| View previous topic :: View next topic |
| Author |
Message |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 26/11/2025 8:51 pm Post subject: |
|
|
Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้
·
(26 พ.ย.68) สภาพรางรถไฟ บริเวณบ้านโคกเมา อ.หาดใหญ่ หลังถูกกระแสน้ำพัดเข้าท่วมจนเกิดความเสียหาย
.
โดยการรถไฟฯ รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าน้ำท่วมทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่ยังคงประสบปัญหาฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นและขยายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของ จ.สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลาปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่งผลให้สถานีและทางรถไฟมีน้ำท่วมสูง
.
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้บริการ การรถไฟฯ ยังคงจำเป็นต้องประกาศแจ้งปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทาง ขบวนรถท้องถิ่น (สายใต้) จำนวน 6 ขบวน และงดเดินขบวนรถทางไกลและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 22 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS/posts/1290963579733716
 |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 26/11/2025 9:09 pm Post subject: |
|
|
หาดใหญ่น้ำเริ่มลด แต่หลายจุดน้ำเชี่ยวเข้าช่วยไม่ได้
Source - สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
Wednesday, November 26, 2025 at 21:06
แม้น้ำในหลายเส้นทางเริ่มลดลง แต่หลายจุดยังถูกกระแสน้ำแรงปิดล้อม การช่วยเหลือทำได้อย่างยากลำบาก ขณะที่กู้ภัยทหารอาสาสมัครเร่งอพยพผู้ติดค้างและส่งอาหารเข้าพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุดระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่บางจุดยังคงมีกระแสน้ำเชี่ยวและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในซอยและพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำยังคงทรงตัว ทำให้การปฏิบัติภารกิจต้องดำเนินด้วยความระมัดระวังอย่างสูง ขณะที่การสัญจรในภาพรวมเริ่มคลี่คลายลงบางส่วน แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
บริเวณ 3 แยกคอหงส์ จุดเชื่อมต่อถนนกาญจนวานิชและถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของเมืองหาดใหญ่ ระดับน้ำลดลงจนรถเล็กสามารถผ่านได้ ทำให้ในช่วงบ่ายวันนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยการระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งทหาร ร.5 พัน 1 หน่วยกู้ชีพกู้ภัย มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ทีมกู้ภัยจากจังหวัดต่าง ๆ ทีม อบจ.สุราษฎร์ธานี ตลอดจนภาคเอกชนและอาสาสมัครที่มีความชำนาญด้านเรือ ต่างร่วมกันตั้งจุดบัญชาการเพื่อกระจายกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยใช้ทั้งรถยกสูง เรือท้องแบน และเจ็ตสกี ในการลำเลียงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางไปยังศูนย์อพยพภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขณะที่ประชาชนที่ยังอาศัยอยู่บนอาคารสูง เจ้าหน้าที่ได้จัดส่งอาหารปรุงสุกและน้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่สามแยกคอหงส์ โซนพาสว่าง ไปจนถึงบริเวณหน้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้าและหน้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ระดับน้ำเริ่มลดลงจนเรือสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น แต่เมื่อเข้าใกล้โซนวงเวียนน้ำพุ โรงพยาบาลหาดใหญ่ สี่แยกไปรษณีย์ NBT สงขลา และสถานีรถไฟหาดใหญ่ แม้ระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน แต่กระแสน้ำยังคงเชี่ยว ทำให้เรือไม่สามารถเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ต้องเลี่ยงเส้นทางเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน หน่วยบัญชาการจากมณฑลทหารบกที่ 42 ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์หย่อนอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ที่ยังติดอยู่ภายใน
ด้านภาคเอกชนและจิตอาสาที่ลงพื้นที่ ระบุว่า สิ่งของจำเป็นเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือ น้ำดื่มและอาหาร โดยชี้ว่าในหลายพื้นที่ประชาชนเริ่มขาดแคลนและร้องขอความช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะโซนก่อนถึงสถานีรถไฟเขต 8 ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในจุดวิกฤตที่ยังมีคนตกค้างจำนวนมากและสถานการณ์น่าเป็นห่วง ทีมงานอยู่ระหว่างประเมินการนำเรือบรรทุกน้ำเข้าไปเสริม แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุดเนื่องจากกระแสน้ำยังแรง ผู้ปฏิบัติงานจึงขอให้ประชาชนที่ยังอยู่ด้านในโบกมือเรียกเรือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกครั้งเมื่อพบเห็นเพื่อให้สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบริเวณหน้าไดอาน่า ถนนศรีภูวนารถ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเผชิญน้ำลึกและกระแสน้ำแรง ทำให้การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้จะทยอยนำประชาชนออกมาได้จำนวนมากแล้วก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือสิ่งกีดขวางใต้น้ำ เช่น รถที่จอดไว้จนมองไม่เห็น ทำให้เสี่ยงต่อการเสียหายของใบพัดเรือ เจ้าหน้าที่ยอมรับว่านี่เป็นหนึ่งในสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุด และตนเคยลงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้หนักที่สุด
