| View previous topic :: View next topic |
| Author |
Message |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 10/08/2012 12:51 pm Post subject: |
|
|
นายกเมืองพัทยา พร้อมเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงสนองนโยบายรัฐ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 สิงหาคม 2555 12:12 น.
ศูนย์ข่าวศรีราชา - นายกเมืองพัทยา แจงภาคธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ ย้ำนโยบายเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยว และจัดทำโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางสายภาคตะวันออก สนองนโยบายสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ของรัฐบาล
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เข้าชี้แจงนโยบายในการส่งเสริมภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ในการประชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ในปี 2555 นี้ เมืองพัทยาจะเร่งดำเนินนโยบายหลักเกี่ยวกับกับการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรม ขณะที่ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น ก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังรัฐบาลประกาศที่จะผลักดัน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นแก่ประเทศไทยจำนวน 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558
โดยโครงการหนึ่งที่เมืองพัทยาจะเริ่มดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลก็คือ การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง ในเส้นทางสายตะวันออก จากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะมีสถานีที่พัทยา ที่คาดว่าจะสร้างประโยชน์ด้านการคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา และกำหนด TOR อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนั้น เมืองพัทยายังมีโครงการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีการท่องเที่ยว ภายใต้งบประมาณ 480 ล้านบาท ในศูนย์เยาวชนเมืองพัทยา เพื่อสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพ รวมถึงได้ประสานไปยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ในการรองรับสายการบินพาณิชย์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการบริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
ส่วนการทำแผนการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีงบประมาณดำเนินการ 20 ล้านบาท ขณะที่การส่งเสริมการตลาดในประเทศ ได้จัดสรรงบประมาณไว้จำนวน 7 ล้านบาท
นายอิทธิพล ยังกล่าวถึงปัญหาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินว่า ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพัฒนา ซึ่งปัจจุบัน เมืองพัทยาได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการเซฟตี้โซน โดยใช้ถนนวอล์กกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งจะบูรณาการร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ เมืองพัทยา, สถานีตำรวจภูธรพัทยา, อำเภอบางละมุง และตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสนธิกำลังเผชิญเหตุ การปราบปรามการกระทำผิด และการเฝ้าระวังเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 10/08/2012 5:32 pm Post subject: |
|
|
คำมั่นสัญญา "ดร.โกร่ง" ไฮสปีดเทรนเกิดแน่ 6 ปีคนไทยได้ใช้
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 10 ส.ค. 2555 เวลา 14:17:17 น.
กว่า 6 เดือนที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ระดมสมองวางกรอบนโยบายบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ในฐานะประธาน กยอ. ดร.วีรพงษ์ รามางกูร มั่นใจว่าทุกอย่างกำลังเดินหน้า โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.5 แสนล้านบาท
- แผนป้องกันน้ำท่วมทั้งระบบ
ระยะสั้น กยน. (คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ) รับไปดำเนินการแล้ว และมอบหมายให้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี-ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย-กบอ.เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนการขุดลอกคลองอาจล่าช้าบ้าง กองทัพก็เข้ามาช่วย เพื่อให้ทันป้องกันน้ำหลากในปีนี้ น้ำถ้าจะหลากก็จะหลากอย่างเป็นระเบียบ ถูกบังคับให้หลากไปในทิศทางที่จัดการได้ ส่วนฟลัดเวย์จะเป็นที่ไหนตรงไหนอย่างไร เพื่อประโยชน์ในทางราชการยังไม่ประกาศ ยังไม่ถึงเวลา
- แผนป้องกันระยะยาวทำในส่วนไหนบ้าง
โครงการระยะยาวลุ่มเจ้าพระยา ไล่มาตั้งแต่ปิง วัง ยม น่าน การทำเขื่อนที่แม่วงก์ แก่งเสือเต้นก็กำลังพิจารณา นอกนั้นมีโครงการปลูกป่า ส่วนระบบป้องกันน้ำท่วมจะมี 4-5 ประเทศแสดงความสนใจ เช่น ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ อิตาลี ซึ่งออกทีโออาร์ไปแล้ว ภายใน 3 เดือนนี้จะเรียบร้อย เราไม่ล็อกสเป็ก ให้เขาเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด
สำหรับลุ่มน้ำอื่น ๆ เช่น ลุ่มน้ำในภาคตะวันออกและภาคอื่น ๆ ยังเหลือเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท ก็กำลังให้เสนอโครงการมา ทุกภาคจะทำอย่างเดียวกัน ถ้าเล็กไม่จำเป็นต้องทำคอนเซ็ปชวลดีไซน์ และกันไว้อีก 1 หมื่นล้านบาท ไว้รองรับอะไรที่ยังไม่ได้ทำ หรือไม่ได้คิด เผื่อเหลือเผื่อขาด โดยสรุปวงเงินลงทุน 3.5 แสนล้านบาท ทำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 3 แสนล้านบาท ลุ่มน้ำในภาคตะวันออก และอื่น ๆ 4 หมื่นล้านบาท และสำรองไว้ 1 หมื่นล้านบาท
- จะทยอยเปิดประมูลเมื่อไร
เรื่องการเงิน ตามพระราชกำหนดซึ่งถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน ต้องให้เสร็จก่อน 1 มิ.ย. 2556 เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ ควรจะจบภายในสิ้นปีนี้ ที่จะเลือกคอนแทรกเตอร์ กยอ.ดูเรื่องนโยบายเท่านั้น การปฏิบัติเป็นเรื่องของ กยน.และ กบอ. เรื่องการเงินไม่มีปัญหา ประเทศเราเงินออมมากกว่าเงินลงทุนมา 15 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องปรับวิธีคิดใหม่ เมื่อก่อนเราเป็นประเทศที่เงินลงทุนสูงกว่าเงินออม แต่ปัจจุบันเงินออมมากกว่าเงินลงทุนมา 15 ปี บัญชีเดินสะพัดเกินดุล ฉะนั้นงบประมาณก็ควรจะขาดดุล ไม่ควรเท่าดุล หรือเกินดุล ต้องเร่งเรื่องการใช้จ่าย ผมเห็นว่าเรายังติดอยู่กับต้มยำกุ้ง ไม่ยอมลงทุน เมื่อการลงทุนทั้ง
ภาครัฐ ภาคเอกชนต่ำ รัฐบาลก็จำเป็นต้องใช้จ่าย เพื่อสร้างความสามารถในการผลิตเพื่ออนาคต
- แสดงว่าต้องกระตุ้นการลงทุนให้มากขึ้น
สังเกตให้ดีผมไม่เคยพูดเรื่องการบริโภค จะพูดแต่เรื่องการลงทุน เพราะคิดว่าการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคใช้แล้วหมดไป ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนมันเพิ่มพูนการผลิต เมื่อเราผลิตได้มาก รายได้และการบริโภคก็ตามมาเอง ประจวบเหมาะกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเอเชียประกอบด้วย จีน อินเดีย รัสเซีย ทำให้ขั้วของเศรษฐกิจโลกย้ายจากอเมริกา ยุโรปมาอยู่เอเชีย และตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน เราอยู่ติดจีนมากที่สุดก็ควรใช้ประโยชน์จากอันนี้ และจีนเองก็มีนโยบายจะออกทางทะเลด้านใต้เพื่อจะเปิดภาคตะวันตกเฉียงใต้กับตลาดโลก ญี่ปุ่นก็ต้องการเชื่อมยุโรปเพราะการใช้ช่องแคบสุมาตรา การคมนาคมหนาแน่น เราดูช่องแคบใหญ่ แต่ร่องน้ำนิดเดียว ถ้าจะหลีกทราฟฟิกตรงนี้ก็ต้องอ้อมไปทางอินโดนีเซียซึ่งไกลมาก ที่ประชุมอนุภูมิภาคก็ยอมรับว่านอร์ทเซาท์คอริดอร์กับอีสต์เวสต์คอริดอร์พอดีมาตัดที่เมืองไทย เราก็ควรใช้โอกาสอันนี้เอามาเป็นโครงการของเรา จึงเกิดเรื่องแหลมฉบัง มาบตาพุด ทวายขึ้น
- แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เรื่องรถไฟความเร็วสูง เราอาจนึกว่าเป็นรถไฟสำหรับขนคน เดี๋ยวนี้โลกมันแคบ อย่างผลไม้ที่เรารับประทานมาจากออสเตรเลีย ขนมาทางรางถูกกว่าขนทางสิบล้อ ระบบก็ง่าย เป็นคอนเทนเนอร์ยกขึ้นยกลง ในอนาคตศูนย์กลางชุมทางใหญ่จะอยู่บางซื่อ
ระบบราง ถ้าไปคิดต้นทุนอะไรต่ออะไรแบบเดิม ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ก็เปลี่ยน
คอนเซ็ปต์ รางให้คิดเสมือนเป็นทางหลวง เหมือนรถไฟใต้ดินรัฐเป็นคนเจาะ ทำแล้วอยู่เป็นร้อยปี เป็นทรัพย์สินของชาติ ค่าขนส่งก็ถูกลง ตั๋วก็น่าจะถูกลง ส่วนเอกชนที่เหนือรัฐบาลคือประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ก็เอาส่วนดีของรัฐเอกชนมาบวกกัน
- ไฮสปีดเทรนจะลงทุนเป็นเฟส ๆ
จากเดิมกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-หนองคาย, กรุงเทพฯ-ระยอง, กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ก็ปรับเป็น กรุงเทพฯ-พิษณุโลก, โคราช, พัทยา และหัวหิน กำหนดเส้นสั้นก่อน เพราะถ้ากำหนดเส้นยาวผ่านป่าไม้ ภูเขา ปีนี้ก็ยังไม่ได้ตอกเสาเข็ม ก็เอาช่วงที่ไม่มีภูเขาจากกรุงเทพฯ-พิษณุโลกก่อน แล้วค่อยต่อไปเชียงใหม่ ประชาชนใจร้อน อยากเห็นไว ๆ ภาคอีสานจากกรุงเทพฯ-โคราช ทำได้เลย ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ-พัทยา
ส่วนตะวันออกแม้เรามีแอร์พอร์ตลิงก์ แต่ขาดทุนไม่รู้เรื่องเลย จะปรับใหม่เพราะคนใช้แอร์พอร์ตลิงก์ไม่ได้ใช้ไปสุวรรณภูมิ ใช้สัญจรไปมาธรรมดา จะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์้เป็นสปีดเทรน แต่ลิงก์ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ถึงพัทยาในเฟสแรก เฟสต่อไปถึงระยอง ทั้งหมดนี้ภายใน 6 ปี สิ้นปีนี้ต้องได้คอนแทรกเตอร์ทุกเส้นทาง 3 สาย บวกอีก 1 สายคือ กรุงเทพฯ-พัทยา ตอนแรก ๆ ที่คิดว่าทางรถไฟจะเป็นสมบัติของชาติ ไม่ได้คิดมาเป็นต้นทุน
ในการเดินรถ ก็ยังจะต้องขาดทุนอยู่ แต่รถไฟชินคันเซนของญี่ปุ่น คิดว่าต้องขาดทุน 10 ปี จริง ๆ 5 ปีก็เบรกอีเวนต์แล้ว สิงคโปร์ว่าจะขาดทุน 10 ปี เปิดมาปีเดียวเบรกอีเวนต์ ฮ่องกงก็เช่นเดียวกัน แต่ของเราคิดว่าอาจต้องขาดทุน แต่ยอมไม่งั้นก็ไม่ต้องเกิด
ก่อนหน้านี้ผมพบท่านทองลุน รองนายกฯลาว บอกว่า รถไฟของจีนจะมาจดชายแดนที่หลวงน้ำทา และภายในลาว รัฐบาลลาวจะทำเอง โดยเงินกู้ของลาวและของเราขออย่าหยุดแค่หนองคาย ให้ต่อไปถึงเวียงจันทน์ เพื่อเชื่อมไปถึงคุนหมิง ปักกิ่ง
- ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว
เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว การส่งออกจะกระทบในฐานะซัพพลายเออร์ เมื่อจีนส่งออกไปยุโรปไม่ได้ สหรัฐไม่ได้กระทบเรา จีนเขาอาศัยส่งออกไปยุโรป สหรัฐ แต่จีนก็มีของไทยอยู่ข้างใน เขาส่งออกน้อยชิ้นส่วนของเราก็พลอยขายได้น้อยด้วย ก็คือการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม เราต้องเร่งการลงทุนของรัฐบาล ยิ่งช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่บังเอิญเราโชคดีเรามีสตังค์
- แสดงว่าครึ่งปีหลังเราไม่ดี
น่าจะไม่ดีเท่าครึ่งปีแรก แต่ถ้าเผื่อเม็ดเงินลงทุนซึ่งเป็นส่วนของรัฐบาลลงได้ก็จะเป็นตัวชดเชย ทีนี้การดึงเงินออมของประชาชนมาไฟแนนซ์ มาใช้ในการลงทุนของรัฐบาลก็มี 2 วิธี อันหนึ่งก็ขึ้นภาษี อีกอันก็กู้ แต่การขึ้นภาษีไม่ควรทำเด็ดขาดในช่วงนี้ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจยิ่งชะลอตัวลงไปอีก และเงินกู้ของเรายังน้อยมาก ของภาครัฐบาลเมื่อเทียบกับจีดีพี เพราะฉะนั้นควรจะใช้วีธีกู้ยิ่งโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯออกไปหนี้รัฐบาลยิ่งต่ำมาก อาจต่ำกว่าใครในโลกนี้ด้วย อันนี้เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว
----------
เร่งทางคู่-ไฮสปีดเทรน4เส้นทางชงนายกฯ
ฐานเศรษฐกิจ Saturday, 11 August 2012 06:12
คมนาคมเร่งสรุปผลศึกษา-ออกแบบรายละเอียดรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนให้แล้วเสร็จปีนี้ก่อนชง "ยิ่งลักษณ์" กดปุ่มโหมโรงบิ๊กโปรเจ็กต์ปี 56เชื่อมีผลต่อการพัฒนาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนสนข.รับลูกหวังเชื่อมโยงและยกระดับเศรษฐกิจประตูการค้าชายแดนส่วนร.ฟ.ท.ลุ้นเปรียบเทียบผลศึกษาของจีนญี่ปุ่นก่อนเซ็นว่าจ้างที่ปรึกษาเดินหน้าสิ้นปีนี้ต้องแล้วเสร็จ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าขณะนี้ได้เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรนที่อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ก่อนที่จะนำเสนอนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยถือเป็นโครงการระดับ "บิ๊กโปรเจ็กต์"ของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในปี2556 เพื่อให้เห็นภาพความชัดเจนของการพัฒนาโครงการอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังต้องการให้มีการเปิดประมูลและก่อสร้างได้ภายในปลายปีหน้าเพื่อให้โครงการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้อย่างน้อย1 เส้นทาง
"รถไฟทางคู่เร่งออกแบบรายละเอียดให้พร้อมเตรียมเปิดประมูล ส่วนไฮสปีดเทรนช่วงที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศเช่น จีน ญี่ปุ่นตลอดจนการจัดเตรียมข้อมูลของหน่วยงานต่างๆตามที่กระทรวงคมนาคมและรัฐบาลแต่งตั้งขึ้นอีกทั้งขณะนี้จนถึงสิ้นปีนี้ไฮสปีดเทรนยังอยู่ในช่วงการศึกษา-ออกแบบรายละเอียดทั้ง4 เส้นทาง จึงเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อให้นายกรัฐมนตรีจัดพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้าต่อจากนั้นกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งผลักดันให้สามารถเปิดประมูลและก่อสร้างในเส้นทางต่างๆให้สำเร็จตามแผนและนโยบายที่รัฐบาลสัญญาไว้กับประชาชนต่อไป"
ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ามั่นใจรถไฟทางคู่และไฮสปีดเทรนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยและภูมิภาคนี้ พร้อมกับการเติบโตของการพัฒนาเมืองโดยเฉพาะตามสถานีหลักต่างๆในแต่ละเส้นทางขณะนี้ไฮสปีดเทรนยังรอสรุปรายละเอียดด้านเทคนิคที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทย โดยจะเน้นไปที่การเดินทางส่วนการขนส่งสินค้าจะเป็นรายการขนาดไม่ใหญ่หรือหนักจนเกินไปเช่น การให้บริการของระบบ Express Line ของแอร์พอร์ตลิงค์ที่ให้บริการในปัจจุบัน
ด้าน ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ถึงแม้บริษัทที่ปรึกษาจะเร่งดำเนินงานไปแล้วก็ตามแต่สนข.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่องตามนโยบายการเข้มงวดที่ปรึกษาของกระทรวงคมนาคมเพื่อให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จและได้ข้อมูลที่ชัดเจนแม่นยำมากที่สุด
นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยและรักษาการผู้ว่าการร.ฟ.ท.กล่าวว่าขณะนี้ร.ฟ.ท.เซ็นสัญญาว่าจ้างกับบริษัทที่ปรึกษาครบทั้ง 4 เส้นทางเรียบร้อยแล้วโดยต้องการให้การศึกษาแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้นอกจากนั้นยังรอเปรียบเทียบผลการศึกษาที่ญี่ปุ่นที่ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วเปรียบเทียบกับผลการศึกษาของจีนโดยเฉพาะด้านเทคนิคว่าจะนำระบบใดมาใช้ให้เหมาะสมในประเทศไทย
