RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ชนิดของรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· รถจักรดีเซลรุ่นต่างๆ
· อัตราค่าโดยสาร
· อัตราค่าธรรมเนียม
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ตรวจสอบค่าโดยสาร
· ระบบติดตามขบวนรถ
· จองตั๋วรถไฟออนไลน์
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ 2559-68
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ 2559-68
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 8, 9, 10 ... 18, 19, 20  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 29/05/2013 10:34 am    Post subject: Reply with quote

ผู้ว่าโคราชเชิญชม"นิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก”
นสพ.ข่าวโคราช วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2013 เวลา 01:13 น.

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 6-30 มิถุนายนนี้ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานและชม "นิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก” ณ อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในงานดังกล่าว จะได้ชม และ เลือกซื้อสินค้า OTOP สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด และนิทรรศการอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการจัดนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก ว่า ตามแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท โดยเลือกมาจัดที่นครราชสีมา เพราะเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญ ในฐานะเมืองเศรษฐกิจศูนย์กลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการคมนาคมเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน และในอนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ผ่านจนถึงหนองคาย เชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงของประเทศจีนที่ผ่านเข้ามายังประเทศลาวที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่จะเชื่อมต่อกันที่สะพานข้ามแม่น้ำโขง จ.หนองคาย

การจัดนิทรรศการฯครั้งนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งในปี พ.ศ.2556 – 2563 และโครงการสำคัญที่บรรจุในแผนลงทุน โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมขนส่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิโครงการรถไฟทางคู่ 3 โครงการ สายจิระ – หนองคาย ชุมทางถนนจิระ – อุบลราชธานี และสายบ้านไผ่ – นครพนม การพัฒนารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ซึ่งในอนาคตจะขยายเส้นทางเพิ่มเติมถึง จ.หนองคายในปี 2563 โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 7 โครงการ 5 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ นครพนม ศรีสะเกษ หนองคาย และสุรินทร์ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา โครงการบูรณะทางหลวงสายหลักระหว่างภาค 18 โครงการ 4 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา รวมถึงการลงทุนสถานีขนส่งสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้าในประเทศเชื่อมต่อกับโครงข่ายประชาคมอาเซียน หรือ AEC เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 06/06/2013 11:39 am    Post subject: Reply with quote

2ล้านล้านปลุกใต้ชูด่านปาดังเบซาร์'Bordercity' เชื่อมรถไฟทางคู่มาเลย์ : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
คมชัดลึก 6 มิ.ย. 56

Click on the image for full size

แม้ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการแปรญัตติของสภาผู้แทนราษฎร หากแต่หลายโครงการของกระทรวงคมนาคมได้เริ่มทยอยเผยโฉมหน้าออกมาให้เห็น ไม่เฉพาะแต่เพียงระบบราง ทางหลวง ท่าเรือ หากแต่ยังรวมถึงการพัฒนาด่านต่างๆ ที่อยู่ในช่วงท้ายๆ ของโครงการอีกด้วย

ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่อยู่ในแผนงานพัฒนาการขนส่งระบบทางคู่ภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากสภาพพื้นที่ของด่านในปัจจุบันมีเส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟ ควบคู่กับขนส่งสินค้าทางรถยนต์ ทำให้มีปริมาณตู้สินค้าเข้าและออกเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้วันนี้ทางการรถไฟฯ ไม่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที ดังนั้นการยื่นเสนอให้มีทางรถไฟทางคู่ จะเป็นผลดีในแง่ของเศรษฐกิจค่อนข้างแน่นอน

นายอนุสิษฐ์ กาญจนพล นักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษ ด่านปาดังเบซาร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านปาดังเบซาร์สูงถึง 2-3 แสนล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นรองเพียงด่านสะเดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ด้วยสินค้าส่วนใหญ่เป็นการขนส่งผ่านประเทศมาเลเซียไปยังประเทศที่สามทั้งสิ้น ทั้งในสหรัฐอเมริกา ประเทศแถบยุโรป ญี่ปุ่น และอีกหลายชาติในเอเชีย จุดเด่นดังกล่าวทำให้ด่านปาดังเบซาร์ถูกจับตามองจากผู้ผลิตสินค้าที่มีฐานการผลิตอยู่ในส่วนกลางของประเทศไทย เล็งเห็นว่าด่านแห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในอนาคตหากมีการพัฒนาเป็นระบบรถไฟทางคู่ จะกลายเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญที่สุด

สงขลามีจุดแข็งในด้านการขนส่งสินค้าทั้ง 3 ส่วน ทางน้ำคือ ท่าเรือสงขลา ทางอากาศคือท่าอากาศยานสนามบินนาชาติหาดใหญ่ และทางบกมีทั้งรถยนต์ และรถไฟที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศ สามารถขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่สามได้ง่าย ที่สำคัญเส้นทางขนส่งโดยรถไฟถือเป็นบริการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำ ประกอบกับประเทศมาเลเซียได้พัฒนาระบบรางรถไฟเป็นระบบรางคู่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ฝั่งประเทศไทยยังเป็นรถไฟระบบรางเดี่ยว ซึ่งนายอนุสิษฐ์เห็นว่า หากไทยยังไม่พัฒนาหรือขยายให้เป็นระบบทางคู่ จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในฐานะประเทศต้นทางการขนส่งสินค้าผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วต้นทุนโลจิสติกส์ที่ถูกที่สุดในไทยอยู่ที่ด่านปาดังเบซาร์นั่นเอง เพราะทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทั้งรถไฟซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งให้ผู้ส่งออก ไม่ว่าจะเป็นยางพาราหรือปาล์มผ่านไปทางท่าเรือปีนัง

ก่อนหน้านี้นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ผู้แทนการค้าไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ด่านปาดังฯ 2ครั้ง เพื่อสำรวจตรวจสอบสภาพความพร้อมของพื้นที่ และให้ความเห็นว่าเป็นจุดที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพสูงพอที่จะผลักดันให้เป็นเมืองค้าชายแดนที่สำคัญ “Border City” เพราะที่นี่เป็นด่านแห่งเดียวซึ่งมีการขนส่งผ่านด่านทั้งทางถนนและระบบราง แม้การขนส่งในภาคอีสานจะมีรถไฟที่หนองคายเชื่อมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็เป็นเพียงรถไฟโดยสารไม่ใช่รถไฟขนส่งสินค้าเหมือนด่านปาดังเบซาร์ ดังนั้น นี่คือจุดแข็งที่เอกชนและผู้ประกอบการทั้งไทยและเทศมองเห็นตรงกันว่าด่านปาดังเบซาร์จะเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญอย่างมาก

