RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304704
ทั่วไป:10397769
ทั้งหมด:10702473
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(บางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-หัวลำโพง)
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(บางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-หัวลำโพง)
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 64, 65, 66
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26840
Location: ADTEC

PostPosted: 15/05/2019 1:55 pm    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
รฟท.ใกล้แจ้งเกิด บริษัทลูก”ทรัพย์สินและเดินรถ - ปลายปีประมูลเชิงพาณิชย์สถานีบางซื่อ
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 - 19:04


รฟท.ได้แค่คิดเก็บค่าใช้สถานีรถไฟ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 - 08:31 น.

นายฐากูร อินทร์ชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยหลังเปิดงานสัมมนารับฟังความเห็นภาคเอกชนในการลงทุนโครงการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อว่า สถานีกลางบางซื่อจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2564 โดยรูปแบบจะแบ่งออกเป็น 2 สัญญาคือ 1.สัญญาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ พื้นที่กว่า 13,000 ตร.ม. ซึ่งจะเป็นสัญญาร่วมทุน 2.สัญญาจ้างเอกชนมาบริหารสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสัญญาจัดซื้อ-จัดจ้าง โดยทั้งสองสัญญาจะมีอายุ 5 ปี และจะเริ่มเปิดประมูลได้สิ้นปีและได้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการในช่วงกลางปี 2563 เพื่อเปิดบริการและเปิดใช้สถานีในปี 2564


ทั้งนี้ พื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่รวม 17,000 ตร.ม. แต่ระยะแรกจะจัดสรรให้เอกชนเข้ามาพัฒนา 13,000 ตร.ม. ได้แก่ พื้นที่ชั้นใต้ดิน-ชั้น 1 และ 2 ส่วนพื้นที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟเชื่อมสนามบิน มีพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ประมาณ 3,000- 4,000 ตร.ม. ซึ่งในส่วนนี้หากแล้วเสร็จทันภายใน 5 ปี ที่เอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่แล้ว ก็สามารถนำมารวมในสัญญาเดิมได้ โดยคาดว่าในช่วงปีแรกจะมีผู้โดยสารผ่านเข้า-ออกสถานีกลางบางซื่อ 80,000 คน/วัน และใน 3 ปีของการเปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารใช้บริการผ่านเข้า-ออกกว่า 140,000 คน/วัน ซึ่งขณะนี้มีเอกชนที่สนใจจะเข้ามาพัฒนาและบริการพื้นที่เชิงพาณิชย์ ได้แก่ เซ็นทรัล, เดอะมอลล์ และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า ในส่วนของการบริหารจัดการสถานีกลางบางซื่อนั้น ยอมรับว่า รฟท.จะมีต้นทุนมากโดยเฉพาะค่าไฟ จึงมีแนวคิดที่จะให้กระทรวงพลังงานเข้ามาศึกษาในการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์หรือโซลาร์รูฟ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในเรื่องของการให้ความเย็น และไฟฟ้า และยังมีแนวคิดที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สถานีรถไฟ เช่นเดียวกับกรณีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสนามบิน เพื่อนำเงินมาสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่สถานีรถไฟทั่วโลกก็ยังไม่มีใครเคยเก็บ จึงอาจทำได้เพียงคิด.


//===============================


หน้าแรก ข่าวเดลินิวส์ เศรษฐกิจ-โลจิสติกส์
เปิดใช้"สถานีกลางบางซื้อปี64"ขาดทุนแน่ปีละ300 ล้าน
รฟท. ระดมไอเดียเอกชนเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ ใช้โมเดลโตเกียวสเตชั่น คาดประมูลปีนี้ ได้เอกชนกลางปีหน้า พร้อมบริการปี 64 ยอมรับขาดทุนแน่ปีละ 300 ล้าน 
อังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.24 น.

