RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304441
ทั่วไป:10192182
ทั้งหมด:10496623
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 249, 250, 251 ... 294, 295, 296  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30169
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 09/01/2018 8:08 pm    Post subject: Reply with quote

รฟท. ลั่น ไตรมาส 1 ออกทีโออาร์ประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน
ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 9 มกราคม 2561 - 19:16 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 260 ก.ม. ว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. อนุมัติโครงการไปแล้ว อยู่ระหว่างขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ความคิดเห็นกลับมาในสัปดาห์หน้า

หลังจากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสรุปข้อมูล คาดว่าจะสามารถออกทีโออาร์หรือเงื่อนไขการประกวดราคาได้ในไตรมาส 1 นี้ และเชื่อว่าในปี 2561 จะได้ตัวผู้รับสัมปทานเข้ามาดำเนินโครงการแน่นอน

นายอานนท์ กล่าวต่อถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ขณะนี้ยังระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จึงจะตั้งคณะกรรมการตามาตรา 35 ขึ้นมาร่างทีโออาร์ ทั้งนี้ จะเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะดำเนินการได้เร็วก่า เส้นทางกทม.-หัวหิน เพราะไม่ต้องเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการพีพีพี แต่เข้าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (คณะกรรมการอีอีซี) เท่านั้น
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 25519
Location: ADTEC

PostPosted: 10/01/2018 11:03 am    Post subject: Reply with quote

ปูเสื่อรอ “ไฮสปีดเทรน” เชื่อมสนามบิน
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มกราคม 2561 - 09:14
รฟท.เร่งสปีดเส้นทางคมนาคม เดินหน้ารถไฟทางคู่ 9 เส้นทาง นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานใน รฟท.ที่จะเดินหน้าต่อในปี 61 ว่า รฟท.จะเร่งดำเนินการในโครงการรถไฟทางคู่อีก 9 เส้นทาง คือ
1. ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 167 กิโลเมตร (กม.)
2. ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา ระยะทาง 339 กม.
3. ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม.
4. ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม.
5. ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 217 กม.
6. ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 326 กม.
7. ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 174 กม.
8.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 309 กม. และ
9.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กม.

โดยล่าสุด รฟท.ได้นำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน หากผ่าน ครม.จะใช้เวลาอีก 3 เดือน ถึงจะเริ่มออกเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์)

ส่วนรูปแบบการดำเนินการประมูลการก่อสร้าง จะแบ่งสัญญาก่อสร้างในแต่ละเส้นทางออกมามากกว่า 1 สัญญา เหมือนการประกวดราคารถไฟทางคู่ 5 เส้นทางแรกหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้มองว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง (ซุปเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง) จะเป็นผู้พิจารณา เพราะเมื่อผ่านการพิจารณาจากกระทรวงคมนาคมแล้วก็จะต้องนำเสนอซุปเปอร์บอร์ด เบื้องต้น รฟท.จะเสนอรูปแบบการประกวดราคาเดิมที่กำหนดให้ 1 เส้นทาง มี 1 สัญญาให้ซุปเปอร์บอร์ดพิจารณาก่อน ส่วนซุปเปอร์บอร์ดจะมีความคิดเห็นอย่างไร ค่อยมาดำเนินการอีกครั้ง

นายอานนท์ กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เพื่อให้เชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 260 กม.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ซึ่งบอร์ด รฟท.ได้อนุมัติโครงการแล้ว อยู่ระหว่างเสนอขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป รูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน ที่ รฟท.ศึกษาชัดเจนแล้ว รอเพียงความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งตามแผนจะสามารถออกทีโออาร์ได้ในไตรมาส 1 นี้ ดังนั้นปี 61 จะได้ผู้รับสัมปทานเข้ามาดำเนินโครงการแน่นอน

สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จึงจะตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 35 ขึ้นมาร่างทีโออาร์.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 25519
Location: ADTEC

PostPosted: 10/01/2018 11:11 am    Post subject: Reply with quote

เริ่มการก่อสร้างรถไฟความไวสูงช่วงกลางดง - ปางอโศก ภาพโดย คุณSittiphong Chay
https://www.facebook.com/KoratForumSkyscrapercity/posts/1593322137413086
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 25519
Location: ADTEC