“ด่านบ้านจังโหลน หรือด่านสะเดา อ.สะเดา ปัจจุบันเติบโตไปในทิศทางของเมืองท่องเที่ยว มีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นมากมาย แม้จะมีการขนส่งสินค้าผ่านเข้าออกมากมายในแต่ละปี แต่เป็นการขนส่งผ่านทางรถยนต์เท่านั้น ในขณะที่ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านดุเรียน บุรง(Durian Burang)ของมาเลเซีย ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวจะมีการร่วมมือของทั้งสองประเทศ ผลักดันให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางยางพารา “Rubber City” ตามนโยบายของทั้งสองชาติ ดังนั้นเมื่อประเมินสภาพของแต่ละพื้นที่เห็นได้ชัดว่าด่านเปดังเบซาร์ มีจุดแข็งทั้งด่านที่มีช่องทางเข้า-ออกระหว่างประเทศ ซึ่งไม่แออัด แล้วยังมีช่องทางการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ดังนั้นจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้เป็น Border City" นายอนุสิษฐ์ กล่าวย้ำ

ด้านนายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานกรรมการบริษัทสงขลาเอ็กซ์เพรส จำกัด ในฐานะประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ล่าสุดได้หารือร่วมกับ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ผู้แทนหอการค้าไทย เห็นตรงกันว่าด่านปาดังเบซาร์มีความเหมาะสมที่สุดที่จะผลักดันให้เป็นเมืองการค้าชายแดน หรือ “Border City”เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะสนับสนุนให้ตัวเลขค้าชายแดนเติบโตได้มากขึ้น ทั้งนี้หากมีการขยายเส้นทางรถไฟรางคู่จะยิ่งเพิ่มศักยภาพทางการค้าผ่านแดนได้มากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะการขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟจะสามารถเข้าไปถึงท่าเรือปีนัง (Penang Port) ซึ่งจุดนี้คือจุดเด่นที่แตกต่างจากด่านอื่นๆ ดังนั้นการขนส่งสินค้าทางระบบรางรถไฟจะเป็นการขนส่งในรูปแบบ Unlimited แต่ปัญหาในขณะนี้คือระบบรถไฟยังเป็นแบบทางเดียว หากมีทางคู่เชื่อว่าการส่งออก-นำเข้าสินค้าผ่านแดนจะเติบโตกว่านี้ได้อีกแน่นอน

นายสมพร กล่าวว่า ขณะนี้หอการค้าจังหวัดสงขลาได้ร่วมมือกับด่านปาดังเบซาร์ และเทศบาลปาดังเบซาร์ในการร่วมกันจัดหาที่ดินเพื่อเป็นจุดวางเครื่องจักร หัวรถจักร และตู้รถไฟที่เหมาะสม โดยการรถไฟยังมีพื้นที่เพียงพอในการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ เพียงแต่บางช่วงบางตอนยังมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้มีพื้นที่รองรับชัดเจน จากนั้นจึงเสนอแนวทางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับสูงเพื่อพิจารณาดำเนินการในขั้นต่อไป เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

“ขณะนี้แผนงานของเราเริ่มต้นจากการชงเรื่องเข้าที่ประชุมกรอ.จังหวัด และไปเข้ากรอ.กลุ่มจังหวัด หลังจากนั้นไปครม.เศรษฐกิจ บอร์ดร.ฟ.ท. และผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ซึ่งขณะนี้เดินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น มั่นใจว่าการผลักดันให้ด่านปาดังเบซาร์เป็น “Border City”และมีรถไฟรางคู่คงเป็นสิ่งที่ไม่นานเกินรอแน่นอน”ประธานหอฯ สงขลา กล่าว

เป็นอีกหนึ่งโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นความหวังหนึ่งว่าจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้และของประเทศไทยให้คึกคักมากยิ่งขึ้น หลังจากที่สามจังหวัดต้องประสบกับภาวะชะงักงันมานานติดต่อกันหลายปี
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 06/06/2013 8:21 pm    Post subject: Reply with quote

ก.คมนาคมบุกโคราชจัดนิทรรศการกู้ 2 ล้านล้าน - “ชัชชาติ”อ้างไม่โกง ไม่มีหมกเม็ด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2556 20:03 น.

Click on the image for full size
นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ “Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา วันนี้ ( 6 มิ.ย.)

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - “ชัชชาติ” รมว.คมนาคม ยกทัพกระทรวงคมนาคม จัดนิทรรศการ “Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” กู้ 2 ล้านล้าน อ้างไม่โกง ทุกโครงการไม่มีหมกเม็ด ยินดีให้ทุกภาคส่วนช่วยกันตรวจสอบ ระบุสิ่งสำคัญมีค่ามากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องเวลาที่ประเทศไทยช้ามานานแล้ว

วันนี้ ( 6 มิ.ย.) ที่อาคารเรียนรวมใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิด นิทรรศการ “Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” และ การเสวนาเรื่อง “ การขับเคลื่อนโคราชสู่มหานคร” โดยมี พล.อ.พฤทฺ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งมีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ ผู้ว่าราชการจังหวัดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 9 มิ.ย. นี้

ทั้งนี้ การจัดนิทรรศการและเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง พ.ศ. 2556 - 2563 ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ ในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท และโครงการต่างๆ ที่บรรจุในแผนลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา - หนองคาย ระยะทาง 625 กม. , โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ สายมาบกะเบา -ชุมทางถนนจิระ นครราชสีมา -ขอนแก่น และสายชุมทางถนนจิระ นครราชสีมา - อุบลราชธานี , โครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ , โครงการเร่งรัดก่อสร้างขยาย 4 ช่องจราจร , โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง , โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา , โครงการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกที่ จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี

นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภาพรวมของโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท นั้นทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับ จ.นครราชสีมา เป็นอันดับต้นๆ และ กระทรวงคมนาคมยกทัพหลวงนำโดยรัฐมนตรีทั้ง 3 คน พร้อมอธิบดีหลายกรมที่เกี่ยวข้อง และ หัวหน้าหน่วย มาอยู่ที่นี่กันครบ เพื่อมายืนยันคำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ว่า เราทำจริงแน่นอน โดยมีโครงการสำคัญอยู่ประมาณ 52 โครงการ เช่น ถนน , รถไฟ , ท่าเรือ เป็นต้น ทั้งนี้มติคณะรัฐมนตรีให้กรอบว่าใน 7 ปีนี้ กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินได้ 2 ล้านล้านบาท ตามโครงการที่เสนออยู่ใน ครม. ซึ่งแต่ละโครงการ โดยกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ครม. อนุมัติเป็นรายโครงการ เมื่ออนุติแล้วถึงจะกู้เงินมาทยอยใช้ใน 7 ปี ปีแรกประมาณแสนล้าน ปีที่ 2 สองแสนล้านบาท ปีที่ 3 สามแสนสี่แสนล้านบาท ก็ทยอยไปตามความพร้อมของโครงการ ไม่ใช่พอ พ.ร.บ.ผ่านปุ๊บกู้ 2 ล้านล้านบาททันที โครงการทุกโครงการต้องดูละเอียดทุกขั้นตอน และรับรองว่าไม่มีการหมกเม็ด ทุกโครงการมีรายละเอียดชัดเจน

โดยในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง มีอยู่ 39% หรือ 7 แสนล้านบาท และ อีก 20% รถไฟฟ้าภายในกรุงเทพฯ งบ 4 แสนล้านบาท , รถไฟรางคู่อีก 4 แสนล้านบาท หรือ 20% , ถนนมอเตอร์เวย์ 8 หมื่นล้านบยาท , ถนน 4 ช่องปรับปรุงบูรณะปีเดียว , ท่าเรือ ด่านศุลกากร 7 แห่งทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้มีครบทุกอย่าง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนืองบ 2 ล้านล้านมาลง 438,694 ล้านบาท เฉพาะรถไฟเกือบ 3 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม โครงการ 2 ล้านล้านบาท เราดำเนินการเฉพาะเส้นเลือดใหญ่ ส่วนที่เป็นกระดูกสันหลัง ส่วนย่อยอยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณปกติ ถามว่าทำไมไม่ทำใน พ.ร.บ.งบประมาณปกติ เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณปกติเป็นเงินเหลือมาทำได้ไม่เยอะ ปี 2557 มีแค่ 17% หากหวังจะเอาโครงการใหญ่มาลงด้วย พ.ร.บ.งบประมาณปกติ มันทำไม่เสร็จ ถ้าทำเสร็จก็ทำเสร็จไปนานแล้ว ดังนั้นหวังไปพึ่งงบประมาณปกติไม่ได้

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดตนคิดว่าสิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน แต่มันคือเรื่องเวลา เพราะทุกประเทศในโลกมีเวลาเท่ากัน แต่ขึ้นอยู่ว่าใครใช้เวลาแต่ละวินาทีได้คุ้มกว่ากัน ที่ผ่านมาเราปล่อยเวลาไปเรื่อยเปื่อย เราไปทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่ได้เอาเวลามาสร้างสิ่งสำคัญให้ประเทศ ตนว่าถึงเวลาแล้ว เพราะหัวใจของ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องเวลา ทำอย่างไรให้โครงการสำคัญเสร็จภายใน 7 ปี ตนเชื่อว่าข้าราชการทั้งหมดที่มาคราวนี้เหนื่อยมาก หวังว่าทุกคนพร้อมที่จะลุยเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ

ฉะนั้นหัวใจอยู่ที่เวลา ที่ผ่านมาประเทศไทยเราไม่ค่อยมีเส้นตาย ถึงเวลาที่จะต้องตอกเข็มเดินหน้า หาก พ.ร.บ.นี้ผ่านมอเตอร์เวย์โคราชเป็นโครงการแรกที่จะเริ่มดำเนินการได้เลย เพราะว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว และน่าจะแล้วเสร็จภายใน 4 ปี

ส่วนคำถามหลักที่ว่า แล้วจะโกงหรือไม่ มีหลายคนพูด ถามว่าโกงไหม ก็ต้องยืนยันว่าไม่โกง กระทรวงคมนาคมเรายืนตัวกลมๆ นิ่งๆ เรามีหลักการ โครงการที่จำเป็นต้องเดินหน้าและต้องมาช่วยกันตรวจสอบ เรายินดีให้ทุกภาคส่วนมาช่วยกันตรวจสอบ ทุกโครงการไม่มีหมกเม็ด และพี่น้องประชาชนคือกำลังสำคัญที่จะตรวจสอบ โครงการลงมาก็ช่วยไปดู ราคากลางเท่าไหร่ ทำจริงหรือไม่ มันมากเกินไปไหม ซึ่งเรื่องโกงต้องไม่มี

“ ยืนยันว่าเราทำงานเต็มที่ เราต้องก้าวต่อไป ประเทศไทยช้ามานานแล้ว ทะเลาะกันมานาน ฉะนั้นช่วยกันบอกต่อว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันคืออนาคตที่จะมาร่วมกันสร้าง เพื่อประเทศ” นายชัชชาติ กล่าว
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 08/06/2013 8:08 pm    Post subject: Reply with quote

ผู้ประกอบขนส่งวอน รบ.หนุนโครงสร้างพื้นฐานแก้ปัญหาการนำเข้าและส่งออก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มิถุนายน 2556 19:10 น.

ระยอง - รัฐมนตรีคมนาคม เปิดงานพลังโลจิสติกส์ เพื่อเส้นทางสู่ความสำเร็จ ของสมาคมขนส่งภาคตะวันออก ผู้ประกอบฯ เผยอยากให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และเป็นอุปสรรคในการนำเข้าและส่งออก

วันนี้ (8 มิ.ย.56) ที่โรงแรมคลาสสิค คามีโอ อ.เมืองระยอง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะเดินทางมาเปิดงาน E. T. A. สร้างพลังโลจิสติกส์ เพื่อเส้นทางสู่ความสำเร็จ ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมขนส่งภาคตะวันออก มีนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายชาคส์ มิเชล ประธานกรรมการบริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) และนายวิโรจน์ รมเยศ นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก จ.ระยองให้การต้อนรับ มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์และสถาบันการเงินร่วมในพิธีจำนวนมาก

นายวิโรจน์ รมเยศ นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก จ.ระยอง กล่าวว่ากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งได้มีการพัฒนาในทุกระดับขององค์กร ประสานงานกับหน่วยราชการ ผู้ผลิตรถยนต์ในการขนส่งสินค้าระยะทางไกล จ.ระยองโดยเฉพาะการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นับว่าเป็นเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สร้างรายได้ให้กับประเทศในระดับต้นๆ ทางสมาคมฯอยากให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และเป็นอุปสรรคในการนำเข้าและส่งออก

