Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:306280
ทั่วไป:11349586
ทั้งหมด:11655866
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - งดเดินรถไฟ 42 ขบวน เริ่ม 9 ม.ค. 64
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

งดเดินรถไฟ 42 ขบวน เริ่ม 9 ม.ค. 64
Goto page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> เส้นทางรถไฟ, ค่าโดยสาร และเรื่องเกี่ยวกับการเดินรถ
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 25/07/2021 11:01 pm    Post subject: Reply with quote

เปิดขั้นตอน ผู้ป่วยโควิด ขอกลับตจว. จัดรถ-รถไฟ-เครื่องบินกลับฟรี
ข่าวโควิด-19
ข่าวสด
วันที่ 24 กรกฎาคม 2564 เวลา 16:10 น.

สธ.-สปสช.-สพฉ. จัดระบบส่ง ผู้ป่วยโควิด กลับต่างจังหวัด แนะโทร 1330 หรือ เข้าเว็บไซต์ลงทะเบียนกรอกข้อมูล ใช้เวลาประสาน รพ.ปลายทางภายใน 3 วัน

เพิ่มเพื่อน
วันที่ 24 ก.ค.2564 นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงการจัดบริการรับส่งผู้ป่วยโควิด 19 กลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย


สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ ยังเตือน 49 จังหวัด ฝนถล่มหนักอีก ระวังท่วมฉับพลัน-น้ำป่า
นพ.ธงชัย กล่าวว่า นายกฯ มีความเป็นห่วงผู้ติดเชื้อโควิด 19 ใน กทม.ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาตัวเอง ให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ไม่แพร่เชื้อระหว่างทาง ซึ่งหลายคนไม่มีรถส่วนตัว การกลับโดยรถสาธารณะไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ จึงมอบหมายให้ สธ.ร่วมกับ สปสช. สพฉ. กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงกลาโหม เข้ามาร่วมกันประสานทำระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย

“คาดการณ์ว่า กทม. มีประชากรประมาณ 8 ล้านคน ประชากรจากภูมิภาคอีก 2.4 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่ากลุ่มเหล่านี้จะมีการเดินทางกลับ โดยหลังมีการล็อกดาวน์ข้อมูลของ ศบค.ตั้งแต่วันที่ 19-22 ก.ค. มีผู้เดินทางจาก กทม.ออกไปต่างจังหวัดแล้ว 504,241 คน อาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับไปด้วย ส่วนข้อมูลการส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาช่วงการระบาดระลอกใหม่ เม.ย.64 มีผู้ติดเชื้อจาก กทม.และปริมณฑลกลับไปแล้ว 31,175 ราย ส่วนใหญ่อาการสีเขียว” นพ.ธงชัย กล่าว

นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า การประสานส่งต่อผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ผู้ป่วยสามารถโทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 15 หรือ ผ่านออนไลน์ กรอกประวัติเดินทางกลับไปที่ไหน สปสช. จะส่งข้อมูลมาให้ สธ. ประสานโรงพยาบาลจังหวัดปลายทาง เตรียมพร้อมว่าจะมีผู้ป่วยอาการแบบไหนกลับไปวันไหน และประสาน สพฉ. เตรียมยานพาหนะทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน มีการดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสุขภาพระหว่างทาง คาดว่าใช้เวลาประสานไม่เกิน 3 วันสามารถเดินทางได้

นพ.ธงชัย กล่าวว่า ระหว่างนี้ผู้ติดเชื้อต้องป้องกันตนเองไม่ให้แพร่เชื้อต่อ หากมีอาการรุนแรงขึ้นให้ประสาน 1330 และ 1668 ทั้งนี้ จะมีการประเมินอาการผู้ป่วยที่จะเดินทางกลับว่าเดินทางระยะทางไกลได้หรือไม่ หากไม่ได้เป็นสีแดง ระบบจะติดต่อนำเข้าสู่โรงพยาบาลที่เหมาะสมใน กทม. ส่วนคนที่ไม่มีการติดเชื้อและต้องการออกสู่ภูมิภาค เมื่อเดินทางไปแล้วขอให้รายงานตัวกับทางจังหวัด เนื่องจาก กทม.มีอัตราการติดเชื้อค่อนข้างสูง คือ 10 เปอร์เซ็นต์

“โครงการนี้มีรัฐมนตรีหลายท่านเป็นเจ้าภาพในการดูแลคนที่ต้องการเดินทางกลับไปยังจังหวัดต่าง ๆ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ดูแลบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยดูอลเพชรบุรี ราชบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ.ดูแลระยอง นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ดูแลปราจีนบุรี เป็นต้น” นพ.ธงชัย กล่าว


ด้าน ทพ.อรรถพร กล่าวว่า พื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ส่วนใหญ่อาการสีเขียว จึงต้องเก็บเตียงไว้ให้กลุ่มอาการสีเหลืองและสีแดง ดังนั้น การดูแลผู้ป่วยสีเขียวจึงมีนวัตกรรมหลายอย่าง ทั้งดูแลรักษาที่บ้าน ศูนย์พักคอย การส่งกลับภูมิลำเนาถือเป็นอีกทางเลือก ผู้ติดเชื้อที่ต้องการกลับภูมิลำเนาติดต่อได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 กด 15 ซึ่งปัจจุบันมี 1,600 คู่สาย เลขาธิการ สปสช.สั่งเพิ่มเมื่อเช้าอีก 500 คู่สาย




ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ประชาชนมีการโทรเข้ามาจำนวนมาก ใครที่ถนัดใช้โซเชียลมีเดีย สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/ หรือการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งประสานโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ให้ขึ้นตัววิ่งพร้อมคิวอาร์โคด เมื่อสแกนเข้าระบบให้กรอกข้อมูลชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน จังหวัดปลายทาง และวันที่พร้อมจะเดินทาง โดย สปสช.จะตัดข้อมูลส่งให้ สธ.ทุกวันในช่วงเวลา 08.00 น.



“การกลับเองบางครั้งปลายทางไม่ทราบว่ากลับมาจาก กทม.ทำให้ดูแลไม่ครบวงจร จึงอยากให้ติดต่อเข้ามาในระบบซึ่งมีการจัดทำอย่างเป็นมาตรฐานและปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) สำหรับค่าโทรสายด่วน 1330 ปัจจุบันยังเสียเงิน แต่จะประสาน กสทช.ให้งดค่าบริการโทรสายด่วน 1330 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนด้วย” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ด้าน ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า ช่วงแรกที่ กทม.มีผู้ป่วยโควิดจำนวนมาก สธ.ร่วมกับ กทม. และหลายภาคจัดหาโรงพยาบาล และ โรงพยาบาลสนาม เพิ่ม มีจุดคัดแยกที่อาคารนิมิบุตร โรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งจำนวนผู้ป่วยพอรับได้ สพฉ.ได้รับมอบหมายให้รับผู้ป่วยจากบ้านไป โรงพยาบาลสนาม หรือ โรงพยาบาล แต่ตอนนี้สถานการณ์ผู้ป่วยมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวต่อว่า สธ.มีนโยบายรักษาที่บ้านและชุมชน ทำให้คนที่อยู่ในกทม.ที่ไม่สามารถเดินทาง ได้รักษาตัวที่บ้านภายใต้การดูแลของ สปสช. คลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข มีหมอดูแลที่บ้าน หากต้องการกลับต่างจังหวัด ขณะนี้มีการจัดทำระบบการส่งกลับอย่างปลอดภัยดังกล่าว โดยจะประเมินอาการผู้ติดเชื้อ หากอาการรุนแรงจะไม่แนะนำให้เดินทาง อาจส่งรถฉุกเฉินจาก กทม.ไปรับที่บ้านไปส่ง รพ.สนามที่เหมาะสม



“หากเข้าเกณฑ์ คือ สีเขียว ติดเชื้อไม่มีอาการเดินทางได้ จัดจัดคิวยานพาหนะ โดยร่วมกับกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมรถไฟ รถ บขส. และรถตู้ไว้บริการ ประสานกรมการขนส่งทหารบก กรมแพทย์ทหารบก จัดรถขนาดใหญ่หรือเครื่องบิน ซึ่งเครื่องบินและรถไฟเหมาะกับการเดินทางระยะไกล โดยผู้ที่จะกลับโดยเครื่องบินจะมีเงื่อนไขพิเศษ คือ มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงหรือ Fio ti Fly ตรวจเอกซเรย์ยืนยันว่าการเดินทางจะไม่เป็นอันตราย” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าว

