RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:305580
ทั่วไป:11016305
ทั้งหมด:11321885
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวความคืบหน้าโครงการทางรถไฟสายนครพนม (แก้ไขชื่อกระทู้)
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวความคืบหน้าโครงการทางรถไฟสายนครพนม (แก้ไขชื่อกระทู้)
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 22, 23, 24, 25  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 06/06/2019 12:27 pm    Post subject: Reply with quote

เวนคืน 1.8 หมื่นไร่หมื่นล้าน สร้างรถไฟทางคู่สายใหม่เชื่อมภาคอีสาน “บ้านไผ่-นครพนม” ทะลุลาว
คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต
พร็อพเพอร์ตี้
วันที่ 6 มิถุนายน 2562 11:15 น.


หลังมีชื่อปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2515-2519) หรือประมาณ 50 ปีที่แล้ว จนกระทั่งมาเริ่มพิจารณาศึกษาเส้นทางอย่างจริงจังในปี 2532

ในที่สุดความฝันของคนอีสานใต้กำลังจะกลายเป็นความจริง เมื่อ “ครม.-คณะรัฐมนตรี” นัด 28 พ.ค. 2562 อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. ใช้เงินลงทุนรวม 66,848.33 ล้านบาท

เวนคืนหมื่นล้าน

แบ่งเป็นค่าเวนคืน 10,255.33 ล้านบาท พื้นที่รวม 7,100 แปลง หรือประมาณ 17,500 ไร่ ค่าก่อสร้าง 55,462 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 1,131 ล้านบาท


ซึ่งวงเงินดังกล่าวปรับลดลง 1,117 ล้านบาท จากเดิม 67,965.33 ล้านบาท ตามคำแนะนำของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยเป็นการปรับลดในส่วนของงบฯอุปกรณ์เครื่องจักรที่ไม่จำเป็นออกไป

โครงการจะใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี นับจากนี้ถึงปี 2568 โดย “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไล่ไทม์ไลน์คาดว่าจะเริ่มขออนุมัติการออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินได้ภายในปี 2562 จากนั้นในปี 2563 จะเป็นขั้นตอนของการประกวดราคาในรูปแบบ e-Bidding และเริ่มต้นก่อสร้างในปีเดียวกัน จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือน ม.ค. 2564 แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 2567 สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในเดือน ม.ค. 2568



โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายของโครงการทั้งหมด มีสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณประจำปีสำหรับเป็นค่าเวนคืนที่ดิน ส่วนการก่อสร้าง กระทรวงการคลังจะเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้ในประเทศ และจะค้ำประกันเงินกู้ให้ตามความเหมาะสม จะให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ขอกู้เงินได้ตามที่ระบุตาม พ.ร.บ.การรถไฟแห่งประเทศไทย 2494 และที่ประชุม ครม.ยังอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนของโครงการแล้ว

เปิดพื้นที่ใหม่ 6 จังหวัด

ส่วนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะผู้ชำนาญการ (คชก.) จะดำเนินการคู่ขนานไปกับการประมูลเพราะการลงนามสัญญากับผู้รับจ้างจะทำได้ก็ต่อเมื่อ EIA อนุมัติแล้ว

แนวเส้นทางมีสถานีใหม่ 30 สถานี 1 ชุมทาง ลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง และย่านกองเก็บตู้สินค้า 3 แห่ง ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 70 ตำบล 19 อำเภอ 6 จังหวัด จุดเริ่มต้นอยู่ที่ชุมทางบ้านหนองแวงไร่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พาดผ่าน จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร ไปสิ้นสุดที่สถานีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม นอกจากนี้จะเชื่อมกับลาวที่แขวงสะหวันนะเขตและคำม่วน

มีการออกแบบถนนยกข้ามทางรถไฟจำนวน 81 แห่ง มีถนนลอดใต้ทางรถไฟ จำนวน 245 แห่ง พร้อมการก่อสร้างรั้วสองข้างทางตลอดแนวเส้นทางรถไฟ ความกว้างของราง ขนาด 1 เมตร สามารถเชื่อมต่อกับระบบรางเดิมของ ร.ฟ.ท.ที่มีอยู่ รองรับการเดินรถขนาดความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนทางรถไฟเป็นรูปแบบใช้หินโรยทางทั้งทางระดับพื้นดิน สะพาน และโครงสร้างยกระดับที่เป็นคอนกรีต

คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 3,835,260 คน/ปี มีปริมาณสินค้าที่ขนส่งในเส้นทางนี้ 748,453 ตัน และจะมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 13% ทำให้มูลค่าเงินปัจจุบันสุทธิของโครงการอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนทางการเงิน (IRR) อยู่ที่ 0.42%

เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

“รถไฟสายนี้เป็นหนึ่งในโครงการเชื่อมรถไฟระหว่างภาคตะวันออกไปตะวันตก หรือ east-west corridor เส้นทางจากแม่สอด-นครสวรรค์ บ้านไผ่-นครพนม ระยะทางรวม 902 กม. เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตากและนครพนม นอกจากสายนี้แล้ว ยังมีช่วงบ้านไผ่-นครสวรรค์ ระยะทาง 291 กม. กรอบวงเงิน 47,712 ล้านบาท และช่วงนครสวรรค์-แม่สอด ระยะทาง 291 กม. กรอบวงเงิน 47,712 ล้านบาท ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม” นายอาคมระบุ

เท่ากับว่า “รัฐบาลทหาร” อนุมัติรถไฟทางคู่สายใหม่ในแผนครบ 2 เส้นทาง จากก่อนหน้านี้มีช่วง “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ระยะทาง 323 กม. เงินลงทุน 85,345 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ประทับตราไปเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว เพื่อเชื่อมการขนส่งและเดินทางภาคเหนือเชื่อมกับ สปป.ลาว ถึงขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เวนคืน จนมาล่าสุดเป็นช่วงบ้านไผ่-นครพนม

อนุมัติกันฉลุย แต่ต้องลุ้นโครงการจะเดินหน้าได้ช้าหรือเร็ว !
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32039
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 19/06/2019 7:18 pm    Post subject: Reply with quote

“รถไฟ”สู่อีสานกลางสร้างน้อย(สถานี) เด้อ!! | @Transport EP.66 - 180662
Dailynews Live-TH
Published on Jun 18, 2019

คาดว่าในปี2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย จะเปิดเดินรถในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานกลาง จาก ชุมทางบ้านหนองแวง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ผ่านมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานมิตรภาพไทยลาวข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จ.นครพนม ระยะทาง 355 กม. ผ่านพื้นที่ 6จังหวัด ก่อสร้างทางคู่ตลอดเส้นทาง และมีจำนวนสถานีเพียง 30 แห่ง จะเป็นเส้นทางโลิจิสติกส์สำคัญจากชายแดนสปป.ลาวมายังท่าเรือแหลมฉบัง


https://www.youtube.com/watch?v=QXxfmjdM9eU
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 21/06/2019 4:50 pm    Post subject: Reply with quote

คิกออฟ!รถไฟสาย“บ้านไผ่-นครพนม” ปลุกเศรษฐกิจอีสาน เชื่อมโยง5ประเทศ
หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค / Mega Project
วันที่ 21 มิถุนายน 2562
วันนี้ (21 มิ.ย.62) เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ – มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนทราบถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาโครงการฯ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ โดยมีหน่วยงานรัฐและเอกชนเข้าร่วมกว่า 300 คน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ปาฐกถา ในหัวข้อ “สิ้นสุดการรอคอย รถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่ - มุกดาหาร - นครพนม ของชาวอีสาน” โดยกล่าวถึงโครงการนี้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ ที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี โดยมีระยะทาง 355 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ 70 ตำบล 19 อำเภอ ของ 6 จังหวัด มีสถานีรถไฟ 18 สถานี แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหารและนครพนม) สถานีขนาดกลาง 5 สถานี และสถานีขนาดเล็ก 9 สถานี มีป้ายหยุดรถ 12 แห่ง มีย่านกองเก็บและบรรทุกตู้สินค้า 6 แห่ง ด้านความปลอดภัย โครงการได้มีการออกแบบให้มีสะพานรถไฟข้ามถนน/ถนนเลียบคลอง 158 แห่ง มีสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง มีทางลอดทางรถไฟ 245 แห่ง และมีทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง



ส่วนขั้นตอนการดำเนินงาน ภายหลังจาก ครม. อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จากนั้น ในปี 2563 จะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2567
หลังจากนั้น จึงเป็นการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “บ้านไผ่ - มุกดาหาร – นครพนม ทางรถไฟ 5 ประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจระดับสากล”โดย นายทักษ์ ศรีรัตโนภาส ผู้อำนวยการด้านโครงการร่วมทุนและการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มมิตรผล ที่นำเสนอเกี่ยวกับโอกาสของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในภาคอีสาน และการเติบโตของกลุ่มมิตรผล อันนำมาซึ่งโอกาสที่จะใช้ระบบรางในการขนส่งสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ธุรกิจ
ด้านนายชัยพล เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเทคโพลีเมอร์ จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร ที่มาเน้นย้ำถึงศักยภาพของภาคอีสาน ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร และโอกาสที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากมีรถไฟสายนี้ นอกจากนี้ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องในประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย

ส่วนนายมงคล ตันสุวรรณ กรรมการรองเลขาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย ที่สะท้อนภาพสถานการณ์ของภาคธุรกิจท้องถิ่นของจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงตามแนวเส้นทางรถไฟ โอกาสด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่รถไฟก่อสร้างเสร็จ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ด้านการค้าชายแดน ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร –นครพนม ยังเป็นหนึ่งในโครงการเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก – ตะวันตก เพื่อรองรับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลและการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติงบ 6.6 หมื่นล้านบาทในการดำเนินการ ซึ่งเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางสะดวกสบายขึ้น ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการขนส่งและโลจิสติกส์สินค้า เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสการค้าและการท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย


อีสานสะออน! “อาคม” กดปุ่มลุยรถไฟสายใหม่”บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม”หนุนเขตศก.พิเศษ-ท่องเที่ยวอีสานเชื่อม5ประเทศ
พร็อพเพอร์ตี้
วันที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 11:54 น.

วันที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม

เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนทราบถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาโครงการฯ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ และการพัฒนาจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และนครพนม



นายอาคมได้ปาฐกถา ในหัวข้อ “สิ้นสุดการรอคอย รถไฟทางคู่สายใหม่บ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม ของชาวอีสาน” โดยกล่าวว่าโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ ที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี

มีระยะทาง 355 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ 70 ตำบล 19 อำเภอ ของ 6 จังหวัด มีสถานีรถไฟ 18 สถานี แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และนครพนม) สถานีขนาดกลาง 5 สถานี และสถานีขนาดเล็ก 9 สถานี มีป้ายหยุดรถ 12 แห่ง มีย่านกองเก็บและบรรทุกตู้สินค้า 6 แห่ง ด้านความปลอดภัย โครงการได้มีการออกแบบให้มีสะพานรถไฟข้ามถนน/ถนนเลียบคลอง 158 แห่ง มีสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง มีทางลอดทางรถไฟ 245 แห่ง และมีทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง

ส่วนขั้นตอนการดำเนินงาน ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม. ) อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน จากนั้น ในปี 2563 จะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2567


จากนั้นเป็นการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “บ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม ทางรถไฟ 5 ประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจระดับสากล” มีนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ให้มุมมองเกี่ยวกับศักยภาพและโอกาสของจังหวัดนครพนม รวมทั้งกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นำเสนอข้อมูลภาพรวมโครงการ ความพิเศษของทางรถไฟสายใหม่นี้

ที่สามารถเชื่อมพรมแดนได้ถึง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมา สปป.ลาว เวียดนามและจีน นอกจากนี้ ยังมี นายทักษ์ ศรีรัตโนภาส ผู้อำนวยการด้านโครงการร่วมทุนและการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มมิตรผล ที่นำเสนอเกี่ยวกับโอกาสของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรในภาคอีสาน และการเติบโตของกลุ่มมิตรผล อันนำมาซึ่งโอกาสที่จะใช้ระบบรางในการขนส่งสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ธุรกิจ

ด้านนายชัยพล เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเทคโพลีเมอร์ จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร ที่มาเน้นย้ำถึงศักยภาพของภาคอีสาน ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร และโอกาสที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากมีรถไฟสายนี้ นอกจากนี้ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องในประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย

ปิดท้ายด้วย นายมงคล ตันสุวรรณ กรรมการรองเลขาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย ที่สะท้อนภาพสถานการณ์ของภาคธุรกิจท้องถิ่นของจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงตามแนวเส้นทางรถไฟ โอกาสด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่รถไฟก่อสร้างเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ด้านการค้าชายแดน ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น จากนั้น จึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่มโดยแท้จริง



ทั้งนี้โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม ยังเป็นหนึ่งในโครงการเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่ เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก – ตะวันตก เพื่อรองรับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลและการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน

เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางสะดวกสบายขึ้น ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการขนส่งและโลจิสติกส์สินค้า เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสการค้าและการท่องเที่ยวระดับโลกอีกด้วย
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32039
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 21/06/2019 5:24 pm    Post subject: Reply with quote

ก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม I รฟม. I 21-6-62
Daoreuk Studio
Published on Jun 21, 2019

วีดิทัศน์ประกอบการสัมมนาสร้างการรับรู้และความเข้าใจ
โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
ณ ห้องฟอร์จูน แกรนด์ บอลรูม โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม

โดย การรถไฟแห่งประเทศไทย


https://www.youtube.com/watch?v=8fjppnHKtUs
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 21/06/2019 6:03 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:

วีดิทัศน์ประกอบการสัมมนาสร้างการรับรู้และความเข้าใจ
โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - นครพนม
ณ ห้องฟอร์จูน แกรนด์ บอลรูม โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม

โดย การรถไฟแห่งประเทศไทย
นครพนม I รฟม. I 21-6-62
Daoreuk Studio

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562


https://www.youtube.com/watch?v=8fjppnHKtUs


“อาคม” เปิดเวทีโปรโมตรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-นครพนม” เชื่อมประตูการค้าระเบียง ศก.
โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เผยแพร่: วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 15:06
ปรับปรุง: วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 16:12




“อาคม” เผยรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ตอกเข็มปี 63 เสร็จปี 67 เชื่อม “ราง-รถ-อากาศ” ชูจังหวัดนครพนม ประตูการค้าและท่องเที่ยว หนุนระเบียงเศรษฐกิจกลุ่มอีสานตอนกลางและตอนบน เชื่อม 5 ประเทศ

วันที่ 21 มิ.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สิ้นสุดการรอคอย ทางรถไฟบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ของชาวอีสาน” โดยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวนประมาณ 350 คน เข้าร่วมสัมมนาฯ

ซึ่งนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่ากลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายมงคล ตันสุวรรณ กรรมการรองเลขาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย นายทักษ์ ศรีรัตโนภาส ผู้อำนวยการด้านโครงการร่วมทุนและการค้าระหว่างประเทศ กลุ่มมิตรผล และนายชัยพล เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเทคโพลีเมอร์ จำกัด และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง หัวข้อ “บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ทางรถไฟ 5 ประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจระดับสากล”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การจัดสัมมนาฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครพนมได้รับรู้ถึงแผนการพัฒนาเส้นรถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความปลอดภัยในการเดินทางและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความเท่าเทียมกันในสังคมในการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่ง และเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการดำเนินโครงการให้มากขึ้น

โดยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี โครงการฯ นี้ มีระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร ผ่าน 70 ตำบล 19 อำเภอ ของ 6 จังหวัด มีสถานีรถไฟ 18 สถานี แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และนครพนม) สถานีขนาดกลาง 5 สถานี และสถานีขนาดเล็ก 9 สถานี ป้ายหยุดรถ 12 แห่ง ย่านเก็บกองและบรรทุกตู้สินค้า 6 แห่ง ด้านความปลอดภัย ได้ออกแบบให้มีสะพานรถไฟข้ามถนน/ถนนเลียบคลอง 158 แห่ง สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ 81 แห่ง ทางลอดรถไฟ 245 แห่ง ทางบริการขนานทางรถไฟ 165 แห่ง

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการฯ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 และในปี 2563 จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเริ่มการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี 2567

โครงการฯ นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเร่งรัดพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน สามารถเชื่อมพรมแดนได้ถึง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อโครงการฯ แล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางสะดวกสบายขึ้น ผู้ประกอบการขนส่งสินค้ามีทางเลือกในการขนส่งสินค้า เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสทางการค้าและการท่องเที่ยวระดับโลก

สำหรับจังหวัดนครพนมมีจุดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา การท่องเที่ยวแนวเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ มีท่าอากาศยานซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายอาคารผู้โดยสารขาเข้าให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากอากาศยานที่ลงจอดพร้อมกันได้ 2 ลำ ขยายห้องโถงสำหรับผู้โดยสารที่รอจัดการตั๋วโดยสาร และเพิ่มพื้นที่จอดรถผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน เมื่อแล้วเสร็จจะรองรับผู้โดยสารได้ 1.7-2 ล้านคนต่อปี มีถนนเชื่อมโยง



ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้จะมีรถไฟทางคู่ที่ประชาชนเฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนานนับ 50 ปี มีการเขื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกที่ท่าเรือแหลมฉบังได้ ในส่วนจังหวัดนครพนมต้องเร่งวางแผนพัฒนาจังหวัดเพื่อเชื่อมโยงกับแผนงานที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้วางไว้



https://www.youtube.com/watch?v=FoVeioCM1RI


Last edited by Wisarut on 10/09/2019 4:50 pm; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 10/09/2019 4:46 pm    Post subject: Reply with quote

นครพนมเตรียมเป็น ‘ชุมทางรถไฟ’ กระตุ้นท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 17.01 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมนาม เหล่าเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้องประชุม บริษัท โตโยต้าเจริญศรี จำกัด ถนนบายพาส บ้านหนองหนองเค็ม เขตเทศบาลเมืองนครพนม พร้อมด้วยประธานหอการค้าฯกลุ่ม 2 คือ นายเศกสรร ชนาวิโชติ (สกลนคร) นายภมร เชาว์ศิริกุล (มุกดาหาร) โดยมีหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 ได้แก่ นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย(อุดรฯ) นางมนนิภา โกวิทศิริกุล(หนองคาย) นายณัฐพล เหลืองวงศ์ไพศาล(เลย) นายวิสูตร คำอินทร์(หนองบัวลำภู) และ นางกุสุมา หงส์ชูตา(บึงกาฬ) ร่วมประชุมเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคตอนบน 1 และ 2 ให้ก้าวรุดหน้า


เรื่องแรกที่หยิบยกมาพิจารณา เกี่ยวกับด้านการค้าการลงทุน และการค้าชายแดน โดยนายเศกสรร ชนาวิโชติ ประธานหอการค้าฯสกลนคร กล่าวต่อที่ประชุมว่า ด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม วงเงิน 66,848.33 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2568) โดยลักษณะของโครงการจะดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟใหม่ จำนวน 2 ทาง(รางคู่) เป็นคันทางระดับดินและบางส่วนเป็นทางรถไฟยกระดับ ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ทั้งหมด 70 ตำบล 16 อำเภอ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม


ซึ่งจังหวัดสกลนครก็ต้องการทางรถไฟเช่นเดียวกัน จึงเสนอให้มีเส้นทางรถไฟเชื่อมจากจังหวัดอุดรฯผ่านมาถึงจังหวัดนครพนม โดยจุดเริ่มต้นมาจากอุดรฯ ผ่านอำเภอหนองหาน เข้าเขตพื้นที่จังหวัดสกลนครผ่านอำเภอสว่างแดนดิน พังโคน พรรณานิคม ผ่ากลางเมืองสกลนคร ผ่านอำเภอโคกศรีสุพรรณ และเข้าเขตจังหวัดนครพนมที่อำเภอนาแก ไปบรรจบเส้นทางสายบ้านไผ่-นครพนม ที่อำเภอธาตุพนม ระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร ในที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งเรื่องดังกล่าวไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

จากนั้นก็มาถึงด้านท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งนางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ เลขาฯหอการค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่าการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขง กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวจากประเทศเยอรมนี เดินทางมาชมธรรมชาติแถบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นคณะทัวร์ โดยเริ่มตะลุยตั้งแต่จังหวัดเลย เลาะลงมาหนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังไปเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน นำมาซึ่งรายได้เข้าสู่ชุมชนเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพคนในท้องถิ่น จึงเสนอที่ประชุมว่าหลังทางรถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม เปิดเดินรถได้สมบูรณ์แบบ ควรจะมีรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสักขบวน

ในที่ประชุมเห็นว่ารถไฟที่เหมาะกับการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องเป็นรถรุ่นใหม่ ยกตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่น นำรถไฟเก่ามารีไซเคิลเพื่อใช้ในเส้นทางท่องเที่ยว ต่อมาเกาะไต้หวัน และประเทศเกาหลีใต้ก็นำไปใช้เช่นเดียวกัน เพราะรถไฟสายท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วเหมือนขบวนปกติ

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถไฟความเร็วสูงนั้นไม่เหมาะกับประเทศไทย เนื่องจากรถไฟความเร็วสูงต้องวิ่งเป็นเส้นตรง ถ้าเข้าโค้งมีโอกาสตกรางได้ทันที เขตพื้นที่ภาคอีสานรถไฟระบบรางคู่จึงเป็นคำตอบที่ถูกที่สุด ก่อนปิดประชุมหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 และ 2 ได้มีความเห็นว่าควรจัดประชุมลักษณะนี้กันบ่อยๆ จะได้ทำงานขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