 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่โรงแรมคราวน์พลาซ่า กรุงเทพฯ นายฐากูร อินทร์ชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นและความสนใจภาคเอกชนในการลงทุน (Market Sounding) โครงการศึกษารูปแบบบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ และจัดทำร่างเอกสารประกอบการจัดจ้างเอกชน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีเอกชนร่วมงานประมาณ100 คนว่า คาดว่าสถานีกลางบางซื่อจะเปิดให้บริการได้ต้นปี 64 เวลานี้จึงจำเป็นต้องจัดให้มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสารด้านต่างๆ ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ลานจอดรถ และทำความสะอาด เป็นต้น เพื่อให้เป็นสถานีที่ได้มาตรฐานสากล และทำให้ผู้โดยสารได้รับความพึงพอใจ
         
นายฐากูร กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ฯ อยากให้เป็นเหมือนโตเกียวสเตชั่นของญี่ปุ่น โดยจะเปิดประมูลเป็น 2 สัญญา แบ่งเป็น 

1.กิจกรรมเชิงพาณิชย์ ระยะที่ 1 จำนวน 13,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็นสัญญาตามระเบียบ รฟท. ซึ่ง รฟท. จะมีรายได้จากส่วนนี้ 100 ล้านบาทใน 5 ปี และ 

2.กิจกรรมบริหารสถานี อาทิ การรักษาความปลอดภัย การทำความสะอาด ดูแลที่จอดรถ และการบริหารอาคาร เป็นสัญญาตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง วงเงินประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี ทั้ง 2 ฉบับมีอายุสัญญา 5 ปี เปิดประมูลในปี 62 ได้เอกชนผู้ชนะประมูลกลางปี 63 พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบต้นปี 64 อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเอกชนหลายรายสนใจกิจกรรมเชิงพาณิชย์แล้ว อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม

         

นายฐากูร กล่าวอีกว่า พื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่ประมาณ 17,000 ตร.ม. แต่ในระยะแรกให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการก่อน 13,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นใต้ดิน, ชั้น 1 และชั้น 2 ส่วนที่เหลืออีก 4,000 ตร.ม. จะเป็นพื้นที่ชั้น 3 พื้นที่ให้บริการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) และรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน หากสามารถเปิดดำเนินการได้ทันภายในสัญญา 5 ปีนี้ ก็จะให้รวมอยู่ในสัญญาเดิมด้วย อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร พบว่าปีแรกจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการผ่านเข้าออก สถานีกลางบางซื่อ 80,000 คนต่อ และใน3 ปีของการเปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารใช้บริการผ่านเข้า-ออกมากกว่า 140,000 คนต่อวัน


       
 นายฐากูร กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นใต้ดิน พื้นที่ 58,210 ตร.ม., เป็นที่จอดรถ 1,613 คัน มีโถงเชื่อมต่อจากพื้นที่จอดรถ และทางเดินขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร, ชั้น1 พื้นที่ 122,810 ตร.ม. ประกอบด้วย ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร โถงพักคอยของผู้โดยสาร และโถงชานชาลาผู้โดยสาร มีจุดเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อของ MRT ในปัจจุบัน และพื้นที่ส่วนพาณิชยกรรมร้านค้า, ชั้นลอยที่ 1 พื้นที่ 9,800ตร.ม. เป็นพื้นที่ส่วนพาณิชยกรรมร้านค้า, ชั้น 2 รวมชั้นลอย 2 พื้นที่ 50,860 ตร.ม. ประกอบด้วย พื้นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญ(วีไอพี) ส่วนควบคุมระบบการเดินรถและพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่อาคาร ส่วนชานชาลารถไฟทางไกล และรถไฟชานเมือง และชั้น 3 พื้นที่ 43,800 ตร.ม. ประกอบด้วย ชานชาลารถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) และรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน
       
  นายฐากูร กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าสถานีกลางบางซื่อมีขนาดใหญ่มาก พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 2.6 แสนตร.ม. ทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก ทั้งเครื่องปรับอากาศ ไฟฟ้า ลิฟท์ บันไดเลื่อน เป็นต้น เบื้องต้นมีค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 5 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่รายได้ที่ รฟท.จะได้รับมาจากพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่โฆษณา ประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นในภาพรวมแต่ละปีจะขาดทุนประมาณ 300ล้านบาท ซึ่งแม้จะขาดทุนแต่การสร้างสถานีกลางบางซื่อจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ รฟท. และประเทศไทย และเป็นสถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ของไทยที่จะเป็นชุมทางรถไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าอยู่ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกระทรวงพลังงาน ว่าจ้างที่ปรึกษา 15 ล้านบาทศึกษาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา( Solar Rooftop) เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าภายในสถานีต่อไป.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26840
Location: ADTEC

PostPosted: 15/05/2019 8:55 pm    Post subject: Reply with quote

แผนขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงที่มีอยูในขณะนี้
https://www.facebook.com/Thailand.Infra/photos/p.661917774246705/661917774246705/?type=3&theater
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26840
Location: ADTEC

PostPosted: 16/05/2019 10:30 am    Post subject: Reply with quote

ร.ฟ.ท.หารืออัยการปมโฮปเวลล์
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
วัน พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 08:55 น.

