602" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br>
  วันที่ : 11/06/2553
</b></p></description>
</item>

<item>
<title>ทดสอบแอร์พอร์ตลิงค์คึกคัก วันแรก 4,000 คน</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=243</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธนา    ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ การรถไฟฯ ได้เปิดทดสอบระบบ การเดินรถ <font color="#990000">&quot;โครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Airport Rail Link)&quot; </font>เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2553  โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าตั้งแต่ 07.00  10.00 น.และช่วงบ่ายเวลา 16.00  19.00 น. จำนวน 38 เที่ยว ว่ามีทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมใช้บริการฟรีจำนวน 4,000 คน  ซึ่งผลจากการทดสอบระบบการเดินรถ ไม่พบปัญหาอุปสรรคใดๆ </b></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้การรถไฟฯ ได้เตรียมเปิดให้บริการ ขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 2 สถานี คือที่ หัวหมาก และ ลาดกระบัง ซึ่งจะเป็นทางเลือก ให้ประชาชนที่อยู่รอบชานเมือง ได้ใช้บริการฟรีด้วย      ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง และค่าครองชีพได้ในช่วงเวลาหนึ่ง     ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มหยุดรับ-ส่ง ตั้งแต่วันที่  14  มิถุนายน  2553 เป็นต้นไป</p>
<p align="justify"> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าการรถไฟฯ ยังแจ้งเพิ่มเติมด้วย    กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดวันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ประมาณวันที่ 12 สิงหาคม 2553 นี้  ฉะนั้น การรถไฟฯ จึงต้องนับถอยหลัง เพื่อสำรวจและเตรียมความพร้อม ในทุกด้านอย่างเข้มงวด ซึ่งจะทำให้เกิดความปลอดภัย ต่อผู้ใช้บริการ ที่จะเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเข้ามายังใจกลางเมือง โดยมีใบรับรอง จากที่ปรึกษาวิศวกรอิสระ (Independent Safety and system Certification Engineer: ICE) เป็นหลักประกันความปลอดภัย</p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับขบวนรถไฟฟ้า ที่ให้เดินบริการ เพื่อทดสอบระบบการเดินรถนี้ จะวิ่งทุกวันจันทร์-
  วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) โดยมีจำนวนเที่ยว ที่ออกจากสถานีพญาไท 20 เที่ยว และออกจากต้นทางสุวรรณภูมิ 18 เที่ยว   ขบวนรถ ที่นำออกมาทดสอบ เป็นระบบรถวิ่งโดยสารระหว่างเมือง รถไฟฟ้าธรรมดา (City line)  แต่จะใช้ตารางการเดินรถ แบบรถไฟฟ้าด่วน (Express line) โดยจะสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้มากกว่า 600 คนต่อเที่ยววิ่ง </p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจสามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โทรศัพท์สายด่วน  1690  ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่กองประชาสัมพันธ์ การรถไฟฯ โทรศัพท์ 0-2222-0175 และ 0-2220-4268 ในวัน เวลาราชการ</p>
<p><b>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=601" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย<br>
</a>  วันที่ : 02/06/2553
</b></p></description>
</item>