ขณะเดียวกัน บริเวณวัดโคกนาว มูลนิธิปอเต็กตึ๊งได้ตั้งกองอำนวยการเฉพาะกิจและโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัย โดยวัตถุดิบต่าง ๆ ต้องจัดหาจากพื้นที่นอกเมืองหาดใหญ่ไกลกว่า 30 กิโลเมตร เนื่องจากร้านค้าและตลาดภายในเมืองไม่สามารถเปิดทำการได้ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน เรือกว่า 37 ลำ จากทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคใต้เข้าร่วมสนับสนุน รวมถึงมูลนิธิอาสาสร้างสุขที่ร่วมจัดตั้งโรงครัวอีกหนึ่งจุด โดยยังคงต้องการวัตถุดิบฮาลาลเพิ่มเติมเพื่อกระจายอาหารให้ครอบคลุมทั้งศูนย์อพยพและประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ตามอาคารบ้านเรือน
ด้านนายพหล พงษ์ราช เจ้าหน้าที่กู้ชีพปอเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า แม้ทุกหน่วยจะเร่งปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญ ทั้งระบบสื่อสารที่ติดขัด สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร วิทยุสื่อสารติดต่อกับทีมเรือไม่ได้ และมีการร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาจำนวนมาก บางวันเจ้าหน้าที่ 4 คนรับสายรวมกันกว่า 1,000 สายต่อวัน โดยเฉพาะพื้นที่ เขต 8 และย่านหาดใหญ่ในซึ่งเป็นจุดอับที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าถึงได้ตั้งแต่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงวิงวอนให้ประชาชนโทรแจ้งเฉพาะช่วงกลางวัน เพื่อให้ทีมงานสามารถประสานงานได้อย่างปลอดภัย และให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามได้พักผ่อนในเวลากลางคืน เพื่อเตรียมกำลังทำงานช่วยเหลือประชาชนในวันถัดไปอย่างเต็มที่
ข่าว ส.ปชส.สงขลา
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1593088/?bid=1 |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 26/11/2025 9:12 pm Post subject: |
|
|
'พิพัฒน์'ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด | เดลินิวส์
Source - เว็บไซต์เดลินิวส์
Wednesday, November 26, 2025 at 15:46
"พิพัฒน์" รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ลงพื้นที่หาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และเร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 26 พ.ย.68 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เข้าติดตามสถานการณ์น้าท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยแสดงความเป็นห่วง หลายจังหวัดในภาคใต้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และโครงข่ายคมนาคมหลายจุดได้รับผลกระทบ แต่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งทำงานเต็มกำลัง เพื่อให้การเดินทาง การขนส่ง และการช่วยเหลือประชาชนสามารถดำเนินไปได้มากที่สุดภายใต้สถานการณ์วิกฤติครั้งนี้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่กำลังลงพื้นที่จริง กรมเจ้าท่า นำเรือพระราชทานลงพื้นที่ลุยน้ำเข้าถึงชุมชน ส่งถุงยังชีพและรับส่งผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่น้ำลึกและเข้าถึงยาก กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ช่วยตั้งกระสอบทราย ปรับเส้นทาง ฉีดอุดจุดน้ำเซาะ สนับสนุนรถบรรทุกช่วยขนย้ายประชาชน รวมทั้งใช้เครื่องจักรลงพื้นที่และติดตั้งสะพานเบลีย์ในจุดที่ถนนขาด กรมการขนส่งทางบก ติดตามสถานี/จุดบริการ ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมอำนวยความปลอดภัยด้านรถโดยสาร การรถไฟฯ ดูแลความปลอดภัยเส้นทางรถไฟหลายจุดที่ต้องหยุดให้บริการ และเร่งฟื้นฟูจุดที่ชำรุด กรมท่าอากาศยาน เร่งระบายน้ำในเขตการบิน และดูแลสนามบินท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ บริษัทการท่าอากาศแห่ยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เปิดจุดรับบริจาค และจัดส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง วิทยุการบินฯ (บวท.) ดูแลระบบควบคุมจราจรทางอากาศให้บริการได้ตามปกติ พร้อมจัดอาหารและสิ่งจำเป็นให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบ
ซึ่งในขณะนี้ทุกหน่วยกำลังทำงานกันอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด.