โครงสร้างพื้นฐานทางบก ถนนไม่เพียงพอต่อการกระจายสินค้า เรื่องขนส่งระบบรางเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการนำเข้ามาใช้เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากมีอุปสรรคทางถนน ต้นทุนสูง ดังนั้นการขนส่งระบบรางรัฐต้องให้การสนับสนุนอาทิรถไฟความเร็วสูง รถไฟขนส่งสินค้า เนื่องจาก จ.ระยองเป็นอุตสาหกรรมหลักในการผลิตและส่งออก

ส่วนการขนส่งทางน้ำก็ยังต้องมีการพัฒนาอีกมากและเป็นต้นทุนที่ต่ำที่สุด จ.ระยองและ จ.ชลบุรี มีพื้นที่ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกจึงอยากให้รัฐบาลได้มีการพัฒนา สำหรับด้านการขนส่งทางอากาศ จ.ระยองมีสนามบินอู่ตะเภาซึ่งมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาให้เป็นสนามบินพาณิชย์ และเป็นจุดกระจายสินค้าที่ต้องการความเร่งด่วน ฝากหน่วยงานภาครัฐว่าการพัฒนาขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศและระบบราง เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาใช้ในภาคตะวันออก

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าได้เห็นผุ้ผลิตรถยนต์บรรทุก ผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ และผู้ประกอบการโลจิสติกส์ มีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ด้วยการนำรถยนต์บรรทุก หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ที่มีเทคโนโลยี่ทันสมัย มาแสดงให้ผู้ประกอบการโลจิสติกสื ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ได้ชมในงาน ปัญหาเรื่องรถบรรทุกสารเคมี บรรทุกวัตถุอันตรายซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของภาคตะวันออก เรื่องโลจิสติกส์เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ โลจิสติกส์เป็นต้นทุนของผู้ประกอบการและ ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเกษตรกร ถ้าเราสามารถทำให้มีประสิทธิภาพได้จะทำให้ลดต้นทุนของประเทศได้จึงให้ความสำคัญเป็นระดับต้นๆ.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/06/2013 1:01 pm    Post subject: Reply with quote

เปิดโผเงินกู้ 2 ล้านล้าน "4 แผนงาน-แผนเงิน" ละเอียดยิบ
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 11 มิ.ย. 2556 เวลา 10:01:02 น.

สำหรับ รายละเอียดภายใต้เงินกู้ 2 ล้านล้าน 4 แผนงาน เรียงลำดับตามวงเงินดังนี้ "ค่าก่อสร้าง" มีวงเงินรวมประมาณ 1,491,394 ล้านบาท ประกอบด้วย รถไฟทางคู่ 235,622 ล้านบาท งานเสริมความมั่นคงโครงสร้าง 52,779 ล้านบาท ถนนเชื่อมการค้า 4,850 ล้านบาท ปรับปรุงขนส่งทางน้ำและชายฝั่ง 28,254 ล้านบาท

สถานีขนส่งสินค้าต่อเนื่อง 15 แห่ง 7,918 ล้านบาท ปรับปรุงด่านศุลกากร 7,527 ล้านบาท ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า อ.เชียงของ จ.เชียงราย 1,953 ล้านบาท ถนนเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 13,770 ล้านบาท ถนนเชื่อมการค้า การลงทุนและขนส่ง 16,519 ล้านบาท รถไฟความเร็วสูง 4 สายทาง 579,886 ล้านบาท รถไฟสายใหม่ 2 สาย 109,766 ล้านบาท

มอเตอร์เวย์สาย บางปะอิน-นครราชสีมา 77,970 ล้านบาท รถไฟฟ้า 10 สายทาง 232,663 ล้านบาท ขยายถนน 4 ช่องจราจร 80,610 ล้านบาท โครงการแก้ปัญหาจราจรพื้นที่ปริมณฑลและภูมิภาค 1,866 ล้านบาท บูรณะทางหลวงระหว่างภาค 31,600 ล้านบาท และถนนเชื่อมต่อการท่องเที่ยว (รอยัลโคสต์) 4,050 ล้านบาท

"ค่างานระบบรถไฟฟ้า" ประมาณ 298,398 ล้านบาท แบ่งเป็นระบบรถไฟความเร็วสูง 148,240 ล้านบาท แยกเป็นสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 73,821 ล้านบาท กรุงเทพฯ-หนองคาย 31,700 ล้านบาท กรุงเทพฯ-ระยอง 19,155 ล้านบาท และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ 23,564 ล้านบาท

กับ "ระบบรถไฟฟ้า" 150,158 ล้านบาท มีสายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก) สีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) วงเงิน 14,989 ล้านบาท สีแดงเข้ม (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์) 3,075 ล้านบาท สายต่อขยายแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-ดอนเมือง) 11,829 ล้านบาท สายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) 6,153 ล้านบาท

สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศาลายา) 1,508 ล้านบาท สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) 22,141 ล้านบาท สายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) 9,129 ล้านบาท สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) 20,055 ล้านบาท สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) 23,152 ล้านบาท สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) 4,043 ล้านบาท สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ-มีนบุรี) 14,614 ล้านบาท และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) 10,470 ล้านบาท

"ค่าที่ดิน+เวนคืน" ประมาณ 102,651 ล้านบาท อาทิ รถไฟทางคู่ 4,417 ล้านบาท สถานีขนส่ง 15 แห่ง 3,620 ล้านบาท รถไฟความเร็วสูง 40,803 ล้านบาท รถไฟฟ้า 24,472 ล้านบาท รถไฟสายใหม่ 7,101 ล้านบาท มอเตอร์เวย์ 3 สาย 13,850 ล้านบาท ถนนต่อเชื่อมราชพฤกษ์-วงแหวนรอบนอกตะวันตก 2,500 ล้านบาท ถนนต่อเชื่อมการค้าและการลงทุน 310 ล้านบาท

เค้กอีกก้อนที่โตอื้อ ซ่าคือ "ค่าที่ปรึกษา" ประมาณ 44,458 ล้านบาท เช่น รถไฟทางคู่ประมาณ 9,212 ล้านบาท รถไฟความเร็งสูง 14,300 ล้านบาท รถไฟสายใหม่ 2,514 ล้านบาท รถไฟฟ้า 15,213 ล้านบาท เป็นต้น
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 14/06/2013 10:46 am    Post subject: Reply with quote