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ ร.ฟ.ท. จ่ายค่าชดเชยแก่ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%ว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. ได้มอบให้ตนไปหารือกับอัยการ ผู้ที่รับผิดชอบคดีโฮปเวลล์ เมื่อปี 2541 ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว รวมทั้งแนวโน้มข้อต่อสู้คดีในด้านอื่นๆว่ามีอีกหรือไม่ และประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร


“เมื่อศาลปกครองสูงสุด สั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ปี 2541 ไม่ใช่เป็นการตัดสินใหม่ จึงต้องไปดูว่าคำชี้ขาดนั้น ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากยังไม่ครบถ้วนจะต้องไปค้นหาข้อมูลที่ใดได้อีก ซึ่งการได้สอบถามพูดคุยกับอัยการผู้ที่รู้เรื่องนี้ จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้น เพื่อรายงานให้บอร์ด ร.ฟ.ท.รับทราบ ก่อนจะมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น ในเรื่องมูลค่าโครงการ, การคำนวณอัตรา ดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล, การจ่ายชดเชย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งยังไม่ทราบ ว่าการจ่ายชดเชย และแหล่งเงินที่นำมาจ่ายจะมาจากใด แต่หากจะต้องจ่ายเงิน ก็ต้องหารือกับกระทรวงการคลังให้เรียบร้อยก่อน.


รฟท.ประสานขอตั้งอัยการ ดูแนวทางจ่ายคดีโฮปเวลล์หมื่นล้าน
16 พฤษภาคม 2562

"โฆษกอัยการ" เผย "รฟท." ประสานสนง.อัยการสูงสุด ขอตั้งอัยการเป็นผู้แทน ร่วมดูแนวทางปฏิบัติตามสิทธิ์และขั้นตอนกฎหมายคดีชดใช้เงินโฮปเวลล์ ร่วม 1.2 หมื่นล้าน



นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)นัดหมายที่จะเข้าพบอัยการผู้ที่รับผิดชอบคดีโฮปเวลล์ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 เม.ย.62 ให้ รฟท. ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับเอกชนว่า ทางตัวแทน รฟท. ได้เข้าพบและหารือกับตนเมื่อวานที่ผ่านมา (15 พ.ค.) โดยเป็นหารือที่จะประสานขอส่งอัยการเป็นตัวแทนฝ่าย รฟท.ร่วมพิจารณาแนวทางปฏิบัติหลังศาลปกครอง สูงสุดมีคำพิพากษาคดีโฮปเวลล์ จะให้อัยการร่วมช่วยดูแนวทางปฏิบัติตามสิทธิของ รฟท.ว่าจะมีอย่างไรและต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎหมายอย่างไรบ้าง



ซึ่งตนก็ได้แจ้งกับตัวแทน รฟท. ให้ทราบว่าก่อนหน้านี้ทางฝ่ายรัฐบาลก็จัดให้มีคณะร่วมขึ้นมาพิจารณาแนวทางปฏิบัติ โดยในส่วนนั้นก็มีกระทรวงคมนาคมที่ได้ประสาานขอขอให้ตั้งอัยการเข้าไปร่วมเป็นตัวแทนด้วยแล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้มอบให้ "อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง" กับ "อัยการเจ้าของสำนวนในคดีปกครอง" ดังกล่าวอีกคน ไปเป็นตัวแทนของกระทรวงคมนาคมร่วมพิจารณาแนวทางดังกล่าวกับฝ่ายรัฐบาลด้วยแล้ว ดังนั้น หาก รฟท. ยังยืนยัน ที่จะขอให้มีอัยการเป็นตัวแทนเฉพาะดูแลในเฉพาะของ รฟท. เราก็จะหารือ กันใหม่อีกครั้ง ซึ่งหาก รฟท. ยืนยันเช่นนั้น เราก็มีแนวทางที่จะมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองและอัยการเจ้าของสำนวนทั้ง 2 คนที่ก่อนหน้านี้ที่ได้รับมอบหมายไปดูแลในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น ได้ ร่วมดูแนวทางสำหรับ รฟท.ต่อไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนั้น ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.51 และ 15 ต.ค.51 ที่คณะอนุญาโตฯ ชี้ขาด ให้ “กระทรวงคมนาคม -รฟท.” ต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย 3 ส่วน ให้กับ “บจก.โฮปเวลล์ฯ” กรณีที่ “ก.คมนาคม -รฟท.” บอกเลิกสัญญา จากเหตุที่เห็นว่าไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ ประกอบด้วยเงินค่าตอบแทนที่ “บจก.โฮปเวลล์” ชำระไว้จำนวน 2,850,000,000 บาท และให้คืนหนังสือค้ำประกัน คืนค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกัน จำนวน 38,749,800 บาท และเงินในการก่อสร้างโครงการจำนวน 9,000 ล้านบาท รวมจำนวน 11,888,749,800 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