https://www.dailynews.co.th/news/5340431/ |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 27/11/2025 5:16 pm Post subject: |
|
|
การรถไฟฯ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประจำวันที่ 27 พ.ย. 68 มีแนวโน้มลดลงสามารถเปิดเดินรถได้บางช่วง พร้อมประกาศปรับแผนเดินรถสายใต้
จำนวน 8 ขบวน และงดเดินอีก 6 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
วันนี้ (27 พฤศจิกายน 68) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าน้ำท่วมทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ล่าสุด ที่จังหวัดพัทลุง ระดับน้ำบริเวณสถานีและทางรถไฟได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และฝ่ายการอาณัติสัญญาณฯ สามารถเข้าไปดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณที่ได้รับความเสียหาย พร้อมตรวจสอบสภาพทางเรียบร้อย สามารถเปิดให้บริการเดินขบวนรถในเส้นทางสายใต้ไปถึงพัทลุงได้
ส่วนที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ใช้บริการ การรถไฟฯ ยังคงจำเป็นต้องประกาศแจ้งงดเดินขบวนรถ จำนวน 6 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทาง จำนวน 8 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ดังนี้
- ปรับเปลี่ยนต้นทาง - ปลายทาง จำนวน 8 ขบวน ประกอบด้วย
1. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 (กรุงเทพอภิวัฒน์ สุไหงโกลก - กรุงเทพอภิวัฒน์) ปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ พัทลุง กรุงเทพอภิวัฒน์ (ไม่มีขนถ่าย)
*** ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 38 จะออกจากสถานีต้นทางในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ***
2. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ปาดังเบซาร์ - กรุงเทพอภิวัฒน์) ปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ พัทลุง กรุงเทพอภิวัฒน์ (ไม่มีขนถ่าย)
*** ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 46 จะออกจากสถานีต้นทางในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ***
3. ขบวนรถด่วนที่ 83/84 (กรุงเทพอภิวัฒน์ ตรัง กรุงเทพอภิวัฒน์) ปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ - ทุ่งสง กรุงเทพอภิวัฒน์ (มีขนถ่ายที่ทุ่งสง - ตรัง)
4. ขบวนรถเร็วที่ 167/168 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - กันตัง กรุงเทพอภิวัฒน์) ปรับเปลี่ยนเส้นทางให้บริการเป็น กรุงเทพอภิวัฒน์ - ทุ่งสง กรุงเทพอภิวัฒน์ (มีขนถ่ายที่ทุ่งสง - กันตัง)
- งดเดินขบวนรถ จำนวน 6 ขบวน ประกอบด้วย
1. ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ชุมทางหาดใหญ่ - กรุงเทพอภิวัฒน์)
2. ขบวนรถเร็วที่ 169/170 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - ยะลา - กรุงเทพอภิวัฒน์)
3. ขบวนรถเร็วที่ 171/172 (กรุงเทพอภิวัฒน์ - สุไหงโกลก - กรุงเทพอภิวัฒน์)
ส่วนขบวนรถด่วนที่ 85/86 (กรุงเทพอภิวัฒน์ นครศรีธรรมราช - กรุงเทพอภิวัฒน์) สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
การรถไฟฯ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สำหรับประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากไม่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคาที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลการเดินรถก่อนออกเดินทางผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ รฟท. ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเวลาและตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ทาง https://ttsview.railway.co.th/v3/floodingNST/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ และศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
https://www.facebook.com/pr.railway/posts/1308199694671352 |
|
| Back to top |
|
 |
Wisarut
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006 Posts: 45582
Location: NECTEC
|
|
| Back to top |
|
 |
Wisarut
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006 Posts: 45582
Location: NECTEC
|
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 29/11/2025 8:43 am Post subject: |
|
|
การรถไฟฯ เปิดเดินรถถึงปลายทาง เพิ่มอีก 4 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทางเพิ่มอีก 1 ขบวน พร้อมเดินหน้าซ่อมทางชำรุด เส้นทางมุ่งสู่ชุมทางหาดใหญ่ให้สามารถเปิดเดินรถสายใต้ได้ตามปกติโดยเร็ว
Source - สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
Saturday, November 29, 2025 at 08:38
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าน้ำท่วมทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ล่าสุด สถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟได้ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา สามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบสภาพทาง ซ่อมแซมจุดดินสไลด์ และเสริมความแข็งแรงของทางรถไฟจนกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้แล้ว จึงสามารถเปิดให้บริการเดินรถช่วงอำเภอห้วยยอด ถึงจังหวัดตรัง และช่วงชุมทางทุ่งสง จังหวัดพัทลุงได้ตามปกติ ส่งผลให้ในวันนี้ (29 พ.ย.68) มีการเปิดเดินรถตามปกติ ไป-กลับเพิ่มอีก 4 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนที่ 83/84 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ - ตรัง - กรุงเทพอภิวัฒน์ และขบวนรถเร็วที่ 167/168 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์ - กันตัง กรุงเทพอภิวัฒน์ และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทางเพิ่มเติมไป-กลับ ในขบวนรถเร็วที่ 169/170 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-ยะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นเส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์ - พัทลุง - กรุงเทพอภิวัฒน์ จะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 -2 ธันวาคมนี้
สำหรับเส้นทางชุมทางหาดใหญ่แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง พบว่า ช่วงสถานีบ้านต้นโดน ถึงชุมทางหาดใหญ่ ได้รับความเสียหายหลายจุด คันทางรถไฟถูกน้ำกัดเซาะจนขาด หินโรยทางสูญหายจำนวนมาก อุปกรณ์ยึดเหนี่ยวรางและส่วนประกอบต่างๆ ชำรุดเสียหาย การรถไฟฯ ต้องดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
ข่าว นภสร แก้วคำ สวท.