'ชัชชาติ'ดึงอังกฤษลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 14 มิถุนายน 2556 08:45

"ชัชชาติ"กล่อมอังกฤษร่วมลงทุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เดินหน้าตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่าย พัฒนาความร่วมมือระบบราง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังงานสัมมนา "สหราชอาณาจักรและความเชี่ยวชาญในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่" วานนี้ (13 มิ.ย.) ว่า ได้หารือกับลอร์ดสตีเฟน กรีน รัฐมนตรีช่วยด้านการค้าการลงทุนแห่งสหราชอาณาจักรถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทย ซึ่งอังกฤษแสดงความสนใจเรื่องระบบราง และในเร็วๆนี้จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-อังกฤษ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล หลังจากนั้นจะพัฒนาเป็นการลงนามบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ลักษณะเดียวกับที่ไทยทำกับญี่ปุ่น จีน และในสัปดาห์หน้ากระทรวงฯจะลงนามความร่วมมือระบบรางกับฝรั่งเศสต่อไป

ทั้งนี้ อังกฤษและนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสเข้ามาลงทุนในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทย วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ ท่าเรือ ท่าอากาศยาน และระบบตั๋วโดยสารร่วม โดยลักษณะการร่วมลงทุนมีหลายรูปแบบ เช่น ก่อสร้างงานโยธา งานวางระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า งานที่ปรึกษา งานบริหารจัดการ และงานบำรุงรักษา

"จุดเด่นของอังกฤษคือการประสบความสำเร็จจากความร่วมมือภาครัฐร่วมเอกชน หรือ PPP ซึ่งไทยยังมีรูปแบบไม่สมบูรณ์ การดำเนินงานยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะงานของคมนาคม ส่วนนี้เราต้องศึกษาจากเขา เพราะการจะประสบความสำเร็จทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีจุดสมดุลกันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อังกฤษได้ปรับการบริหารจัดการเดินรถไฟจนประสบความสำเร็จได้"

นอกจากนั้น ระบบรถไฟในอังกฤษยังมีเทคโนโลยีต่อเชื่อมระบบรถไฟที่ต่างระบบกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสนใจ เพราะในอนาคตไทยต้องจัดระบบเชื่อมต่อรถไฟที่ต้องอำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชน อีกทั้งบริษัทจากอังกฤษยังเป็นผู้ก่อสร้างรถไฟทางคู่ในประเทศมาเลเซียด้วย

ทั้งนี้ การเปิดให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในโครงการต่างๆ จะช่วยให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสมากขึ้น เพราะบริษัทเหล่านี้มีมาตรฐานในการต่อต้านการทุจริต เมื่อเข้ามาลงทุนในไทยจะช่วยยกระดับมาตรฐานด้านการต่อต้านทุจริตได้

ลอร์ดสตีเฟน กรีน รัฐมนตรีช่วยด้านการค้าการลงทุนแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางรถไฟ โดยในปีนี้ลอนดอนได้เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีรถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่และประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนเที่ยวโดยสารมากกว่า 1 พันล้านเที่ยวในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันยังดำเนินโครงการก่อสร้างโครงการ Crossrail ซึ่งเป็นเครือข่ายรางรถไฟขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป และโครงการนี้จะเชื่อมต่อกรุงลอนดอนไปยังเมืองเบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ ลีดส์ และลิเวอร์พูล
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 08/07/2013 1:36 pm    Post subject: Reply with quote

"ยิ่งลักษณ์"นั่งหัวโต๊ะสั่งเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์ คมนาคมจัดคิวประมูลถนน-รถไฟฟ้าเริ่มต.ค.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 08 ก.ค. 2556 เวลา 13:02:03 น.

"ปู"เกาะ ติดโปรเจ็กต์ 2 ล้านล้าน นั่งหัวโต๊ะดูดความก้าวหน้าทุกเดือน คมนาคมจัดแถวโครงการพร้อมประมูลปี"56 ดีเดย์ต.ค.-ธ.ค. นี้กว่า 3.3 แสนล้าน ทั้งซ่อมถนนขยาย 4 เลน มอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า 4 สาย 3 สี "เขียว-ชมพู-แดง" ทางคู่ ส่วนไฮสปีดเทรนขีดเส้นปลาย ส.ค.นี้ยื่นอีไอเอสายหนือ "กทม.-พิษณุโลก"

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ผลการหารือร่วมกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อติดตามงานภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะมีการตั้งคณะกรรมการกำกับโครงการติดตามความก้าวหน้าทุกเดือน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ทั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถเร่งดำเนินการได้ทันทีหลังจาก พ.ร.บ.ผ่านการอนุมัติแล้ว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทำกรอบเวลารายงานอีไอเอให้ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการกำหนดแผนประมูลก่อสร้าง เวนคืนที่ดิน และการใช้เงินแต่ละปีต่อไปได้

"ทุกโครงการหลังกฎหมายบังคับใช้แล้ว ก่อนประมูลจะต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งหมดเป็นเพียงกรอบลงทุนที่กระทรวงการคลังเตรียมไว้เท่านั้น และทุกโครงการก็ต้องมีการทำอีไอเอจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน" นายชัชชาติกล่าว

ถก สผ.ตีกรอบเวลาอีไอเอ

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ในที่ประชุมได้เชิญกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมประชุม ด้วย เพื่อหารือถึงแนวทางการทำอีไอเอโครงการ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากการใช้เงินกู้ใน 7 ปีจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติอีไอเอด้วยว่าเร็วหรือช้า เพื่อกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน ไม่ให้แผนคลาดเคลื่อน เช่น ภายใน 90 วัน หรือ 120 วัน

"แผนลงทุนมีโครงการที่ยังไม่ได้ทำอีไอเอ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าทางคู่ ซึ่งทางคู่บางสายได้ผ่านคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแล้ว รอพิจารณาอีไอเอ เช่น สายจิระ-ขอนแก่น สายประจวบฯ-หัวหิน แต่น่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะเมื่อรู้เวลาทำอีไอเอชัดเจนจะสามารถออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินและประมูลก่อสร้างต่อไป"

สำหรับรถไฟความเร็วสูง คาดว่าปลายเดือนสิงหาคมนี้จะเสนออีไอเอเฟสแรกสายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก จากนั้นภายใน 2-3 เดือนจะเป็นคิวสายกรุงเทพฯ-โคราช, กรุงเทพฯ-หัวหิน คาดว่าจะเริ่มประมูลก่อสร้างในปี 2557 เป็นต้นไป ส่วนการคัดเลือกระบบจะเริ่มภายในปีนี้

