จองโรงแรมทั่วไทยกับรถไฟไทยดอทคอม

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ชนิดของรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· รถจักรดีเซลรุ่นต่างๆ
· อัตราค่าโดยสาร
· อัตราค่าธรรมเนียม
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ตรวจสอบค่าโดยสาร
· ระบบติดตามขบวนรถ
· จองตั๋วรถไฟออนไลน์
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai.Com

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคตตามนโยบายรัฐบาล
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคตตามนโยบายรัฐบาล
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 62, 63, 64 ... 92, 93, 94  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 06/11/2012 10:07 am    Post subject: Reply with quote

CENTENNIAL wrote:
เฮียวิซซี่แบร์ฮะ เท่าที่ผมอ่านดูแล้ว มีแต่โครงการรถไฟฟ้าก้างปลา ทั้งนั้นเลย

แล้วโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟก้างปลา เพื่อเอาใจคนต่างจังหวัด ไม่มีเห็นซักแผนเลยฮะ Sad

สารวัตร M,

โครงการที่สภาพเหมือน แครอทที่ล่อใจให้ ลามันวิ่ง นั้น จะให้มันเป็นจริงหนะยังน่าสงสัยอยู่

//-------------------------------------------------

รฟม.แบ่งเค้กรถไฟฟ้า2สายลงตัว "สีเขียว-ชมพู"ลงทุนร่วมแสนล้าน
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
6 พฤศจิกายน 2555 เวลา 09:22:52 น.


นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำราคาค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีชมพูให้สอดคล้องกับปัจจุบันตามราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะราคาเดิมนั้น ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการไว้เมื่อปี 2549 รวมถึงกำหนดสัญญาก่อสร้างที่จะเปิดประมูลว่าจะมีกี่สัญญาในแต่ละสายทาง

ทั้งนี้ รายละเอียดการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.4 กม. เงินลงทุนกว่า 59,911 ล้านบาท และสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 กม.เงินลงทุน 54,000 ล้านบาท

"แผนเดิมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เริ่มต้นได้เร็วขึ้น สายสีเขียวยังทบทวนค่าก่อสร้างใหม่ไม่เสร็จ ต้องชะลอไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุป ส่วนสายสีชมพู บริษัทที่ปรึกษาปรับปรุงค่าก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดอยู่ที่ 54,000 ล้านบาท"

คาดว่าจะนำรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายทางเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน เพื่อเปิดประมูลและเริ่มลงมือก่อสร้างได้ในต้นปี 2556 ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดแผนงานไว้ แต่การเลื่อนนำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ล่าช้าไป 1-2 เดือน ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงานแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องทำทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบ

สำหรับแนวทางที่แต่ละสายทางต้องเปิดประมูลหลายสัญญานั้น เพราะมีระยะทางที่ยาวและใช้เงินลงทุนจำนวนมาก รวมกันทั้ง 2 สายทาง ใช้เงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท โดยสายสีเขียวจะแบ่งการประมูลงานโยธากออกเป็น 2 สัญญา ประกอบด้วย 1.ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 11.4 กม. และ
2. ช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7 กม.

ส่วนสายสีชมพูจะแยกการประมูลออกจากกันระหว่างงานโยธากับการจัดซื้อระบบรถไฟฟ้าที่เป็นโมโนเรล (รางเดี่ยว) หากเปิดประมูลเป็นแพ็กเกจเดียว สัญญาจะใหญ่มากถึง 54,000 ล้านบาท และเพื่อให้เกิดการแข่งขัน และเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งรายใหญ่และรายกลางที่จะมีสิทธิ์เข้ายื่นประมูลงาน

งานโยธาแบ่งเป็น 2 สัญญา คือ
1.ช่วงแคราย-อนุสาวรีย์หลักสี่
2.ช่วงอนุสาวรีย์หลักสี่-มีนบุรี

ส่วนการซื้อรถโมโนเรลจะเป็นสัญญาเดียว แต่จะเปิดประมูลแบบเปิดกว้าง ไม่เลือกเฉพาะยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งแต่สเปกต้องเข้ากับโครงสร้างโยธาได้
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 20490
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 07/11/2012 10:13 pm    Post subject: Reply with quote

รฟม.ดึงเอกชนร่วมพัฒนาอสังหาฯ หวังดูดเงิน6แสนล้าน ลงทุนสร้าง"รถไฟฟ้า"
ไทยโพสต์ 8 November 2555

รฟม.เร่งระดมความเห็นหาเงินสร้างรถไฟฟ้า 6 แสนล้าน เมินพึ่งรัฐบาลเล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน พร้อมคุยฟุ้ง ปี 2558 สามารถใช้ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายได้กับรถไฟฟ้าสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ และน้ำเงิน หัวลำโพง-ท่าพระ-บางแค "ชัชชาติ" สานต่อนโยบายประชานิยม เบรกขึ้นค่ารถไฟ-ยืดอายุรถเมล์-รถไฟฟรี