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวในการสัมมนาโครงการวิจัยการใช้ประโยชน์จากระบบรถไฟที่เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค ว่าไทยมีศักยภาพที่เหมาะสมในด้านความเป็นศูนย์กลางที่สำคัญทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้อีกทั้งยังเป็นทางออกสู่ทะเลให้กับประเทศลาวและมณฑลจีนตอนใต้ โดยอาศัยไทยเป็นช่องทางผ่านไปท่าเรือแหลมฉบังได้ง่ายขึ้น ส่วนเส้นทางภาคใต้ยังเชื่อมโยงผ่านมาเลเซียมุ่งสู่ท่าเรือหลักที่ประเทศสิงคโปร์
ทั้งนี้โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ที่เร่งสรุปผลการศึกษาออกแบบรายละเอียดและเปิดประมูล-ก่อสร้างในปี 2556 ประกอบด้วย
- สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย งบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท
- สายลพบุรี-ปากน้ำโพ งบ 1.9 หมื่นล้านบาท
- สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ งบ 2.8 หมื่นล้านบาท
- สายชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น งบ 2.8 หมื่นล้านบาท
- สายนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน งบ2.7 หมื่นล้านบาท และ
- สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพรงบ 1.6 หมื่นล้านบาท
ส่วนรถไฟความเร็วสูงคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้อนุมัติให้มีการเร่งศึกษาออกแบบรายละเอียด 4 สายหลัก คือ
- เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง745 กิโลเมตร งบประมาณ229,000 ล้านบาท(โดยจะก่อสร้างช่วงแรกกรุงเทพฯพิษณุโลก ระยะทาง 382 กิโลเมตร และช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง363 กิโลเมตร),
- กรุงเทพฯ-หนองคาย 615 กิโลเมตร งบประมาณ 2.01 แสนล้านบาท(ก่อสร้างช่วงเฟสแรกกรุงเทพฯ-นครราชสีมาระยะทาง 256 กิโลเมตร),
- กรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตรงบประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท(เฟสแรกดำเนินการถึงพัทยา) และ
- เส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กิโลเมตรงบประมาณ 2.97 แสนล้านบาท(เฟสแรกช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 225 กิโลเมตร)
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 12 - 15 ส.ค. 2555 _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 16/08/2012 9:49 pm Post subject: |
|
|
จีนจี้ไทยชัดเจนลงทุนไฮสปีดเทรน
ไทยโพสต์ 17 August 2555
จีนส่งคณะทำงานจี้คำถามความคืบหน้าแผนลงทุนรถไฟความเร็วสูง และการบริหารโครงการ ด้านคมนาคมแจงต้องรอผลศึกษาจาก สนข. ฟุ้งเกาหลี-ญี่ปุ่นสนใจลงทุน นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะทำงานรถไฟความเร็วสูงของจีนได้เข้าพบเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่รัฐบาลจีนให้ความร่วมมือศึกษาความเหมาะสมในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย ร่วมถึงได้ขอความชัดเจนว่าหลังก่อสร้างแล้วเสร็จไทยจะมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างไร
จีนได้ตั้งคำถามที่เกี่ยวข้องกับไทยว่ารัฐบาลจะลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง 100% หรือไม่ และจะแบ่งสัดส่วนลงทุนอย่างไร เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะบริหารอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลจีนได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุน แต่เรายังไม่สามารถให้คำตอบได้ หากไทยให้คำตอบก็เหมือนกับรัฐบาลไทยให้การยอมรับที่จะให้จีนเข้ามาลงทุน ซึ่งจะเป็นการตัดโอกาสกับประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นที่สนใจจะเข้ามาร่วมลงทุนด้วยเช่นกัน นายศิลปชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เร่งสำรวจโครงการทั้ง 4 เส้นทาง ประกอบด้วยเส้นทาง
1.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยจะสร้างระยะแรกจากกรุงเทพฯ ถึงพิษณุโลกก่อน
2.เส้นทางกรุงเทพฯ- หนองคาย โดยจะสร้างระยะแรกกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมาก่อน
3.เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง โดยจะสร้างระยะแรกกรุงเทพฯ ถึงพัทยา และโครงการนี้จะเป็นการขยายเส้นทางต่อจากโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ และ
4.เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน
พร้อมทั้งทำการศึกษาความเหมาะสมเพิ่มจากผลการศึกษาของจีนและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการลงทุนและการออกแบบสำรวจทางด้านภูมิศาสตร์ ร่วมถึงรายละเอียดต่างๆ และปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อาทิ การเวนคืนที่ดิน ปัญหาที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย โดยจะใช้เวลาศึกษาและสำรวจ 3-4 เดือน หลังจากนั้นก็จะจัดหาบริษัทที่ปรึกษามาดำเนินการออกแบบระบบการก่อสร้าง. _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 17/08/2012 7:01 am Post subject: |
|
|
รัฐสร้างเสาหลักรายได้ใหม่ เดินหน้าไฮสปีดเทรนเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย
ไทยรัฐออนไลน์ 17 สิงหาคม 2555, 05:45 น.