ประมูลลอตแรก ต.ค. 56

นาย จุฬากล่าวว่า จากการจัดลำดับโครงการที่ผ่านอีไอเอและพร้อมประมูลก่อสร้างในปี 2556 หลัง พ.ร.บ.กู้เงินมีผลบังคับใช้ คาดว่าเริ่มเปิดประมูลได้ในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ มีประมาณ 13 โครงการหลัก มูลค่าลงทุนรวมกันประมาณ 334,552 ล้านบาท มีหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบแผนลงทุน 3 หน่วยงานหลัก คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 7 โครงการ, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 2 โครงการ และกรมทางหลวง 4 โครงการอาทิ สะพานข้ามทางรถไฟ 22 แห่ง งานปรับปรุงทาง ราง หมอน สะพาน และติดตั้งรั้ว รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) จะเข้า ครม.เพื่อขออนุมัติโครงการปลายเดือนสิงหาคมนี้, สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) จะเสนอให้ สผ.รับทราบถึงการปรับเพิ่มสถานีจาก 24 สถานี เป็น 30 สถานี คาดว่าใช้เวลาไม่นานและทันประมูลปลายปีนี้, สายสีแดง (รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์), สายสีแดง (ตลิ่งชัน-ศาลายา) ที่ผ่านอีไอเอและประมูลก่อสร้างได้ทันที

"รถไฟฟ้าหลายสายที่ผ่านขั้น ตอนต่าง ๆ มาแล้วจะเดินหน้าต่อไป ถึงแม้จะไม่ได้เงินกู้ใน 2 ล้านล้านบาท แต่ไม่ทำให้โครงการสะดุด โดยจะเปลี่ยนมาใช้เงินกู้ในประเทศแทน"

ลดงบฯ กว่า 1.1 หมื่นล้าน

นาย จุฬากล่าวต่อว่า จากการประชุมร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลการพิจารณาภาพรวมได้ลดวงเงินลงทุนอีก 11,538.25 ล้านบาท เช่น ลดค่าที่ปรึกษา 2,782.71 ล้านบาท จาก 44,373.48 ล้านบาท เหลือ 41,590.78 ล้านบาท, ค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 7,205.41 ล้านบาท จาก 101,377.04 ล้านบาท เป็น 108,582.45 ล้านบาท มาจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) เนื่องจากตัดผ่านที่ดินในเมือง

ค่า ก่อสร้างลดลง 15,155.71 ล้านบาท จาก 1,533,816.79 ล้านบาท เหลือ 1,518,661.08 ล้านบาท จากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ปรับรูปแบบเป็นโมโนเรล, ค่างานระบบรถไฟฟ้าลดลง 805.25 ล้านบาท จาก 298,400.92 ล้านบาท เหลือ 297,595.67 ล้านบาท จะนำไปรวมอยู่ในส่วนเผื่อเหลือเผื่อขาดหากในอนาคตมีโครงการที่ต้องปรับเพิ่ม วงเงินตามค่าเค

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในปี 2556 มีงานประมูลภายใต้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มูลค่ารวมประมาณ 139,600 ล้านบาท แยกเป็นบูรณะทางสายหลัก 235 โครงการ วงเงิน 31,600 ล้านบาท ขยาย 4 ช่องจราจร 6 สายทาง 18,000 ล้านบาท มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช 84,600 ล้านบาท สะพานข้ามทางรถไฟ 22 แห่ง 5,400 ล้านบาท
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/07/2013 10:06 am    Post subject: Reply with quote

'กิตติรัตน์'ชี้2โปรเจคยักษ์ล่มกระทบเชื่อมั่น
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 09:21

"กิตติรัตน์"ยอมรับโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน-เงินกู้ 2 ล้านล้านสะดุด ทำนักลงทุนกังวลเล็กน้อย ระบุหากโครงการล่มความเสียหายประเมินค่าไม่ได้

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวานนี้(10 ก.ค.) ว่า กรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดเป้าคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลก(จีดีพี) เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับความเข้าใจทั่วโลก ในส่วนของไทยหลายหน่วยงานได้ปรับลดคาดการณ์ลงบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนคิดว่าสำคัญและคนก็รอคอยกัน คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.โครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์ และกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง

2.แผนการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่งที่มีการเตรียมการลงทุนไว้ 7 ปี มูลค่า 2 ล้านล้านบาท จะเป็นส่วนสำคัญให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า มาตรการระยะสั้นในการดูแลเศรษฐกิจ ต้องมีการรักษาบรรยากาศทั่วๆ ไปให้มีความสบายใจกัน ทุกครั้งที่มีความขัดใจและขัดแย้ง หากมีการประท้วงรุนแรง อาจทำให้นักท่องเที่ยวหายไป หรือการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศเกิดการชะลอตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากเกิดปัญหาเรื่องโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีปฏิกิริยาจากนักลงทุนอย่างไรบ้าง รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวว่า "เท่าที่พูดคุยนักลงทุนมีความกังวลนิดหน่อย เพราะไทยเพิ่งจะผ่านพ้นมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ได้ไม่นาน การชะงักในขั้นตอนนี้ทำให้เขากังวลบ้าง แต่พอผมอธิบายว่าได้ทำตามขั้นตอนที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งก็มีความเข้าใจมากขึ้น แต่เขาจะติดตามและจับตาดูว่าเราจะลงทุนหรือไม่ เพราะการที่โรงงานของเขาที่อยู่ในประเทศไทยจะปลอดภัยหรือไม่"

ต่อข้อถามที่ว่าหากโครงการบริหารน้ำและโครงการลงทุน 2 ล้านล้านไม่เกิด ประเมินตัวเลขได้หรือไม่ว่าจะเกิดความเสียหายเท่าไร นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า คงประมาณค่ามิได้ เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นอย่างมาก ซึ่งตอนน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 มีมูลค่าความเสียหายของผู้ลงทุนในจำนวนที่สูงมาก ดังนั้น การที่ไทยจะลงทุนจำนวน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินที่มูลค่ามากกว่านั้นหลายเท่าของภาคเอกชน จึงเป็นเรื่องจำเป็น