<item>
<title>ผวก.รฟท. สั่งเดินหน้ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้ง 1 มิ.ย. นี้</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=242</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธนา  ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า  การรถไฟฯ มีความพร้อม ในการทดสอบการเดินรถ ตามโครงการ <font color="#990000">ระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Airport Rail Link)</font> ทุกวันจันทร์  ศุกร์ วันละ 2 ช่วง โดยจะเริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2553 เป็นต้นไป มีขบวนรถวิ่งเพื่อทดสอบวันละ 38  เที่ยว  เริ่มต้นจากสถานีพญาไท ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ โดยไม่จอดที่สถานีระหว่างทาง  ขบวนรถที่วิ่ง จะออกทุก 20 นาทีต่อขบวน ใช้เวลาวิ่งจากต้นทางถึงปลายทางประมาณ 25  นาที</b></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับประชาชน ที่จะร่วมทดสอบ ระบบการเดินรถโครงการแอร์พอร์ตลิ้ง สามารถขึ้นโดยสารเพื่อทดสอบได้ 2 ช่วงเวลา คือ เช้าตั้งแต่ 07.00  10.00 น. ส่วนช่วงเย็นจะให้บริการเวลา 16.00   19.00 น. ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะจัดเจ้าหน้าที่ คอยแนะนำอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง รวมถึง ได้เข้มงวด เกี่ยวกับความปลอดภัย ในการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ที่สถานีรถไฟฟ้าอีกด้วย จึงขอให้ประชาชน ที่ต้องการจะเดินทาง ไปติดต่อขอรับตั๋วก่อนขึ้นขบวนรถ ณ สถานีรถไฟฟ้าพญาไท และ สถานีรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ และปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงาน      ด้านข้อแนะนำอื่น ๆ นั้น ระยะแรก นักท่องเที่ยว หรือผู้โดยสาร ที่นำสัมภาระขนาดใหญ่ จะไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากขบวนรถที่วิ่งให้บริการ ยังไม่ได้มีตู้ขนส่งสัมภาระ จึงขอให้นำไปเฉพาะที่จำเป็น ส่วนบริการอื่น ๆ อาทิ  ห้องสุขา สามารถใช้บริการ ที่สถานีสุวรรณภูมิ  สำหรับประชาชน ที่จะเดินทาง มาโดยสารขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้ง ที่สถานีรถไฟฟ้าพญาไท ขอให้ใช้บริการรถสาธารณะ จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากพื้นที่ในการจอดรถยนต์ส่วนบุคคลมีจำกัด </p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าการรถไฟฯ แจ้งเพิ่มเติมว่า  การเปิดวิ่งขบวนรถนี้ จะวิ่งจากต้นทาง ถึงปลายทาง ในช่วงระยะ 1  2 สัปดาห์ และจะเพิ่มการหยุดที่สถานีระหว่างทาง อาทิ สถานีหัวหมาก เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ๆ  ต่อไป ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์สายด่วน 1690  หรือ <a href="http://www.railway.co.th" target="_blank">www.railway.co.th</a> หรือ โทรศัพท์ 0-2222-0175   ,0-2220-4268 ในวันเวลาราชการ</p>
<p><b>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=600" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br />
วันที่ : 31/05/2553 </b></p></description>
</item>

<item>
<title>รฟท. เตรียมเปิดทดสอบแอร์พอร์ตลิงค์มิถุนายนนี้</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=241</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับการเปิดให้ประชาชน ร่วมทดสอบ การให้บริการ เดินรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตลิงค์) ว่า ในขณะนี้การรถไฟฯ กำลังดำเนินการทดสอบความพร้อม ของระบบการเดินรถ ก่อนเปิดให้ประชาชนร่วมทดสอบ หลังจากที่ ต้องหยุดการทดสอบระบบ ในช่วงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ </b></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากการทดสอบความพร้อม เสร็จสมบูรณ์แล้ว การรถไฟฯ จะแจ้งให้ประชาชนผู้ที่สนใจ ได้รับทราบอีกครั้งหนึ่งว่า จะสามารถเปิดให้ประชาชน ร่วมทดสอบการให้บริการ ได้เมื่อใด ซึ่งคาดว่า จะสามารถเปิดทดสอบให้บริการได้ ในเดือนมิถุนายน 2553 นี้ โดยผู้สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทรศัพท์ 0-2222-0175, 0-2220-4268, 0-2220-4261 </p>
<p><b>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=599" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br>
  วันที่ : 26/05/2553
</b></p></description>
</item>