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าจะเดินทางทางบหรืออากาศ จะมีการจัดบุคลากรทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ดูแลตลอดการเดินทาง โดยรถบัสรถทัวร์จะมีรถแอมบูแลนซ์วิ่งตามไป รถไฟและเครื่องบินจะจัดบุคลากรทางการแพทย์ติดตามไป เพื่อดูแลหากมีเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะทางบกหากมีเหตุฉุกเฉินจะโทร 1669 จังหวัดนั้นเตรียมพร้อมดูแล

ร.อ.รพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า สพฉ.จะจัดยานพาหนะไว้ 3 ช่วง คือ ช่วงแรกจัดรถรับผู้ป่วยจากบ้านมายังสถานีรถไฟ บขส. หรือเครื่องบิน เนื่องจาก กทม.มีการใช้รถรับส่งผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่อยากส่งรถออกไปไกล ช่วงที่สองคือยานพาหนะที่รับส่งระยะยาว คือ รถบัส รถไฟ เครื่องบิน เป็นต้น และช่วงที่สาม คือ การรับส่งที่จังหวัดปลายทาง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือโรงพยาบาลจะมีการจัดรถมารับ ทั้งนี้ อยากให้ผู้ติดเชื้อที่ต้องการเดินทางกลับใช้ระบบบริการที่รัฐจัดให้นี้ เพื่องจากมีความปลอดภัยและไม่มีค่าใช้จ่าย
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32847
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 26/07/2021 4:47 pm    Post subject: Reply with quote

...

Last edited by Mongwin on 28/07/2021 11:46 pm; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 27/07/2021 2:36 am    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
การรถไฟฯ ยกเลิกขบวนพิเศษ ส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาแถบอีสาน
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 - 10:36 น.

‘คมนาคม’ จัดขบวนรถไฟรุ่นใหม่ รับ-ส่งผู้ป่วยโควิด ‘สีเขียว-เหลือง’ กลับภูมิลำเนา 7 จ.อีสานใต้ เริ่มพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า @สถานีรังสิต
วันที่ 26 กรกฎาคม 2564

“คมนาคม” จัดขบวนรถไฟรุ่นใหม่ CNR เที่ยวพิเศษ จัดส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 “สีเขียว–เหลือง” กลับรักษาภูมิลำเนา “อีสานใต้ 7 จังหวัด” เริ่มขบวนแรกพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ต้นทางสถานีรังสิต ส่งผู้ป่วย 137 คน แนะการดำเนินการ 3 ขั้นตอน เผยหากปริมาณความต้องการสูง พร้อมเสริมทัพบูรณาการขนส่งทางบก–ราง
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบการส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และจังหวัดปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนา 7 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และนครราชสีมา ซึ่งต่อมากระทรวงคมนาคมได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 เพื่อประสานการดำเนินงานระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งประสานการดำเนินงานนั้น



ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดยความร่วมมือของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยความร่วมมือของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดให้มีขบวนรถไฟโดยสารเชิงพาณิชย์ขบวนใหม่ รุ่น 115 คัน (CNR) เป็นขบวนแรกเที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต–ปลายทางอุบลราชธานี โดยจะออกเดินทางจากสถานีรังสิต วันพรุ่งนี้ (27 ก.ค. 2564) เวลา 09.00 น. ซึ่งให้บริการโดยสารสำหรับผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปเข้ารับการรักษาอาการ ที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา จำนวน 137 คน (มีอาการระดับเขียว–เหลือง)



นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ผู้ป่วยฯ แจ้งความประสงค์ผ่าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และแสดงความประสงค์ผ่านระบบCall center จังหวัดภูมิลำเนา และได้รับการดูแล คัดกรอง ตรวจสอบสภาพความพร้อม และอาการเบื้องต้นจาก สพฉ. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานในการดูแล ผู้ป่วยจากที่พักมายังสถานีต้นทาง และดูแลอาการ สุขอนามัย ตามมาตรฐานด้านการสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทาง
รฟท. ดูแลเรื่องการเดินขบวนรถไฟ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง จนถึงจังหวัดปลายทาง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนา และหน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยทหาร และขนส่งจังหวัดร่วมในการรับ–ส่ง ผู้ป่วยจากสถานีรถไฟจังหวัดปลายทาง ไปยังสถานพยาบาลที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ให้


ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเร่งประสานกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพาผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้านเกิด 7 จังหวัดอีสานใต้ ตามการดำเนินงาน 3 ขั้นตอนดังกล่าว โดยหากพบมีปริมาณความต้องการเดินทางของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมพร้อมเสริมทัพจัดระบบขนส่งทางบก–ทางราง โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่และใกล้ชิดต่อไป

อย่างไรก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินรถไฟขบวนพิเศษ เพื่อจัดส่งผู้ป่วยฯ ในเขต กทม. และจังหวัดปริมณฑล ไปยังจังหวัดภูมิลำเนา 7 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตอนล่าง เพื่อเข้ารับการรักษา จะได้รับโอกาสเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์อย่างทันท่วงที และนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชน ที่ได้รับเชื้อจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

จากกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้จัดขบวนรถไฟโดยสารด่วนพิเศษ จำนวน 14 ตู้โดยสาร รับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด จากกรุงเทพมหานคร ที่ลงทะเบียนจองเตียงรักษาผ่านระบบ สปสช. 1330 กลับไปรักษาตามภูมิลำเนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยที่ ทาง ศบค.ได้สั่งการให้จังหวัดต่างๆ วางแผนประสานหน่วยงาน อาทิ สาธารณสุขจังหวัด,ขนส่งจังหวัด,หน่วยงานทหาร,ตำรวจและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมยานพาหนะ อาหาร น้ำดื่ม สุขาเคลื่อนที่ ระบบป้องกันการแพร่เชื้อ โดยให้มารับตัวผู้ป่วย ที่จะลงยังสถานีรถไฟต่าง ๆ ไปรักษาตามโรงพยาบาล, โรงพยาบาลสนาม หรือจุดพักคอยแต่ละอำเภอจัดไว้นั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ขบวนรถไฟดังกล่าว ขบวนแรก จะเริ่มออกเดินทางในวันนี้ (26 ก.ค.) แต่กลับปรากฎว่า รฟท. ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกโครงการนี้ทั้งหมด เพราะจากการตรวจสอบจำนวนผู้ป่วย ที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เดินทางกลับไปรักษาที่บ้านเกิด โดยรถของโรงพยาบาล รถของหน่วยกู้ภัย รถโดยสารเช่าเหมาไปแล้ว และบางรายก็รักษาหาย ส่งผลให้เหลือผู้ป่วยที่ประสงค์จะเดินทางกับขบวนรถไฟโดยสารด่วนพิเศษมีจำนวนน้อย ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ รฟท. ยกเลิกขบวนรถด่วนพิเศษรับผู้ป่วยโควิดกลับไปรักษาตัวที่ภาคอีสานทั้งหมด และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก จัดรถโดยสารเที่ยวพิเศษ และรถตู้กู้ชีพ ของมูลนิธิต่าง ๆ รับผู้ป่วยที่เหลือส่งกลับไปรักษาที่บ้านแทน
https://www.thebangkokinsight.com/news/business/covid-19-business/675847/

เริ่มพรุ่งนี้! รถไฟขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา 7 จังหวัด
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
26 กรกฎาคม 2564 เวลา 18:19 น.

