Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)
View previous topic :: View next topic
Author
Message
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 30/10/2025 9:02 pm Post subject:
โครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟสระบุรี
ตรงนี้เป็นจุดที่ทางรถไฟความเร็วสูงจะพาดผ่านเหนือสถานี ทำให้ต้องก่อสร้างอย่างละเอียดและใช้เวลาพอสมควร เพราะมีทั้งความใหญ่และความซับซ้อนของงาน
เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงสระบุรีแก่งคอย (สัญญาที่ 47) ที่กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง https://www.facebook.com/NicklePaatour/posts/1521919162182119
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 31/10/2025 6:36 pm Post subject:
'สี จิ้นผิง' ปลื้ม นโยบาย'อนุทิน'ไม่เอาคาสิโน
Source - เว็บไซต์แนวหน้า
Friday, October 31, 2025 at 18:27
ปธน. จีน ปลื้ม นโยบาย "นายกฯ อนุทิน ไม่เอาคาสิโน" ย้ำไม่คิดแทรกแซงนโยบายประเทศใด แต่จีนจะใช้มาตรการภายในไม่สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีน เดินทางมาเที่ยวเพราะคาสิโน ขณะเดียวกัน พร้อมร่วมมือกับไทยปราบทุกภัยไซเบอร์ เชี่อปิดดิลเพิ่มขายข้าวไทย 5 แสนตัน
วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Kolon เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ
โอกาสนี้ ประธานาธิบดีจีน กล่าวถวายความอาลัยการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกครั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าว ขอบคุณและซาบซึ้งประธานาธิบดีสีจิ้น ผิง ที่ได้มีสารถวายความอาลัย และยังได้กล่าวด้วยถ้อยคำในครั้งนี้ ซึ่งมีความหมายต่อคนไทย ทั้งนี้ จะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทรงทราบด้วย
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุม Fourth Plenum ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 4 ซึ่งได้วางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมย้ำว่าปี 2568 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและรุ่งเรืองร่วมกัน
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยัน และพร้อมผลักดันความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระดับประชาชน ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเกษตรเพื่ออนาคต
นายกรัฐมนตรีชื่นชมความจริงจังของประธานาธิบดีสี ที่ให้คำมั่นกับไทยในการร่วมกันปราบปรามภัยไซเบอร์ (Cyber crime) ถือว่าเป็น อาชญากรรมทั้งทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ซึ่งไทยถือเป็นวาระแห่งชาติและจะระดมความร่วมมือจากภูมิภาคเพื่อที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดืสี ถึงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยง ซึ่งไทยกล่าวถึงความคืบหน้า การบริหารจัดการดำเนินการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน รวมถึง โครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (หนองคาย-เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นสะพานทางราง เพื่อเชื่อมต่อรถไฟไทย-ลาว-จีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบรางกับจีน ทำให้สินค้าสามารถเดินทางไปและกลับตั้งแต่จีนตอนล่างไปจนถึงแหลมมาลายู
ในการหารือ นายกรัฐมนตรียังยืนยันกับท่านประธานาธิบดีสี ถึง รัฐบาลไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้คาสิโน มาเป็นเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเชื่อมั่นว่า ด้วยความสามารถของคนไทย ผลิตภัณฑ์ไทย สินค้าไทย รวมทั้งเทคโนโลยีที่ไทยมีอยู่ ไทยมีทางเลือกอื่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น จึงได้หยุดการนำเสนอกฎหมายการพนันทุกชนิดและขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเที่ยวอีกครั้ง โดยรัฐบาลจะดูแลความปลอดภัยอย่างดี ซึ่งประธานาธิบดีกล่าว ชื่นชมนโยบายไทยและย้ำว่า ไม่คิดแทรกแซงการดำเนินนโยบายภายในของประเทศใดๆ แต่จะใช้มาตรการภายในของตน ในการหยุดยั้งไม่ให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวคาสิโน เท่านั้น เพราะจีน เห็นว่า ธุรกิจการพนันมีผลเสียต่ออย่างมากต่อวิถีชีวิตของคน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ย้ำถึงนโยบายรัฐบาลชุดนี้และความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ ที่ไม่ต้องการมีการพนันที่ถูกกฎหมายเช่นกัน
นายกรัฐมนตรี ยังถือโอกาสนี้ ติเตามการเจรจา การซื้อข้าวไทยจำนวน 500,000 ตันซึ่งคณะเจรจาได้ทำงานมาระดับหนึ่ง ขณะที่จีนบริโภคบริโภคทั้งประเทศเกือบ 150 ล้านตัน ชื่อว่ามีแนวโน้มในทางที่ดี
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชิญนายกรัฐมนตรีจีน มาการประชุมแม่โขง- ล้านช้าง ที่ประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ด้วย