https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1600108/?bid=1 |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 29/11/2025 8:47 am Post subject: |
|
|
คมนาคมยกเครื่องใหญ่ 'ถนน-ราง'รับมือโลกรวน
Source - ฐานเศรษฐกิจ
Saturday, November 29, 2025 at 06:09
ลุยตรวจสอบโครงสร้าง
บทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ คมนาคม ลุยแผนระยะยาว พลิกโฉมถนนรับมือโลกร้อน -กรมรางฯเร่งคลอดมาตรฐานระบบระบายน้ำใหม่ ลุยใช้เทคโนโลยี DRT Alert เชื่อมโยงข้อมูลวางแผนป้องกัน กู้คืนโครงสร้างทางรถไฟอย่างยั่งยืน หลัง 'พิพัฒน์'แก้เกมเฉพาะหน้าระเบิดถนนรถไฟเก่า ระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา
ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับ ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น และมี ความถี่ของการเกิดพายุและน้ำหลากที่คาดการณ์ได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบนโครงข่ายถนนทั่วประเทศ
สะท้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลารวมถึงอำเภอใกล้เคียง ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถอพยพหรือย้ายออกจากพื้นที่กว่า 2.4 แสนคน ล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินใน จังหวัดสงขลาเป็นการเร่งด่วน โดยมีผลตั้งแต่วันที่25 พฤศจิกายนไปจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคม ได้เร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ที่มีโครงข่ายของถนน และทางรถไฟ กีดขวางทางน้ำ จึงสั่งการให้ระเบิด หรือเจาะช่องทางระบายน้ำออกทะเลสาปสงขลา
หลังจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยพบจุดที่สามารถเปิดแนวระบายน้ำได้ เช่น การระเบิดถนนที่เป็นแนวปิดกั้นน้ำ หรือเปิดทางระบายน้ำบริเวณถนนสายรถไฟเก่าซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว พร้อมทั้งรายงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ร่วมกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนต่อไป
นอกจากนี้ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นหน่วยงานหลัก จึงได้ปรับแผนยุทธศาสตร์และโครงการก่อสร้างครั้งใหญ่ เพื่อพลิกโฉมถนนให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และลดบทบาทของถนนที่เคยทำหน้าที่เป็น "คันขวางทางน้ำไหล" ให้หมดไป
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้การจัดการน้ำท่วมมีความซับซ้อนกว่าเดิม ปริมาณน้ำหลากสูงสุด (Peak Flow) ในช่วงฤดูฝนได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และระดับน้ำทะเลหนุนก็สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้การออกแบบทางวิศวกรรมถนนแบบเดิมที่อิงกับสถิติอุทกวิทยาในอดีต (Historical Data) ไม่เพียงพออีกต่อไปกระทรวงคมนาคม จึงได้นำเอาเกณฑ์การออกแบบที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเน้นการออกแบบโครงสร้างให้รองรับเหตุการณ์น้ำท่วมที่มีความรุนแรงระดับสูง เช่น น้ำท่วมรอบ 100 ปี หรือ 300 ปี เพื่อให้โครงข่ายถนนยังคงสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเส้นทางโลจิสติกส์และการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ปลุกโมเดลยกถนนสูง
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของกระทรวงคมนาคมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563-ปัจจุบัน) เน้นที่การปรับปรุงทางวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อจัดการกับปัญหาถนนขวางทางน้ำโดยตรง แบ่งเป็น การยกระดับคันทาง ซึ่งเป็นมาตรการหลักในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก
ทั้งนี้การยกถนนและสะพานให้สูงขึ้นในโครงการก่อสร้างใหม่หรือโครงการปรับปรุงใหญ่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เป็นการออกแบบให้ระดับของคันทางและโครงสร้างสะพาน/ท่อลอด สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีตเพื่อให้ถนนใช้งานได้ตามปกติในช่วงน้ำหลาก เช่น ทางหลวงหมายเลข 3094 (นครชัยศรี จ.นครปฐม) โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้ดำเนินการยกระดับคันทางให้สูงขึ้นประมาณ 58 ซม. และเปลี่ยนผิวทางเป็นคอนกรีต เพื่อให้ถนนพ้นจากปัญหาน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำท่าจีนและน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
ขยายช่องทางระบายน้ำ
ขณะที่ปัญหาหลักคือถนนเดิมที่มีท่อลอดหรือสะพานขนาดเล็กเกินไปที่ไม่สามารถระบายน้ำหลากได้ทัน ทำให้เกิดการท่วมขังและกัดเซาะผิวทาง โดยแนวทางแก้ไข คือ การขยายและเพิ่มช่องทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นการขยายขนาดของท่อลอดทางขวางและอาคารระบายน้ำ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพียงพอต่อปริมาณน้ำหลากที่เพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ถนนกลายเป็นคันขวางทางน้ำ และช่วยเร่งการระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งได้รวดเร็วขึ้น
ที่ผ่านมากรมทางหลวง (ทล.) ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่วิกฤตที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างเดิมและการขยายช่องเปิด/ท่อระบายน้ำ ในจุดที่เป็นคันขวางทางน้ำไหล รวมถึงกำหนดมาตรการปรับปรุงอาคารระบายน้ำและยกระดับถนนในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำหลากในลุ่มน้ำชีและแม่น้ำมูลในจังหวัดยโสธร,อุบลราชธานี,สุโขทัยและกำแพงเพชร
เคลียร์ท่อระบายน้ำ-ติดตั้งสะพาน
ด้านกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือในเชิงปฏิบัติการ โดยทำความสะอาดช่องระบายน้ำ กำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำ เตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องมือ รวมถึง สะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) เพื่อใช้ในกรณีที่ถนนหรือสะพานถูกน้ำท่วมตัดขาด
ฟากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ดูแลทางพิเศษ (ทางด่วน) มีมาตรการเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน โดยมุ่งเน้นที่การบำรุงรักษาโครงสร้างที่มีอยู่ โดยการทำความสะอาดท่อระบายน้ำและดำเนินการตรวจสอบและทำความสะอาดท่อระบายน้ำบนทางพิเศษและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการอุดตันจากขยะและสิ่งปฏิกูล ตลอดจนการจัดทีมเฝ้าระวังประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังเพื่อเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีในวันที่มีฝนตกหนัก
นอกจากนี้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มีการปรับปรุงและดำเนินการโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ประมาณปี 2563-ปัจจุบัน) อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการยกโครงสร้างทางและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่วิกฤตที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ พบว่ามีหลายโครงการที่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ เช่น การปรับปรุงถนนในพื้นที่ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ช่วงเข้าเมืองหัวหิน) กรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเป็นแอ่งกระทะในหลายจุด โดยมีการปรับปรุงผิวจราจรและระบบระบายน้ำใต้ทางสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนและระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดีโครงการของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ส่วนใหญ่มักดำเนินการในลักษณะของการ ปรับปรุงถนนเดิม ให้มีระดับที่สูงขึ้น และ ขยายขนาดท่อ/ช่องระบายน้ำ ในบริเวณที่เป็นคันขวางทางน้ำไหล เพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมซ้ำซาก โดยมีการใช้ข้อมูลระดับน้ำท่วมสูงสุดในอดีตมาเป็นเกณฑ์ในการออกแบบใหม่
เปิดแผนระบบรางแก้น้ำท่วม