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ได้จัดเสวนาเรื่อง "การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืน" เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีการหางบประมาณในการก่อสร้างรถไฟฟ้าของต่างประเทศ เนื่องจากตามแผนการพัฒนาระบบรถไฟฟ้านั้น รฟม.ต้องรับผิดชอบถึง 6 สายทาง และคาดว่าจะใช้เงินทุนกว่า 6 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงต้องหาแหล่งเงินลงทุนนอกเหนือจากงบประมาณ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาล ดังนั้นทางเลือกคือต้องพัฒนาที่ดิน โดยจะดึงภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนำรายได้มาใช้ในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้า

นายยงสิทธิ์กล่าวว่า เพื่อรองรับโครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดในอนาคตในวันที่ 15 พ.ย.2555 นี้จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.เพื่ออนุมัติให้ศึกษาในหลักการ และแผนการจัดซื้อรถไฟฟ้าจำนวน 800 ตู้ คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จต้นปี 56 จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้ทราบต่อไป

“การจัดซื้อรถไฟฟ้าล็อตใหญ่ และโรงงานผลิตชิ้นส่วน ถือว่าเป็นประโยชน์ในอนาคต หากเรามีรถไฟฟ้า 10 สาย จะสามารถช่วยลดงบประมาณการก่อสร้างได้ โดยเฉพาะงานด้านโยธา รวมทั้งการสร้างโรงงานผลิตอะไหล่ภายในประเทศ การสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ทำให้เราออกแบบรางได้ง่าย และยังสร้างงาน สร้างคน ตอนนี้มาเลเซียจับมือกับจีนเปิดโรงงาน หากเราไม่ทำก็ต้องนำเข้าจากมาเลเซียหรือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ลืมที่จะศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ” นายยงสิทธิ์กล่าว

นายยงสิทธิ์กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ว่าจะสามารถเริ่มได้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ บางแค หัวลำโพง ท่าพระ หรือปี 2558 เพราะต้องรอตู้รถไฟฟ้าที่จะมาให้บริการเพิ่มเติม 15 คัน เพื่อรองรับปริมาณการใช้บริการด้วย อย่างไรก็ตาม ในอนาคตจะมีการลงนามร่วมกันระหว่าง รฟม. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการจัดเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้รายได้ของ รฟม.เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนของผู้ใช้บริการได้ คาดว่าปี 2562 จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 4 ล้านคน และอีก 20 ปีข้างหน้า จะอยู่ที่ 8 ล้านคน รวมทั้งถ้า รฟม. สามารถดำเนินการตามแผนแม่บทได้ จำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงคมนาคมเน้นดูแลราคาค่าโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท โดยให้ตรึงราคาให้นานที่สุด เนื่องจากรัฐบาลได้ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้ราคาสูงสุดไม่เกินลิตรละ 30 บาทแล้ว ซึ่งรวมถึงค่าโดยสารรถไฟที่จะยังไม่ให้ปรับราคาเพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ร.ฟ.ท.เตรียมขอปรับขึ้นราคาอีก 10% ช่วงสิ้นเดือน มี.ค.2556 เนื่องจากการปรับขึ้นเพียง 10% ไม่ได้ทำให้รายได้ของ ร.ฟ.ท.เพิ่มขึ้นมากนัก โดยขอให้มีการปรับปรุงการบริการก่อน

นอกจากนี้ โครงการรถเมล์และรถไฟฟรีจะยังคงดำเนินการต่อไปตามนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการใหม่ โดยเน้นให้ประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลมีแนวคิดออกบัตรผู้มีรายได้น้อยให้กับประชาชนกลุ่มรากหญ้า นำไปใช้แสดงสิทธิ์ในการขอใช้บริการรถเมล์และรถไฟฟรี โดยอาจจะดำเนินไปพร้อมกับตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม คาดว่าภายใน 1 ปี จะสามารถนำมาใช้ได้.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 08/11/2012 7:19 am    Post subject: Reply with quote

รุกโมโนเรลเชื่อม 5 จุดบางซื่อ-หมอชิต สนข.พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางกรุงเทพฯ
หน้าเศรษฐกิจ