พันศักดิ์ เปิดนโยบายไฮสปีดเทรน จากปีนี้อีก 6 ปีสร้างอนาคตใหม่ให้คนไทยได้เห็นแน่ ชี้จะสร้างระบบโลจิสติกส์ใหม่ ประหยัดต้นทุนพลังงานได้ปีละ 400,000 ล้านบาท และประหยัดต้นทุนสินค้าได้อีกปีละ 720,000 ล้านบาท ชี้อนาคตคนไทยได้นั่งรถไฟไปถึงกรุงปารีส ใน 4 วัน จี้เอกชนสร้างเสาหลักรายได้เพิ่ม จากปัจจุบันเกิดคอรัปชันโดยจิตวิญญาณ
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐบาลจากนี้ไปจะมี Magic Number คือ เลข 6 โดย 6 ปี จากนี้ ตั้งแต่ปี 2556-2561 รัฐบาลจะเดินหน้าลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน ความเร็ว 250 กม.ต่อชั่วโมง มูลค่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมายของการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะไฮสปีดเทรนนี้จะไม่ใช่แค่รถไฟ แต่จะเป็นอนาคตของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการปรับวิถีชีวิตของคนไทยใหม่ และช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน 400,000 ล้านบาท อีกทั้งช่วยประหยัดต้นทุนในการขนส่งสินค้า 720,000 ล้านบาทต่อปี
ในขณะนี้มี 4 ประเทศแล้วที่แสดงความจำนงเข้ามาร่วมประมูลเพื่อดำเนินโครงการนี้ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส และ 5 เดือนนับจากนี้ทั้ง 4 ประเทศจะส่งหัวรถจักรมาโชว์ในงานเอ็กซ์ซิบิชั่นในไทย และในต้นปีหน้าจะเปิดประมูลแบบนานาชาติ (International Bid) ขณะที่การสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้
สำหรับเส้นทางที่จะเริ่มต้นในเฟสแรก ปี 2551-2556 มี 4 เส้นทาง คือ
1.กรุงเทพฯ-หัวหิน
2.กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง โดยต่อเนื่องจากสายแอร์พอร์ตลิงค์
3.กรุงเทพฯ-นครราชสีมา
4.กรุงเทพฯ-พิษณุโลก
จากนั้นเฟสที่ 2 จะเริ่มในปี 2561-2565 โดยเชื่อมต่อเส้นที่มีอยู่ออกไปภูมิภาคหลักของประเทศ โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลกจะต่อไปถึงเชียงใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมาจะต่อไปถึงหนองคาย และเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จะต่อไปถึงหาดใหญ่
ต่อจากนั้นอีกภายใน 10 ปี ได้ร่างแผนที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว สามารถต่อเชื่อมไปยังต่างประเทศ โดยทางภาคใต้จะเชื่อมไปถึงมาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยมีกรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางให้สมกับที่เป็นศูนย์กลาง (HUB) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เส้นทางอีสานจะต่อเชื่อมออกไปสู่ลาวและจีนตอนใต้ และเข้าสู่เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ไปถึงกรุงมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย และไปถึงกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เข้าสู่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และสิ้นสุดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
นายพันศักดิ์ กล่าวว่า หากเส้นทางนี้ต่อเชื่อมได้สำเร็จจากกรุงเทพฯไปถึงกรุงปารีสจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน ซึ่งค่าโดยสารอาจจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าการโดยสารทางเครื่องบินนิดหน่อย แต่ต้องมองไปข้างหน้าด้วยว่าในช่วงเวลานั้น ค่าน้ำมันเครื่องบินจะขึ้นสูงไปขนาดไหน ซึ่งส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินสูงขึ้นไปด้วย ส่วนการเดินทางจากกรุงเทพฯ-หัวหิน จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 9 นาที เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 3 ชั่วโมง 44 นาที เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา 1 ชั่วโมง 35 นาที
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้าไปสู่ภูมิภาค เป็นการปรับยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจไทยจากที่เติบโตโดยพึ่งพาการส่งออก เป็นเติบโตโดยสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและการส่งออกที่สมดุลกัน
ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีไฮสปีดเทรนแล้วจะเป็นการปรับระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยใหม่จากปัจจุบันพึ่งพาการขนส่งทางบก มาขนส่งผ่านไฮสปีดเทรนแทน โดยเชื่อว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพและได้กำไรจากการขนส่งพัสดุปีละ 300-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อสงสัยของคนมากมายที่เคยคิดว่าบริษัทนี้จะเจ๊งแต่กลับกลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรขึ้นมาได้ ซึ่งภายใน 5 ปีจากนี้ก็จะมีการปรับธุรกิจไปสู่การเปิดบริษัทโลจิสติกส์ขึ้นมา