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า สำหรับแผนพัฒนาระบบรางในการรับมือปัญหาน้ำท่วม เบื้องต้นกรมฯ ได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำมาตรฐานระบบระบายน้ำโครงสร้างพื้นฐานระบบราง โดยมีการจัดทำแนวทางการปรับปรุงทางกายภาพ พร้อมกับแผนปฏิบัติการ (action plan) ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในระบบราง
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาทางรถไฟที่เสียหายจากพื้นที่น้ำท่วมจะดำเนินการระยะเร่งด่วน โดยเร่งสำรวจและวางแผนเข้าดำเนินการซ่อมแซมโครงสร้างทางรถไฟที่ได้รับความเสียหายเพื่อเปิดการเดินรถ จากนั้นดำเนินการออกแบบและปรับปรุงระบบระบายน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
จับมือหน่วยงานเชื่อมข้อมูล
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯ ได้พัฒนาระบบแจ้งเหตุเมื่อเกิดภัยต่อระบบราง (DRT Alert) ซึ่งมีการเชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สทนช. กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA เพื่อวางแผนป้องกันน้ำท่วมในระบบราง รวมถึงเป็นช่องทางสำหรับประชาชนและเจ้าหน้าที่ใช้แจ้งและติดตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทันที
เร่งตรวจสอบโครงสร้าง
สำหรับแผนรับมือฉุกเฉินในการกู้คืนระบบขนส่งทางราง หลังน้ำลดให้กลับมาใช้งานได้เร็ว เบื้องต้นได้ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างทางรถไฟ รวมถึงสะพาน ระบบระบายน้ำทันทีหลังน้ำลดนอกจากนี้จะต้องซ่อมแซมโครงสร้างทางรถไฟที่เสียหายตามมาตรฐานหรือคู่มือบำรุงรักษา เช่น การเสริมคันทาง การเติมหินโรยทาง และการติดตั้งโครงสร้างป้องกันชั่วคราวเพื่อให้เปิดทางได้เร็วที่สุด รวมทั้งทำความสะอาดสิ่งกีดขวาง ขยะ ดินโคลนหรือเศษตะกอน ในระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันปัญหาในเหตุการณ์ถัดไป
อย่างไรก็ดียังมีการจำกัดความเร็วหรือหยุดเดินรถในพื้นที่เสี่ยง จนกว่าจะประเมินความปลอดภัยได้ครบถ้วนและปรับปรุงข้อมูลและทบทวนซักซ้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นบทเรียนวางแนวทางป้องกันในเหตุการณ์ครั้งต่อไป
ที่มา: นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 30 พ.ย. - 3 ธ.ค. 2568 |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 49509
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
|
Posted: 29/11/2025 7:06 pm Post subject: |
|
|
The Poetic Station Master - นายสถานีกวีศิลป์
·
💬 อัพเดตสถานการณ์รถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568
(จริงๆ ผมตั้งใจอัดวิดีโอทำเป็นคลิปรายงานข่าวประจำวัน แต่ระหว่างที่อัดวิดีโอและตัดต่อ มีการอัพเดตข้อมูลใหม่แทนข้อมูลเดิมเรื่อยๆ จนผมทำวิดีโอไม่ทัน เลยตัดสินใจเผยแพร่เป็นบทความให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับ)
🛤️ ข่าวสารด้านงานโยธา
ผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ ส่งผลให้ทางรถไฟหลายจุดพังเสียหาย จากการรายงานแจ้งปิดทางและยังไม่สามารถเปิดทางได้จนถึงขณะนี้ มีจำนวน 14 จุด ดังนี้
1. ⚠️ ระหว่างสถานีควนเคี่ยม-หารเทา
2. ⚠️ ระหว่างสถานีหารเทา-โคกทราย
3. ⚠️ ระหว่างสถานีโคกทราย-ควนเนียง
4. ⚠️ ระหว่างสถานีควนเนียง-บ้านเกาะใหญ่
5. ⚠️ ระหว่างสถานีบ้านดินลาน-ชุมทางหาดใหญ่
6. ⚠️ ระหว่างสถานีชุมทางหาดใหญ่-คลองแงะ
7. ⚠️ ระหว่างสถานีชุมทางหาดใหญ่-นาม่วง
8. ⚠️ ระหว่างสถานีนาม่วง-วัดควนมีด
9. ⚠️ ระหว่างสถานีวัดควนมีด-จะนะ
10. ⚠️ ระหว่างสถานีจะนะ-ท่าแมงลัก
11. ⚠️ ระหว่างสถานีเกาะสะบ้า-เทพา
12. ⚠️ ระหว่างสถานีเทพา-ตาแปด
13. ⚠️ ระหว่างสถานีปัตตานี-นาประดู่
14. ⚠️ ระหว่างสถานีรือเสาะ-ลาโละ
ขณะนี้ฝ่ายโยธาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศมาช่วยกันกู้เส้นทางแห่งความหวังนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด ทยอยสำรวจความเสียหายและซ่อมบำรุงฟื้นคืนชีพทางรถไฟทีละจุด ไล่ไปเรื่อยๆ จุดไหนแข็งแรงเรียบร้อยก็ทยอยเปิดทางในภายหลัง