“บขส.-รถไฟ” พร้อมแล้วส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา 7 จังหวัดอีสาน ประเดิมพรุ่งนี้รถไฟขบวนพิเศษขบวนแรก ย้ำผู้ป่วยทุกคนต้องประสานผ่าน สปสช. 1330 จะมีรถไปรับถึงบ้าน ห้ามเดินทางมาขึ้นรถไฟเอง มั่นใจได้ไม่ปะปนกับผู้โดยสารทั่วไป ปลอดภัยได้มาตรฐานสาธารณสุข “คมนาคม” ลั่นพร้อมสนับสนุนส่งผู้ป่วยทุกจังหวัด ขอให้ประสานมา


เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามเตรียมการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ยโสธร และสุรินทร์ ตามนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมดำเนินการแล้ว ทั้งในส่วนจุดรับเมื่อผู้ป่วยถึงจังหวัด ขั้นตอนการคัดกรอง และพื้นที่ให้การรักษาผู้ป่วยทั้งส่วนที่เป็นศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล




นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น พร้อมที่จะรับส่งผู้ป่วยแล้ว โดยหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคม ได้แก่ บริษัท ขนส่ง จำกัด​ (บขส.), กรมขนส่งทางบก​ (ขบ.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย​ (รฟท.) ได้จัดขบวนรถ รวมถึงได้ออกแบบเส้นทางการขนส่ง การอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการ มีความรู้ความเข้าใจในข้อปฏิบัติเพื่อให้การขนส่งผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข  ซึ่งหน่วยงานแรกที่จะเริ่มส่งผู้ป่วยได้คือ รฟท.  โดยมีการเตรียมแผนที่ให้บริการรถไฟสายอีสานใต้ ผ่านนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร เริ่มให้ส่งผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.64 เป็นต้นไป ทั้งนี้รถไฟขบวนพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต-ปลายทางอุบลราชธานี จะออกเดินทางจากสถานีรังสิต เวลา 09.00 น. โดยในวันที่ 27 ก.ค.นี้ มีผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปรักษาที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา 137 คน (มีอาการระดับเขียว-เหลือง)


“ได้สั่งการย้ำว่าทุกขบวนต้องเป็นขบวนพิเศษ ทั้งกรณีรถของ บขส. หรือรถไฟ  ทั้งพื้นที่และเวลาการขนส่งผู้ป่วยจะต้องแยกกับผู้โดยสารทั่วไป เพราะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตามหากจังหวัดอื่นๆ มีการประสานเข้ามา กระทรวงคมนาคมพร้อมจะสนับสนุนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้โมเดลเดียวกันกับ 7 จังหวัดนี้” นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า การจัดส่งผู้ป่วยของหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการโดยประสานข้อมูลร่วมกันกับ 3 หน่วยงานหลัก คือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ​ (สปสช.), สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และจังหวัด เพื่อให้การจัดส่งมีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยตามขั้นตอนผู้ป่วยจะต้องติดต่อผ่านสายด่วน สปสช. 1330 หรือติดต่อแจ้งความประสงค์กับแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะรวบรวมรายชื่อ จำนวนผู้ป่วย จำนวนเตียงที่ว่างแล้วแจ้งยอดต่อ สพฉ. จากนั้น สพฉ. จะแจ้งยอดผู้ป่วยให้กระทรวงคมนาคม เพื่อจัดขบวนรถ และจัดเส้นทางการขนส่ง พร้อมประสานวัน เวลา เพื่อเข้ารับตัวผู้ป่วยจากที่พักอาศัย โดยจะไม่ให้ผู้ป่วยเดินทางมา ณ จุดขึ้นรถเอง


นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ระหว่างการส่งผู้ป่วยโดยรถขบวนพิเศษนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ไปกับขบวนรถ เพื่อดูแลผู้ป่วย และความเรียบร้อยในขบวนรถ  มีการแยกกลุ่มผู้ป่วยที่ชัดเจน เช่น กรณีของ รฟท.จะมีการแยกตู้ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มยืนยันด้วยผลตรวจ RT PCR positive กับกลุ่มผลตรวจ ATK positive เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้มีผลตรวจ ATK positive คลาดเคลื่อนมาปะปนกับผู้ที่ผลตรวจชัดเจนแล้ว และก่อนออกเดินทาง สพฉ. จะประเมินอาการของผู้ป่วยทุกรายก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง

“ขอย้ำกับผู้ป่วยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปรักษาตัว ณ ภูมิลำเนาทุกคนว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนการเดินทางเต็มที่ ขอให้ทุกคนเดินทางโดยผ่านระบบของทางการ อย่าเดินทางกลับเอง เพื่อเป็นการดูแลทั้งตัวเอง และประชาชนคนอื่น หากประสงค์กลับบ้านให้ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการจัดส่งผู้ป่วย โดยทั้งหมดภาครัฐให้การสนับสนุนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย” นายศักดิ์สยาม กล่าว.

“ศักดิ์สยาม” เผย ความพร้อมส่งผู้ป่วยโควิด-19 ใน 7 จว.อีสาน กลับบ้าน
ข่าวการเมือง
ไทยรัฐออนไลน์
วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 19:19 น.

“ศักดิ์สยาม” เผย ความพร้อมขั้นตอนส่งผู้ป่วยโควิด-19 ใน 7 จังหวัดภาคอีสาน กลับภูมิลำเนา รฟท. เริ่มเดินรถขบวนแรก 27 ก.ค. ผู้ป่วยทุกคนต้องประสานขอเดินทางผ่านสายด่วน สปสช.1330 สพฉ.ไปรับถึงที่พัก




น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ (26 ก.ค.2564) เวลา 15.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามเตรียมการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร และสุรินทร์ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ โปรแกรม Zoom ณ กระทรวงคมนาคม


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า การส่งผู้ป่วยโควิด-19 จากกรุงเทพฯและปริมณฑล กลับภูมิลำเนา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกันกำหนดแนวทางและวางระบบการดูแลจัดส่งผู้ป่วยโควิดกลับอย่างปลอดภัย ไม่ให้มีการแพร่เชื้อระหว่างการเดินทาง

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมสรุปทั้งในส่วนของขั้นตอนการประสานจัดส่งผู้ป่วย ความพร้อมของทั้งส่วนกลาง กับจังหวัดปลายทาง ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยมีความพร้อมดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะใน 7 จังหวัด มีความพร้อมทั้งในส่วนจุดรับเมื่อผู้ป่วยถึงจังหวัด ขั้นตอนการคัดกรอง และพื้นที่ให้การรักษาผู้ป่วยทั้งส่วนที่เป็นศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้นขณะนี้มีความพร้อมที่จะรับส่งผู้ป่วยแล้ว โดยหน่วยงานภายใต้กระทรวง ได้แก่ บริษัทขนส่ง จำกัด, กรมขนส่งทางบก, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดขบวนรถ รวมถึงได้ออกแบบเส้นทางการขนส่ง การอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการ มีความรู้ความเข้าใจในข้อปฏิบัติเพื่อให้การขนส่งผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข ซึ่งหน่วยงานแรกที่จะเริ่มส่งผู้ป่วยได้ คือ รฟท. โดยมีการเตรียมแผนที่ให้บริการรถไฟสายอีสานใต้ ผ่านนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เริ่มให้ส่งผู้ป่วยตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (27 ก.ค. 2564) เป็นต้นไป

“ในส่วนของกระบวนการรับและส่งผู้โดยสารโดยหน่วยงานของคมนาคม ได้สั่งการย้ำว่าทุกขบวนจะต้องเป็นขบวนพิเศษทั้งกรณีรถของ บขส. หรือรถไฟ ทั้งพื้นที่และเวลาการขนส่งผู้ป่วยจะต้องแยกกับผู้โดยสารทั่วไป เพราะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยหากจังหวัดอื่นๆ มีการประสานเข้ามา กระทรวงคมพร้อมจะสนับสนุนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้โมเดลเดียวกันกับ 7 จังหวัดนี้” นายศักดิ์สยาม กล่าว

รมว.คมนาคม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าการส่งผู้ป่วยจะดำเนินไปอย่างรัดกุม การจัดส่งผู้ป่วยของหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการโดยประสานข้อมูลร่วมกันกับ 3 หน่วยงานหลัก คือ สปสช. สพฉ. และจังหวัด เพื่อให้การจัดส่งมีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยตามขั้นตอนผู้ป่วยจะต้องติดต่อผ่านสายด่วน สปสช. 1330 หรือติดต่อแจ้งความประสงค์กับแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะรวบรวมรายชื่อ จำนวนผู้ป่วย จำนวนเตียงที่ว่าง แล้วแจ้งยอดต่อ สพฉ. จากนั้น สพฉ.จะแจ้งยอดผู้ป่วยให้แก่กระทรวงคมนาคมเพื่อจัดขบวนรถและจัดเส้นทางการขนส่ง พร้อมประสานวัน เวลา เพื่อเข้ารับตัวผู้ป่วยจากที่พักอาศัย โดยจะไม่มีกรณีผู้ป่วยเดินทางมา ณ จุดขึ้นรถเอง

นอกจากนี้ ระหว่างการส่งผู้ป่วยโดยรถขบวนพิเศษนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตรวจ ไปกับขบวนรถเพื่อดูแลผู้ป่วย และความเรียบร้อยในขบวนรถ มีการแยกกลุ่มผู้ป่วยที่ชัดเจน เช่น กรณีของ รฟท.จะมีการแยกโบกี้ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มยืนยันด้วยผลตรวจ RT PCR positive กับกลุ่มผลตรวจ ATK positive เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้มีผลตรวจ ATK positive คลาดเคลื่อนมาปะปนกับผู้ที่ผลตรวจชัดเจนแล้ว และก่อนออกเดินทาง สพฉ.จะมีการประเมินอาการของผู้ป่วยทุกรายก่อนให้ออกเดินทาง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง

“ขอย้ำผู้กับผู้ป่วยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปรักษาตัว ณ ภูมิลำเนาทุกคนว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนการเดินทางเต็มที่ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยผ่านระบบของทางการ อย่าเดินทางกลับเอง เพื่อเป็นการดูแลทั้งตัวท่านเองและประชาชนท่านอื่น หากประสงค์กลับบ้านให้ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการจัดส่งผู้ป่วย โดยทั้งหมดภาครัฐให้การสนับสนุนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย” นายศักดิ์สยาม กล่าว.