"ภาพรวม การหารือกับประธานาธิบดีจีนสังเกตได้ถึง บรรยากาศฉันท์มิตร ปฏิกิริยากลับมาของจีนซึ่งถือเป็นประเทศมหาอำนาจและและมีความสำคัญ เปลี่ยนแปลงทิศทางที่ดีขึ้น และคณะผู้บริหารที่ร่วมหารือก็มีความพึงพอใจ ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ที่หยุดชะงักไป ได้รื้อฟื้นกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีต้องมาจากพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน" นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
https://www.naewna.com/politic/924816
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 02/11/2025 9:13 am Post subject:
3 พ.ย.นี้ หาทางออก ไฮสปีดซีพี แก้สัญญาต่อหรือเพิ่มข้อเสนอใหม่
Source - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Sunday, November 02, 2025 at 06:41
จับตา 3 พ.ย.นี้ พิพัฒน์ นัดถก สกพอ.-รฟท. เคาะแนวทางสางปัญหา ไฮสปีด 3 สนามบิน เล็งเปิดออปชั่นเสริม เจรจา CP เดินหน้าไฮสปีดถึงตราด
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) นับเป็นอีกหนึ่งโครงการมหากาพย์ติดหล่มมากว่า 6 ปี 4 รัฐบาล นับจากวันลงนามสัญญา 24 ต.ค.2562 สมัยรัฐบาลประยุทธ์ 1 ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเริ่มตอกเสาเข็มก่อสร้างได้
สืบเนื่องโควิดที่ทำให้ผู้โดยสารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ลดลง และคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้บริการไฮสปีดก็ไม่สูงตามคาดการณ์ ทำให้เอกชนที่ชนะการประมูล คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยื่นขอรับการเยียวยาจากรัฐบาล เจรจาเงื่อนไขและรายละเอียดแก้ไขสัญญาร่วมทุนมาอย่างต่อเนื่อง สถานะปัจุบันได้เสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว
โดยประเด็นที่ เอเชีย เอรา วัน ยื่นข้อเสนอขอรับการเยียวยามีสาระสำคัญอาทิ
การชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL)
ซึ่งแนวทางแก้ไขสัญญาได้กำหนดให้เอกชนแบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท เป็น 7 งวด เป็นรายปี จำนวนเท่าๆ กัน และต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญา
การปรับวิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการที่ปรับเป็นรูปแบบ "สร้างไปจ่ายไป"
โดยทำให้รัฐต้องจ่ายค่าสนับสนุนงานโยธาเร็วขึ้น เป็นการจ่ายตามงวดงาน ตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่ รฟท. ตรวจรับ วงเงินรวมเป็น 125,932.54 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขกำหนดว่าเอกชนจะต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้กระทบกรณีการทิ้งงาน
ก้าวเข้าสู่รัฐบาลอนุทิน นับเป็นรัฐบาลที่ 5 ในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาไฮสปีดติดหล่มนี้ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำหนดนัดประชุมภายในส่วนของภาครัฐวันที่ 3 พ.ย.2568 ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ก่อนจะนำไปเจรจาเอกชนคู่สัญญา
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมานายพิพัฒน์ มีแผนในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยต้องการให้เดินหน้าโครงการให้สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีความเห็นประเด็นการแก้ไขสัญญาร่วมทุนในประเด็นจะมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนของรัฐ จากเดิมสร้างเสร็จแล้วจ่าย ปรับเป็นจ่ายเป็นงวดงานในลักษณะสร้างไปจ่ายไป
สำหรับแนวทางดังกล่าวนายพิพัฒน์เห็นว่าขัดกับหลักการของสัญญา โดยหากอัยการมีความเห็นเช่นนี้จึงทำให้กระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการแก้ไขสัญญาต่อ เพราะถือเป็นกระทำที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ มีแนวคิดที่จะเจรจาเพื่อหาแรงจูงใจในการลงทุนโครงการนี้เพิ่มขึ้น โดยเจรจากับเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อรับดำเนินโครงการช่วงส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานอู่ตะเภาไปยังเมืองระยอง จันทบุรี และสิ้นสุดที่ตราด ซึ่งถือเป็นส่วนต่อขยายที่จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น มีผู้โดยสารมากขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน
อย่างไรก็ดี หากเอกชนรับข้อเสนอออปชันเสริมนี้ จะมีการเจรจาทำสัญญาใหม่หรือสัญญาต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขกำหนดต้องเจรจาผลตอบแทนให้กับรัฐเพิ่มเติมด้วย เพื่อยืนยันว่าออปชันเสริมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อเอกชน เพราะรัฐจะยังได้ผลตอบแทนเพิ่มเติม และการสร้างส่วนต่อขยายออกไป เกิดประโยชน์กับประชาชนสร้างโอกาสในการใช้บริการเพิ่มเติม
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1205758
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 03/11/2025 10:52 am Post subject:
ข่าวใหญ่ด้านระบบรางไทย: รมว.คมนาคม นัดถกวันที่ 3 พ.ย.เคาะแนวทางเดินหน้าโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมเปิดออปชันให้เอกชนขยายถึง ตราด มาดูเหตุผล ผลกระทบ และอนาคตของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่าจะเป็นอย่างไร
'พิพัฒน์' นัดถก รฟท. - EEC สางปมไฮสปีดเทรน CP ต่อขยายถึงตราด
วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 6:54 น.