เมื่อถามว่าสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้เหมาะสมที่จะต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า "ไม่ไหว ไม่ไหว แต่ผมขอเล่าอย่างนี้ว่า ผมบริหารเศรษฐกิจ บางทีผมก็ไม่ชอบให้ฟากฝั่งที่พูดเรื่องการเมืองมาพูดเรื่องเศรษฐกิจ และผมก็ไม่อยากให้เอาเศรษฐกิจมาเป็นการเมือง เพราะฉะนั้นผมก็ไม่อยากจะไปพูดเรื่องการเมือง เดี๋ยวเขาจะบอกว่าแล้วคุณจะมาแกว่งปากมาพูดเรื่องนี้ทำไม"

ปชป.แพ้โหวตขอหั่นกู้2ล้านล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งขอประเทศ พ.ศ....วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่มีนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.กู้เงินดังกล่าวเป็นรอบสุดท้าย ก่อนส่งรายงานให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาบรรจุวาระประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.กู้เงินดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ ตามที่ได้วางระเบียบวาระไว้ เนื่องจากกรรมาธิการมีข้อพิจารณาในประเด็นรายละเอียดที่สำคัญ คือ ส่วนของงบประมาณที่ถูกปรับลด แต่ไม่ได้ถูกตัดออกจากวงเงินกู้

โดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า การพิจารณาปรับลดวงเงินในส่วนยุทธศาสตร์และแผนงานตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ถูกนำไปเติมไว้ในส่วนของแผนงานการส่งเสริม หรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ, การบริหารความเสี่ยงด้านการเงินอันเนื่องมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและรับรองการดำเนินการกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน หรือที่เรียกว่างบเผื่อเหลือ เผื่อขาด รวมวงเงินทั้งหมด 21,050.70 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีการกระทำลักษณะเช่นนั้น การปรับลดงบประมาณต้องมีการตัดทอนงบประมาณลงไปจากร่างกฎหมาย ไม่ใช่นำเงินที่เป็นก้อนไขมันเข้าไปใส่ไว้ในร่างกฎหมายอีก

ทั้งนี้ ข้อเสนอของ นายอรรถวิชช์ ได้รับการชี้แจงและโต้แย้งจากกรรมาธิการฝั่งพรรครัฐบาล ทำให้มีการเสนอลงมติ เพื่อตัดสินว่าจะคงงบประมาณไว้หรือตัดออก โดยที่ประชุมมีมติ 16 ต่อ 8 เห็นด้วยที่จะคงงบประมาณส่วนดังกล่าว ไว้ในร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ส่วนผู้ใดที่ติดใจขอให้นำไปอภิปรายในที่ประชุมสภา

เปิดโครงการถูกหั่น-เพิ่มงบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขและเปลี่ยนแปลงวงเงินในโครงการและยุทธศาสตร์ต่างๆ ของบัญชีแนบท้าย ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่า แปรเพิ่ม 3,148 ล้านบาท จากวงเงินที่เสนอขอเดิม 354,560 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ได้รับการแปรเพิ่ม 8,627 ล้านบาท จากเดิมที่ของบ 16,215 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ได้รับแปรเพิ่ม 8,659 ล้านบาท จากเดิมที่ของบ 21,196 ล้านบาท นอกจากนั้นมีโครงการที่ปรับลด อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ สายชุมทางจิระ-ขอนแก่น จำนวน 3,214 ล้านบาท, โครงการติดตั้งเครื่องกั้นถนนเสมอระดับ และปรับปรุงเครื่องกั้น จำนวน 2,987 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณไฟสีทั่วประเทศ จำนวน 3,716 ล้านบาท

2.ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน มียอดปรับเพิ่ม จำนวน 847 ล้านบาท โดยเพิ่มในโครงการโครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง จำนวน 322 ล้านบาท, โครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จำนวน 210 ล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม จำนวน 313 ล้านบาท

3.ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว ปรับลดทั้งสิ้น 15,785 ล้านบาท อาทิ ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง จำนวน 8,687 ล้านบาท, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี จำนวน 4,936 ล้านบาท, โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จำนวน 1,933 ล้านบาท เป็นต้น รวมวงเงินที่ปรับลดทั้งหมด 11,790 ล้านบาท ทั้งนี้งบส่วนดังกล่าวถูกจัดสรรคืนในส่วนของงบเผื่อเหลือเผื่อขาด จึงทำให้ยอดวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข


จ่อยื่นศาลรธน.ตีความกู้2ล้านล้าน

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา แถลงถึงผลการประชุม ครม.เงา ว่า ในเรื่อง พ.ร.บ.การให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท พรรคยืนยันสนับสนุนที่จะให้มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ต้องเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ ซึ่งบางโครงการเห็นว่ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม และการศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ อีกทั้งบางโครงการไม่มีความพร้อม ทั้งนี้ ครม.เงาเห็นว่าโครงการที่มีความพร้อมและเป็นไปได้ อยู่ในกรอบวงเงินประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ของวุฒิสภาเสร็จสิ้นแล้ว พรรคจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัด รัฐธรรมนูญ มาตรา 169 หมวด 8 ในเรื่องของวินัยการเงินการคลังหรือไม่ เพราะในกฎหมายระบุว่า เงินกู้จะต้องอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังตามเพดานเงินกู้ ไม่เกิน 20% ของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี นอกจากนี้พรรคจะจัดสัมมนาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในต้นเดือนสิงหาคม โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญการเงินการคลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านโลจิสติกส์และกฎหมาย เข้าร่วมสัมมนา
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 02/08/2013 8:59 am    Post subject: Reply with quote

ทางรถไฟเชื่อมต่อเพื่อนบ้าน ความหวังที่ยังต้องผลักดันให้สำเร็จ
มติชนรายวัน วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 07:05:29 น.
ที่มา : คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง มติชนรายวัน โดย ธีรภัทร เจริญสุข

ความหวังหนึ่งของการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมบนแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์ คือแผนปรับปรุงระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของไทยตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้นำเสนอแก่ฝ่ายการเมืองจนกระทั่งได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในรัฐบาลปัจจุบัน ได้แก่ การปรับปรุงระบบขนส่งทางราง ที่จะสามารถเชื่อมต่อการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องใช้รถบรรทุกสินค้าจำนวนมหาศาล ทั้งยังเป็นสินค้าหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ เครื่องจักรกล สินแร่เหล็กและทองแดง รวมถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออันตรายในการขนส่งสูง ช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่ง และทำให้ย่นระยะเวลาและลดค่าใช้จ่ายที่เสียไปได้อย่างมาก