การรถไฟฯยังไม่ส่งผู้ป่วยโควิดกลับไปรักษาบ้านเกิด
*รอบ่ายนี้ “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะเคาะแผน
*6จว.อีสานเหนือตอนล่าง”บุรีรัมย์”ไม่พลาด
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/2961027197452112


เริ่มพรุ่งนี้ (27ก.ค.) คมนาคมจัดรถไฟขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยโควิด137 คนกลับไปรักษาตัว 7 จังหวัดอีสานใต้
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 19:08 น.
ปรับปรุง: 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 19:08 น.


“คมนาคม”จัดรถไฟขบวน CNR เที่ยวพิเศษ ส่งผู้ป่วย โควิด-19 กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา 7 จังหวัด อีสานตอนใต้ เริ่มขบวนแรก พรุ่งนี้ (27 ก.ค.) ออกจากสถานีรังสิต เวลา 09.00 น. จำนวน 137 คน อาการระดับเขียว – เหลือง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่า ตนในฐานะรมว.คมนาคมได้รับผิดชอบในการส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส โควิด-19 ในเขตกทม.และจังหวัดปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนา ใน 6 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม รับผิดชอบการประสานการบริหารจัดการจัดส่งผู้ป่วยจังหวัดนครราชสีมา รวมเป็น 7 จังหวัด

โดยความร่วมมือของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)และกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.)จัดให้มีขบวนรถไฟเป็นขบวนแรกเที่ยวพิเศษขบวน971เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต –ปลายทางอุบลราชธานีออกเดินทางจากสถานีรังสิต วันอังคารที่ 27กรกฎาคม 2564เวลา 09.00น.โดยให้บริการโดยสารสำหรับผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปเข้ารับการรักษาอาการที่ 7จังหวัดภูมิลำเนาจำนวน 137คน (มีอาการระดับเขียว –และเหลือง)

โดยมีขั้นตอน การดำเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้

1) ผู้ป่วยฯ แจ้งความประสงค์ผ่าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และแสดงความประสงค์ผ่านระบบ Call centerจังหวัดภูมิลำเนา และได้รับการดูแล คัดกรอง ตรวจสอบสภาพ ความพร้อม และอาการเบื้องต้นจาก สพฉ. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานในการดูแล ผู้ป่วยจากที่พักมายัง สถานีต้นทาง และดูแลอาการ สุขอนามัย ตามมาตรฐานด้านการสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทาง

2) รฟท. ดูแลเรื่องการเดินขบวนรถไฟ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง จนถึงจังหวัดปลายทาง

3) ผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนา และหน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยทหาร และขนส่งจังหวัด ร่วมในการรับ – ส่ง ผู้ป่วยจากสถานีรถไฟจังหวัดปลายทาง ไปยังสถานพยาบาลที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ให้

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเร่งประสานกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพาผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้านเกิด 7 จังหวัดอีสานใต้ ตามการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน หากพบมีปริมาณความต้องการเดินทางของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมพร้อมเสริมทัพจัดระบบ ขนส่งทางบก - ทางราง โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน อย่างเต็มที่และใกล้ชิดต่อไป โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินรถไฟขบวนพิเศษเพื่อจัดส่งผู้ป่วยฯ ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ไปยังจังหวัดภูมิลำเนา 7 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อเข้ารับการรักษา จะได้รับโอกาสเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์อย่างทันท่วงที และนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชน ที่ได้รับเชื้อจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด – 19
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 27/07/2021 3:49 pm    Post subject: Reply with quote

คมนาคมร่วมสาธารณสุข ส่งผู้ติดเชื้อโควิด -19 กลับภูมิลำเนา 6 จังหวัดอีสานตอนล่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ส่งผู้ติดเชื้อโควิด -19กลับภูมิลำเนา ภาคอีสาน ณ สถานีรถไฟรังสิต
https://www.facebook.com/cheerbjt/videos/1014991779329801/

‘คมนาคม’ จัดขบวนรถไฟรุ่นใหม่ รับ-ส่งผู้ป่วยโควิด ‘สีเขียว-เหลือง’ กลับภูมิลำเนา 7 จ.อีสานใต้ เริ่มพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า @สถานีรังสิต
26 กรกฎาคม 2564

“คมนาคม” จัดขบวนรถไฟรุ่นใหม่ CNR เที่ยวพิเศษ จัดส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 “สีเขียว–เหลือง” กลับรักษาภูมิลำเนา “อีสานใต้ 7 จังหวัด” เริ่มขบวนแรกพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ต้นทางสถานีรังสิต ส่งผู้ป่วย 137 คน แนะการดำเนินการ 3 ขั้นตอน เผยหากปริมาณความต้องการสูง พร้อมเสริมทัพบูรณาการขนส่งทางบก–ราง
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบการส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และจังหวัดปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนา 7 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และนครราชสีมา ซึ่งต่อมากระทรวงคมนาคมได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 เพื่อประสานการดำเนินงานระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งประสานการดำเนินงานนั้น



ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดยความร่วมมือของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยความร่วมมือของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดให้มีขบวนรถไฟโดยสารเชิงพาณิชย์ขบวนใหม่ รุ่น 115 คัน (CNR) เป็นขบวนแรกเที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต–ปลายทางอุบลราชธานี โดยจะออกเดินทางจากสถานีรังสิต วันพรุ่งนี้ (27 ก.ค. 2564) เวลา 09.00 น. ซึ่งให้บริการโดยสารสำหรับผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปเข้ารับการรักษาอาการ ที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา จำนวน 137 คน (มีอาการระดับเขียว–เหลือง)



นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ผู้ป่วยฯ แจ้งความประสงค์ผ่าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และแสดงความประสงค์ผ่านระบบCall center จังหวัดภูมิลำเนา และได้รับการดูแล คัดกรอง ตรวจสอบสภาพความพร้อม และอาการเบื้องต้นจาก สพฉ. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานในการดูแล ผู้ป่วยจากที่พักมายังสถานีต้นทาง และดูแลอาการ สุขอนามัย ตามมาตรฐานด้านการสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทาง
รฟท. ดูแลเรื่องการเดินขบวนรถไฟ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง จนถึงจังหวัดปลายทาง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนา และหน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยทหาร และขนส่งจังหวัดร่วมในการรับ–ส่ง ผู้ป่วยจากสถานีรถไฟจังหวัดปลายทาง ไปยังสถานพยาบาลที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ให้


ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเร่งประสานกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าพาผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้านเกิด 7 จังหวัดอีสานใต้ ตามการดำเนินงาน 3 ขั้นตอนดังกล่าว โดยหากพบมีปริมาณความต้องการเดินทางของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคมพร้อมเสริมทัพจัดระบบขนส่งทางบก–ทางราง โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่และใกล้ชิดต่อไป

อย่างไรก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเดินรถไฟขบวนพิเศษ เพื่อจัดส่งผู้ป่วยฯ ในเขต กทม. และจังหวัดปริมณฑล ไปยังจังหวัดภูมิลำเนา 7 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตอนล่าง เพื่อเข้ารับการรักษา จะได้รับโอกาสเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์อย่างทันท่วงที และนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชน ที่ได้รับเชื้อจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19


“รถไฟ” นำร่องส่งผู้ป่วยโควิดอีสานถึงบ้านเที่ยวแรก 27 ก.ค. 64 นี้
อสังหาริมทรัพย์
วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 เวลา 18:20 น.