PostPosted: 10/01/2018 6:46 pm    Post subject: Reply with quote

รฟท. ลั่น ไตรมาส 1 ออกทีโออาร์ประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน


วันที่ 9 มกราคม 2561 - 19:16 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 260 ก.ม. ว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. อนุมัติโครงการไปแล้ว อยู่ระหว่างขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ความคิดเห็นกลับมาในสัปดาห์หน้า

หลังจากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสรุปข้อมูล คาดว่าจะสามารถออกทีโออาร์หรือเงื่อนไขการประกวดราคาได้ในไตรมาส 1 นี้ และเชื่อว่าในปี 2561 จะได้ตัวผู้รับสัมปทานเข้ามาดำเนินโครงการแน่นอน



นายอานนท์ กล่าวต่อถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ขณะนี้ยังระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จึงจะตั้งคณะกรรมการตามาตรา 35 ขึ้นมาร่างทีโออาร์ ทั้งนี้ จะเห็นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะดำเนินการได้เร็วก่า เส้นทางกทม.-หัวหิน เพราะไม่ต้องเสนอเข้าพิจารณาในคณะกรรมการพีพีพี แต่เข้าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (คณะกรรมการอีอีซี) เท่านั้น
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30169
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/01/2018 9:26 am    Post subject: Reply with quote

“บิ๊กตู่” หารือทวิภาคี “หลี่ เค่อเฉียง” ชวนนักลงทุนจีนลงทุนในอีอีซี-นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่ม
วันที่ 11 มกราคม 2561 - 09:02 น.

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 19.30 น. ณ สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา (Peace Palace) กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับนายหลี่ เค่อเฉียง (Mr.Li Keqiang) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ครั้งที่ 2 ร่วมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Mr.Wang Yi, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน นาย He Lifeng, ประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติจีน (Chairman of the National Development and Reform Commission) และนาย Zhong Shan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน (Minister of Commerce) ร่วมหารือด้วย ทั้งนี้ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาของจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า และจะส่งผลต่อพัฒนาการต่างๆ ในภูมิภาค เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของผู้นำจีนชุดปัจจุบัน จีนจะพัฒนาเป็นประเทศ “สังคมนิยมสมัยใหม่” ได้อย่างแน่นอน ซึ่งไทยพร้อมกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน บนพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งไทยยังสนใจที่จะเรียนรู้ความสำเร็จในการดำเนินนโยบายการพัฒนาประเทศของจีนโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากภายในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งจีนยังมีบทบาทแข็งขันในการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง MLC ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง


นายกรัฐมนตรีไทยและจีน ยังชื่นชมความร่วมมือเศรษฐกิจไทย – จีน เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความมั่นใจมุ่งมั่นที่จะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าทวิภาคี 120,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ภายใน 3 ปีข้างหน้า ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ โดยไทยพร้อมจัดการประชุม JC เศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 6 ในปีนี้ และพร้อมต้อนรับนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐของจีนและคณะภาคเอกชนจีนจำนวนหลายร้อยรายจะเดินทางมาเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจ “Thailand – China: Strategic Partnership through Belt and Road Initiative and the EEC” และการเยี่ยมชมท่าอากาศยานอู่ตะเภาและนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งวิสาหกิจจีนหลายรายแสดงความ สนใจที่จะลงทุนในพื้นที่EEC โดยเฉพาะวิสาหกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวถึงความร่วมมือรถไฟไทย – จีน โดยได้มีสารแสดงความยินดีในโอกาสที่มีพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ว่า โครงการรถไฟไทย-จีน เป็นสัญลักษณ์สำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีน และเชื่อว่าความสำเร็จของการเริ่มต้นโครงการฯ จะนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านต่างๆ อีกมากมาย ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนของทั้งสองประเทศร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีจีนยังกล่าวยืนยันที่จะสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะข้าวและยางพารา ตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเคยตกลงกันไว้ พร้อมมุ่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยให้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจีนได้เปิดสำนักงานความร่วมมือด้านนวัตกรรมของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ที่กรุงเทพ เชื่อว่าไทยกับจีนจะมีความร่วมมือด้านนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศและยกระดับอุตสาหกรรมของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากรอาชีวะ และพัฒนาฝีมือแรงงานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้มีบุคลากรและแรงงานไทยทักษะความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังได้ให้สิทธิพิเศษสำหรับการจัดตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงในไทยด้วย
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30169
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/01/2018 9:48 am    Post subject: Reply with quote