"พิพัฒน์" รมว.คมนาคม นัดประชุม 3 พ.ย.นี้ ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงาน EEC เพื่อหาข้อสรุปปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
เปิดแนวคิดเจรจาเสนอให้เอกชนคู่สัญญา (กลุ่มซีพี) รับดำเนินโครงการส่วนต่อขยายจากอู่ตะเภาไปยังระยอง จันทบุรี และสิ้นสุดที่ตราด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้โครงการเดินหน้าต่อ
ชี้การเสนอส่วนต่อขยายถึงตราดมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร และสร้างความคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น แทนการแก้ไขสัญญาเดิมที่อาจขัดต่อกฎหมาย
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ถือหุ้นใหญ่ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562
หลังนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเยียวยาผลกระทบจากโควิดที่ทำให้ผู้โดยสารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ลดลง เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการเจรจาแก้สัญญาดำเนินการมาต่อเนื่องถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่ยังไม่อนุมัติร่างแก้ไขสัญญาดังกล่าว
รวมทั้งเมื่อเข้าสู่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล คัดค้านการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในประเด็นการปรับรูปแบบการจ่ายเงินให้เอกชนเป็นสร้างไปจ่ายไปตามงวดงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากปัญหาการเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูง ขณะนี้ได้นัดประชุมภายในส่วนของภาครัฐวันที่ 3 พ.ย.2568 ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อนจะนำแนวทางไปเจรจาเอกชนคู่สัญญา
ในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลนี้ จะพยายามผลักดันในสิ่งที่ผ่านมาแล้วและยังไม่จบ พยายามทำให้ได้ข้อสรุปมากที่สุด จะทำให้มีความเคลื่อนไหว มีข้อสรุปในระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายพิพัฒน์ มีแผนในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยต้องการให้เดินหน้าโครงการให้สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีความเห็นประเด็นการแก้ไขสัญญาร่วมทุนในประเด็นจะมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนของรัฐ จากเดิมสร้างเสร็จแล้วจ่าย ปรับเป็นจ่ายเป็นงวดงานในลักษณะสร้างไปจ่ายไป
สำหรับแนวทางดังกล่าวนายพิพัฒน์เห็ีว่าขัดกับหลักการของสัญญา โดยหากอัยการมีความเห็นเช่นนี้จึงทำให้กระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการแก้ไขสัญญาต่อ เพราะถือเป็นกระทำที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ มีแนวคิดที่จะเจรจาเพื่อหาแรงจูงใจในการลงทุนโครงการนี้เพิ่มขึ้น โดยเจรจากับเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อรับดำเนินโครงการช่วงส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานอู่ตะเภาไปยังเมืองระยอง จันทบุรี และสิ้นสุดที่ตราด ซึ่งถือเป็นส่วนต่อขยายที่จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น มีผู้โดยสารมากขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน
รวมทั้งในขณะที่กระทรวงคมนาคมมีออปชันเสริมที่จะไปเจรจากับกลุ่มซีพี เพื่อดำเนินการส่วนต่อขยายออกไปถึงจังหวัดตราด ซึ่งจะจูงใจการใช้บริการมากขึ้น และน่าจะจูงใจให้เอกชนดำเนินโครงการนี้ ซึ่งหากเอกชนรับข้อเสนอออปชันเสริมนี้จะเจรจาทำสัญญาใหม่หรือสัญญาต่อเนื่อง แต่ต้องเจรจาผลตอบแทนให้กับรัฐเพิ่มเติมด้วย
ส่วนแนวทางเจรจาออปชันเสริมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อเอกชน เพราะรัฐจะยังได้ผลตอบแทนเพิ่มเติม และการสร้างส่วนต่อขยายออกไป เกิดประโยชน์กับประชาชนสร้างโอกาสในการใช้บริการเพิ่มเติม และแนวทางแก้ไขสัญญาอาจกลายเป็นการผิดสัญญา โดยอาจทำให้กิจการร่วมค้า BSR ที่เคยแพ้การประมูลอ้างสิทธิฟ้องร้องได้ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือนของรัฐบาลนี้
สำหรับกิจการร่วมค้า BSR ประกอบด้วย บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) , บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่นจำกัด (มหาชน) , บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งจำกัด (มหาชน)
ลงทุนส่วนต่อขยาย 1 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า โครงการส่วนต่อขยายไฮสปีด 3 สนามบิน รฟท.เคยจัดประชุมเพื่อประเมินความสนใจเบื้องต้นของภาคเอกชน (Market Sounding) เมื่อปี 2563 โดยศึกษาขยายเส้นทางไปยังจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP)