โดยในส่วนของดอกเบี้ยเงินค่าตอบแทนกับเงินค่าธรรมเนียมนั้นให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับเงินค่าตอบแทนแต่ละงวด และวันที่จ่ายเงินค่าธรรมเนียมให้กับธนาคาร ส่วนดอกเบี้ยของเงินก่อสร้างโครงการให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุญาโตฯ ชี้ขาด โดยศาลปกครองสูงสุด ให้ “กระทรวงคมนาคม -รฟท.” ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ ให้เสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด (22 เม.ย.62)
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26840
Location: ADTEC

PostPosted: 17/05/2019 12:35 pm    Post subject: Reply with quote

ถกอัยการไขความกระจ่างคดีโฮปเวลล์
พุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.42 น.

บอร์ด รฟท. สั่ง รฟท. ถกอัยการ 16 พ.ค.นี้ ไขความกระจ่างคดีโฮปเวลล์ ขณะที่แนวทางการจ่าย-แหล่งเงินยังไม่รู้ ชี้หากต้องจ่ายพร้อมหารือกระทรวงการคลังต่อไป


นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. จ่ายชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญา เป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%ว่า ขณะนี้คณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. รับทราบรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดฉบับเต็มแล้ว โดยมอบให้ตนไปหารือกับอัยการผู้ที่รับผิดชอบคดีโฮปเวลล์ช่วงปี 41 ในวันที่ 16 พ.ค.62 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งแนวโน้มข้อต่อสู้อื่นมีอีกหรือไม่ และประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ เป็นอย่างไร เพราะเราไม่ใช่นักกฎหมาย อ่านสำนวนคดีก็ไม่ค่อยเข้าใจ

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุด สั่งให้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการปี 41 ไม่ใช่เป็นการตัดสินใหม่ เราก็ต้องไปดูว่าคำชี้ขาดนั้นถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากยังไม่ครบต้องไปค้นหาข้อมูลที่ไหนอีก ซึ่งการได้สอบถามพูดคุยกับอัยการผู้ที่รู้เรื่องนี้เลย จะทำให้เข้าใจได้มากกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อหารือกับอัยการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องสรุปและรายงานผลให้บอร์ด รฟท. ทราบภายในวันนั้นเลย ก่อนตั้งคณะทำงานต่อไป เพื่อพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้น มูลค่าโครงการ และการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยตามคำสั่งศาล ตลอดจนแนวทางการจ่ายชดเชย เพื่อให้เกิดความชัดเจน และทำให้รัฐเสียประโยชน์น้อยที่สุด

นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ยังไม่ทราบจริงๆ ว่าแนวทางการจ่ายชดเชย รวมทั้งแหล่งเงินที่นำมาชำระจะมาจากไหน แต่ไม่ต้องกังวล ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เวลานี้ต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าคำพิพากษาถึงที่สุด และเป็นธรรมแล้วหรือไม่ หากพบว่าถึงที่สุดและเป็นธรรมแล้ว หากต้องจ่ายเงินก็ต้องหารือกับกระทรวงการคลังต่อไป.
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30541
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 23/05/2019 10:55 am    Post subject: Reply with quote