โดย: ทีมข่าวเศรษฐกิจ
ไทยรัฐออนไลน์
8 พฤศจิกายน 2555, 05:15 น

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืน” ว่า ได้นำข้อสังเกตของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม มาประกอบการวางแผนการจัดซื้อรถไฟฟ้าลอตใหญ่พร้อมกันในคราวเดียว โดย รฟม.มีความต้องการขบวนรถไฟฟ้าประมาณ 800 ตู้ แบ่งเป็นรถไฟฟ้าขนาดหนักประมาณ 500 ตู้ และรถไฟฟ้ารางเดี่ยวประมาณ 300 ตู้ วงเงิน 30,000-40,000 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุน เนื่องจากพบว่าการจัดซื้อรถไฟฟ้าลอตใหญ่ขนาด 300 ตู้ขึ้นไป จะมีราคาต่ำกว่าซื้อครั้งละ 50-100 ตู้ ประมาณเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตที่ระบุว่าปัญหาความล่าช้าของงานโยธาจะส่งผลกระทบต่อการรับมอบขบวนรถไม่เป็นไปตามแผน และอาจถูกปรับนั้น ถือว่ายังคุ้มค่ากับความเสี่ยง เพราะราคาต้นทุนที่ต่ำลงกว่าเท่าตัว ดังนั้น รฟม.คงเดินหน้าเรื่องดังกล่าว คาดว่าในวันที่ 15 พ.ย.นี้ จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ รฟม.พิจารณาเห็นชอบ และขอจ้างศึกษาพิจารณารายละเอียดก่อนที่จะเสนอ ครม.ภายในต้นปีหน้า

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน จะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้ โดยจะจัดทำระบบขนส่งมวลชนรางเดี่ยว หรือโมโนเรล เชื่อมสถานีบางซื่อ ตลาดนัดจตุจักร ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) บขส. และอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ปตท. และกระทรวงพลังงาน

“พื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟซึ่ง สนข.ได้คิดภาพรวมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานในบริเวณใกล้เคียงเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของคนกรุงเทพฯ และแหล่งรวมสำนักงาน รวมทั้งกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เพราะพื้นที่อยู่ใกล้ตลาดนัดจตุจักร และในอนาคตอาจปรับปรุงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรให้อยู่ชั้นใต้ดินบางส่วนด้วย”.
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 20490
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 08/11/2012 11:42 am    Post subject: Reply with quote

^^^
ยังไงก็ต้องเอาให้แน่ว่าจะพัฒนาสถานีขนส่งหมอชิต 2 ณ ปัจจุบันต่อไป
ไม่ใช่เดี๋ยวก็ย้ายอีก
น่าเสียดายที่ทางรถไฟเก่าในย่านพหลฯ ก็มี แต่ยากต่อการฟื้นฟูกลับมาเชื่อมสถานีพหลโยธินกับตลาดนัดสวนจตุจักร เพราะมีถนนกำแพงเพชร 2 คั่นอยู่

ที่จริงน่าทำรถไฟชัตเติลระหว่างสถานีพหลโยธินกับตลาดรถไฟ (ตรงที่รถเมล์ ขสมก.มากลับรถ) นะครับ ประหยัดงบประมาณกว่าโมโนเรลมาก ทำลองตลาดดูก่อนว่ามีผู้โดยสารไหม

ส่วนระหว่างบางซื่อกับสวนจตุจักร มีรถไฟใต้ดิน สะดวกดีอยู่แล้ว ไปได้ถึงสวนสาธารณะและเซ็นทรัลลาดพร้าว

---------

สนข.ศึกษาระบบขนส่งรองเชื่อมรถไฟฟ้า
โลกวันนี้ 2012-11-08 11:01:49

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยในการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 งานศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชน ระยะที่ 1 เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ว่า จังหวัดปทุมธานีเป็นเมืองปริมณฑลที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีอัตราการขยายตัวของเมืองสูง ทั้งด้านพาณิชยกรรม และด้านแหล่งที่อยู่อาศัย ซึ่งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการดำเนินงานระบบขนส่งมวลชน 10 สายทาง ให้สามารถประกวดราคาภายในปี 2557 จะทำให้ในเขตจังหวัดปทุมธานีจะมีการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รวม 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เดินทางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในได้ภายในเวลา 30 นาที

ทั้งนี้ เพื่อให้มีระบบการเดินทางในพื้นที่รองรับโครงข่ายรถไฟดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม สนข. จึงได้รับมอบหมายจาก กระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 1 เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยเป็นการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งขนาดรองเพื่อเชื่อมต่อจากระบบรถไฟฟ้า โดยการดำเนินการศึกษาฯ ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2555 มีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน จะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2556

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะมีการประกวดราคาปลายปี 2555 และเริ่มก่อสร้าง ปี 2556 จะแล้วเสร็จในปี 2560 ซึ่งแนวสายทางจะผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งพื้นที่พักอาศัยของประชาชนจำนวนมาก จึงเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา

“ในขั้นตอนต่อไป จะมีการลงพื้นที่ การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมากที่สุด อย่างไรก็ดีคาดว่าระบบขนส่งมวลชนเสริมจะเปิดให้บริการในปี 2562”
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 09/11/2012 3:28 am    Post subject: Reply with quote

ผู้ว่าฯ รฟม.ยันค่ารถ 20 บาทตลอดสายได้ใช้ปี 58

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤศจิกายน 2555 17:34 น.


นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า เรื่องค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น คาดว่าจะสามารถเริ่มได้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ บางแค หัวลำโพง ท่าพระ หรือประมาณปี 2558 เพราะต้องรอตู้รถไฟฟ้าที่จะมาให้บริการเพิ่มเติม 15 คัน เพื่อรองรับปริมาณการใช้บริการด้วย
นายยงสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า อนาคตจะมีการลงนามร่วมกันระหว่าง รฟม. บริษัทขนส่ง จำกัด และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ในการจัดเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้รายได้ของ รฟม.เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนของผู้ใช้บริการได้
นอกจากนี้ คาดว่าปี 2562 จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 4 ล้านคน และอีก 20 ปีข้างหน้า จะอยู่ที่ 8 ล้านคน รวมทั้งถ้า รฟม.สามารถดำเนินการตามแผนแม่บทได้ จำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 09/11/2012 3:34 am    Post subject: Reply with quote

สนข.เร่งหาระบบขนส่งเชื่อมเมืองปทุมฯกับรถไฟฟ้าสีแดง-เขียว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤศจิกายน 2555 23:17 น.

สนข.ทุ่มงบ15 ล้านศึกษาทำระบบขนส่งมวลชน จ.ปทุมธานีเชื่อมรถไฟฟ้าสีแดงและสีเขียว ที่สถานีรังสิตและคูคต เพื่อให้การเข้าสู่ใจกลางเมืองสะดวกรวดเร็วขึ้น คาดอีก2 เดือนรู้แนวใช้เป็นระบบรถเมล์ หรือ บีอาร์ที หรือโมโนเรล

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยในการสัมมนารับฟังความคิดเห็นงานศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 1 เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี วานนี้(8พ.ย.) ว่า เนื่องจากปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีอัตราการขยายตัวสูงทั้งด้านพาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย และในปี 2560 รถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีแดงช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ และสายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต จะเปิดให้บริการจึงต้องมีการศึกษาระบบเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่เพื่อป้อนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก ซึ่งจะทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการแก้ปัญหาการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดปทุมธานีอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้การศึกษาจะใช้เวลา 1 ปี งบประมาณ 15 ล้านบาท โดยใน 2 เดือนนี้จะเริ่มเห็นความชัดเจนว่า จะใช้ระบบเชื่อมต่อเป็นรถเมล์ หรือรถบีอาร์ที หรือรถไฟฟ้ามวลเบา (โมโนเรล) และเชื่อมจุดไหนที่ทำให้การเดินทางมีความสะดวกที่สุดจากนั้นจะรับฟังความเห็นของประชาชนอีกครั้ง และข้อมูลที่ได้สรุปนั้นจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จพร้อมให้บริการรถไฟฟ้ในปี 2560

โดยคาดว่าสถานีรังสิตจะเป็นจุดเชื่อมโครงข่ายรถไฟฟ้ากับระบบขนส่งมวลชนเสริม ของรถไฟฟ้าสายสีแดง เพราะโดยรอบมีประชาชนอยู่หนาแน่น ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะเป็นสถานีคูคต โดยหากมีความชัดเจนแล้วว่าจะต้องสร้างจุดเชื่อมต่อบริเวณไหน ก็อาจจะต้องเวนคืนที่ดินบางส่วนเพื่อใช้เป็นจุดขึ้นลงของระบบด้วย เช่น กรณีการสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล ก็ต้องเวนคืนพื้นที่ที่จะต้องสร้างสถานี เป็นต้น

สำหรับ ถนนพหลโยธินปัจจุบันมีปริมาณการจราจร 315,000 คัน/วัน ถนนคลองหลวง 58,000 คัน/วัน ถนนรังสิต-นครนายก 71,000 คัน/วัน ถนนลำลูกกา 39,000 คัน/วัน ถนนรังสิต-ปทุมธานี 121,000 คัน/วัน ในขณะที่การศึกษาพบว่า ลหากใช้ระบบโมโนเรลเชื่อมต่อต้องมีปริมาณผู้โดยสารถึง 10,000-30,000 เที่ยวคน/ชั่วโมง เป็นต้น อย่างไรก็ตามจากนี้จะต้องมีการศึกษาในลักษณะเดียวกันที่จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีพื้นที่ติดกับกทม. รวมถึงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ โดยคาดว่า มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้ใน 1-2 เดือนนี้ และจะเปิดประกวดราคาในต้นปี 2556 ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2560


ทุ่ม15ล.ศึกษาทำระบบมวลชนปี60รับเปิดใช้รถไฟฟ้าคูคต-มธ.ศูนย์รังสิต
ข่าวทั่วไทย เดลินิืวส์
วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา 07:59 น.