สั่งยกเครื่องสนามบินภูมิภาค “ไพรินทร์” มอบนโยบายรับมือ “รถไฟทางคู่-ไฮสปีด”
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ม.ค. 2561 08:09

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยว่าได้มอบหมายนโยบายให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินภูมิภาคที่อยู่ในสังกัด ทย.กว่า 29 แห่ง ให้พัฒนาพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการบิน หวังสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมสัดส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินอยู่ประมาณ 10% ให้เพิ่มขึ้นจากที่เหลือกว่า 90% เป็นรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสนามบิน ซึ่งมองว่ารายได้เชิงพาณิชย์น้อยไป แต่จะเพิ่มขึ้นสัดส่วนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่เหมาะสมของ ทย. เนื่องจากพบว่า ในปัจจุบันมีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยสายการบินต้นทุนต่ำผ่านเข้าออกสนามบิน ทย. รวมแล้วกว่า 60 ล้านคน/ปีและ ทย.จะต้องคงความสามารถในการแข่งขันเพื่อทำให้ประเทศ ไทยเป็นฮับทางการบินของอาเซียนต่อไป

นอกจากนั้น ให้ ทย. ไปดำเนินการปรับปรุงอาคารสถานที่สนามบินภูมิภาคในสังกัด ทย.ให้มีความทันสมัย ปลอดภัยและมีมาตรฐานเดียวกันทุกสนามบิน เนื่องจากพบว่าสนามบินภูมิภาคมีความหลากหลายมาก จึงให้แนวคิดไปว่าให้ทำเป็นลักษณะของตัวอาคารที่ให้บริการเป็นมาตรฐาน เพื่อง่ายต่อการขยายการดำเนินงานไปยังสนามบินต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เดินทางเกิดความคุ้นชิน

"ขณะนี้มองว่าตลาดโลว์คอสต์แอร์ไลน์มาแรงมาก แต่ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ระบบรางทั้งทางคู่หรือรถไฟความเร็วสูงจะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะแถบภาคอีสาน ระบบรางก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญกับวงการการบิน เพราะคนรุ่นใหม่นิยมการเดินทางระบบราง ดังนั้นเรื่องนี้ทาง ทย.จะต้องเตรียมรับมือให้ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น"

ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย.กล่าวว่า ทย.กำลังหาแนวทางสร้างรายได้เพิ่มจากพื้นที่ใช้สอยภายในสนามบินให้มีความชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุนให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนแบบ PPP ใน 4 สนามบินคือ สนามบินนครศรีธรรมราช, เพชรบูรณ์, ชุมพร และลำปาง คาดว่าภายในสิ้นปี 61 นี้จะสามารถเปิดประกาศเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนได้.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 25519
Location: ADTEC

PostPosted: 11/01/2018 11:11 am    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
“บิ๊กตู่” หารือทวิภาคี “หลี่ เค่อเฉียง” ชวนนักลงทุนจีนลงทุนในอีอีซี-นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่ม
วันที่ 11 มกราคม 2561 - 09:02 น.


นายกฯจีนยินดี ไทยเริ่มสร้างไฮสปีดเทรน เชื่อนำสู่ความร่วมมืออื่นๆ

วันที่ 11 มกราคม 2561 - 00:19 น.