สำหรับโครงการส่วนต่อขยายไฮสปีดเทรน จังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทางรวม 190 กิโลเมตร ประเมินใช้งบลงทุน 101,728 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินค่าเวนคืนที่ดิน 12,999 ล้านบาท, วงเงินงานโยธา 69,148 ล้านบาท, วงเงินงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) 12,088 ล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้ผลการศึกษาพบว่าระยะทางช่วงดังกล่าวไม่คุ้มค่าการลงทุน เพราะมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 5.39% ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่รัฐกำหนด 12%
รวมทั้งอายุสัมปทานตามกฎหมาย PPP กำหนดให้ไม่เกิน 50 ปี ซึ่งโครงการนี้อาจให้อายุสัมปทานเท่าไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน
ส่วนการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) เอกชนต้องลงทุนจัดหาพื้นที่เอง เพราะ รฟท.ไม่มีพื้นที่รอบสถานีเพียงพอที่จะให้พัฒนาเชิงพาณิชย์ อีกทั้งโครงการนี้พัฒนาจากแนวเวนคืนที่ดินของประชาชน ดังนั้น รฟท.ไม่สามารถนำไปพัฒนาโครงการอื่นนอกเหนือจากการคมนาคมขนส่ง
แหล่งข่าว กล่าวว่า รฟท.เคยศึกษาคาดการณ์ว่าปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารวันละ 7,429 คน หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2581 เป็นในวันละ 10,896 คน ปี 2591 เพิ่มเป็น 15,251 คน และปี 2601 เพิ่มขึ้นเป็น 19,575 คน ตามลำดับ
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1205134
https://www.youtube.com/watch?v=Sk2dJNt0jAk
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 05/11/2025 8:52 am Post subject:
ลุยประมูล งานโยธา 8 สัญญา 'ไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2'
Source - ฐานเศรษฐกิจ
Wednesday, November 05, 2025 at 05:42
'คมนาคม' เผย 'รฟท.' จ่อเปิดประมูลไฮสปีดไทยิจีนเฟส 2 3.4 แสนล้านบาทภายในเดือนธ.ค.นี้ เดินหน้าสร้างงานโยธา 8 สัญญาเร่งศึกษาดึงเอกชนร่วมทุน PPP ลุยงานระบบ O&M ตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 73
ปัจจุบัน "การรถไฟแห่งประเทศไทย" หรือ รฟท.ยังคงเดินหน้าเติมเต็มโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) จากกรุงเทพฯ ไปถึงหนองคาย ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟจีน-ลาว ได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งและคมนาคมในภูมิภาคอาเซียน
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ความคืบหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะ (เฟส) ที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคายนั้น
ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการฯแล้ว โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างการจัดทำขอบเขตของงานและราคากลาง พร้อมเปิดประมูลได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ6 เดือน คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569
ขณะเดียวกันตามแผนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างงานโยธาได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 ใช้เวลาก่อสร้าง 48 เดือน คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2573 โดยแบ่งสัญญางานโยธาออกเป็น8 สัญญา ดังนี้ สัญญาที่ 1 ช่วงนครราชสีมา-โนนสูง ระยะทาง 39 กม. วงเงิน 31,030 ล้านบาท, สัญญาที่ 2 ช่วงโนนสูง-บัวลาย ระยะทาง 54.9 กม. วงเงิน 33,920 ล้านบาท, สัญญาที่ 3 ช่วงบัวลาย-บ้านแฮด ระยะทาง 68.3 กม. วงเงิน 33,110 ล้านบาท
สัญญาที่ 4 ช่วงบ้านแฮด-น้ำพอง ระยะทาง 54.3 กม. วงเงิน 33,415 ล้านบาท, สัญญาที่ 5 ช่วงน้ำพอง-อุดรธานี ระยะทาง 64.5 กม. วงเงิน 31,850 ล้านบาท, สัญญาที่ 6 ช่วงอุดรธานี-สระใคร ระยะทาง 60.4 กม. วงเงิน 33,490 ล้านบาท, สัญญาที่ 7 ช่วงสระใคร-หนองคาย ระยะทาง 15.3 กม. วงเงิน 32,939 ล้านบาท และสัญญาที่ 8 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 7,700 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ขณะที่การเปิดประมูลโครงการไฮสปีดไทย-จีนเฟส 2 ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ ตาม พ.ร.บ. การร่วม ลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โดย รฟท. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัท KU Consortium ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการศึกษา ระยะเวลา 8 เดือน โดยลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดภายในเดือนมกราคม 2569
อย่างไรก็ดีการให้เอกชนร่วมลงทุนในการประมูลงานระบบบำรุงรักษา (O&M) ของโครงการนี้ จะใช้งบประมาณ 85,729.65 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในเดือนมกราคม 2569 ก่อนเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พ.ศ. 2562 ต่อไป