ที่น่าสนใจคือ การขนส่งสินค้าที่เน่าเสียได้ อย่างผัก ผลไม้ ที่ปัจจุบันนี้มีการขนส่งทางรถยนต์เกิดการเน่าเสีย 17-35% แต่เมื่อขนส่งทางไฮสปีดเทรน จะมีอัตราการเน่าเสีย 0% ประเทศไทยจะสามารถขนส่งสินค้าเกษตรไปถึงลูกค้าในมูลค่า 336,000 ล้านบาท ในปี 2561 ที่ไฮสปีดเทรนสร้างเสร็จโดยไม่มีความสูญเสียเลย ขณะที่การขนส่งสินค้าสดๆ อย่างปลาสดจะถึงมือลูกค้าทั้งๆที่ปลายังเป็นอยู่
ทั้งนี้ โอกาสที่จะเกิดกับอนาคตเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าจะทำให้เกิดเขตอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ที่ไฮสปีดเทรนเข้าไปถึง ซึ่งเกิดจากความสามารถในการขนส่งวัตถุดิบและการขนส่งคนงานเข้าไปทำงานในเขตอุตสาหกรรม นอกจากนั้น จะเกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทาง และเกิดกระบวนการเอาสินค้าโอทอปและสินค้าเอสเอ็มอีขึ้นไปขายบนรถไฟด้วย และจะสร้างกล่องใส่อาหารแบบพิเศษที่ใส่ของร้อนได้โดยไม่ไปกระทบกับผักสดๆ โดยจะใช้ชื่อว่า ปิน-โตะ เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่นที่ เบนโตะ เพื่อเสิร์ฟบนรถไฟด้วย
นายพันศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายไฮสปีดเทรน คือ เสาหลักหรือแท่งแห่งรายได้ใหม่ที่รัฐบาลตั้งใจจะทำให้สำเร็จ ในขณะเดียวอยากฝากบอกภาคเอกชนที่ชอบบ่นกันมากให้สร้างแท่งแห่งรายได้ใหม่ขึ้นมาด้วย เพราะในขณะที่เอกชนบ่นเรื่องต่างๆ แต่กลับมีรายได้ผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย์ดีมาก ขณะที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชอบขึ้นธรรมาสน์เทศน์ไม่ให้รัฐบาลใช้เงินเกินตัว ระวังหนี้เสีย แต่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 170,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่เงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยล้น ถึงขนาดที่เอาเงินฝากไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพราะไม่รู้จะเอาไปปล่อยกู้อย่างไร
ปัญหาของประเทศไทยคือ ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุนเพื่อให้เงินบาทแข็งตัวขึ้นมาโดยธรรมชาติ เงินได้มาเอาไปแลก ธปท.ทำให้ ธปท.ก็อยู่ในภาวะเตี้ยอุ้มค่อม ทำให้เงินทุนสำรองเต็มไปหมด ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องดูดซับสภาพคล่องโดยออกพันธบัตร ธปท.เพื่อทำให้เงินบาทอ่อนตัวอย่างผิดธรรมชาติ เลยกลายเป็นหนี้เงินบาทมากกว่าเงินทุนของ ธปท. ดังนั้น อีกไม่กี่วันก็จะเดินมาหากระทรวงการคลังเพื่อขอให้เพิ่มทุนหรือรีแคปปิตอลไรซ์ เพราะมีเงินทุนสำรองมากไป ภาคเอกชนใช้วิธีขอให้เงินบาทอ่อนตัว โดยขอให้ ธปท.มีหนี้เพิ่มเป็นเงินบาท แทนที่จะสร้างกำไรให้ตัวเอง แบบนี้เรียกว่าคอรัปชันโดยจิตวิญญาณ ไม่ใช่โดยนโยบายหรือโดยตำแหน่ง ส่วนผมกำลังตั้งโครงสร้างแท่งรายได้ใหม่ให้ อธิบายได้ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบกินได้. _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 17/08/2012 10:19 am Post subject: |
|
|
"คมนาคม"จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีมาแจมรถไฟความเร็วสูง
InfoQuest 17 สิงหาคม 2555
นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังผู้แทนกระทรวงรถไฟจีนเข้าพบ ว่า คณะผู้แทนกระทรวงรถไฟจีนเข้าพบเพื่อมารายงานความคืบหน้าของการศึกษา ข้อมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และเส้นกรุงเทพฯ-หนองคาย รวมถึงสอบถามรูปแบบการลงทุนของไทย
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ขี้แจงให้ผู้แทนจีนได้รับทราบว่าประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดถึงรูปแบบการลงทุน ซึ่งประเทศไทยต้องการรอผลการศึกษาจากประเทศจีนที่ขอใช้เวลาศึกษา 5 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.เป็นต้นมา ทั้งนี้ ในการเข้าพบครั้งนี้ ตนได้แนวคิดว่าอนาคตอาจจะเป็นไปได้ที่จะให้ตัวแทนของประเทศที่สนใจโครงการ รถไฟความเร็วสูง อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับการศึกษากับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในตำแหน่งที่ปรึกษาในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถไฟความเร็วสูงเพื่อรายละเอียดของข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วน
นายศิลปชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะได้ผลการศึกษาของรัฐบาลจีน ทั้งเรื่องเส้นทางในการดำเนินการก่อสร้าง รูปแบบการเดินรถ และงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการของโครงการรถไฟความเร็วสูงทั้ง 2 เส้น ทางดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานฝ่ายจีนเดินทางไปสำรวจเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่โดยจีนนำเสนอให้ก่อสร้างเป็นรางเดี่ยวก่อนในระยะแรก โดยมีขนาดอุโมงค์กว้างประมาณ 42 ตารางเมตรเพื่อรองรับความเร็วประมาณ 160 กิโลเมตร หรือ 33 ตารางเมตร เพื่อรองรับความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยพบว่าช่วงระหว่างสถานีหัวลำโพง บางซื่อ อยุธยา มีจุดตัดหลายแห่ง มีโค้งมาก จึงเสนอให้สร้างทางยกระดับ ส่วนสถานีเพื่อขนส่งสินค้าฝ่ายจีนขอทราบความชัดเจนว่าจะใช้ประโยชน์สถานีใดบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเส้นทางที่จะเร่งผลักดันในเบื้องต้นมี 2 เส้นทางคือ เส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ กรุงเทพฯ-ระยอง โดยที่ผ่านมาหน่วยงานด้านการรถไฟฝ่ายจีนและญี่ปุ่นได้เข้ามาสำรวจแนวเส้นทางพร้อมเก็บรายละเอียดในการนำเสนอรัฐบาลไทยให้กระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมารับผิดชอบโครงการนี้รับไปดำเนินโครงการต่อไป
สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการในเบื้องต้นแนวคิดหลายฝ่ายล้วนเห็นว่าแนวทางที่ 1 รัฐบาลลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แล้วให้เอกชนเช่าพร้อมกับร่วมบริหารจัดการเดินรถในรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) หรือการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ส่วนแนวทางที่ 2 สามารถตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาดำเนินการโดยอาจประเมินราคาที่ดินเป็นหุ้น แต่เอกชนต้องเป็นฝ่ายลงเงิน หรือบริษัทร่วมทุนนำไปยื่นกู้เงิน ซึ่งแนวทางที่ 2 ถือเป็นแนวทางที่ดำเนินการได้เร็วกว่า ทั้งช่วงที่ผ่านมาการช่วงชิงระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งพบว่าฝ่ายจีนมีการตั้งคณะกรรมการเพิ่อติดตามเรื่องนี้โดยมีนายเชี่ยง หมิงลี่ (zheng mingli) เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อร่วมทำงานกับฝ่ายไทยที่มี ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นขณะนี้ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัท Japan Railway Technical Service (JARTS)
------------
"ปู"ไฟเขียวไฮสปีดเทรน
วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7932 ข่าวสดรายวัน หน้า 9
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้นำเสนอข้อมูล และความจำเป็นในการลงทุนรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ของประเทศไทยให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดยนายกฯ เห็นด้วยในการเดินหน้าโครงการ โดยภายในปีนี้กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้สามารถดำเนินการเปิดประมูลนานาชาติ (International Bidding) โดยให้บริษัทจากประเทศต่างๆ เสนอเงื่อนไขเข้ามาในต้นปี 2556 โดยขณะนี้มี 4 ประเทศที่แสดงความสนใจในการเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างโครงการได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของไทยในระยะแรก ประกอบด้วย 4 เส้นทาง คือ
1.กรุงเทพฯ-พิษณุโลก
2.กรุงเทพฯ-นครราชสีมา
3.กรุงเทพฯ-พัทยา และ
4.กรุงเทพฯ-หัวหิน
โดยใช้วงเงินก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 4 แสนล้านบาท ทั้ง 4 โครงการจะเริ่มก่อสร้างพร้อมกันและมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2561 ซึ่งใกล้เคียงกับกำหนดการที่ท่าเรือทวาย ที่ประเทศพม่า จะแล้วเสร็จซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยสมบูรณ์
ส่วนรถไฟความเร็วสูงในระยะที่ 2 ตามแผนจะแล้วเสร็จในปี 2565 ประกอบด้วย 4 เส้นทาง คือ
1.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
2.กรุงเทพฯ-หนองคาย
3.กรุงเทพฯ-ระยอง และ
4.กรุงเทพฯ-หาดใหญ่
นายพันศักดิ์กล่าวด้วยว่า ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีแรกที่รถไฟความเร็วสูงเปิดให้บริการตามแผนจะสามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้คิดเป็นมูลค่า 4 แสนล้านบาท/ปี และแก้ไขปัญหาการเน่าเสียของสินค้าเกษตรของไทยให้ลดลงปีละ 35% หรือคิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 3 แสนล้านบาท/ปี _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 17/08/2012 9:03 pm Post subject: |
|
|
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมากกผ่านความเห็นชอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ มาตรา 12 กระทรวงคมนาคม
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ 17 ส.ค. 55