นายกฯ ถก หลี่ เค่อเฉียง เชื่อมั่น โครงการรถไฟไทย-จีน
จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านอื่นๆอีกมากมาย

เมื่อเวลา 19.30น. วันที่ 10 มกราคม ณ สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา (Peace
Palace) กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับนายหลี่ เค่อเฉียง (Mr. Li Keqiang)
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง –
ล้านช้าง ครั้งที่ 2 ร่วมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Mr. Wang Yi,
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน นาย He Lifeng,
ประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติจีน (Chairman of the National
Development and Reform Commission) และนาย Zhong Shan
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน (Minister of Commerce) ร่วมหารือด้วย

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี
กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่
19 ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาของจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า และจะส่งผลต่อพัฒนาการต่าง
ๆในภูมิภาค เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของผู้นำจีนชุดปัจจุบัน จีนจะพัฒนาเป็นประเทศ
“สังคมนิยมสมัยใหม่” ได้อย่างแน่นอน
ซึ่งไทยพร้อมกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน
บนพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย

ซึ่งไทยยังสนใจที่จะเรียนรู้ความสำเร็จในการดำเนินนโยบายการพัฒนาประเทศของจีนโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากภายในระยะเวลาอันสั้นล
รวมทั้งจีนยังมีบทบาทแข็งขันในการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง MLC
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไทยและจีน ยังชื่นชมความร่วมมือเศรษฐกิจไทย – จีน
เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความมั่นใจมุ่งมั่นที่จะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าทวิภาคี120,000e
ล้านดอลลาห์สหรัฐ ฯ ภายใน 3 ปีข้างหน้า ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
โดยไทยพร้อมจัดการประชุมJC เศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 6 ในปีนี้
และพร้อมต้อนรับนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐของจีนและ คณะภาคเอกชนจีนจำนวน
หลายร้อยรายจะเดินทางมาเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจ“Thailand – China:
Strategic Partnership through Belt and Road Initiative and the EEC”
และการเยี่ยมชมท่าอากาศยานอู่ตะเภาและนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่EEC
ซึ่งวิสาหกิจจีนหลายรายแสดงความ สนใจที่จะลงทุนในพื้นที่EEC
โดยเฉพาะวิสาหกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวถึงความร่วมมือรถไฟไทย – จีน โดยได้มีสารแสดงความยินดีในโอกาสที่มีพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ว่า โครงการรถไฟไทย-จีน
เป็นสัญลักษณ์สำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีน และเชื่อว่าความสำเร็จของการเริ่มต้นโครงการฯ จะนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านต่างๆ อีกมากมาย
ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนของทั้งสองประเทศร่วมกัน นายกรัฐมนตรีจีนยังกล่าวยืนยันที่จะสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะข้าวและยางพารา ตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเคยตกลงกันไว้ พร้อมส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยให้มากขึ้น
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 25519
Location: ADTEC

PostPosted: 15/01/2018 9:48 am    Post subject: Reply with quote

จีนให้ไทยออกแบบไฮสปีดเฟส 2

อาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 เวลา 15.00 น.

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เฟส 2 จาก จ.นครราชสีมาไป จ.หนองคาย เพื่อเชื่อมรถไฟความเร็วสูงของจีน ใน สปป.ลาว ผลจากการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ (เจซี) ไทย-จีน ล่าสุดมีมติให้ไทยเป็นผู้ออกแบบด้านวิศวกรรมโยธาการก่อสร้างทางรถไฟทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนมากสุดของการก่อสร้างทางรถไฟ โดยจีนจะทำหน้าที่เป็นพี้เลี้ยง ระหว่างนี้สภาวิศวกรไทยร่วมกับจีนร่างหลักสูตรวิศวกรโยธา และกำหนดวันเวลาที่ต้องส่งวิศวกรไทยไปอบรมในประเทศจีนเตรียมพร้อมการสร้างรถไฟฟ้าในเฟส2 ที่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมเซ็นสัญญาก่อสร้าง