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต ถนนพหลโยธิน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความเห็นครั้งที่ 1 งานศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 1 เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีเป็นเมืองปริมณฑลที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีอัตราการขยายตัวของเมืองสูงทั้งด้านพาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย และในอนาคตกำลังจะมีรถไฟฟ้าผ่านเข้าพื้นที่ 2 สายทาง คือ สายสีแดงช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ และสายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต จึงต้องมีการศึกษาการระบบเชื่อมต่อการเดินทางในพื้นที่ป้อนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก เพื่อให้สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการแก้ปัญหาการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในจังหวัดปทุมธานีอย่างยั่งยืน

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยว่า การศึกษาครั้งนี้เพื่อพิจารณาเลือกรูปแบบการเดินทางเชื่อมต่อจากพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดปทุมธานี เพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันสภาพการจราจรบนถนนสายหลักในจังหวัดปทุมธานีมีปัญหาการจราจรติดขัดแล้ว โดยถนนพหลโยธินมีปริมาณการจราจร 315,000 คัน/วัน ถนนคลองหลวง 58,000 คัน/วัน ถนนรังสิต-นครนายก 71,000 คัน/วัน ถนนลำลูกกา 39,000 คัน/วัน ถนนรังสิต-ปทุมธานี 121,000 คัน/วัน ดังนั้นก่อนเปิดบริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย คือ สะพานใหม่-คูคต และรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ในปี 2560 ต้องมีระบบขนส่งมวลชนป้อนคนเข้าสู่รถไฟฟ้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อาจเป็นได้ทั้งรูปแบบรถเมล์ บีอาร์ที หรือโมโนเรล ซึ่งต้องดูผลการศึกษาก่อนทั้งในเรื่องพฤติกรรมการเดินทางของประชาชน และบริเวณที่อยู่อาศัยหนาแน่น พร้อมศึกษาด้วยว่าใครจะเป็นผู้ดูแลบริหารการเดินรถเส้นทางใหม่ที่จะเกิดขึ้น ควรเป็นท้องถิ่นหรือส่วนกลาง โดยจะใช้การศึกษาทั้งสิ้น 1 ปี งบประมาณ 15 ล้านบาท คาดว่าอีก 2 เดือน จะพอรู้ว่าจะต้องจัดการเชื่อมต่อเป็นรถเมล์ หรือบีอาร์ที หรือโมโนเรล ตรงไหนอย่างไร ก่อนรับฟังความเห็นของประชาชนอีกครั้ง ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำรูปแบบใดตรงไหน ต้องศึกษาข้อมูลก่อนแต่หากจะสร้างเป็นโมโนเรลต้องมีปริมาณผู้โดยสารมากถึง 10,000-30,000 เที่ยวคน/ชั่วโมง อย่างไรก็ตามต่อไปต้องมีการศึกษาในลักษณะแบบนี้อีกที่จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ รวมถึงที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย เพราะเป็นจังหวัดที่กำลังจะมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ไปถึง.
///--------------------------------------

ทำรถไฟฟ้า LRT เชื่อมศาลากลางจังหวัดกะ สถานยีรถไฟรังสิต และ สถานีรถไฟฟ้า สายเขียวเป็นเหมาะที่สุดนะท่าน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 10/11/2012 3:17 am    Post subject: Reply with quote

ประชุมรับฟังความคิดเห็นสร้างรถไฟฟ้ารางคู่สายบางนา-สุวรรณภูมิก่อนเสนอ ครม.
โดย ณัฐญา เนตรหิน
ข่าวรายวัน - คอลัมน์ : ข่าวในประเทศ
ฐานเศรษฐกิจ
วันศุกร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2012 เวลา 15:49 น.