์Note: จะให้ฟื้นฟูโครงการรถไฟจากอุดรธานีไปนครพนมที่ หลวงเสรีเริงฤทธํิ์เคยคิดทำ แต่ เพราะ สงครามโลกครั้งที่สอง ในยุโรปเมื่อ 2482 แท้ๆ ทำให้ ต้องเปลี่ยนเป็นถนนลูกรังสาย อุดรธานี - สกลนคร นครพนมที่เปิดใช้พร้อมสถานีอุดรธานี เมื่อปี 2484 ซึ่งปัจจุบันคือ ทางหลวงหมายเลข 22

ถ้าเช่นนั้นเราต้องยกเลิกทางหลวงหมายเลข 22 แล้วแปรสภาพเป็นทางรถไฟอย่างที่คนสกลนครอยากได้จะดีไหม?
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32039
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 31/10/2019 5:27 am    Post subject: Reply with quote

ปรับวงเลี้ยว120เหลือ40ม.ลดเวนคืน
เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ปชช.เฮเคลียร์แบบเลี่ยงเมืองเรณูนคร

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมกับประชาชนชี้แจงเพิ่มเติม (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4) โครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจรทางเลี่ยงเมืองเรณูนคร จ.นครพนม ณ โรงละครเรณูนคร อ.เรณูนคร เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยกับโครงการและรูปแบบที่ปรับใหม่โดยเฉพาะการปรับลดรัศมีวงเลี้ยวให้เหลือ 40 เมตร รวมทั้งชี้แจงการเลือกรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างมากที่สุด

เดิมทีโครงการได้ออกแบบรัศมีวงกลมในการเลี้ยวไว้ที่ 80-120 เมตร ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการออกแบบวงเลี้ยวให้กว้างนี้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้สัญจรแต่ใช้พื้นที่ก่อสร้างจำนวนมากประชาชนได้รับผล กระทบในการเวนคืนบางรายเพิ่งเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ จึงเกิดปัญหาร้องเรียน ทล. จึงจัดประชุมเพื่อนำแบบที่ปรับใหม่มานำเสนอ

อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมประชุมที่ได้รับผลกระทบเวนคืนยังกังวลถึงวงเงินในการจ่ายค่าชดเชย ซึ่ง ทล.ได้อธิบายให้เข้าใจว่าขั้นตอนการจ่ายค่าชดเชยเวนคืนต้องเป็นไปตามกฎหมายเวนคืน ซึ่งทล. จะนำข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมมาปรับแบบโครงการให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อนำเสนอผู้บริหารพิจารณางบประมาณก่อสร้าง เปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างรวม ทั้งออกพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินบริเวณเวนคืน (พ.ร.ฎ.) ด้วยโดยโครงการนี้จะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีแล้วเสร็จ

สำหรับทางเลี่ยงเมืองเรณูนครมีลักษณะถนนวงแหวนรอบตัวเมือง ระยะทางรวม 13.809 กม. เริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข 2031 กม. 4+574 แนวเส้นทางอ้อมไปทางทิศใต้ไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 2031 กม. 8+795 จากนั้นไปทางทิศเหนือตามเข็มนาฬิกาไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 2276 กม. 36+970 แล้วอ้อมด้านทิศตะวันออกของเมือง ไปบรรจบที่จุดเริ่มต้นโดยเส้นทางห่างจากพระธาตุเรณูนคร 1.2 กม.และแนวเส้นทางยังเชื่อมโครงการรถไฟทางคู่สถานีรถไฟเรณูนครที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยทั้งนี้รัศมีพื้นที่ศึกษาโครงการครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณู ต.เรณูใต้ และ ต.หนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร

โครงการเกิดขึ้นเนื่องจากจ.นครพนม มีความสำคัญในการเชื่อมโยงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ส่งเสริมพัฒนาด้านการขนส่งและด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดน เชื่อมแขวงคำม่วน สปป.ลาวส่งผลให้ปริมาณจราจรในพื้นที่นครพนมเพิ่มสูงขึ้น อ.เรณูนคร อยู่ติดต่อกับเขตชายแดน และเติบโตทำให้เกิดปัญหาจราจรและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะแนวเส้นทาง อ.เรณูนคร มีสภาพเขตทางแคบ มีข้อจำกัดขยายช่องจราจร และเป็นย่านชุมชนหนาแน่น การสร้างทางเลี่ยงเมืองจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรลดอุบัติเหตุ ช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทาง สนับสนุนยุทธศาสตร์ ทล.ที่ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับความปลอดภัยสัญจร และพัฒนาคุณภาพการให้บริการของระบบทางหลวง.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 19/12/2019 3:06 pm    Post subject: Reply with quote

โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม
การดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่สถานีรถไฟบ้านหนองแวงไร่ (3 กิโลเมตรเหนือ สถานีบ้านไผ่ ประมาณ กม. 411) จนถึงสถานีรถไฟนคนพนม กม.354+783 จากสถานีหนองแวงไร่ (ประมาณ กม. 766) วงเงินรวมโครงการ 67,965.33 ล้านบาทโดย แหล่งที่มาของเงินทุนโครงการ งบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ (พันธบัตร)

แผนการดำเนินงาน (ระบุแผนงานรายปีตลอดทั้งโครงการ)
-ศึกษาความเหมาะสมฯ แล้วเสร็จ
-สำรวจและออกแบบ แล้วเสร็จ

ตอนนี้ยังไม่ผ่าน EIA ทำให้ การที่จะก่อสร้างให้เสร็จตามเป้า ในเดือนมีนาคม 2568 ต้องเลื่อนออกไปอยางน้อย 1 ปี
http://www.otp.go.th/uploads/tiny_uploads/PolicyPlan/1-PolicyPlan/2561/ActionPlan2561/25610109-ActionPlan2561-2.pdf
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31913
Location: NECTEC

PostPosted: 03/01/2020 1:17 pm    Post subject: Reply with quote

เวนคืนที่ดิน 5 หมื่นไร่ ไฮสปีด-2ทางคู่‘เหนือ-อีสาน’
ออนไลน์เมื่อ 01 มกราคม 2563
ตีพิมพ์ในหน้า 19
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,536
วันที่ 2 - 4 มกราคม 2563

มาที่ รถไฟทางคู่ 2เส้นทางลงมือเวนคืนในปี 2563 เปิดหน้าดินสร้างทางใหม่ทั้งเส้นทางรวม 678 กิโลเมตร มีที่ดินได้รับผลกระทบ ประมาณ 2.7 หมื่นไร่ กว่า 2,000 หลังคาเรือน โดยสายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของระยะทาง 323 กิโลเมตร และ ทางคู่สายอีสานช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร ที่ผ่านมา รฟท.ทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรียบร้อยแล้วส่วนใหญ่มีเสียงคัดค้านน้อยมาก
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32039
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 10/02/2020 1:38 pm    Post subject: Reply with quote

3แสนล้านผ่าน!ลุย86โปรเจคท์
เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจคท์ ของกระทรวงคมนาคมในปีงบประมาณ 63 มีงบประมาณที่จะใช้ลงทุนทั้งงบประมาณปกติและงบลงทุนของหน่วยงานรัฐกว่า 3 แสนล้านบาท เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ประกาศใช้ กระทรวงฯ จะเร่งรัดโครงการทันที ซึ่งได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดบริหารสัญญาโครงการขนาดใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี เช่นเดียวกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ที่แยกสัญญาโครงการเป็น 40 สัญญา ส่งผลให้สามารถบริหารโครงการได้รวดเร็วมากขึ้น

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ให้ตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขสัญญาและข้อกำหนดการจ้างสัญญาหรือทีโออาร์ให้รอบคอบ พร้อมทั้งระบุการใช้วัสดุและแรงงานในท้องถิ่น (Local content) 50% สำหรับเวลาที่เหลือประมาณ 7 เดือน ก่อนสิ้นปีงบฯ 63 ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย. รวมทั้งวางแผนการก่อสร้างให้กระจายความเจริญไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำหรับโครงการลงทุนในปี 63 มีทั้งสิ้น 86 โครงการสำคัญที่ ครม.อนุมัติแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ โครงการก่อสร้างทางรถไฟเส้นทางสายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม รอรับการจัดสรรงบฯ ปี 63 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน และโครงการศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม อยู่ในกระบวนการจัดหาที่ดินและประกาศหาเอกชนร่วมทุน.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 22, 23, 24, 25  Next
Page 23 of 25

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test