“ศักดิ์สยาม” สั่งสแตนบายด์หน่วยงานคมนาคม “รถไฟ-บขส.-ขนส่งทางบก” ส่งผู้ป่วยโควิดภาคอีสาน 7 จังหวัดกลับบ้าน “รถไฟ” ประเดิมนำส่งผู้ป่วยกลับบ้านปลายทาง “อุบล” พรุ่งนี้ (27 ก.ค. 64)

วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ติดตามเตรียมการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร และสุรินทร์ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ โปรแกรม Zoom ณ กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า การส่งผู้ป่วยโควิด-19 จากกรุงเทพฯและปริมณฑล กลับภูมิลำเนา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมกันกำหนดแนวทางและวางระบบการดูแลจัดส่งผู้ป่วยโควิดกลับอย่างปลอดภัยไม่ให้มีการแพร่เชื้อระหว่างการเดินทาง



สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมสรุปทั้งในส่วนของขั้นตอนการประสานจัดส่งผู้ป่วย ความพร้อมของทั้งส่วนกลาง กับจังหวัดปลายทาง ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยมีความพร้อมดำเนินการแล้ว โดยเฉพาะใน 7 จังหวัด มีความพร้อมทั้งในส่วนจุดรับเมื่อผู้ป่วยถึงจังหวัด ขั้นตอนการคัดกรอง และพื้นที่ให้การรักษาผู้ป่วยทั้งส่วนที่เป็นศูนย์พักคอย โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล


บขส.-รถไฟ-ขนส่งทางบก สแตนบายด์
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้นขณะนี้มีความพร้อมที่จะรับส่งผู้ป่วยแล้ว โดยหน่วยงานภายใต้กระทรวงได้แก่ บริษัท ขนส่ง จำกัด กรมขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้จัดขบวนรถ รวมถึงได้ออกแบบเส้นทางการขนส่ง การอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ที่จะให้บริการ มีความรู้ความเข้าใจในข้อปฏิบัติเพื่อให้การขนส่งผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข

รถไฟนำร่องส่งผู้ป่วยถึงอีสานเที่ยวแรก 27 ก.ค.นี้
ซึ่งหน่วยงานแรกที่จะเริ่มส่งผู้ป่วยได้ คือ ร.ฟ.ท. โดยมีการเตรียมแผนที่ให้บริการรถไฟสายอีสานใต้ ผ่านนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เริ่มให้ส่งผู้ป่วยตั้งแต่วันพรุ่งนี้(27 ก.ค. 2564) เป็นต้นไป โดยขบวนรถไฟขบวนแรกที่จะทำหน้าที่นี้ เป็นขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟบางซื่อ – ปลายทางอุบลราชธานี ออกเดินทางจาก สถานีบางซื่อ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 9.00 น.
“ในส่วนของกระบวนการรับและส่งผู้โดยสารโดยหน่วยงานของคมนาคม ได้สั่งการย้ำว่าทุกขบวนจะต้องเป็นขบวนพิเศษทั้งกรณีรถของ บขส. หรือรถไฟ ทั้งพื้นที่และเวลาการขนส่งผู้ป่วยจะต้องแยกกับผู้โดยสารทั่วไป เพราะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยหากจังหวัดอื่นๆ มีการประสานเข้ามา กระทรวงคมพร้อมจะสนับสนุนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้โมเดลเดียวกันกับ 7 จังหวัดนี้”นายศักดิ์สยาม กล่าว

ประสานสาธารณสุข ช่วยด้านความปลอดภัย
รมว.คมนาคม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าการส่งผู้ป่วยจะดำเนินไปอย่างรัดกุม การจัดส่งผู้ป่วยของหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการโดยประสานข้อมูลร่วมกันกับ 3 หน่วยงานหลัก คือ สปสช. สพฉ. และ จังหวัด เพื่อให้การจัดส่งมีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยตามขั้นตอนผู้ป่วยจะต้องติดต่อผ่านสายด่วน สปสช. 1330 หรือติดต่อแจ้งความประสงค์กับแต่ละจังหวัด จากนั้นแต่ละจังหวัดจะรวบรวามรายชื่อ จำนวนผู้ป่วย จำนวนเตียงที่ว่างแล้วแจ้งยอดต่อ สพฉ. จากนั้น สพฉ. จะแจ้งยอดผู้ป่วยให้แก่กระทรวงคมนาคมเพื่อจัดขบวนรถและจัดเส้นทางการขนส่ง พร้อมประสานวัน เวลา เพื่อเข้ารับตัวผู้ป่วยจากที่พักอาศัยโดยจะไม่มีกรณีผู้ป่วยเดินทางมา ณ จุดขึ้นรถเอง

ยันแยกผู้ป่วยออกจากตู้รถไฟปกติ
นอกจากนี้ ระหว่างการส่งผู้ป่วยโดยรถขบวนพิเศษนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ทั้งด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตรวจ ไปกับขบวนรถเพื่อดูแลผู้ป่วย และความเรียบร้อยในขบวนรถ มีการแยกกลุ่มผู้ป่วยที่ชัดเจน เช่น กรณีของ ร.ฟ.ท.จะมีการแยกโบกี้ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มยืนยันด้วยผลตรวจ RT PCR positive กับกลุ่มผลตรวจ ATK positive เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้มีผลตรวจ ATK positive คลาดเคลื่อนมาปะปนกับผู้ที่ผลตรวจชัดเจนแล้ว และก่อนออกเดินทาง สพฉ. จะมีการประเมินอาการของผู้ป่วยทุกรายก่อนให้ออกเดินทาง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง

“ขอย้ำผู้กับผู้ป่วยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปรักษาตัว ณ ภูมิลำเนาทุกคนว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนการเดินทางเต็มที่ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยผ่านระบบของทางการ อย่าเดินทางกลับเอง เพื่อเป็นการดูแลทั้งตัวท่านเองและประชาชนท่านอื่น หากประสงค์กลับบ้านให้ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการจัดส่งผู้ป่วย โดยทั้งหมดภาครัฐให้การสนับสนุนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย” นายศักดิ์สยาม กล่าว


Last edited by Wisarut on 28/07/2021 12:14 am; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 27/07/2021 10:59 pm    Post subject: Reply with quote

“อนุทิน-ศักดิ์สยาม” ส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา ยันรถไฟระบบปิดปลอดภัยตลอดเส้นทาง
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 12:31 น.
ปรับปรุง: วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 12:31 น.

“อนุทิน-ศักดิ์สยาม” ตรวจความพร้อมรถไฟขบวนพิเศษเที่ยวแรกส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 135 คน กลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา 7 จังหวัดภาคอีสาน ยันปลอดภัย ปลอดเชื้อ รถไฟใหม่ระบบปิดทั้งหมด ปลายทางเตรียมพร้อมรถส่งต่อไม่ปะปนประชาชนทั่วไป

ช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟรังสิต เพื่อตรวจความพร้อมของขบวนรถไฟในการจัดส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเขต กทม.และจังหวัดปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนาใน 7 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และนครราชสีมา โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดรถไฟเที่ยวพิเศษ ต้นทางสถานีรถไฟรังสิต-ปลายทางอุบลราชธานี ออกเดินทางจากสถานีรังสิตวันอังคารที่ 27ก.ค. 2564 เวลา 09.00 น. เป็นขบวนแรก

โดยกระทรวงคมนาคม รฟท. ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดขบวนรถพิเศษรองรับผู้ติดเชื้อโควิด (มีอาการระดับเขียว และเหลือง) กลับไปเข้ารับการรักษาอาการที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา

ทั้งนี้ ในกระบวนการจะมีรถรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากที่พักมายังสถานีรถไฟรังสิต ทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น โดยขบวนรถไฟได้ออกจากสถานีรังสิตในเวลาประมาณ 12.00 น.ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนด แต่ทั้งนี้ ได้มีการประสานกับแต่ละจังหวัดที่จะต้องรับตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต่อ เพื่อปรับเวลาในการถึงแต่ละจุดให้ตรงกันแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้รถไฟขบวนแรกจะมีการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาจำนวน 135 คน จัดให้นั่งตู้ละ 36 คน โดยรถไฟเป็นระบบปิดทั้งหมด โดยส่งผู้ป่วยโควิด-19 ลงตามพื้นที่ตั้งแต่สถานีนครราชสีมา จนถึงปลายทางอุบลราชธานี ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีรถพยาบาลแต่ละจังหวัดรับตัวผู้ป่วยโควิดต่อไปยังโรงพยาบาลสนามหรือสถานีที่จัดเตรียมไว้ทันที ไม่ต้องกังวลในเรื่องการแพร่เชื้อใดๆ การจัดส่งเป็นระบบปิดทั้งหมด ไม่มีการปะปนกับประชาชนทั่วไป โดยมีคณะแพทย์ พยาบาลจำนวน 12 คน แบ่งเป็น 2 ทีม อยู่บนขบวนรถดูแลตลอดการส่งตัวผู้ป่วย