ประเทศต่างๆ ได้มีแผนสร้างโครงข่ายดังกล่าวเช่นกัน โดยในประเทศเวียดนาม มีแผนสร้างรถไฟทั้งรางคู่และความเร็วสูงจากฮานอยสู่โฮจิมินห์ซิตี้ตามแนวยาวของประเทศ ประเทศลาว มีแผนสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจากจีนลงมาสู่นครหลวงเวียงจันทน์ และแผนสร้างทางรถไฟใหม่จากเวียงจันทน์ลงไปยังสะหวันนะเขตและจำปาสัก และแนว East-West Corridor ที่จะเชื่อมต่อพม่าไปสู่เวียดนามผ่านไทยและลาวอย่างรวดเร็ว ประเทศกัมพูชามีแผนการเชื่อมต่อรถไฟจากด่านชายแดนอรัญประเทศของไทยมุ่งตรงสู่กรุงพนมเปญ

หากแต่ความคืบหน้าของโครงการที่ประเทศต่างๆ คาดหวังนั้น ต้องประสบกับความล่าช้า ทั้งจากนโยบายการเมืองและการขาดแคลนแหล่งเงินทุน ในลาว ปัญหาแหล่งเงินทุนที่จะสร้างทางรถไฟเป็นปัจจัยหลักในการเลื่อนการก่อสร้างไปเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐบาลจีนปฏิเสธการลงทุนโดยตรง แต่ต้องให้รัฐบาลลาวกู้เงินมาลงทุนสร้างเองทั้งหมดโดยใช้เหมืองแร่ทองคำและทองแดงค้ำประกัน ทั้งยังต้องให้สัมปทานพื้นที่ธุรกิจตลอดแนวทางรถไฟอีกด้วย

ส่วนทางรถไฟในเส้นทาง east-west corridor ที่เชื่อมระหว่างสะหวันนะเขตที่ติดกับ จ.มุกดาหาร ถึงเมืองลาวบาว เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าเรือดานัง ได้นักลงทุนจากมาเลเซียและเวียดนามเข้ามาสำรวจก่อสร้าง แต่ก็ยังเป็นที่กังขาอยู่ว่าจะเริ่มสร้างได้จริงเมื่อใด ในเวียดนาม แผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงได้หยุดชะงักอย่างไม่มีกำหนด เนื่องการขาดความแน่นอนของนักลงทุนทั้งจากญี่ปุ่นและจีน รวมถึงสภาพฟองสบู่แตกในการลงทุนภายในประเทศที่ทำให้แผนก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ต้องถูกยกเลิกไปจำนวนมาก ส่วนในกัมพูชานั้น ยังไม่เห็นแผนการที่ชัดเจนรวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการก่อสร้างใดๆ เกิดขึ้น

ในประเทศไทย ความหวังสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจรวมอยู่ในโครงการอนาคตประเทศไทย 2020 โดยกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ภายในระยะ 7 ปีเพื่อมาสร้างโครงข่ายคมนาคมใหม่ ซึ่งรวมถึงรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านภายในปี 2020

แต่ความหวังดังกล่าวก็ถูกสั่นคลอนด้วยการโจมตีจากการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่พ้นจากหล่ม ปัจจัยด้านความคุ้มทุนและข้อสงสัยด้านการคอร์รัปชั่นก็เป็นสิ่งที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของโครงการเช่นกัน แม้ว่าผู้รับผิดชอบหลักอย่างท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมีภาพลักษณ์โปร่งใสและทำงานหนัก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้มติมหาชนสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วยการเปลี่ยนแปลงระบบคมนาคมครั้งนี้

หากจะดูจากความพยายามในการเชื่อมต่อทางรถไฟไทย-ลาว เพียงแค่จากสถานีรถไฟหนองคาย ถึงสถานีรถไฟท่านาแล้ง สปป.ลาว ที่สร้างทางรถไฟรอไว้อยู่เกือบถึงสิบปีกว่าจะมีรถไฟวิ่งข้ามประเทศ เมื่อเทียบกับการเดินรถไฟระหว่างไทย-มาเลเซีย จากกรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวิร์ธ ที่เปิดเดินรถอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า ความมั่นคงทางการเมืองและแนวนโยบายของรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างประเทศสำเร็จลุล่วงไปได้

เมื่อประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ทันขยับตัวจากสาเหตุต่างๆ ประเทศไทยอาจพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้นำในระบบขนส่งเหล่านี้ได้ หากเราสามารถดำเนินโครงการก่อสร้างระบบโลจิสติกส์ให้เสร็จภายในเวลาอันใกล้ เพื่อผลักดันการลงทุนเข้าไปสู่เพื่อนบ้านก่อนประเทศอื่นๆ ที่อยู่ไกลกว่า คว้าโอกาสสำคัญนี้ไว้ก่อนจะสายเกินไป
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 21197
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 17/09/2013 8:59 am    Post subject: Reply with quote

2 ล้านล้านกู้ไปทำอะไรบ้าง
เดลินิวส์ วันอังคารที่ 17 กันยายน 2556 เวลา 08:35 น.

ร่าง พ.ร.บ.สร้างอนาคตไทย หรือร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... ที่จะเข้าสู่การพิจารณาวาระสองของ สภาผู้แทนราษฎร วันที่ 19-20 ก.ย. นั้น

บัญชีแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. มีรายละเอียดโครงการก่อสร้าง ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ 14 สาย โครงการก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ข้ามทางรถไฟ 25 จุด โครงการสะพานข้ามทางรถไฟ 83 แห่ง โครงการก่อสร้างท่าเรือ 5 แห่ง โครงการพัฒนาสถานีขนส่งและเปลี่ยนถ่ายสินค้า 16 แห่ง โครงการมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งในเมืองรวม 13 โครงการ

โครงการเกือบทั้งหมดที่บรรจุไว้ในบัญชีแนบท้ายอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีเพียง 1 โครงการเท่านั้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมศุลกากร

ในชั้นการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการ ได้กำหนดวงเงินสำรองจ่ายจาก 9,261 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2.10 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดิมกำหนดให้เป็น ค่าบริหารจัดการ ค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ยังไม่นับรวมถึงการตั้งงบ ค่าที่ปรึกษา ในแต่ละโครงการซึ่งระบุอยู่ในบัญชีแนบท้ายอีกกว่า 2.32 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกันจะเป็น “ค่าที่ปรึกษา” สูงเกือบ 5 หมื่นล้านบาท.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 8, 9, 10 ... 18, 19, 20  Next
Page 9 of 20

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©