<item>
<title>ขบวนรถไฟทุกขบวน ยังเดินได้ปกติในทุกเส้นทาง</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=240</link>
<description><p align="justify"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง   ทำให้ระบบการคมนาคมขนส่ง ภายในกรุงเทพมหานคร  อาทิ   ขสมก. รถไฟฟ้าบีทีเอส  รถไฟฟ้า MRT  ต้องหยุดทำการ เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์ของประชาชน  แต่ การรถไฟฯ ยังคงเดินขบวนรถไฟ ให้บริการประชาชนเป็นปกติทุกขบวนในทุกเส้นทาง  </strong></p>
<p align="justify"><SPAN lang="TH">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางนวลอนงค์   วงษ์จันทร์    หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์     ศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว    การรถไฟฯ   แจ้งว่า   จากการประกาศ  พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่ผ่านมา  ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะ ในเมืองของกรุงเทพมหานคร   ต้องหยุดให้บริการ    ทำให้ประชาชน ได้รับผลกระทบในการเดินทางเป็นอย่างมาก   ซึ่งในส่วนการรถไฟฯ นั้น   เป็นการคมนาคมขนส่งประชาชนเดินทางออกนอกเมือง      จึงยังคงสามารถเดินรถได้ตามปกติในทุกเส้นทาง </SPAN></p>
<p align="justify"><SPAN lang="TH">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ การรถไฟฯ   ยังเตรียมขบวนรถพิเศษ    สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาไว้ด้วย      และหากผู้โดยสารรถไฟที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯหลังเคอร์ฟิวส์     ท่านสามารถอยู่ในพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ได้    โดยการรถไฟฯ จะเปิดให้บริการห้องน้ำ และเปิดระบบปรับอากาศ ให้กับประชาชนที่ติดค้าง ไม่สามารถเดินทางออกจากสถานีหัวลำโพงได้     สามารถสอบถามข่าวมูลเพิ่ม เกี่ยวกับการเดินทางได้ที่ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ  หรือ </SPAN>CallCenter 1690 <SPAN lang="TH">ตลอด </SPAN>24 <SPAN lang="TH">ชั่วโมง </SPAN></p>
<p><strong>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=594" target="_blank">กองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br>
  วันที่ : 20/05/2553
</strong></p></description>
</item>

<item>
<title>รฟท. งดเดินรถสายอุบลฯ และเชียงใหม่ 4 ขบวน</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=239</link>
<description><p align="justify"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ในช่วงฤดูกาลโดยสารทั้งเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา   รฟท. ได้เร่งนำรถจักร รถพ่วง   ออกให้บริการประชาชน ให้สามารถเดินทางไปสู่เป้าหมายอย่างดีที่สุด ในปัจจุบัน   การรถไฟฯ เห็นว่า   เพื่อให้มีรถจักรและรถพ่วง สำรองไว้ใช้งานต่อไปในอนาคต จึงควรนำรถจักร รถพ่วงโดยสาร   และรถดีเซลราง ของขบวนรถที่ผู้ใช้บริการ สามารถเลือกเวลาเดินทางน้อย   หรือมีเวลาขบวนรถอื่นเดินใกล้เคียงกัน   มาซ่อมบำรุงรักษาเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน </strong></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะได้ถอนรถจักร รถพ่วง   ของขบวนรถสายกรุงเทพ - อุบลราชธานี, กรุงเทพ  เชียงใหม่ รวม 4   ขบวน ออกจากระบบการเดินรถ ประกอบด้วย ขบวนรถเร็ว สายกรุงเทพ - อุบลราชธานี    เที่ยวออก เวลา 22.25 น. ขบวนรถเร็วเที่ยวออกจากอุบลราชธานี เวลา 15.05 น.   ขบวนรถด่วนดีเซลรางปรับอากาศระหว่าง กรุงเทพ - เชียงใหม่ ออกกรุงเทพ 19.20 น.   และขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางเที่ยวออกจากเชียงใหม่ เวลา 21.00   น. โดยจะเริ่มงดให้บริการในเส้นทางสายอุบลฯ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2553   เป็นต้นไป ส่วนเส้นทางสายเหนือจะงดให้บริการตั้งแต่วันที่ 5  มิถุนายน  2553 </p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรถไฟฯแจ้งว่า  สำหรับการซ่อมบำรุงครั้งนี้ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 60   วันเมื่อซ่อมแล้วเสร็จก็จะนำเข้ามาให้บริการอีกครั้งหนึ่ง โดยผู้ที่จะโดยสารรถไฟ ในเส้นทางดังกล่าว   ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสถานีรถไฟทุกแห่ง หรือโทรศัพท์สายด่วน   1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p><strong>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=593" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br />
  วันที่ : 17/05/2553
</strong></p></description>
</item>