ทั้งนี้ได้วางแผนเตรียมคนไว้รองรับ ซึ่งสาขาออกแบบโยธามีทั้งหมด 11 สาขา อาทิ ด้านโครงสร้าง ปฐพี อุโมงค์ การระบายน้ำ การวางรางรถไฟ เป็นต้น แบ่งวิศวกรทั้งหมด 11 ทีม มีหัวหน้าทีมไปอบรมที่ประเทศจีน แล้วนำความรู้มาถ่ายทอดให้วิศวกรไทย คาดว่าจะใช้งบประมาณด้านอบรม 40-50 ล้านบาท อยู่ที่รัฐบาลจะจัดสรรจากวงเงินก่อสร้าง หรือตั้งงบประมาณขึ้นมาใหม่ ซึ่งวิศวกรที่ผ่านการอบรมจะได้รับการขึ้นทะเบียน และต้องมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับวิศวกรรุ่นต่อไป

เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวต่อว่า สำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าเฟส1จากจากกรุงเทพไป จ.นครราชสีมาจีนเป็นคนออกแบบทั้งหมด โดยส่งวิศวกร 300 คนมาทดสอบกับสภาวิศวกร ขณะนี้อบรมเสร็จแล้ว 226 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งรัดให้รวบรวมวิศวกรมาอบรมที่เมืองไทย เพราะเป็นวิศวกรที่ทำหน้าที่คุมงานก่อสร้าง ขณะนี้ติดภารกิจคุมงานก่อสร้างรถไฟในประเทศจีน ซึ่งวิศวกรจีนมาที่มาอบรมในเมืองไทยได้ใบรับรองความรู้จากสภาวิศวกร ให้ความรู้ด้านสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ที่รถไฟตัดผ่าน พื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญ การสร้างรางที่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เรื่องวิศวกรรมการก่อสร้างจีนมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว

ยืนยันว่าวิศวกรที่ยังอบรมจะไม่กระทบกับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพราะในเฟส1 แม้จะลงมือก่อสร้าง 3.5 กม.จากสถานีกลางดง-ปางอโศก อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไปแล้วก็ตาม แต่คาดว่าจะอบรมเสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้ เฟส1มีเวลาออกแบบ 8 เดือน ขณะที่การก่อสร้างใช้เวลา 5 ปี ในระยะทาง 253 กม. วงเงินก่อสร้าง 1.8 แสนล้านบาท โดยเริ่มออกแบบมาตั้งแต่เดือนต.ค.60 ขณะนี้ทางจีนทยอยส่งแบบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ตรวจสอบแล้ว การจัดอบรมวิศวกรเพื่อสร้างความมั่นใจว่าวิศวกรมีคุณภาพ และรับประกันได้ว่าเงินงบประมาณจำนวนมากที่ลงทุนไปวิศวกรไทยได้ความรู้กลับมา
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30169
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 15/01/2018 1:37 pm    Post subject: Reply with quote

นายกเทศบาล ต.สีมามงคลแจงปมรื้อสถานที่จัดงานเปิดการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
มติชนออนไลน์ วันที่ 14 มกราคม 2561 - 20:21 น.

Arrow https://www.matichon.co.th/news/802690

----

ปลุกเมืองใหม่รับไฮสปีดเทรน ดึงเอกชนลุยโครงการมิกซ์ยูส 17 สถานี
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 16 มกราคม 2561 - 19:30 น.

พลันที่ “รัฐบาลทหาร” กดปุ่มถมคันดินก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช สายแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมการเดินทาง 5 จังหวัดภาคอีสาน ด้วยระยะทาง 253 กม. ไปเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ทำให้โมเดลเมืองใหม่ถูกพูดถึงอีกครั้ง

หลัง “บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เจ้ากระทรวงคมนาคม ออกมาตอกย้ำการพัฒนารถไฟความเร็วสูงใช้เงินลงทุนมาก อย่าดูแค่รายได้กำไรจากรถไฟ ต้องดูที่ประโยชน์ทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นตลอดแนวเส้นทาง ทั้งการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีและเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งสำคัญสุดคือ connectivity ด้านกายภาพที่จะเกิดขึ้นในประเทศ

จะว่าไป “โมเดลเมืองใหม่ไฮสปีดเทรน” เคยมีการศึกษาร่วมกันระหว่าง “สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร” กับ “กรมโยธาธิการและผังเมือง” เมื่อครั้งที่รัฐบาลเพื่อไทยดันโครงการ 2 ล้านล้านในปี 2556