จับตามติครม.ไฟเขียวโอนคน แอร์พอร์ตเรลลิงก์วิ่งสายสีแดง
เผยแพร่: 23 พ.ค. 2562 10:23 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Click on the image for full size

นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 อนุมัติให้มีการทำPPP โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนาม และให้โอนกิจการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ให้เอกชน ซึ่งล่าสุดกลุ่มซีพี.เป็นผู้ชนะสัมปทานและต้องการเข้ามารับช่วงต่อในการบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไป ทำให้ในอนาคตอีกไม่นานนี้พนักงานแอร์พอร์ตเรลลิงก์กว่า 500 ชีวิตต้องขาดพันธกิจในการทำงาน หลังมีการถ่ายโอนงานใหม่ให้กับทางกลุ่มซีพี.

โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.(รฟฟท.) ขึ้นมาเพื่อรองรับภาระกิจใหม่ของพนักงานแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2561 การรถไฟฯ เองได้กำหนดภาระกิจหลักให้กับ รฟฟท. เพื่อดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าภายใต้โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง หรือที่เรียกว่าสายสีแดง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วงคือเริ่มตั้งแต่ บางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทางทั้งสิ้น 41. 6

กิโลเมตร มีจำนวน 13 สถานนี มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1,049 ตร.ม.

มีรายงานข่าวว่าโครงการรถไฟสายสีแดงนี้จะเริ่มเปิดทดลองวิ่งในราวกลางปี 2563 และเปิดบริการอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2564 ซึ่งต้องรอมติคณะรัฐมนตรีให้มีการอนุมัติ

นอกจากนี้ยังต้องไฟเขียวให้มีการโอนย้ายพนักงานของแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เข้ามาเป็นพนักงานของ รฟฟท. ซึ่งมีจำนวนกว่า 500 อัตรา และเพิ่มอัตรากำลังกว่า 300 อัตรา รวมเป็นกว่า 800 อัตรา และคาดว่าในอนาคตอาจจะต้องมีการเพิ่มพนักงานเป็นอีกเป็น 1,300 อัตรา หากต้องมีการดำเนินโครงการสายสีแดง และโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์เชิงพาณิชย์คู่ขนานกัน

****รฟท.รับมือหวั่นปัญหาสมองไหล
แหล่งข่าวจากการถไฟ กล่าวว่า ทาง รฟท.เองก็มีความวิตกกังวล จึงได้เสนอแนวางให้มีการกำหนดเงื่อนไขให้เอกชนที่ชนะการประมูลคือกลุ่มซีพี.ต้องจัดหาบุคลากรมารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและระบบภายในเดือนก.ค. 2563 เพื่อป้องกันปัญหาในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ทำให้เกิดความล่าช้า พร้อมทั้งต้องจัดหาบุคลากรมาทดแทนส่วนที่ออกไปอยู่กับเอกชนได้ทันก่อนเปิดให้บริการสายสีแดง ซึ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านและทับซ้อนของบุคลากรที่ต้องดำเนินการทั้ง 2 โครงการนี้อยู่ในช่วง 3-4 เดือน ซึ่งทางกลุ่มซีพีอาจเตรียมบุคลากรไว้บางส่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน และมีการจ้าง OutSource ซึ่งส่วนมาเป็นพนักงานสถานี ที่ไม่ต้องอาศัยความชำนาญมากนัก ทั้งนี้หากเอกชนไม่สามารถเตรียมบุคลากรเข้ามาทำงานได้ อาจต้องเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการสายสีแดงออกไป แต่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ล่าช้าออกไปแต่ไม่เกินเดือน มิถุนายน 2564 เพราะในช่วงนี้เอกชนที่มีการเปลี่ยนผ่านต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 2 ปี

****เผยข้อดีการเพิ่มพันธกิจใหม่ให้ รฟฟท.
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า หากพิจารณาข้อดีของการตั้งบริษัท ขึ้นใหม่คือ รฟฟท.เพื่อมาดำเนินการรถไฟฟ้าภายใต้โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) นี้จะช่วยให้สามารถวางแผนให้พนักงานของ รฟฟท. มีการผลัดเปลี่ยนหุมนเวียนกันฝึกอบรมภายในองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองได้ เพราะการอบรมพนักงานต้องใช้เวลาเตรียม