“ขอให้ประชาชนในจังหวัดที่รถไฟผ่านไม่ต้องกังวล เพราะผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่บนขบวนรถไฟจะไม่สามารถออกนอกรถ หรือแวะลงไปซื้อข้าวผัด ซื้อน้ำได้เหมือนปกติ ไม่ได้เลย ทุกอย่างอยู่ในระบบปิด มีเจ้าหน้าที่ดูแล มีรายชื่อผู้ป่วยโควิดที่โดยสารมาทั้งหมด ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนในการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในทุกรูปแบบของระบบขนส่ง”

สำหรับโรงพยาบาลที่อยู่ปลายทาง ได้มีการเตรียมพร้อมจัดสถานที่รองรับผู้ป่วยโควิดจาก กทม.ที่จะกลับไปรักษาตัว ซึ่งอย่าเหมารวมว่าสถานการณ์ต่างจังหวัดตึงทั้งหมด เราพยายามใช้เครือข่ายที่มีทั้งหมด เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย ต้องทำสุดความสามารถให้ผู้ป่วยเข้าถึงแพทย์เพื่อรับการรักษาทุกคน

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะยุติการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อนั้น นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ (27 ก.ค.) เวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีเรียกประชุม ศบค. รวมทั้งตนและ รมว.คมนาคม ไม่อยากให้กังวล ซึ่งที่สถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 1 ล้านคน เป็นการดำเนินการที่ดี ไม่มีเหตุผลที่จะยุบ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมทุกอย่างด้วยความโปร่งใส จัดซื้อวัคซีน เวชภัณฑ์ ยาในสถานการณ์โควิด สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด สัญญาซื้อวัคซีน หากกฎหมายให้เปิดเผยได้ อธิบดีกรมควบคุมโรคก็สามารถเปิดเผยได้ อยู่ที่กฎหมายให้ทำได้หรือไม่ ทำได้แค่ไหน ซึ่งเรื่องทางการแพทย์เป็นเรื่องที่ต้องปกปิด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ก็ให้ดูตามกฎหมาย

“สำหรับผมในฐานะ รมว.สาธารณสุข อะไรที่เป็นไปตามกฎหมายทำได้หมด ยิ่งเปิดให้รู้มากก็ยิ่งดี ทำให้ตัวเองมีความโปร่งใสมากขึ้น ไม่มีปัญหาอะไร”

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนนาคม กล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในการประชุม ครม.ให้ รมต.ที่มีความสามารถในการช่วยส่งประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ในระดับสีเหลือง สีเขียว สามารถกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาได้ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการกับจังหวัดปลายทางเพื่อส่งผู้ป่วยที่ลงทะเบียนคัดกรองกับ สปสช. และ สพฉ. โดยวางแผนในการจัดส่งเป็นระบบปิด สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี

สำหรับสถานีรังสิตซึ่งใช้เป็นสถานีต้นทางนั้น เนื่องจากรถไฟสายสีแดงจะเปิดให้บริการในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ดังนั้นปัจจุบันจึงยังไม่มีผู้โดยสารทั่วไปเข้ามาที่สถานีรังสิต จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการปะปนกับผู้โดยสารทั่วไป

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท.กล่าวว่ ตามปกติรถไฟ 1 ตู้จะมี 70 ที่นั่ง ซึ่งในการส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะจัดที่นั่งในสัดส่วน 50% ตามมาตรการสาธารณสุข และแยกตู้สำหรับเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ และผู้เกี่ยวข้อง ออกจากผู้ติดเชื้อโควิด และมีตู้เสบียง มีอาหารบริการอยู่บนขบวนรถ และในขบวนรถจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการดูแลผู้ป่วย พร้อมทั้งมีแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถนำตัวผู้ป่วยส่งเข้าสู่การรักษาได้อย่างรวดเร็ว

นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงศ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จะแยกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตรวจยืนยัน แบบ RT-PCR (Polymerase chain reaction) เป็นการ Swab และตรวจเชื้อจากชุดทดสอบแอนติเจน Antigen Test Kit (ATK) ออกจากกัน เพราะกลุ่มตรวจจาก ATK จะต้องไปตรวจอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับรถไฟขบวนพิเศษที่นำมาส่งผู้ป่วยติดโควิด-19 ครั้งนี้เป็นรถไฟ CNR มีจำนวน 115 ตู้ เป็นรถไฟใหม่ของ รฟท. มีระบบปรับอากาศ ห้องน้ำสุญญากาศมีระบบบำบัดเหมือนเครื่องบินปลอดภัยอย่างมาก สามารถจัดบริการเป็นระบบปิดได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมจัดรถสำหรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาทุกวัน หากได้รับการประสานจากกระทรวงสาธารณสุข สปสช. โดยทั้ง รฟท. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เตรียมพร้อมรถไว้บริการทุกวัน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 27/07/2021 11:03 pm    Post subject: Reply with quote

รถไฟขบวนโควิดเที่ยวแรกส่งผู้ป่วยกลับอีสานถึงสุรินทร์
27 กรกฎาคม 2564 เวลา 21:39 น.

รถไฟขบวนพิเศษ ส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนา เที่ยวแรก สายอีสาน ผู้โดยสารป่วยอาการระดับเขียว 137 คน ผ่านสุรินทร์ ผู้ป่วย 1 ราย เจ้าหน้าที่คุมเข้มต้อนรับ ส่งสถานที่พักคอย โรงพยาบาลสุรินทร์


กรณี คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบการส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส Covid-19 ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนา โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้รับผิดชอบการประสานและบริหารการจัดส่งผู้ป่วย 6 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และ ยโสธร ซึ่งจัดให้มีขบวนรถไฟเป็นขบวนแรก เที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต – ปลายทางอุบลราชธานี ออกเดินทางจากสถานีรังสิต วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น. โดยให้บริการโดยสารสำหรับผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปเข้ารับการรักษาอาการ ที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา 137 คน (มีอาการระดับเขียว – และเหลือง) โดยมีขั้นตอน การดำเนินงาน 3 ขั้นตอน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น




เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค.ที่สถานีรถไฟลำชี ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต – ปลายทางอุบลราชธานี เดินทางมาเทียบชานชาลาเมื่อเวลา 17.30 น. มีผู้โดยสารป่วยโควิดโดยสารมาด้วยเป็นหญิง 1 ราย ระยะอาการสีเขียว ภูมิลำเนาอำเภอรัตนบุรี เจ้าหน้าที่ชุด PPE ที่มารอรับได้กั้นบริเวณโดยรอบเมื่อรถไฟจอด ผู้ป่วยลงจากรถไปตรงไปตรวจวัดอุณหภูมิกับเจ้าหน้าที่ที่เตรียมตอนรับตามมาตราการบริเวณหน้าสถานีรถไฟ พร้อมกับให้เดินขึ้นรถที่ทาง อบจ.กับ มทบ.25 จัดเตรียมไว้รับส่ง พาไปโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นจุดพักฟื้นจุดแรกแรกทันที


นายสุทัศน์ ค้ำชู ผู้ช่วยนายสถานี กล่าวว่า การรถไฟโดยกระทรวงคมนาคม ให้ผู้โดยสารที่ติดโควิด-19 เดินทางโดยทางรถไฟเป็นผู้โดยสารที่สีเขียว เพราะสีส้มกับสีแดงเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ส่วนสีเขียวโอกาสจะเป็นสีส้มอาจจะมี แต่ว่ามีมาตรการรองรับก็คือใช้รถปิดคือรถที่ไม่สามารถแพร่เชื้อออกข้างนอกได้เลย โดยใช้รถ 115 คันที่ซื้อมาล่าสุดขนส่งมา จุดที่จอดของ จ.สุรินทร์ จอดที่สถานีรถไฟลำชี ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่รอบนอกเมืองสะดวกแก่การขนส่งผู้โดยสารไปยังจุดพักฟื้นจุดแรกที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยจะวิ่งเส้นทางเลี่ยงเมืองไม่เข้ามาตัวเมืองสุรินทร์ ไปที่โรงพยาบาลที่เตรียมไว้ต่อไป.

เปิดโฉม! รถไฟขบวนพิเศษส่งฟรีผู้ป่วยโควิดรักษาบ้านเกิด
*รถใหม่แอร์เย็นฉ่ำห้องน้ำสูญญากาศไม่เรี่ยราด
*ประเดิมเที่ยวแรก”รังสิต-อุบลราชธานี”135คน
*เข้มมาตรการสาธารณสุขปลอดภัยไม่แพร่เชื้อ
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/2961938044027694
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 29/07/2021 3:50 am    Post subject: Reply with quote

รฟท.แจงข่าวยกเลิกขบวนรถไฟส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาไม่เป็นความจริง
หน้าข่าวทั่วไป
28 กรกฎาคม 2564 เวลา 18:22 น.

การรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันยังจัดขบวนรถโดยสารพิเศษส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวกลับภูมิลำเนาฟรี ไม่ได้ยกเลิกตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ทั้งร่วมมือกทม.สำรวจโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า สถานีกลางบางซื่อ ปรับปรุงจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแห่งใหม่

ตามที่มีสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวการรถไฟแห่งประเทศไทย ยกเลิกรถขบวนรถโดยสารพิเศษ ส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวกลับภูมิลำเนาเนื่องจากมีผู้ป่วยร่วมเดินทางน้อยไม่คุ้มค่าการเดินทาง และทางกระทรวงคมนาคมจะให้มีการจัดรถยนต์โดยสารให้บริการแทนนั้น



นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยว่า การนำเสนอข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่เคยสั่งการให้ยกเลิกรถไฟขบวนพิเศษสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวแต่อย่างใด และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ เปิดเดินรถขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ชุดแรก เดินทางกลับภูมิลำเนาในเส้นทางสายอีสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



โดยมีพนักงานรถไฟ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และฝ่ายความมั่นคงให้การดูแลตลอดการเดินทาง “ที่สำคัญนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ และทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่



เพื่อส่งต่อการดูแลประชาชนผู้ติดเชื้อหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดให้ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว และมีความปลอดภัยสูงสุด เพราะชีวิตของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใด”



การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าพร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุน ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอย่างเต็มที่



โดยได้ดำเนินการจัดเตรียมขบวนรถโดยสารขบวนพิเศษ ใช้ตู้โดยสารเป็นแบบปิดทั้งขบวนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างด้วยการแยกตู้โดยสารระหว่างเจ้าหน้าที่รถไฟ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ป่วยอย่างชัดเจน เพื่อส่งผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย และแบ่งเบาภาระการขาดแคลนเตียง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์จากส่วนกลาง

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังอยู่ระหว่างร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร ในการสำรวจโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า สถานีกลางบางซื่อ เพื่อปรับปรุงจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแห่งใหม่



สำหรับใช้รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่ยังไม่มีอาการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกด้วย

3 ขั้นตอน ผู้ป่วยโควิดต้องการเดินทางกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาด้วยรถไฟ
หน้าข่าวทั่วไป
28 กรกฎาคม 2564 เวลา 6:14 น.

ผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว 135 ราย กลับภูมิลำเนาด้วยรถไฟขบวนพิเศษ เส้นทางอีสานใต้ 7 จังหวัดเเล้ว โดยมีทีมแพทย์ดูแล ปลอดภัยตลอดเส้นทาง ส่วนผู้ป่วยโควิดที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำมี 3 ขั้นตอน

จากกรณีรถไฟขบวนพิเศษโควิด-19 เดินทางจากสถานีรถไฟรังสิตเพื่อส่งผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว จำนวน 135 ราย ไปยัง 7 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

มีการปรับสภาพภายในตู้โดยสารเพื่อรองรับการเดินทาง ประกอบด้วย อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ เครื่องออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศ อาหาร พร้อมทีมบุคลากร แพทย์ พยาบาล นักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ประสานงาน รวม 10 คนให้การดูแลผู้ป่วยตลอดการเดินทาง

เมื่อถึงปลายทางแต่ละจังหวัดจะมีทีมสาธารณสุขในพื้นที่รับส่งต่อเพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่การรักษา พร้อมทำความสะอาดตู้โดยสารเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ทุกขั้นตอนตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข


ผู้ป่วยโควิดที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนามี 3 ขั้นตอน

ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ผ่าน 1330 สปสช. และแสดงความประสงค์ผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ จังหวัดภูมิลำเนาและได้รับการดูแล คัดกรอง ตรวจสอบสภาพความพร้อม และอาการเบื้องต้นจาก สพฉ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะดูแลผู้ป่วยจากที่พัก มายังสถานีต้นทาง และดูแลอาการ สุขอนามัย ตามมาตรฐานด้านการสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทาง
รฟท.ดูแลเรื่องการเดินขบวนรถไฟ และอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางจนถึงจังหวัดปลายทาง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนา และหน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยทหาร และขนส่งจังหวัด ร่วมรับ-ส่งผู้ป่วยจากสถานีรถไฟจังหวัดปลายทาง ไปยังสถานพยาบาลที่จังหวัด จัดเตรียมไว้ให้
ทั้งนี้ ระหว่างการส่งผู้ป่วยโดยรถขบวนพิเศษ จะมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ไปกับขบวนรถ เพื่อดูแลผู้ป่วย และความเรียบร้อยในขบวนรถ มีการแยกกลุ่มผู้ป่วยที่ชัดเจน เช่น กรณีของ รฟท.จะมีการแยกโบกี้ระหว่างผู้ป่วยกลุ่มยืนยันด้วยผลตรวจ RT PCR positive กับกลุ่มผลตรวจ ATK positive เพื่อป้องกันกรณีที่ผู้มีผลตรวจ ATK positive คลาดเคลื่อนมาปะปนกับผู้ที่ผลตรวจชัดเจนแล้ว และก่อนออกเดินทาง สพฉ. จะมีการประเมินอาการของผู้ป่วยทุกรายก่อนให้ออกเดินทาง

“ขอให้มั่นใจ เราไม่สามารถทอดทิ้งผู้ป่วยได้ จะทำสุดความสามารถให้ผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงระบบการรักษา อย่าหลงเชื่อข่าวใดๆ เพราะการนำประชาชนกลับภูมิลำเนานี้ อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข เมื่อไปถึงจังหวัดต่างๆ จะมีรถพยาบาลฉุกเฉินมารับที่สถานีและนำส่งสถานพยาบาลทันที ไม่มีการแวะพัก ขอให้สบายใจได้” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 30/07/2021 7:12 am    Post subject: Reply with quote

การรถไฟฯ ดำเนินการจัดขบวนรถโดยสารพิเศษส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวกลับภูมิลำเนาฟรี ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ไม่ได้ยกเลิกตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด
ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย
28 กรกฎาคม 2564 เวลา 15:35 น.·


สรุปผลรถด่วนพิเศษผู้ป่วยโควิดขบวนที่ 971(รถบรรทุกผู้โดยสาร) วันอังคารที่ 27 ก.ค.64 ออกจากสถานีรังสิต 12.00 น.ถึงสถานีอุบลราชธานี 20.40 น. ผู้โดยสารลงจากขบวนรถ26 คน โดยขบวนรถออกจากสถานีรังสิตได้จอดสถานีนครราชสีมา สถานีบุรีรัมย์ สถานีลำชี (จ.สุรินทร์) สถานีหนองแวง(จ.ศรีสะเกษ) และสถานีอุบลราชธานีตามลำดับ

ตามที่มีสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวการรถไฟแห่งประเทศไทย ยกเลิกรถขบวนรถโดยสารพิเศษ ส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวกลับภูมิลำเนาเนื่องจากมีผู้ป่วยร่วมเดินทางน้อยไม่คุ้มค่าการเดินทาง และทางกระทรวงคมนาคมจะให้มีการจัดรถยนต์โดยสารให้บริการแทนนั้น
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การนำเสนอข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่เคยสั่งการให้ยกเลิกรถไฟขบวนพิเศษสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดกลุ่มสีเขียวแต่อย่างใด และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ เปิดเดินรถขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ชุดแรก เดินทางกลับภูมิลำเนาในเส้นทางสายอีสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีพนักงานรถไฟ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และฝ่ายความมั่นคงให้การดูแลตลอดการเดินทาง “ที่สำคัญนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ และทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อส่งต่อการดูแลประชาชนผู้ติดเชื้อหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดให้ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว และมีความปลอดภัยสูงสุด เพราะชีวิตของพี่น้องประชาชนมีความสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใด”
นายนิรุฒ กล่าวว่า การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าพร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุน ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอย่างเต็มที่ โดยได้ดำเนินการจัดเตรียมขบวนรถโดยสารขบวนพิเศษ ใช้ตู้โดยสารเป็นแบบปิดทั้งขบวนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างด้วยการแยกตู้โดยสารระหว่างเจ้าหน้าที่รถไฟ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ป่วยอย่างชัดเจน เพื่อส่งผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย และแบ่งเบาภาระการขาดแคลนเตียง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์จากส่วนกลาง
นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังอยู่ระหว่างร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร ในการสำรวจโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า สถานีกลางบางซื่อ เพื่อปรับปรุงจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อแห่งใหม่ สำหรับใช้รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่ยังไม่มีอาการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกด้วย
https://www.facebook.com/ake.bluechifamily/posts/4274399122607000
https://www.youtube.com/watch?v=3EwH4BnOJTk
https://sisaketnews.com/archives/4206

รถไฟขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน ถึงสุรินทร์แล้ว พร้อมผู้ป่วย 1 ราย

ภาพ/ข่าว รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุรินทร์
เผยแพร่ : 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 20:57


สุรินทร์-รถไฟขบวนพิเศษส่งผู้ป่วยโควิดกลับอีสาน ขณะที่รถไฟสุรินทร์นำผู้ป่วยสีเขียว 1 คน รถมารับส่งสถานที่พักคอยที่ โรงพยาบาลสุรินทร์


ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละท่านรับผิดชอบการส่งผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัส Covid-19 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล กลับไปเข้ารับการรักษาในจังหวัดภูมิลำเนา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับผิดชอบการประสานและบริหารการจัดส่งผู้ป่วย ใน 6 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ซึ่งจัดให้มีขบวนรถไฟเป็นขบวนแรก เที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต – ปลายทางอุบลราชธานี ออกเดินทางจากสถานีรังสิต วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลา 19.00 น. โดยให้บริการโดยสารสำหรับผู้ป่วยที่แสดงความประสงค์กลับไปเข้ารับการรักษาอาการ ที่ 7 จังหวัดภูมิลำเนา จำนวน 137 คน (มีอาการระดับเขียว – และเหลือง) โดยมีขั้นตอน การดำเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้

1) ผู้ป่วยฯ แจ้งความประสงค์ผ่านสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และแสดงความประสงค์ผ่านระบบ Call center จังหวัดภูมิลำเนา และได้รับการดูแล คัดกรอง ตรวจสอบสภาพความพร้อม และอาการเบื้องต้นจาก สพฉ. ซึ่งจะเป็นหน่วยงานในการดูแล ผู้ป่วยจากที่พักมายังสถานีต้นทาง และดูแลอาการ สุขอนามัย
ตามมาตรฐานด้านการสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตลอดการเดินทาง

2) รฟท. ดูแลเรื่องการเดินขบวนรถไฟ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง จนถึงจังหวัดปลายทาง


3) ผู้ว่าราชการจังหวัดภูมิลำเนา และหน่วยบริการสาธารณสุข หน่วยทหาร และขนส่งจังหวัด ร่วมในการรับ – ส่ง ผู้ป่วยจากสถานีรถไฟจังหวัดปลายทาง ไปยังสถานพยาบาลที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ให้




วันนี้(27 ก.ค.2564) ที่สถานีรถไฟลำชี ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้มีขบวนรถไฟเป็นขบวนแรก เที่ยวพิเศษ ขบวน 971 เส้นทางต้นทางสถานีรถไฟรังสิต – ปลายทางอุบลราชธานี และเมื่อเวลา 17.30 น.ได้มาถึงที่สถานีรถไฟลำชี พบเป็นผู้ป่วยหญิง 1 ราย สีเขียว ภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอรัตนบุรี ได้เดินทางมากับขบวนรถไฟ ได้เข้ามาตรวจวัดอุณหภูมิกับเจ้าหน้าที่ที่เตรียมไว้อยู่หน้าสถานีรถไฟ พร้อมกับให้เดินขึ้นรถที่ทาง อบจ.กับ มทบ.25 รับส่งไปที่โรงพยาบาลสุรินทร์เป็นจุดพักฟื้นจุดแรก


นายสุทัศน์ ค้ำชู ผู้ช่วยนายสถานี กล่าวว่า การรถไฟโดยกระทรวงคมนาคม ให้ผู้โดยสารที่ติดโควิด-19 เดินทางโดยทางรถไฟเป็นผู้โดยสารที่สีเขียว เพราะสีส้มกับสีแดงเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ส่วนสีเขียวโอกาสจะเป็นสีส้มอาจจะมี แต่ว่าเราก็มีมาตรการที่รองรับก็คือใช้รถปิดก็คือรถที่ไม่สามารถแพร่เชื้อออกข้างนอกได้เลย โดยใช้รถ 115 คันที่ซื้อมาล่าสุดขนส่งมา จุดที่จอดของ จ.สุรินทร์ จอดที่สถานีรถไฟลำชี ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่รอบนอกเมืองสะดวกแก่การขนส่งผู้โดยสารไปยังจุดพักฟื้นจุดแรกที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ คือที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยจะวิ่งเส้นทางเลี่ยงเมืองไม่ได้เข้ามาตัวเมืองสุรินทร์


ในส่วนความพร้อมของจังหวัดสุรินทร์ โดยเมื่อวานนี้(26 ก.ค.2564) ก็ได้เข้าประชุม ทางนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทางจังหวัดแจ้งว่าพร้อมและรับได้หลายคน มีทั้งมาทางรถไฟและส่งรถไปรับเองด้วย โดยร่วมกับ อบจ.สุรินทร์ ซึ่งในส่วนของจังหวัดสุรินทร์สามารถรองรับได้ที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ว่าอย่างนั้น โดยวันนี้ 1 คนนั้น จะเป็นสีเขียวแต่ว่าโอกาสจะเป็นสีส้มนั้นต้องดูผลการรักษาของเขา บางคนก็อาจจะรักษาหายก็ไม่ต้องไปที่โรงพยาบาลสนาม ไปที่โรงพยาบาลที่รัฐเตรียมไว้ให้ต่อไป

ขบวนรถไฟพิเศษ ส่งคนป่วยกลับมารักษาบ้านเกิด แล่นถึงสถานีนครราชสีมา ชาวโคราช 3 ราย ยกเลิกไม่เดินทางมาด้วย

ภูมิภาค
สยามรัฐออนไลน์
27 กรกฎาคม 2564 17:02 น.

เมื่อเวลา 16.15. น. วันที่ 27 ก.ค.64 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษ 971 รังสิต-อุบลราชธานี ภารกิจรับผู้ป่วยโควิด-19 ส่งกลับไปรักษาในภูมิลำเนาตามเส้นทางรถไฟสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปลายทางสถานีวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้แล่นมาจอดเทียบชานชาลาที่ 3 สถานีรถไฟนครราชสีมา เดิมมีผู้ป่วยชาว อ.เมือง อ.ด่านขุนทด และ อ.พิมาย จำนวน 3 ราย ต้องการเดินทางกลับมารักษาอาการป่วยที่ภูมิลำเนาเดิม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมรถพยาบาลรับส่งผู้ป่วยไปรักษา ต่อมาได้แจ้งยกเลิก ขบวนรถไฟดังกล่าวได้มาจอดเป็นเวลา 20 นาที เพื่อสับเปลี่ยนพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงดำเนินการตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์และเติมน้ำมันเชื้อเพลิง



ทั้งนี้ได้มีนายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนคร (ทน.) นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี บุคลากรสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มาสังเกตการณ์จนกระทั่งขบวนรถแล่นออกจากสถานี
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 01/08/2021 7:39 am    Post subject: Reply with quote

ตารางเวลาเดินรถไฟชานเมืองใหม่ ผู้ใช้บริการกรุณามาถึงสถานีก่อนเวลาในภาพ (เริ่ม 2 ส.ค.64 เป็นต้นไป จำนวน 8 ขบวน) เพราะเป็นเวลาขบวนรถออกครับ
https://www.facebook.com/ake.bluechifamily/posts/4286013611445551
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 35758
Location: NECTEC

PostPosted: 03/08/2021 7:57 pm    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
ตารางเวลาเดินรถไฟชานเมืองใหม่ ผู้ใช้บริการกรุณามาถึงสถานีก่อนเวลาในภาพ (เริ่ม 2 ส.ค.64 เป็นต้นไป จำนวน 8 ขบวน) เพราะเป็นเวลาขบวนรถออกครับ
https://www.facebook.com/ake.bluechifamily/posts/4286013611445551


ตารางขบวนรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 -31 สิงหาคม 2564
https://www.facebook.com/pr.railway/posts/4840102766004556
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> เส้นทางรถไฟ, ค่าโดยสาร และเรื่องเกี่ยวกับการเดินรถ All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  Next
Page 7 of 9

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test