"กรณีที่บางสัญญาของไฮสปีดไทยจีนเฟส 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่ติดปัญหาการลงนามบางสัญญากับเอกชนจะกระทบต่อแผนการก่อสร้างของ เฟส 2 หรือไม่นั้น ขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างการประกาศยกเลิกการประกวดราคา สัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ พระแก้ว ก่อนดำเนินการประกวดราคาใหม่ คาดว่าจะเปิดประมูลหาผู้รับจ้างแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ยืนยันว่าเป็นไปตามแผนงานของ รฟท. ที่มีกำหนดก่อสร้างโครงการ เฟส 1 ที่แล้วเสร็จภายในปี 2572" แหล่งจากกระทรวงคมนาคม กล่าว
ด้านการเวนคืนที่ดินของโครงการฯนี้ วงเงิน 12,418 ล้านบาท โดยมีพื้นที่เวนคืน จำนวน 1,991 แปลง เนื้อที่ จำนวน 1,345 ไร่ รวมถึงสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1,428 รายการ ปัจจุบัน รฟท. ได้นำส่งร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนต่อกระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว คาดว่าจะออกประกาศและมีผลบังคับใช้ภายในปี 2569 ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2571
ส่วนแนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย มีระยะทางประมาณ 357 กม. จำนวน 5 สถานี ประกอบด้วย 1.สถานีบัวใหญ่ 2.สถานีบ้านไผ่ 3.สถานีขอนแก่น 4.สถานีอุดรธานี และ 5.สถานีหนองคาย ซึ่งเชื่อมต่อการเดินทางจากไทยไปลาวและจีน
สำหรับโครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย วงเงินลงทุน 341,351 ล้านบาท โดยตลอดเส้นทางทั้ง 2 ระยะ จะใช้ขบวนรถไฟรวมทั้งหมด 18 ขบวน ซึ่งเป็นมาตรฐานของจีน เบื้องต้นจะมีการสั่งซื้อขบวนรถไฟเพิ่ม 14 ขบวนจากเดิมที่มีขบวนรถไฟเพียง 4 ขบวน
นอกจากนี้รฟท.ได้คาดการณ์การผู้โดยสารและค่าโดยสารเมื่อเปิดให้บริการในปีแรกจะมีปริมาณผู้โดยสารตลอดสายช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ประมาณ 7,000 คนต่อวัน ซึ่งแบ่งการเปิดให้บริการออกเป็น2 ระยะ ดังนี้ ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการในระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา อยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 คนต่อวัน ในปี 2572
อย่างไรก็ดีในปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการช่วงนครราชสีมา-หนองคาย (ตลอดสาย) กว่า 1,000 คนต่อวัน ส่วนค่าโดยสารจะต้องมีการปรับปรุง เนื่องจากข้อมูลเดิมอิงจากผลการศึกษาเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว ซึ่งจะมีการทบทวนตัวเลขผู้โดยสารและค่าโดยสารใหม่ในการศึกษาปัจจุบันอีกครั้ง
ที่มา: นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 6 - 8 พ.ย. 2568
ที่มา: นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 6 - 8 พ.ย. 2568
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 05/11/2025 8:54 am Post subject:
'พิพัฒน์' นัดกลุ่ม CP 14 พ.ย.นี้ ถกทางออกไฮสปีดสามสนามบิน
Source - ข่าวหุ้น
Wednesday, November 05, 2025 at 05:06
พิพัฒน์ ถกบอร์ด EEC เร่งรื้อปัญหารถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน เตรียมนัดกลุ่ม CP เจรจา 14 พ.ย.นี้ ด้านโครงการ MRO ฉลุย! EEC เตรียมเทียบเชิญ THAI เจรจาเงื่อนไขลงทุนสัปดาห์หน้า วางเป้าเซ็นสัญญาปลายปีนี้
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ EEC เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กพอ. (บอร์ด EEC) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทาง EEC ได้รายงานให้กรรมการ EEC รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ EEC ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งความก้าวหน้าการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ซึ่งคณะกรรมการ EEC ใช้เวลาในการหารือเรื่องโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยาวนานที่สุด
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบแนวทางส่วนตัวที่ไม่สามารถยอมรับได้หากให้เอกชนผู้รับงานคือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) ใช้วิธีให้รัฐจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจรับวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท (สร้างไปจ่ายไป) โดยมีเงื่อนไขให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมรวมเป็นจำนวน 152,164 ล้านบาท เพื่อประกันว่างานก่อสร้างและรถไฟความเร็วสูงจะเปิดให้บริการได้ภายในระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเสนอออปชั่นเสริมเพื่อหาแรงจูงใจเอกชนในการลงทุนโครงการนี้เพิ่มขึ้น โดยจะเจรจากับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อให้ดำเนินโครงการส่วนต่อขยายรถไฟสามสนามบินจากสนามบินอู่ตะเภาไปยังจ.ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งจากการศึกษาของ รฟท.