ในขณะนั้นศึกษาครบถ้วน 4 เส้นทาง 4 ภาค มี 17 สถานี ทั้งพัฒนาสถานีเดิมและเปิดพื้นที่ใหม่ มีเมือง 3 ขนาด คือ S-M-L (ดูแผนที่) พื้นที่ตั้งแต่ 2,000-5,000 ไร่ ในรัศมี 5-10 กม.รอบสถานีมีโมเดลญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ ด้วยการพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทางให้เกิดมูลค่าเพิ่ม นอกจากเพื่อการเดินรถแล้ว จะต้องวางกรอบการพัฒนาพื้นที่รอบ ๆ สถานีเพื่อสร้างรายได้

Click on the image for full size

ทั้ง 17 สถานี จำแนกเป็นสายอีสาน “กรุงเทพฯ-นครราชสีมา” จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สระบุรี 3,000 ไร่ ห่างจากสถานีเดิม 4 กม. อยู่ถนนวงแหวนรอบนอกตรงข้ามกับศูนย์การค้าโรบินสัน ติดกับอ่างเก็บน้ำคลองเพียว 2.ปากช่อง 3,000 ไร่ ห่างสถานีรถไฟเดิม 5 กม. เป็นที่ดินกรมธนารักษ์ และ 3.นครราชสีมาพัฒนาสถานีเดิม 7,000 ไร่

สายเหนือ “กรุงเทพฯ-พิษณุโลก” มี 5 แห่ง ได้แก่ 1.พระนครศรีอยุธยา 5,000 ไร่ อยู่สถานีเดิม ใกล้เมืองอยุธยาและใกล้แหล่งท่องเที่ยว 2.ลพบุรี 5,000 ไร่ อยู่สถานีรถไฟบ้านป่าหวาย ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี ห่างสถานีรถไฟลพบุรี 5 กม. 3.นครสวรรค์ 5,000 ไร่ อยู่สถานีรถไฟเดิม ต.หนองปลิง อ.เมือง ห่างศูนย์กลางเมือง 6 กม. 4.พิจิตร เปิดพื้นที่ใหม่ห่างจากสถานีเดิม 2 กม. จำนวน 5,000 ไร่ และ 5.พิษณุโลกอยู่สถานีเดิม 5,000 ไร่ การพัฒนาจะไม่กระทบต่อตลาดและชุมชนโดยรอบ

สายใต้ “กรุงเทพฯ-หัวหิน” มี 4 แห่ง ได้แก่ 1.นครปฐม 3,000-4,000 ไร่ อยู่สถานีเดิม 2.ราชบุรี 3,000 ไร่ เป็นพื้นที่ใหม่ห่างจากสถานีเดิม 3 กม. 3.เพชรบุรี 3,000-4,000 ไร่ บนพื้นที่ใหม่ ห่างจากในเมือง 2 กม. และ 4.หัวหิน 5,000 ไร่ บนพื้นที่ใหม่ ตรงข้ามสนามบินหัวหิน บริเวณบ่อฝ้าย-ห้วยจิก ห่างจากหัวหิน 6 กม.และชะอำ 17 กม.

และสายตะวันออก “กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง” ปัจจุบันถูกแปลงร่างกลายเป็นไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มี 5 แห่งได้แก่ 1.ฉะเชิงเทรา เปิดพื้นที่ใหม่ 2,500 ไร่ ตั้งอยู่ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา 2.ชลบุรี อยู่สถานีเดิม 3,000-4,000 ไร่ 3.ศรีราชา มี 2 ทางเลือก คือ สถานีเดิม 400 ไร่ หรือห่างจากสถานีเดิมมาด้านใต้ 3-4 กม. ขนาด 7,000 ไร่ 4.เมืองพัทยา 5,000-6,000 ไร่ มี 3 ทางเลือก คือ สถานีเดิม 5,000 ไร่ หรือห่างจากสถานีเดิมขึ้นไปทางเหนือ 5 กม. และห่างจากสถานีเดิมมาด้านใต้ 8 กม. และ 5.ระยอง 4,000-5,000 ไร่ ห่างจากสถานีรถไฟมาบตาพุดขึ้นไปทางตัวเมืองระยอง 8 กม.