วันนี้ (9 พ.ย. 55) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเมเปิล บางนา ; นายมานิต เตชะอภิโชค รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมประชาสัมพันธ์การมีส่วนร่วมของประชาชนสัมมนา ครั้งที่ 2

ตามโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง ระบบรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail transit : LRT) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนายธนา วิชัยสาร ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร(สจส.กทม.) ร่วมพิธี

กรุงเทพมหานครมีนโยบายพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระบบรางให้ครอบคลุมพื้นที่บริการมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการจราจรบนถนน และเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทาง โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน โดยได้จ้างที่ปรึกษาศึกษาพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง ระบบรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail transit : LRT) สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแลดล้อม ตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนรองของกทม. จากเดิมเคยพิจารณาสายบางนา-สุวรรณภูมิ ว่าควรเป็นรถไฟฟ้ารางเดียว แต่ต่อมาพิจารณาว่าควรเป็นระบบรางคู่ เพราะมีความยืดหยุ่นในการให้บริการมากกว่า โดยในขั้นตอนการดำเนินงานได้มีการประชุมเพื่อนำเสนอข้อมูลระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง ครั้งที่ 1 ไปเมื่อ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 108 คน โดยมีข้อเสนอแนะให้ลดจำนวนสถานีลง เนื่องจากมีระยะทางเพียง 18.3 กิโลเมตร และให้พิจารณาถึงจุดเชื่อมต่อที่แยกบางนา ซึ่งมีระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้ามาก และการสร้าง skywalk ต้องพิจารณาให้เหมาะสมสำหรับคนที่มีสัมภาระไปสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งคำนึงถึงคนชราและผู้พิการด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุม ในพื้นที่ตั้งแต่ มี.ค. 54 - พ.ย. 55 และได้นำความเห็นจากประชาชนมาปรับปรุงในเรื่องต่างๆ แล้ว

สำหรับการประชุมฯ ในวันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของโครงการฯ เพื่อนำความเห็นไปจัดทำร่างรายงานฉบับสมบูรณ์นำเสนอผู้บริหารกทม. ก่อนจะจัดนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ดำเนินการต่อไป

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการศึกษาพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองระบบรางเป็นอีกระยะหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในย่านธุรกิจที่ระบบขนส่งมวลชนระบบหลักไม่สามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยส่งเสริมโครงข่ายในระบบขนส่งมวลชนที่ยังไม่สมบูรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยการศึกษาในครั้งนี้ได้พิจารณาเส้นทางที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนามากที่สุด โดยสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ ตลอดจนเป็นการรับรองและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนหลักในเขตกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 20490
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 12/11/2012 9:17 pm    Post subject: Reply with quote

ชงย้ายสถานีปลายทางรถไฟสีชมพู
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 00:00:28 น.

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และในฐานะคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 คาดว่าจะมีการเสนอวาระการประชุมเรื่องการเปลี่ยนสถานีปลายทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี 34.5 กิโลเมตร โดยมีวงเงิน 54,000 ล้านบาท ซึ่งมีสถานีเพิ่มจากเดิม 24 สถานี เป็น 30 สถานี ว่าจะมีการเปลี่ยนสถานีปลายทางเป็นสถานีสุวินทวงศ์หรือไม่ จากเดิมที่เป็นสถานีมีนบุรี ทั้งนี้ เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตมีนบุรี ได้เสนอให้เปลี่ยนไปที่สุวินทวงศ์ ทั้งนี้ ได้ให้เหตุผลว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากกว่า

"หากมีการเสนอเปลี่ยนจุดสถานีปลายทางจากมีนบุรี และสุวินทวงศ์นั้น ก็จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการสรุปรายละเอียดก่อนว่า จะดำเนินการในรูปแบบใด ซึ่งในการประชุมในวันที่ 15 พ.ย.นี้ จะมีการเสนอกรณีดังกล่าวต่อที่ประชุมบอร์ดด้วย" นายจุฬา กล่าว

นายจุฬา กล่าวอีกว่า ส่วนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ โดยมีระยะทาง 23 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นวงเงินลงทุน เป็นงานโยธา 36,055 ล้านบาท และงานระบบรถไฟฟ้า 13,243 ล้านบาท ซึ่งเดิมสถานีปลายทางอยู่บริเวณสถานีคลองไผ่นั้น จากการเสนอความเห็นจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ที่ต้องการให้ขยายเส้นทางให้ถึงบริเวณ อ.บางกรวย-อ.ไทรน้อยนั้น กรณีดังกล่าวนั้น สนข.ยังไม่ได้รับการประสานจาก รฟม.ว่าจะให้ทำการศึกษาความเหมาะสมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หาก รฟม.จะมอบหมายให้ สนข.ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมนั้น รฟม.จะต้องเป็นผู้จัดหางบประมาณดำเนินการให้กับ สนข. ซึ่งจะได้ดำเนินการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษาความเหมาะสมต่อไป
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 20490
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 13/11/2012 11:10 pm    Post subject: Reply with quote

รฟม.เดินหน้ารถไฟสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี งบ 1.5 แสนล้าน คาดเปิดบริการปี′62
มติชนออนไลน์ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 15:45:08 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเวทีสาธารณะรับฟังเสียงประชาชนก่อนเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี เพื่อเชื่อมโยงกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกและตะวันตก นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบโครงการ โดยจะใช้ระยะเวลาศึกษาประมาณ 1 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างนานเนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันก็เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่มีมูลค่ามากที่สุดที่ รฟม.ดำเนินการ คือ ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หลังจากศึกษารายละเอียดต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในปลายปี 2556 หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างในปี 2557 แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2562