พบว่ามีระยะทาง 190 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 101,728 ล้านบาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น มีผู้โดยสารมากขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่เอกชนจะต้องรับเงื่อนไขเจรจาผลตอบแทนให้กับรัฐเพิ่มเติมด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวทางทั้งหมดดังกล่าวนั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับเอกชนคือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ด้วยว่าจะเห็นตรงกันหรือไม่ ซึ่งทางฝ่ายรัฐโดย รฟท.ในฐานะคู่สัญญาจะนัดหมาย บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด มาเจรจาร่วมกันในวันที่ 14 พ.ย.นี้ โดยจะมีนายพิพัฒน์ เป็นประธานในการเจรจาร่วมด้วย EEC และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาว่าแต่ละเงื่อนไขที่ตกลงกันนั้นรัฐต้องไม่เสียเปรียบ และสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าการเจรจาจะได้ข้อยุติภายในเมื่อใด เพราะเคยมีการกำหนดเงื่อนเวลาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยทำได้ จนโครงการมีความล่าช้ามากว่า 6 ปีแล้ว
นายจุฬา กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในเขต EEC ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภาว่า ในสัปดาห์หน้าจะเชิญบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มาเจรจาเงื่อนไขการลงทุน หลังจากที่ THAI ได้ยื่นข้อเสนอมาแล้วเมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งการลงทุนจะอยู่ในลักษณะ EEC ให้ THAI เช่าพื้นที่ดำเนินโครงการ MRO โดย THAI เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ระยะเวลาเช่า 50 ปี และสามารถเจรจาต่อสัญญาเช่าได้อีก 49 ปี ซึ่งคาดว่า THAI จะมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมารับงาน
และทาง EEC ตั้งเป้าว่าจะสามารถลงนามในสัญญาเช่าที่ดินกับฝ่าย THAI ได้ภายในปลายปี 2568 จากนั้น THAI ต้องนำแบบก่อสร้างไปดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็จะสามารถเข้าพื้นที่ได้และเริ่มนับสัญญาการเช่า
ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 5 พ.ย. 2568
ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 5 พ.ย. 2568
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 05/11/2025 8:55 am Post subject:
ไม่ล้มแน่!ไฮสปีด3สนามบิน
Source - เดลินิวส์
Wednesday, November 05, 2025 at 04:29
สั่งรฟท.จบปัญหาแก้สัญญา
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม เป็นประธานการชุมนัดแรกของรัฐบาลใหม่ ว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เร่งเจรจาหาข้อยุติการแก้ไขสัญญาร่วมกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หรือ ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ให้ได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้
"ตอนนี้ทุกฝ่ายยังมองตรงกันว่า ไม่มีแนวคิดยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบินแต่อย่างใด และจะเดินหน้าแก้ไขเพื่อให้โครงการสำเร็จ เนื่องจากเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อประเทศ และยังล่าช้ามานานถึง 6 ปี ขณะเดียวกันในการประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการใหม่จำนวนมาก ทำให้เป็นเพียงการหารือเบื้องต้นเพื่อศึกษาแนวทางในการไปเจรจากับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด โดยในวันที่ 14 พ.ย.นี้ จะมีการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานอีอีซี การรถไฟ และบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการปรับแก้เพื่อทำให้โครงการเดินหน้าได้อย่างไร โดยจะเป็นการหาข้อยุติของปัญหาเดิมที่มีอยู่ ก่อนพิจารณาถึงเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม"
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดอีอีซี ได้เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2567-2570 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการด้านดิจิทัลให้มีความทันสมัย รองรับการลงทุนด้านดิจิทัลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่มีความทันสมัยระดับนานาชาติ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีอีซี
สำหรับแนวทาง ประกอบด้วย แนวทางที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ทันสมัยรองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และแนวทางที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน โครงการวางแผนผังด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการโครงข่ายดิจิทัล ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบคมนาคม
นอกจากนั้น กพอ. ได้รับทราบ ความก้าวหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยปัจจุบันได้จัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ รวม 46 แห่ง รวมที่อยู่ในระหว่างรอเสนอ ครม. เพื่อทราบ 7 แห่ง เช่น รูปแบบนิคมอุตสาหกรรม 32 แห่ง รูปแบบเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ 9 แห่ง.
ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 พ.ย. 2568 (กรอบบ่าย)
ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 พ.ย. 2568 (กรอบบ่าย)
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49598
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 05/11/2025 9:02 am Post subject:
วัดใจ 'ซีพี' ลงทุนเพิ่ม 1 แสนล้าน รับดีลไฮสปีด 'อู่ตะเภา-ตราด'
Source - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Tuesday, November 04, 2025 at 06:40
"คมนาคม" เร่งแก้ปัญหารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เร่งหาข้อสรุปร่วม CP - สพกอ.การรถไฟ และอัยการ 14 พ.ย.68 นี้ จับตา CP รับออปชันเสริม ลงทุนเพิ่ม 1 แสนล้านบาท ขยาย "ไฮสปีด 3 สนามบิน" อีก 190 กิโลเมตร เชื่อมระยอง-จันทบุรี-ตราด หลัง พิพัฒน์ ค้านสุดตัวแก้สัญญาแบบสร้างไปจ่ายไป เหตุแก้ไขสัญญาอัยการติงอาจขัดหลักการ และกฎหมาย
ปัญหาการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ที่ล่าช้าส่งผลต่อการออกหนังสือเริ่มงาน (NTP) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้กับบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือหุ้นใหญ่
สำหรับโครงการดังกล่าวลงนามสัญญาร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562 หลังชนะการประมูล และขอรับเงินร่วมลงทุนจากรัฐต่ำสุด 117,226 ล้านบาท ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ปัญหาโควิด-19 ทำให้เอกชนคู่สัญญาขอให้ภาครัฐมีมาตรการชดเชย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการที่ครอบคลุมการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564
ภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนต้องไม่เข้าลักษณะการสร้างไปจ่ายไปตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบไว้ในช่วงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ประชุม กพอ.ครั้งที่ 5/2568 ถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในวันที่ 3 พ.ย.2568
สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานหลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยส่วนหนึ่งได้หารือเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งติดปัญหาแก้ไขสัญญาร่วมทุน และยังไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้
แหล่งข่าวกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เนื่องจากมีคณะกรรมการใหม่จำนวนมาก ทำให้เป็นเพียงการหารือเบื้องต้นเพื่อศึกษาแนวทางในการไปเจรจากับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด
> รัฐมีเป้าหมายให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการภายใต้รัฐบาลนี้ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้เดินหน้าโครงการไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย รับฟังความเห็นของอัยการนำไปดำเนินการ หากการแก้ไขสัญญาร่วมทุนขัดต่อกฎหมาย ต้องศึกษา และเจรจาใช้แนวทางอื่น แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายพิพัฒน์ มีแนวทางให้ กพอ.หาข้อสรุประหว่าง สกพอ.และ รฟท.ในการแก้ไขสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพราะล่าช้ามากกว่า 6 ปี โดยในวันที่ 14 พ.ย.2568 จะมีการประชุมระหว่าง สกพอ.รวมถึง รฟท. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อหาขอยุติที่สามารถเดินหน้าโครงการต่อได้
โดยในการหารือวันที่ 14 พ.ย.68 นี้ กพอ.มีเป้าหมายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือถึงปัญหา และหาทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นที่อัยการมีความเห็นกลับมา รฟท. และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด มีความเห็นอย่างไร มีแนวทางที่จะปรับแก้เพื่อทำให้โครงการเดินหน้าได้อย่างไร ดังนั้นในวันที่ 14 พ.ย.68 นี้ จะเป็นเน้นหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติของปัญหาที่มีอยู่ ก่อนจะไปพิจารณาถึงเงื่อนไขอื่นๆ
ขณะที่กระทรวงคมนาคมเห็นว่าการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนต้องสอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีความเห็นหลายประเด็น โดยเฉพาะการปรับรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนของรัฐ จากเดิมสร้างเสร็จแล้วจ่าย ปรับเป็นจ่ายเป็นงวดงานในลักษณะสร้างไปจ่ายไป ซึ่งอัยการมีความกังวลว่าอาจขัดหลักการของสัญญา ซึ่งทำให้กระทรวงคมนาคมจะไม่ดำเนินการแก้ไขสัญญาต่อ
ไฮสปีดสามสนามบินเป็นโครงการที่ล่าช้ามานานมาก ดังนั้นในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลนี้ จะพยายามผลักดันในสิ่งที่ผ่านมาแล้วและยังไม่จบ พยายามทำให้ได้ข้อสรุปมากที่สุด ทำให้มีความเคลื่อนไหว มีข้อสรุปในระดับหนึ่ง ดังนั้นตอนนี้ต้องหารือแนวทางที่เหมาะสมให้ได้ และนำไปเจรจากับเอกชน แหล่งข่าวกล่าว
