Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวกรมการขนส่งทางราง (เริ่ม 21 พ.ค. 62)
View previous topic :: View next topic
Author
Message
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49596
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 18/06/2025 8:49 pm Post subject:
กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม
·
เตรียมพร้อมสู่มิติใหม่ของการเดินทางไปกับรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 เส้นทาง กรุงเทพฯ -นครราชสีมา
🚄 รถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 36 นาที ถึงสถานีปลายทาง ด้วยค่าโดยสารประมาณ 529 บาท
เรียกได้ว่า "เร็ว แรง เชื่อมต่อทุกการเดินทาง จอดสถานีไหนก็ไปต่อได้" ซึ่งทั้ง 6 สถานี สามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งรูปแบบอื่นได้อย่างไร้รอยต่อ
https://web.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1022189623438833
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 29/06/2025 10:25 pm Post subject:
ขร.ออกมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบรางช่วงชุมนุม 28 มิ.ย.
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 10:38 น.
ปรับปรุง: วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 10:38 น.
ขร. ออกมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบรางช่วงชุมนุม 28 มิ.ย. เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และแผนควบคุมสถานการณ์พร้อมอพยพหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
กรมการขนส่งทางราง (ขร.) แจ้งว่า ขร.ได้ออกประกาศมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบขนส่งทางราง ในพื้นที่กรุงเทพฯ รับมือการชุมนุมสาธารณะวันที่ 28 มิถุนายน 2568 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
โดยกำชับผู้ให้บริการระบบรางเพิ่มความเข้มด้านความปลอดภัย ตรวจสอบ CCTV และอุปกรณ์สื่อสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จัดเจ้าหน้าที่ประจำสถานีและบนขบวนรถ รวมถึงตรวจสัมภาระผู้โดยสารอย่างละเอียด พร้อมประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติหากพบสิ่งผิดปกติ
กรณีมีผู้โดยสารหนาแน่น ให้จัดระบบควบคุมฝูงชน และหากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อาจพิจารณาอพยพผู้โดยสารหรือปิดสถานีชั่วคราว
สำหรับผู้โดยสาร ขอความร่วมมือในการตรวจสัมภาระและแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบสิ่งผิดปกติ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าสถานการณ์การชุมนุมจะยุติ
กรมการขนส่งทางรางคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการระบบรางเป็นหลัก เพื่อสร้างความมั่นใจและช่วยอำนวยความสะดวกตลอดช่วงการชุมนุม
https://mgronline.com/business/detail/9680000060840
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 08/07/2025 6:05 pm Post subject:
👨👩👧 ปริมาณผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง ประจำเดือนมิถุนายน 2568
ผู้ใช้บริการทั้งหมด 44,139,507 คน-เที่ยว ประกอบด้วย
🚅 รถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
41,976,247 คน-เที่ยว
🚋 รถไฟระหว่างเมือง 2,163,260 คน-เที่ยว
หมายเหตุ : คน-เที่ยว หมายถึง หน่วยการนับจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการ คือ ผู้โดยสารแตะเข้าสู่ระบบจนออกจากระบบ นับเป็น 1 คน-เที่ยว
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1037138225277306
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 09/07/2025 10:52 am Post subject:
สวัสดีครับ วันนี้น้อง R-Reg ขอพาทุกคนมาแอบดู "เบื้องหลังการขนส่งสินค้าทางรถไฟ" ทั้งในแง่ของสถิติ รายได้และโครงสร้างต้นทุน ของปีงบประมาณ 2567 กันครับ
กรมการขนส่งทางราง (ขร.)
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 22:21 น.