การก่อนเปิดอย่างน้อย 18-21 เดือนก่อนเปิดให้บริการ ซึ่งหากเกิดความล่าช้าก็จะทำให้ไม่มีองค์กรรองรับบุคลากรเหล่านี้และเกิดปัญหาในการจัดการ

นอกจากนี้การที่ รฟฟท. เป็นผู้ดำเนินการรถไฟฟ้าภายใต้โครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง จะช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก เพราะหากไม่ได้โครงการรถไฟชานเมืองมาดำเนินการต่อ จะต้องมีการยุบบริษัท รฟฟท.หลังจากกิจการต้องถ่ายโอนไปเป็นของเอกชน ซึ่งปัญหาตามมาจะเป็นปัญหากับสหภาพแรงงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการให้บริการของแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ก่อนที่จะถ่ายโอนไปเป็นของกลุ่มซีพี.

****รฟฟท.บริหารสายสีแดงมั่นใจรถไฟวิ่งฉลุย
มีรายงานข่าวว่าหาก ครม.ไฟเขียว ให้ รฟฟท. เข้ามาเป็นผู้ดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง ก็จะง่ายต่อการจัดการบุคลากร เพราะมีการจัดวางแผนให้พนักงานของ รฟฟท. หมุนเวียนกันอบรมเพื่อรองรับการเปิดให้บริการในอนาคต และยังสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการเลิกองค์กร เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจ้างพนักงาน และลดความขัดแย้งกับ

สหภาพฯ

ขณะที่รฟฟท.นี้จะเป็นระบบที่ช่วยพัฒนาระบบขนส่ง(Feeder) รองรับและเชื่อมโยงโครงการเข้ากับพื้นที่ชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นในบริเวณชานเมือง และคาดว่าภายใน 5 ปี หาก รฟท. สามารถบริหารจัดการได้ดี ก็จะมีการโอนสินทรัพย์เพิ่มเติมให้ในส่วนระบบไฟฟ้าและเครื่องกล

อย่างไรก็ตามในการดำเนินงานของ รฟฟท. จะเป็นรูปแบบของ Net Cost รฟฟท. จะเป็นผู้จัดเก็บรายได้ค่าโดยสาร มีความคล่องตัวในการบริหารจัดเก็บรายได้ สามารถพิจารณามูลค่าโดยรวมได้ดีขึ้น หากมีกรณีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ทั้งนี้จะสามารถสร้างความตระหนักในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเพื่อสร้างกำไรแก่บริษัทด้วย



ส่วนเงินลงทุนเริ่มต้นนั้นคาดว่าจะต้องมีการขออนุมัติให้ รฟท. จัดหาแหล่งเงินทุน ใช้ประมาณ 3,400 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งคิดเป็นส่วนหนึ่งของทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 10,509 ล้านบาท

Click on the image for full size

******รอ ครม. ยกเว้นกฎระเบียบ
นอกจากนี้ยังต้องรอให้ รฟท.เสนอขออนุมัติยกเว้น กฎระเบียบ ข้อบังคับ และมติ ครม. ที่บังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจทั่วได้ เพื่อขอยกเว้นบัญชีโครงสร้างอัตราเงินเดือน ค่าจ้าง 58 ขึ้น และขอยกเว้น พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อยกเว้นภาษีสำหรับการโอนทรัพย์สินระหว่าง รฟท.และ รฟฟท. ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้ รฟฟท.ใช้สินทรัพย์ของ รฟท. โดยไม่คิดค่าตอบแทน

****ซีพีประกาศจุดยืนรถไฟความเร็วสูง
ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ประกาศจุดยืนของเครือซีพี ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบินว่า มุ่งประโยชน์เพื่อประเทศและประชาชน แม้โครงการยาก-เสียงสูง แต่ความงาน”งานพัฒนา”มากกว่าแค่การลงทุน

“เครือซีพีต้องใช้ความรู้ความสามารถเต็มที่ และดึงคนเก่ง ๆ จากทั่วโลกมาช่วยกันทำให้สำเร็จ เพราะโครงการนี้ถือเป็นโครงการพื้นฐานแรกของภูมิภาคอาเซียน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านในแถบ CLM เติบโนไปได้พร้อม ๆ กันแบบยั่งยืน”
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 64, 65, 66
Page 66 of 66

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test