ทีมนายตรวจทางที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ก็ทำงานคืบหน้าไปมาก เหลือเพียงช่วง "รือเสาะ-ลาโละ" เท่านั้น ได้รับแจ้งว่าจะเร่งบำรุงทางจุดนี้ให้เสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 โดยประมาณ ก็จะประกาศเปิดทางช่วงยะลาถึงสุไหงโกลกได้ (แต่อาจจะยังไม่เปิดการเดินรถไฟได้ในทันที โปรดอ่านต่อไป)
ฝั่งด้านเหนือ นายตรวจทางหลายทีมเริ่มการเข้าพื้นที่และเริ่มดำเนินการกู้ทางแล้ว เริ่มจากช่วง "ควนเคี่ยม-หารเทา" ซึ่งตามแผนงานแล้ว คาดว่าจะเสร็จช่วงควนเคี่ยม-หารเทา ประมาณวันที่ 4-5 ธ.ค. 2568 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น และขยายการกู้ทางต่อลงมาเรื่อยๆ ทยอยเปิดทางได้เรื่อยๆเมื่อตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว ซึ่งยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะเสร็จลงมาถึงหาดใหญ่-คลองแงะ-ยะลา ประมาณเมื่อใด ขอให้รอการประกาศเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ผมเชื่อมั่นในฝีมือของฝ่ายโยธาการรถไฟฯ ทุกครั้งที่ทางพังเสียหาย จะทำงานได้ดีและเร็วกว่าที่ผมคาดเสมอ ส่งกำลังใจให้ฝ่ายโยธากู้เส้นทางแห่งความหวังของพวกเราสำเร็จโดยเร็วครับ รวมถึงหวังว่าจะไม่มีฝนตกน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วยครับ
⚙️ ข่าวสารด้านงานช่างกล
ตำแหน่งที่อยู่ของรถจักรและตู้โดยสาร ข้อมูลที่ทราบขณะนี้
ที่ "ยะลา"
🚂 มีรถจักร 3 คัน
🚃 มีตู้โดยสารรถท้องถิ่น 3 ริ้วขบวน (รอทำขบวน 453 , 456 และเป็นของขบวน 448 ที่มาจอดเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2568)
ที่ "หาดใหญ่"
🚂 ที่โรงรถจักรหาดใหญ่มีรถจักรส่วนน้อยที่ยังอยู่ที่นั่น
🚃 มีตู้โดยสารรถท้องถิ่นและธรรมดา 3 ริ้วขบวน (รอทำขบวน 446 , 947 และ 45 ส่วนเพิ่มเติมรอพ่วง) รวมถึงริ้วขบวนตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่โดนพวก...... มางัดเอาสินค้าข้างในไป
ที่ "บางกล่ำ"
🚂 มีรถจักร 10 คัน ซึ่งอพยพออกจากโรงรถจักรหาดใหญ่ได้ทันก่อนน้ำจะเข้าท่วมใจกลางเมืองหาดใหญ่
ที่ "พัทลุง"
🚂 มีรถจักร 1 คัน
🚃 มีตู้โดยสารรถท้องถิ่น 1 ริ้วขบวน (รอทำขบวน 463)
ต้องรอเช็คความพร้อมของรถจักรว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานออกวิ่งให้บริการได้หรือไม่ การจอดตากฝนไว้หลายวันก็อาจมีผลทำให้ขัดข้องได้ และต้องเช็คความพร้อมของตู้โดยสาร เช่น ระบบลมเบรก ล้อ ที่นั่งทั้งหมดว่าอยู่ในสภาพที่ให้บริการได้หรือไม่เช่นกัน
สำหรับช่วงยะลา-สุไหงโกลก อาจจะเปิดทางได้ประมาณวันที่ 1 ธ.ค. 2568 ก็จริง แต่ก็ต้องเช็คด้วยว่ารถจักรกับริ้วขบวนตู้โดยสารสามารถใช้ออกวิ่งให้บริการได้หรือไม่ นอกจากรถจักรจะต้องทำงานได้ดีแล้ว อีกปัจจัยนึงก็คือ "น้ำมัน" ปกติรถจักรทุกคันจะรับน้ำมันที่โรงรถจักรหาดใหญ่ และได้รับแจ้งว่าขณะนี้ รถจักรที่ยะลา น้ำมันเหลือน้อยมาก ต้องนำน้ำมันมาเติมใส่รถจักรที่ยะลา ซึ่งตามที่ทราบกัน การขนส่งน้ำมันมาพื้นที่สามจังหวัดช่วงนี้ทำได้ยาก พวกเราประชาชนขับรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์หาเติมน้ำมัน บางช่วงปั๊มไม่มีน้ำมันให้เติม แล้วรถจักรรถไฟเติมทีนึงใช้ปริมาณเยอะกว่ารถบ้านที่พวกเราใช้กันแน่นอน นี่ก็เป็นอีกปัจจัยที่ถึงแม้ว่าจะเปิดทางระหว่างยะลา-สุไหงโกลกได้แล้ว ก็ยังอาจจะไม่มีขบวนรถไฟวิ่งได้ในทันที รอการประกาศเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง คาดว่ารถท้องถิ่นช่วงยะลา-สุไหงโกลกจะกลับมาให้บริการภายในเดือนธันวาคมนี้ไม่นานเกินรอ
ส่วนรถจักร 10 คันที่อยู่บางกล่ำ ต้องรอการกู้ทางช่วงสถานีบ้านดินลาน-ชุมทางหาดใหญ่เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะพากลับโรงรถจักรหาดใหญ่เพื่อตรวจสอบ ซ่อมบำรุง เติมน้ำมันได้ แต่โรงรถจักรหาดใหญ่เองก็ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมากมายเช่นกัน ทั้งหมดนี้รอข่าวสารยืนยันเพิ่มเติม ผมเชื่อมั่นฝ่ายช่างกลการรถไฟฯ ส่งกำลังใจให้ฝ่ายช่างกลบำรุงรักษารถจักรและตู้โดยสารให้อยู่ในสภาพที่พร้อมให้บริการครับ