<item>
<title>เว็บรถไฟไทยฯ ร่วมรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ในโอกาสวันพืชมงคล</title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=238</link>
<description><p align="justify"><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถือเป็นโอกาสมงคลอีกครั้งหนึ่ง   และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับ เว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม   ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทฯ รับเสด็จ <font color="#663399">สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี</font> เนื่องในวันพืชมงคล วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓   ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา </b></p>
<p align="justify"> <b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>โดยในการนี้   ประธานเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม นายแพทย์รักษ์พงศ์   เวียงเจริญ พร้อมด้วย นายพรชลิศ   ครุฑเมือง และ นายธีระวุฒิ วงศ์ดี   คณะทำงานของเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม ได้ทูลเกล้าฯ ถวายผลงานของเว็บไซต์ฯ อันได้แก่ <A href="http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2285" target="_blank"><b>"หนังสือการเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก"</b></A> จำนวน ๓ เล่ม   แผ่นซีดี ของหนังสือ การเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก จำนวน ๒๐   แผ่น ที่เว็บไซต์ฯ ได้จัดทำขึ้นเนื่องในวโรกาส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา และเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๑๐ ปี   แห่งการสถาปนากิจการรถไฟในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระฉายาลักษณ์ของ   <b> <font color="#663399">สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี</font> </b>เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน   ทรงเปิดห้องสมุดการรถไฟหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.   ๒๕๕๒ จำนวน ๑ ชุด อีกด้วย </p>
<p align="justify"> <b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b>เว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม   รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาส   ให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทฯ รับเสด็จ ในครั้งนี้ </p>
<p align="justify"><b>ขอขอบพระคุณ: สำนักพระราชวัง และโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา <br>
ข่าว: เว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม <br>
วันที่: 13/05/2553 </b></p></description>
</item>

<item>
<title>กฟผ.สนับสนุนงบฯ สร้างสถานีบางกรวย-กฟผ. เส้นทางรถไฟสายสีแดง </title>
<link>http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=237</link>
<description><p align="justify"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย   สนับสนุนงบประมาณสร้างสถานีรถไฟบางกรวย  กฟผ. เพิ่ม   ในโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) เพื่อรองรับการเดินทาง ของประชาชนในพื้นที่บางกรวย และพื้นที่ใกล้เคียง </strong></p>
<p align="justify">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมณฑกาญจน์ ศรีวิลาศ  ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า  ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 เวลา 9.00 น. จะมีการลงนาม ในข้อตกลงระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการก่อสร้างสถานีรถไฟบางกรวย-กฟผ. ในเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ซึ่ง กฟผ. เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ 17,850,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการจ้างที่ปรึกษา ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ให้กับการรถไฟฯ </p>
<p align="justify">ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การรถไฟฯ กำลังดำเนินการก่อสร้าง โครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ  ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร โดยเดิมมีสถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร จำนวน 3 สถานี คือ สถานีบางซ่อน สถานีบางบำหรุ  สถานีตลิ่งชัน และได้มีการเพิ่มเติม สถานีบางกรวย-กฟผ. ขึ้นอีกหนึ่งสถานี  ตามคำร้องขอ เพื่อให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอบางกรวย และบริเวณใกล้เคียง การก่อสร้างโครงการดังกล่าว  คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถให้บริการประชาชนได้ ประมาณปี 2558 เพื่อให้ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และใกล้เคียง ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง และหันมาใช้บริการ ขนส่งสาธารณะมากขึ้น </p>
<p><strong>ที่มา : <a href="http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=591" target="_blank">เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย</a><br>
  วันที่ : 07/05/2553
</strong></p></description>
</item>

</channel>
</rss>