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รฟม.จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง โดยดำเนินการช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีก่อน เนื่องจากมีประชาชนอาศัยตามแนวการก่อสร้างน้อยกว่า หลังจากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ และเพื่อให้บริการครอบคลุมประชาชนมากยิ่งขึ้น รฟม.ได้ปรับเส้นทางการก่อสร้างจากเดิมจะก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมไปทางแยกเหม่งจ๋าย ถึงวัดเทพลีลา หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงใหม่ โดยเปลี่ยนไปก่อสร้างตามแนวถนนพระราม 9 แล้วเลี้ยวซ้ายไปด้านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน เนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นมากกว่า

นายยงสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ดำเนินการก่อสร้างจะเป็นเงินกู้ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาและค้ำประกัน คาดว่าจะเป็นการกู้เงินในประเทศ เพราะหากกู้เงินจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) จะต้องมีขั้นตอนมาก และเมื่อรวมค่าดำเนินการต่างๆ แล้ว ก็ไม่แตกต่างจากการกู้เงินภายในประเทศ

นายยงสิทธิ์กล่าวว่า ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) วาระพิเศษ เพื่อพิจารณาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ว่าจะให้สิ้นสุดที่สถานีมีนบุรี หรือสถานีสุวินทวงศ์ เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอได้ทันในการประชุมวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีการพิจารณากรอบวงเงินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำหนดช่วงสะพานใหม่-คูคต ไว้ที่ 2.35 หมื่นล้านบาท และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท

---------

รฟม.ทุ่มเพิ่ม 2 พันล้าน ปรับเส้นทางเดินรถไฟสายสีส้ม
ไทยรัฐออนไลน์ 13 พฤศจิกายน 2555, 21:14 น

รฟม.ปรับเส้นทางเดินรถไฟสายสีส้ม จากศูนย์วัฒนธรรมวิ่งตรงไปยังพระรามเก้า หวั่นเกิดปัญหาแออัดในซอยเทียนร่วมมิตรเพราะพื้นที่น้อย คาดอาจทำงบงอกอีก 2,000 ล้านบาท เพราะระยะทางเพิ่ม 400 เมตร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม.จะปรับเปลี่ยนเส้นทางของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี สำหรับแบบก่อสร้างโครงการระยะแรก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ โดยจะปรับเส้นทางที่ออกจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมให้วิ่งผ่านตรงไปยังถนนพระรามเก้าแทน บริเวณซอยเทียนร่วมมิตรเดิม เนื่องจาก รฟม.เห็นว่า บริเวณถนนเทียมร่วมมิตรมีพื้นที่น้อยเกินไป อาจเกิดปัญหาแออัด รวมทั้งบริเวณถนนพระรามเก้ายังสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการปรับแบบเส้นทางใหม่จะทำให้ระยะทางการก่อสร้างเพิ่มขึ้นประมาณ 400 เมตร และอาจกระทบทำให้งบการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท

"รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วง ตลิ่งชัน-มีนบุรี มีระยะทางยาวถึง 36 กิโลเมตร เป็นโครงการใช้งบประมาณก่อสร้างมากที่สุด ประมาณ 1.5-1.6 แสนล้านบาท ดังนั้นต้องใช้เวลาในการศึกษาออกแบบก่อสร้าง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ปลายปี 2556 และเริ่มก็ก่อสร้างได้ในปี 2557 โดยจะเริ่มก่อสร้างระยะแรก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิก่อน" นายยงสิทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าสายสีส้มจะเป็นรถไฟฟ้าที่สามารถทำรายได้มากที่สุด โดยคาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 5 แสนคน มีรายได้รวมต่อปีประมาณ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากวิ่งผ่านแหล่งชุมชนขนาดใหญ่บริเวณถนนรามคำแหง เช่น ห้างสรรพสินค้าเดอะมอล์ สนามกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาที่ดินของ รฟม. ประมาณ 1,000 ไร่ บริเวณถนนพระราม 9 ซึ่งในอนาคตจะเป็นศูนย์ซ่อมของรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยอาจจัดแบ่งพื้นที่พัฒนาธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า และศูนย์การประชุม เป็นต้น โดย รฟม.จะเป็นผู้เปิดให้สัมปทานแก่ภาคเอกชนได้เข้ามาเสนอแผนการลงทุนต่อไป
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 16408
Location: ADTEC