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมากผ่านความเห็นชอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 มาตรา 12 กระทรวงคมนาคม
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ในช่วงค่ำของวันสุดท้ายที่วิปทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไว้ เป็นการพิจารณามาตรา 12 กระทรวงคมนาคม โดยฝ่ายค้านอภิปรายเน้นย้ำการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและตรงตามความเป็นจริง พร้อมท้วงติงเรื่องการออกแบบการก่อสร้างถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมไปถึงการขาดการจัดสรรงบประมาณปรับปรุงถนนสายหลักหลายสาย ขณะที่โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำมาขนส่งสินค้าหรือใช้ในการเดินทางของประชาชน
ขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ ชี้แจงว่า โครงการลุ่มแม่น้ำปากพนัง ได้อนุมัติงบประมาณในการขุดลอกลุ่มน้ำไปแล้วกว่า 70 ล้านบาท แต่อาจยังไม่เพียงพอ เพราะงบประมาณในการขุดลอกนั้นจะมีการอนุมัติปีเว้นปี ซึ่งกรรมาธิการได้แจ้งกระทรวงคมนาคมว่า ถ้าโครงการใดสำรวจพื้นที่เรียบร้อยแล้วต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว
จากนั้นในเวลา 18.40 น.ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอมติจากที่ประชุม โดยผ่านความเห็นชอบ 282 เสียง และไม่เห็นด้วย 104 เสียง จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 13 งบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
thanaratKK
2nd Class Pass


Joined: 07/04/2011 Posts: 556
Location: มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย
|
Posted: 17/08/2012 10:17 pm Post subject: |
|
|
เร็วสูงขนส่งสินค้าจะดูแปลกๆ นะครับ นึกสภาพ บทต. วิ่งด้วยความเร็วเกินกว่า 180 กม./ชม. สินค้าอาจจะได้รับความเสียหายจนส่งขายไม่ได้ สภาพทางอาจจะเสียหายโดยเร็ววัน
ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาเองก็ยังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามน้ำหนักบรรทุก |
|
| Back to top |
|
 |
nop2
2nd Class Pass (Air)


Joined: 06/03/2008 Posts: 978
Location: เพชรบุรี
|
Posted: 17/08/2012 10:45 pm Post subject: |
|
|
แคร่รถสินค้าเต็มที่มีแค่ 140 ครับ ส่วนมาก Y25 TF25 จะอยู่ 100-120 ที่เพลา 22.5-25.0ตัน ครับผม _________________ "You are star I am darkness Our love brighter than the sun .." |
|
| Back to top |
|
 |
Mongwin
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007 Posts: 18024
Location: กำแพงแสน กับ สงขลา
|
Posted: 17/08/2012 11:13 pm Post subject: |
|
|
รถไฟความเร็วสูง เขากะจะเอาไว้ส่งปูม้า ปูทะเล กุ้งแม่น้ำ แหนมเนือง กล้วยไม้ พัสดุด่วน EMS อะไรพวกนี้กระมังครับ ที่ปัจจุบันส่งไปทาง Air Cargo
แบบเดียวกันที่แอร์พอร์ตลิงก์ขนกระเป๋าผู้โดยสารเครื่องบินน่ะแหละครับ
---------
คาดประมูลสร้างรถไฟความเร็วสูงปี56 งบฯ 4 แสนล้าน
มติชนออนไลน์ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 23:33:32 น.
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวคิดการสร้างรถไฟความเร็วสูงว่า จะสร้างพร้อมกันทุกสาย คือกรุงเทพฯ-พิษณุโลก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-พัทยา และกรุงเทพฯ-หัวหิน ด้วยงบประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยคาดว่าการสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มประมูลในปี 2556 ยืนยันว่าการสร้างรถไฟจะต้องเสร็จภายใน 6 ปีหลังก่อสร้างคือภายในปี 2561 "การพัฒนารถไฟความเร็วสูงจะทำให้การจัดส่งแบบมีระยะเวลา หรือ Just in time มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการเน่าเสียของสินค้าเกษตร เป้าหมายแรกของผมคือนำปลาสดที่ยังดิ้นได้จากกรุงเทพฯไปส่งที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วยังดิ้นอยู่" _________________ + + 100 ปีทางรถไฟสายสงขลา 1 มกรา 2557 + + |
|
| Back to top |
|
 |
nathapong
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/03/2006 Posts: 3503
Location: Ayuthaya - Lamlukka - Navanakhon - Silom
|
Posted: 18/08/2012 10:39 am Post subject: |
|
|
^ อ่า แนวคิดเรื่อง การขนส่งสินค้าจะใช้ทางร่วมกับ HSR จะใช้ทางในเวลากลางคืน อะครับ
ส่วนการขนส่งสินค้าในความเห็นของข้อย
เดาเอาว่า จะเป็นการใช้รถจักรไฟฟ้า กับชุดรถสินค้า บนรางกว้าง 1.435 ที่คาดว่าความเร็วที่ใช้ประมาณที่ 90 - 120 กม/ชม
และชนิดสินค้าคงเป็นสินค้าเบา อย่างที่ อ.เอกกล่าวไว้ คงไม่ใช่สินค้าหนัก อย่างปูนซีเมนต์ หรือน้ำตาล เป็นแน่....  |
|
| Back to top |
|
 |
|