📦 สินค้าที่ขนส่งทางรางยอดนิยม
อันดับ 1 ต้องยกให้ ตู้คอนเทนเนอร์มากที่สุดถึง 10.16 ล้านตัน! หรือประมาณ 80% ของการขนส่งสินค้าทางรางทั้งหมด ตามด้วย น้ำมัน และ ปูนซีเมนต์ ส่วนก๊าซ LPG กับสินค้าอื่น ๆ ก็พอมีอยู่บ้างนะประมาณ 2% 😉
โครงสร้างต้นทุนที่น่าสนใจในการขนส่งทางราง
ขนส่งสินค้าทางรางไม่ได้ง่าย ๆ ต้องมีต้นทุนหลายอย่าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ
🔧 1. ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน พวกนี้คือค่าดูแลระบบทางราง สะพาน สถานี สัญญาณไฟ จุดตัดทางถนน รวมถึงเงินเดือนทีมดูแลโครงสร้างด้วยนะ
🚂 2. ต้นทุนการเดินรถ ค่าดูแลหัวรถจักร เติมน้ำมัน เช็กเบรก ซ่อมรถ ค่าตารางเดินรถ ยันค่าการตลาดเรียกลูกค้าก็รวมอยู่ในนี้เลย
ต้นทุนการขนส่งและรายได้จากการขนส่งสินค้าทางราง
🥇 ตู้คอนเทนเนอร์: ต้นทุนต่ำสุดแค่ 0.70 บาท/ตัน-กม. แต่ทำรายได้ให้ รฟท. สูงที่สุดถึง 943 ล้านบาท
🛢️ น้ำมัน: ต้นทุน 0.93 บาท/ตัน-กม. รายได้ 481 ล้านบาท
🧱 ปูนซีเมนต์: ต้นทุน 1.23 บาท/ตัน-กม. รายได้ 122 ล้านบาท
🧯 LPG: ต้นทุน 2.34 บาท/ตัน-กม. รายได้ 73 ล้านบาท
📦 สินค้าอื่น ๆ: ต้นทุนพุ่งถึง 13.31 บาท/ตัน-กม. แต่สร้างรายได้ต่ำสุดเพียงแค่ 5.93 ล้านบาท
เราไปดูรายละเอียดในแต่ละรูปกันเลย
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1037442155246913
https://www.facebook.com/Thailand.Infra/posts/1119000627042190/ Last edited by Wisarut on 16/07/2025 2:48 am; edited 1 time in total
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49596
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 10/07/2025 1:07 pm Post subject:
กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม
การเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย - ประเทศสปป.ลาว มีการเชื่อมต่ออะไรบ้าง หากสงสัยเรามาดูกันเลยว่ามีการเชื่อมต่ออย่างไรบ้างกับประเทศลาว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ขอนำเสนอเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว โดยประเทศไทยเรามีจุดเชื่อมต่อประเทศสปป.ลาวที่จังหวัดหนองคายนั้นเอง โดยมีสะพานมิตรภาพไทย ลาวเป็นจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 🌟
โดยมีสถานีรถไฟที่สำคัญหลายสถานีด้วยกัน เช่น สถานีนาทาและสถานีหนองคายซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งไทย และสถานีท่านาแล้งและสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ซึ่งตั้งอยู่ในฝ่ายสปป.ลาวนอกจากนี้สถานีท่านาแล้งยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเวียงจันทน์ใต้อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงลาว - จีน อีกด้วย
นอกจากนี้เส้นทางเชื่อมต่อนี้มีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคและประเทศไทยด้วย อันจะช่วยในการพัฒนาและยกระดับการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค และการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของไทยด้วย 🌐✨
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1038488261808969
Back to top
Mongwin
1st Class Pass (Air) Joined: 24/09/2007 Posts: 49596
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา
Posted: 11/07/2025 9:57 am Post subject:
กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม
·
วันนี้ชวนทุกคนมาดูปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าเรามีการขนส่งสินค้าทางรางกับประเทศเพื่อนบ้าน
มาดูกันดีกว่าเรามีการขนส่งกับประเทศใดและมีปริมาณการขนส่งสินค้าเท่าไหร่บ้าง✨
จากปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟในเส้นทางไทย-ลาว และไทย-มาเลเซีย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของระบบรางในภาคโลจิสติกส์ของประเทศ โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้า 📦 ของไทย-ลาวดังนี้:
1.ปี 2564 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 2,288 ตัน