## วัดใจ ซีพี รับสัญญาส่วนต่อขยาย
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ มีแนวคิดที่จะเจรจาเพื่อหาแรงจูงใจในการลงทุนโครงการนี้เพิ่มขึ้น โดยจะเจรจากับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อรับดำเนินโครงการช่วงส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานอู่ตะเภาไปยังเมืองระยอง จันทบุรี และสิ้นสุดที่ตราด ซึ่งถือเป็นส่วนต่อขยายที่จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น มีผู้โดยสารมากขึ้น และคุ้มค่าต่อการลงทุน
ทั้งนี้ หากแนวทางที่เหมาะสม การเจรจากับเอกชนได้ข้อสรุปรับข้อเสนอออปชันเสริมนี้ ก็จะนำออปชันเสริมสร้างส่วนต่อขยายนี้ทำสัญญาใหม่ หรือสัญญาต่อเนื่องกับสัญญาเดิม ไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ ซึ่งจะทำให้โครงการเดินหน้าเร็วขึ้น แต่เอกชนจะต้องรับเงื่อนไขเจรจาผลตอบแทนให้กับรัฐเพิ่มเติมด้วย เพื่อยืนยันว่าออปชันเสริมไม่ได้ทำเพื่อเอื้อเอกชน
## ชี้ ซีพีต้องลงทุนเพิ่มอีก 1 แสนล้าน
รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า โครงการส่วนต่อขยายไฮสปีด 3 สนามบิน รฟท.เคยจัดประชุมเพื่อประเมินความสนใจเบื้องต้นของภาคเอกชน (Market Sounding) เมื่อปี 2563 โดยศึกษาขยายเส้นทางไปยังจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะก่อสร้างทางรวม 190 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินรถรวม 64 นาที
สำหรับผลการศึกษาพบว่าโครงการดังกล่าวประเมินใช้งบลงทุน 101,728 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินค่าเวนคืนที่ดิน 12,999 ล้านบาท, วงเงินงานโยธา 69,148 ล้านบาท วงเงินงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) 12,088 ล้านบาท เป็นต้น โดยประเมินผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) เพียง 5.39% ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่รัฐกำหนด 12% สะท้อนว่าไม่คุ้มค่าการลงทุน
ทั้งนี้ รฟท.จึงศึกษารูปแบบการลงทุนโดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP Net Cost ให้อายุสัมปทานตามกฎหมาย PPP กำหนดไม่เกิน 50 ปี ส่วนจำนวนผู้โดยสาร คาดการณ์ว่าปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารวันละ 7,429 คน หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2581 เป็นในวันละ 10,896 คน ปี 2591 เพิ่มเป็น 15,251 คน และปี 2601 เพิ่มขึ้นเป็น 19,575 คน ตามลำดับ
## ขยายเส้นทางเพิ่ม 190 กิโลเมตร
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ส่วนต่อขยายจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทาง 190 กิโลเมตร รฟท.ศึกษาอัตราค่าโดยสารแรกเข้าอยู่ที่ 95 บาท และบวกเพิ่มอีกกิโลเมตรละ 2.1 บาทตลอดเส้นทาง รวมตลอดเส้นทางระยอง-จันทบุรี-ตราด ค่าโดยสารสูงสุด 494 บาท อีกทั้งจะมีรายได้เพิ่มเติมจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) โดยเอกชนต้องลงทุนจัดหาพื้นที่เอง
สำหรับส่วนต่อขยายจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราด มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือโครงการไฮสปีดเทรนระยะที่ 1 โดยจะเชื่อมต่อฝั่งตะวันออกของสนามบินอู่ตะเภากับอีก...สถานี โดยผ่านสถานีรถไฟบ้านฉาง เข้าสู่สถานีระยอง ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3574 (ระยอง-บ้านค่าย) ห่างจากสี่แยกเกาะลอยประมาณ 3 กิโลเมตร
จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าสู่อำเภอแกลง เข้าสู่สถานีแกลง ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-แกลง) ห่างจากสามแยกแกลง ประมาณ 2 กิโลเมตร วิ่งตามแนวเ ส้นทางรถไฟทางคู่บางช่วง ผ่านอำเภอนายายอาม อำเภอท่าใหม่ เข้าสู่สถานีจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกเขาไร่ยา
ผ่านอำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอมะขาม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เข้าอำเภอเขาสมิง และมาสิ้นสุดโครงการบริเวณสถานีตราด ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บนทางหลวงหมายเลข 3 (ถ.สุขุมวิท) ห่างจากสามแยกตราด ประมาณ 2 กิโลเมตร รวมระยะทาง 190 กิโลเมตร โดยมีสถานีรวมทั้งสิ้น 4 สถานี คือ สถานีระยอง สถานีแกลง สถานีจันทบุรี และสถานีตราด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1205996
Back to top
You cannot post new topics in this forum You cannot reply to topics in this forum You cannot edit your posts in this forum You cannot delete your posts in this forum You cannot vote in polls in this forum
Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group