🚉 ข่าวสารด้านงานเดินรถ
สถานะการให้บริการขบวนรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ประกาศยืนยันมาแล้ว มีผลตั้งแต่วันนี้ (วันที่ 29 พ.ย. 2568) เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
🚃 ขบวน 31 และ 32 งดเดิน
🚃 ขบวน 37 และ 38 มีเดินช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-พัทลุง ไม่มีรถบัสขนถ่าย
🚃 ขบวน 45 และ 46 มีเดินช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-พัทลุง ไม่มีรถบัสขนถ่าย
🚃 ขบวน 83 และ 84 มีเดินตามปกติ
🚃 ขบวน 85 และ 86 มีเดินตามปกติ
🚃 ขบวน 167 และ 168 มีเดินตามปกติ
🚃 ขบวน 169 เริ่มมีเดินช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-พัทลุง 1 ธ.ค. 68 ไม่มีรถบัสขนถ่าย
🚃 ขบวน 170 เริ่มมีเดินช่วงพัทลุง-กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ธ.ค. 68 ไม่มีรถบัสขนถ่าย
🚃 ขบวน 171 และ 172 งดเดิน
🚃 ขบวน 445 มีเดินเฉพาะช่วงสถานีชุมพรถึงสถานีชุมทางทุ่งสง
🚃 ขบวน 446 มีเดินเฉพาะช่วงสถานีชุมทางทุ่งสงถึงสถานีชุมพร
🚃 ขบวน 447 มีเดินเฉพาะช่วงสุราษฎร์ธานีถึงสถานีพัทลุง
🚃 ขบวน 448 มีเดินเฉพาะช่วงสถานีพัทลุงถึงสถานีสุราษฎร์ธานี
🚃 ขบวน 451 , 452 , 453 , 454 , 455 , 456 , 463 , 464 งดเดิน
🚃 ขบวน 947 , 948 , 949 , 950 งดเดิน
ทั้งหมดนี้คือการอัพเดตสถานการณ์ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้
ผมอาจจะไม่ได้ทำข่าวสรุปแบบนี้ออกมาทุกวัน เนื่องจากงานประจำของผมก็มีมาก และผมก็ดูแลเพจและช่องด้วยตัวผมเองคนเดียว ไม่มีแอดมิน ถ้ามีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อลดความตึงเครียดของทุกท่านว่า "ฉันยังต้องรออีกนานไหม?" นะครับ
คำถามที่ทักแชทมาถาม ทั้งทาง facebook fanpage หรือ tiktok มีเยอะมากครับ เกิน 100 แชทได้ ผมตอบด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ท่านที่ทักมาถามผม นั่นคือท่านได้คุยกับผมจริงๆ ไม่อยากตั้ง auto message เพราะต้องการให้มนุษย์ใช้ภาษามนุษย์บริการมนุษย์ด้วยหัวใจมนุษย์จริงๆ อาจจะตอบล่าช้าก็ต้องขออภัยด้วยครับ ดีใจที่หลายๆท่านเชื่อมั่นที่จะขอข้อมูลจากผม ผมยินดีตอบทุกคำถาม และมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้อ่านหรือได้ยินคำว่า "ขอบคุณครับ/ค่ะ" จากผู้ถามเมื่อได้คำตอบตามที่ต้องการครับ
หากมีคำถาม รบกวนถามทางแชท inbox ผมจะสามารถตรวจสอบคำถามทั้งหมดได้ไม่ตกหล่น ถ้าถามเป็น comment ใต้ภาพหรือวิดีโออาจจะดูไม่ทั่วถึงครับ
มีความคืบหน้า ผมจะรายงานให้ทุกท่านทราบอย่างต่อเนื่อง
ขอให้ใช้ข้อมูลที่ผมรายงานมาทั้งหมดนี้วางแผนการเดินทางของท่านให้ดีๆ
พยายามอย่าถามว่า ขบวนนี้เดินปกติเมื่อไหร่ วันที่เท่านี้กลับมาเดินรถหรือยัง เข้าใจว่าท่านก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางในวันที่ท่านต้องการ แต่ผมเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่มีตาวิเศษที่เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำเป๊ะๆครับ 😅
สิ่งที่ผมทำได้คือให้หน้างานที่เกี่ยวข้องรายงานความสำเร็จไปยังหน่วยเหนือทุกวันๆ จึงจะพอทราบความคืบหน้าและประมาณการคร่าวๆได้บ้าง แต่ที่สุดแล้วหน่วยเหนือจะพิจารณาว่าจะมีการเดินการเดินรถหรือขยายช่วงได้เมื่อใด แล้วประกาศยืนยันออกมา ผมก็จะประชาสัมพันธ์ตามที่หน่วยเหนือยืนยันครับ
ผมก็ร้อนใจ อยากจะสะบัดธงรับรถไฟต้อนรับผู้โดยสารเต็มที่แล้วครับ
แต่ก็ต้องใจเย็นให้พอ วงการรถไฟนี้ คนใจเย็นคือคนที่ปลอดภัยที่สุดครับ
ชอบการรายงานข่าวแบบนี้หรือไม่ลองคอมเมนต์ติชมกันได้นะครับ
ขอบคุณที่ติดตาม บทความนี้จัดเต็มข้อมูลให้ทุกท่านครับ
✍️ นายสถานีกวีศิลป์
29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.40 น.
https://www.facebook.com/ThePoeticStationMaster/posts/815119551335865 |
|
| Back to top |
|
 |
|