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า สำหรับการกำหนดที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กำหนดในทีโออาร์ให้เอกชนที่สนใจร่วมลงทุน PPP กำหนดตำแหน่งสถานีได้เอง แต่จะต้องมีการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เอง เหมือนกับส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่กลุ่มบีทีเอสยื่นข้อเสนอ

ด้าน “มณฑล สุดประเสริฐ” อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า การวางกรอบพัฒนาเมืองใหม่รองรับรถไฟความเร็วสูงยังคงเดินหน้าตามคอนเซ็ปต์เดิมที่กรมเคยศึกษาเบื้องต้นไว้ 17 สถานี การพัฒนามี 2 รูปแบบ คือ 1) จัดวางผังพัฒนาพื้นที่เฉพาะ ภายในจะกำหนดโซนนิ่ง อาทิ โซนที่อยู่อาศัย โซนสาธารณูปโภค เช่น ถนน สวนสาธารณะ โซนพาณิชยกรรม มีศูนย์การค้า ใช้เวลาประมาณ 1 ปี

2) การจัดรูปที่ดิน จะใช้เวลาดำเนินการนาน จะต้องจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และจัดแบ่งเฟสที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ แนวทางนี้กรมจะร่วมกับหน่วยงานของรัฐตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมารองรับ หรืออาจจะให้รัฐและเอกชนร่วมกันลงทุนรูปแบบ PPP

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ขนาดของเมือง และวิธีดำเนินการ เช่น ถ้าใช้วิธีการจัดรูปที่ดิน จะแชร์ที่ดินจากเอกชนมาพัฒนาร่วมกัน การลงทุนจะถูกประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาทต่อแห่ง หากลงทุนทั้งค่าก่อสร้างและเวนคืนที่ดิน จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

ดูเหมือนทุกอย่างพร้อมรอ “รัฐบาล คสช.” หยิบมาสานต่อเท่านั้นเอง
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30169
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 17/01/2018 5:49 am    Post subject: Reply with quote

รถไฟขอชี้แจงโครงการรถไฟไทย-จีน
นสพ.บ้านเมือง วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561, 16.12 น.

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ขอรายงานผลชี้แจงประเด็น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (ประเด็นที่ 1) ประจำวันที่ 15 มกราคม 2561 โดยมี ประเด็นสำคัญ ดังนี้ ตามที่ แฟนเพจ ‘กูเป็นกลางจริง ๆ นะ’ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “หลังจัดอีเวนท์เป็นข่าวครึกโครม ว่าจะทำการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่กลางดง ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้เงินลงทุนจากไหน หลังจากจัดพิธีเปิดใหญ่โต และบอกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ถึงวันนี้ยังไม่มีการก่อสร้างใด ๆ ไม่มีแม้เครื่องมือ เครื่องจักร มาเริ่มงานสักชิ้น เหลือแต่ป้ายกับลานจอดรถโล่งๆ แต่ค่าที่ปรึกษาโครงการนั้นขึ้นราคาจาก1,600 ล้านบาท เป็น 3 พันกว่าล้านบาทไปเรียบร้อย หวังว่าสุดท้ายคงไม่ได้แค่อนุสาวรีย์รถไฟความเร็วสูง เหมือนตอม่อโฮปเวลล์” นั้น

อย่างไรก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1.โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) นั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 กรอบวงเงินลงทุนโครงการ 179,412.21 ล้านบาท โดยในส่วนของการก่อสร้างจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่


1.1 สัญญาที่ 1 ครอบคลุมงานโยธา โดยฝ่ายไทยเป็นผู้รับผิดชอบ แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 สีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 บ้านภาชี-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร และ ช่วงที่ 4 กรุงเทพมหานคร-บ้านภาชี ระยะทาง 119 กิโลเมตร