PostPosted: 14/11/2012 1:35 am    Post subject: Reply with quote

อ่วม!งบสีส้มพุ่งเกิน1.7แสนล. “ประภัสร์”คุยโว6เดือน แก้หนี้-พัฒนาส้วมรถไฟ
หน้าเศรษฐกิจ
ไทยโพสต์
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รฟม.ปรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม ออกจากสถานีศูนย์วัฒนธรรม ให้วิ่งผ่านตรงไปยังถนนพระราม 9 แทนบริเวณซอยเทียมร่วมมิตรเดิม ส่งผลงบพุ่งกระฉูดอีก 2 พันล้านบาท จากเดิม 1.6 แสนล้านบาท ด้านประภัสร์ ประกาศ 6 เดือนแก้ปัญหาหนี้และห้องน้ำรถไฟ
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี ว่า ได้ปรับแนวเส้นทางการก่อสร้างใหม่ โดยเฉพาะในช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิ ซึ่งรฟม.ได้ปรับเส้นทางที่ออกจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมให้วิ่งผ่านตรงไปยังถนนพระราม 9 แทนบริเวณซอยเทียมร่วมมิตรเดิม เนื่องจากบริเวณถนนเทียมร่วมมิตรมีพื้นที่น้อย อาจเกิดปัญหาแออัด รวมทั้งบริเวณถนนพระราม 9 ยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการปรับแบบเส้นทางใหม่จะทำให้ระยะทางการก่อสร้างเพิ่มขึ้นประมาณ 400 ม. และใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท จากเดิมใช้งบลงทุนประมาณ 160,000 ล้านบาท
“รถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี มีระยะทางถึง 36 กม. เป็นโครงการใช้งบในการก่อสร้างมากที่สุด และเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนขนาดหนัก ดังนั้นต้องใช้เวลาในการศึกษาออกแบบก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ และจะเปิดประมูลได้ปลายปี 56 และจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 57 โดยจะเริ่มก่อสร้างระยะแรกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางกะปิก่อน คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารเกือบ 600,000 คน ต่อเที่ยวต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีแทนทางเศรษฐกิจ 19.4%“ นายยงสิทธิ์ กล่าว
สำหรับโครงการสายสีส้มนั้นเริ่มต้นจากสถานีบางขุนนนท์ วิ่งไปตามแนวเขตรถไฟสายบางกอกน้อย ผ่านโรงพยาบาลศิริราช ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ผ่านใต้ถนนราชดำเนิน เบี่ยงใช้แนวถนนหลานหลวง ผ่านยมราช เข้าสู่แนวถนนเพชรบุรี เลี้ยวเข้าถนนราชปรารภถึงดินแดง เลี้ยวไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เลี้ยวขวาไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เบี่ยงเข้าถนนพระราม 9 ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามคำแหง ผ่านแยกลำสาลี ตัดผ่านถนนกาญจนาภิเษก สิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนสุวินทวงศ์บริเวณมีนบุรี
นายยงสิทธิ์กล่าวว่า ด้านงบประมาณการก่อสร้างนั้น กระทรวงการคลังแนะนำให้ใช้วิธีกู้เงินภายในประเทศ เนื่องจากจัดหาได้เร็วกว่า แม้จะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าการกู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) แต่เมื่อหักกับต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินกู้ต่างประเทศแล้ว อาจมีต้นทุนการกู้ที่ไม่ต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม คาดว่าสายสีส้มจะเป็นรถไฟฟ้าที่สามารถทำรายได้มากที่สุด โดยมีรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากวิ่งผ่านแหล่งชุมชนขนาดใหญ่บริเวณถนนรามคำแหง
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า หลังเข้ารับตำแหน่งงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องความสะอาด และการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งในส่วนของ ร.ฟ.ท.และบริษัทลูกแอร์พอร์ตเรลลิงค์ เช่นการติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนเพิ่มเติม และก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างสถานีมักกะสันกับสถานีเพชรบุรีของรถไฟฟ้าใต้ดิน
นอกจากนี้ จะเร่งแก้ปัญหาการขาดทุนของรถไฟ โดยจะเร่งตรวจสอบที่ดินทุกแปลงที่ให้เอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์โดยที่ไม่เสียค่าเช่า เช่น บมจ.ปตท. ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่หน่วยงานราชการจึงไม่สามารถทำสัญญาแบบรัฐต่อรัฐได้ ดังนั้น ร.ฟ.ท.ต้องคิดว่าเช่า โดยในเบื้องต้นจะนำค่าเช่าจาก ปตท.ไปหักหนี้น้ำมันที่ ร.ฟ.ท.ติดค้าง ปตท.กว่า 10,000 ล้านบาทแทน.
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 62, 63, 64 ... 92, 93, 94  Next
Page 63 of 94

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©