1.2 สัญญาที่ 2 ครอบคลุมงานวางระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล และรถจักรและล้อเลื่อน ฝ่ายจีนเป็นผู้รับผิดชอบ แบ่งออกเป็น 3 สัญญาย่อย ได้แก่ สัญญา 2.1 สัญญาสำรวจและออกแบบรายละเอียดงานโยธา สัญญา 2.2 สัญญาควบคุมงานก่อสร้างงานโยธา และ สัญญา 2.3 สัญญางานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร ซึ่งเงินลงทุนในส่วนของการก่อสร้างนี้ มาจากแหล่งเงินกู้ในประเทศที่กระทรวงการคลังจัดหาให้การรถไฟฯ กู้ต่อ

2.ในส่วนของการก่อสร้างทางรถไฟช่วงที่ 1 (ช่วงกลางดง-ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยให้กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างให้นั้น กรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ก่อสร้าง ถางป่า ขุดตอ รวมถึงก่อสร้างที่พักเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมสำนักงานแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างงานดินตัดและงานก่อสร้างแปลงทดสอบ

3. สำหรับพื้นที่ที่แฟนเพจดังกล่าวอ้างถึงนั้น เป็นพื้นที่บริเวณมอหลักหินรัชกาลที่ 5 ที่ใช้ในการจัดงาน “พิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา)” เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการก่อสร้างทางรถไฟตั้งแต่ครั้งก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2441 ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟช่วงที่ 1 (ช่วงกลางดง-ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ที่กำลังดำเนินการอยู่ ประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันได้รื้อถอนเต้นท์จัดงานชั่วคราวออกแล้ว จึงเหลือเพียงพื้นที่โล่ง

4.ในส่วนของประเด็นเรื่องค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างงานโยธา ที่ปรับขึ้นจาก 1,649.08 ล้านบาทเป็น 3,500 ล้านบาทนั้น เนื่องจากการประมาณการค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างงานโยธาในครั้งแรกได้แยกรายการค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างไปรวมอยู่กับค่างานโยธา ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว รายการดังกล่าวควรจะต้องรวมอยู่ในงานจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังได้มีการปรับขอบเขตของงานในการบริหารจัดการบางส่วนให้สอดคล้องกับสัญญามาตรฐานการควบคุมงาน ซึ่ง ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เห็นชอบให้ปรับกรอบวงเงินการควบคุมงานก่อสร้างงานโยธา จากเดิม 1,649.08 ล้านบาท เป็น 3,500 ล้านบาท โดยวิธีการปรับเกลี่ยจากค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อวงเงินรวมของโครงการที่ ครม. ได้อนุมัติไว้เดิม ทั้งนี้ค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างงานโยธาที่ปรับขึ้นเป็น 3,500 ล้านบาทนั้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของวงเงินการก่อสร้างงานโยธา (รวม 119,163.88 ล้านบาท) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษากระทรวงการคลังที่กำหนดไว้ว่า “งานขนส่งระบบราง ซึ่งเป็นขั้นตอนงานบริหารและควบคุมการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ (มากกว่า 60,000 ล้านบาท) ของโครงการรถไฟฟ้า/รถไฟความเร็วสูง อัตราค่าจ้างอยู่ระหว่างร้อยละ 3.5 – 4.5 ของมูลค่าการก่อสร้าง”

----

คืบหน้ารถไฟไทย-จีน กรมทางหลวงเคลียร์พื้นที่เกลี่ยดินแล้ว
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 17 มกราคม 2561 - 09:19 น.

Click on the image for full size

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย- จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร วงเงิน 179,412 ล้านบาท แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 สีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 บ้านภาชี-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร และช่วงที่ 4 กรุงเทพมหานคร-บ้านภาชี ระยะทาง 119 กิโลเมตร ความคืบหน้าช่วง 3.5 กิโลเมตรกรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างให้นั้น กรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ก่อสร้าง ถางป่า ขุดตอ รวมถึงก่อสร้างที่พักเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมสำนักงานแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างงานดินตัดและงานก่อสร้างแปลงทดสอบ

Click on the image for full size
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 249, 250, 251 ... 294, 295, 296  Next
Page 250 of 296

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test