2.ปี 2565 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 28,530 ตัน
3.ปี 2566 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 46,287 ตัน
4.ปี 2567 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 60,079 ตัน
โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 412.99% ตลอด 3 ปีซึ่งสะท้อนปริมาณในการขนส่งระหว่างไทย-ลาวที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
สินค้าที่ได้รับความนิยมในการขนส่งในเส้นทางไทย-ลาวก็คือสินค้าเกษตรกรรมเช่น ปุ๋ย และยางพารานั้นเอง
ในขณะที่ปริมาณการขนส่งสินค้าของไทย-มาเลเซียมีดังนี้
1.ปี 2564 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 405,561 ตัน
2.ปี 2565 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 387,876 ตัน
3.ปี 2566 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 329,923 ตัน
4.ปี 2567 มีปริมาณการขนส่งอยู่ที่ 418,427 ตัน
โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.54% ตลอด 3 ปีเท่านั้น แม้จะปริมาณสินค้าที่ลดลงและเพิ่มขึ้นแต่เส้นทางไทย-มาเลเซียก็เป็น 1 ในเส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมในเส้นนี้ก็คือยางพาราและปาร์ติเคิลบอร์ดนั้นเอง
ในขณะที่ปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างลาวและจีนในปี 2023 มีการขนส่งดังนี้
📊 ไตรมาสที่ 1:👥 ผู้โดยสาร: 674,589 คน📦 สินค้า: 1,080,630 ตัน
📊 ไตรมาสที่ 2:👥 ผู้โดยสาร: 618,060 คน📦 สินค้า: 1,117,130 ตัน
📊 ไตรมาสที่ 3:👥 ผู้โดยสาร: 605,608 คน📦 สินค้า: 1,218,525 ตัน
📊 ไตรมาสที่ 4:👥 ผู้โดยสาร: 807,167 คน📦 สินค้า: 937,015 ตัน
จุดที่น่าสนใจคือการขนส่งสินค้าสูงสุดในไตรมาสที่ 3 (1.21 ล้านตัน) การขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสที่ 4 (807,167 คน)
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบรางที่ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการขนส่ง แต่ยังเพิ่มความมั่นคงด้านโลจิสติกส์ในประเทศ
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1039215335069595
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 16/07/2025 2:50 am Post subject:
🚂💥 รถไฟ vs รถบรรทุก ใครคุ้มกว่า!?!
น้อง R-Reg ขอท้าชน! ขนส่งสินค้าจาก แหลมฉบังไปหนองคาย จะเลือกอะไรดี? สินค้าชนิดเดียวกัน ในระยะทางพอ ๆ กัน แต่วิธีขนส่งไม่เหมือนกันเลยนะ!
🚂 รถไฟสายประหยัด
✅ ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต วางบนแคร่พิกัด 62 ตัน ราคา 11,631 บาท/ตู้ ราคานี้รวมค่าระวางและค่าธรรมเนียมน้ำมัน
ของรถไฟแล้วนะครับ
✅ ขนตู้ 20 ฟุตในทีเดียวได้สูงสุดถึง 60 ตู้!
✅ มีบริการกว่า 6 ขบวน/วัน วิ่งยาว ๆ กันไปเลย
💡 แต่ต้องมีรถบรรทุกช่วยรับ-ส่งต่อ (First mile/Last mile)
🚛 รถบรรทุกสายยืดหยุ่น
✅ ส่งถึงหน้าบ้าน (Door-to-Door)
✅ เลือกเวลาได้ตามใจ
❌ แต่ค่าขนส่งเฉลี่ย 35,000 41,000 บาท/ตู้
❌ ต้องใช้รถถึง 30 คัน เพื่อเทียบกับรถไฟ 1 ขบวน
📊 สรุปง่าย ๆ
💸 ถ้าเน้น "ประหยัด" และ "โหลดเยอะ" = รถไฟมาเลย
📍 ถ้าเน้น "ยืดหยุ่น" และ "ส่งถึงที่" = รถบรรทุกใช่เลย
แล้วธุรกิจของคุณล่ะ? เหมาะกับแบบไหน
ขอฝากการขนส่งสินค้าทางรถไฟไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ ให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของพี่ๆผู้ประกอบการทุกคนด้วยนะครับ 💼📦
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1039396001718195
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 18/07/2025 11:20 pm Post subject:
กรมรางฯ ยกระดับมาตรฐานทางรถไฟ ลดจุดเสี่ยงภัยธรรมชาติทั่วประเทศ แก้ปัญหาภัยพิบัติ นำร่อง 5 จังหวัด
ทั่วทุกภาค พร้อมเปิด Web Application DRT Alert รับแจ้งเหตุ
เพื่อนๆ คงเคยเห็นข่าวทางรถไฟขาด ทรุดตัว รถไฟตกรางบ้าง หยุดเดินรถบางช่วงบ้าง ใช่ไหมครับ ซึ่งหลายๆครั้ง
เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายกับทางรถไฟ และผู้โดยสาร และต้อง
หยุดเดินรถไฟเป็นช่วงๆ
แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถควบคุมภัยธรรมชาติได้ แต่เราสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทางรถไฟ และการ
เดินรถได้ จากการออกแบบระบบป้องกันภัยพิบัติที่ดี
โดยกรมการขนส่งทางราง มีการศึกษาพื้นที่ 5 จุดในทุกภูมิภาค เพื่อศึกษาสาเหตุ และออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหา
โดยจะพัฒนาไปเป็นต้นแบบในการจัดทำมาตรฐานการออกแบบระบบระบายน้ำรถไฟในอนาคต
นอกจากนั้น ก็ยังพัฒนา Web Application DRT Alert เพื่อเป็นตัวกลาง ในการสื่อสารระหว่าง ประชาชน
กรมการขนส่งทางราง ผู้ให้บริการระบบขนส่งทางราง และหน่วยงานด้านภัยพิบัติอื่นๆ ในรับการแจ้งเหตุ และแจ้ง
เตือนประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นต่อระบบราง ซึ่งจะช่วยให้การเดินทาง
ด้วยรถไฟมีความปลอดภัยและการให้บริการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ความก้าวหน้า และรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่
กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม
https://www.facebook.com/Thailand.Infra/posts/1121222793486640
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1044692044521924
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 21/07/2025 8:58 pm Post subject:
กรมราง- JICA ดันรถไฟฟ้าระยะ 2 ผุดเส้นทางใหม่-ฟีดเดอร์ หนุนพัฒนา TOD สร้างรายได้ ปี 83 คาดมีผู้โดยสาร 3.4 ล้านคน/วัน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17:31 น.
ปรับปรุง: วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17:34 น.
กรมราง- JICA ร่วมต่อยอดพัฒนาแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะ 2 M-Map 2 ผุดเส้นทางใหม่และฟีดเดอร์ เชื่อมต่อสะดวก แก้คอขวดการเดินทาง หนุนพัฒนา TOD ควบคู่สร้างรายได้ แผน 15 ปี คาดปี 85 เพิ่มโครงข่ายรถไฟฟ้าเป็น 7.01% ผู้โดยสารเพิ่มจาก 1.7 ล้านคน/วัน เป็น 3.4 ล้านคน/วัน
วันที่ 21 ก.ค. 2568 นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมกับ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วมเปิดการสัมมนา ในหัวข้อ "Driving Railway Network and Urban Growth with The Second Mass Rapid Transit Master Plan in Bangkok Metropolitan Region (M-MAP2)" เพื่อนำเสนอและหารือเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) เข้ามาสนับสนุนประเทศไทยในการพัฒนาระบบรถไฟในเมืองหลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง และได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ในการดำเนินโครงการความร่วมมือทางวิชาการ ในการสนับสนุนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP2) เช่น การจัดทำแบบสำรวจความต้องการการเดินทาง (Demand Survey) และการจัดทำแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาทักษะของบุคลากรด้านระบบรางผ่านโครงการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรไทยในด้านการบริหารจัดการและการบำรุงรักษาระบบรถไฟ
นายซาคุโดะ ชุนสุเกะ หัวหน้าผู้แทน สำนักงาน JICA ประเทศไทยกล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำเสนอรายละเอียดของแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่าย M-MAP2 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่มุ่งมั่นขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างทั่วถึง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดมลภาวะ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี ยังมีผู้เชี่ยวชาญทั้งจากประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) มีการนำเสนอแผนงานที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาระบบรางภายในแผนแม่บท M-MAP2 รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์และความสำเร็จของประเทศญี่ปุ่นในการพัฒนาระบบรถไฟในเมืองและการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานี (Transit-Oriented Development - TOD) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม
นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า ทางไจก้าให้ความร่วมมือในการให้แนวคิดและความเห็นในการพัฒนาระบบรางและการพัฒนา TOD รวมถึงด้านการพัฒนาบุคลากร การซ่อมบำรุงต่างๆ เป็นโมเดล เพื่อสามารถพัฒนาต่อยอดในอนาคต เพราะจะทำให้เห็นภาพการพัฒนาในแต่เส้นทาง การแบ่งเฟส จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังที่เหมาะสม หลักคิดมี 5 ด้านหลัก เช่น อัตราค่าโดยสารให้สามารถเข้าถึงได้ และระบบตั๋วร่วม ,ระยะเข้าถึงสถานีเฉลี่ยประมาณ 800 เมตร , ระบบฟีดเดอร์ เพื่อให้โซนที่อยู่ไกลเส้นทางรถไฟฟ้าเข้าถึงได้สะดวกขึ้น และเรื่องการเชื่อมต่อ อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับแผนแม่บท M-Map-1 มีการพัฒนาระหว่างปี 2553-2572 จำนวน 14 เส้นทาง ระยะทาง 553.41 กม. โดยไจก้าเข้ามาช่วยเหลือแนวคิด เช่น รถไฟฟ้า MRT สีน้ำเงิน ระยะทาง 47 กม.วางสายทางเชื่อมเป็นวงกลม ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 461,000 คน/วัน สายสีม่วง ระยะทาง 23 กม. เส้นทางเชื่อมจากด้านตะวันตกของกทม. ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 73,000 คน/วัน ,สายสีแดง ระยะทาง 41 กม. วางแนวเป็นโครงข่ายหลักเชื่อมจังหวัดทางด้านเหนือของกทม. ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 31,000 คน/วัน และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 4 สาย ระยะทาง 81.30 กม. เช่น สายสีส้ม สายสีม่วง ด้านใต้ และแอร์พอร์ตลิงก์ เชื่อมพญาไท-ดอนเมือง
สำหรับการพัฒนาด้าน TOD นั้นจะนำร่องที่รถไฟสายสีแดง ทั้งสถานีปลายทางและสถานกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นอกจากนี้ ยังมีที่สถานีศิริราช จุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสีส้มและสีแดง และสถานีวงเวียนใหญ่ ที่มีรถไฟฟ้า 3 สาย เชื่อมต่อกัน คือสีม่วง สีแดงและสีเขียว
แผนแม่บท M-Map 2 (ปี 2568-2583) นั้น พิจารณาโครงข่ายเพิ่มเต้มจาก M-Map 1 เช่น แก้จุดที่เป็นคอขวด หรือต่อขยายเส้นทางไปยังจังหวัดรอบกทม.มีแนวคิด 5 ด้าน คือ 1. จำนวนผู้โดยสาร ( Capacity) 2. ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น 3. ราคาเป็นธรรม 4. ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการ 5. เชื่อมโยงไร้รอยต่อ โดยมี 19 เส้นทาง ซึ่งเป็นเส้นทางจาก M-Map 1 ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง 12 เส้นทาง และโครงการใหม่ 3 เส้นทาง และต่อขยาย 3 เส้นทาง นอกจากนี้ยังมีโครงข่ายฟีดเดอร์อีก 27 เส้นทาง
โดยประเมินว่า เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2583 จะทำให้มีโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 4.33% เป็น 7.01% และมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านคน/วัน เป็น 3.4 ล้านคน/วัน
ทั้งนี้ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ "Necessity for a Sustainable Society Utilizing Public Transportation, Considering Green Transportation" โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและที่ปรึกษาอาวุโสของ JICA ประเทศไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ หัวข้อ "Urban Railway Development and TOD based on Japans Experience" โดย ศาสตราจารย์ ดร.โมริจิ ชิเงรุ จาก National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) ซึ่งนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จของญี่ปุ่นในการบูรณาการระบบรางกับการพัฒนาเมือง อีกทั้งได้รับเกียรติจากคณะทำงานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งจากประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มาร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาระบบรางภายในแผนแม่บท M-MAP2
การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้กำหนดนโยบาย ซึ่ง JICA และกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางราง มุ่งหวังว่าการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะนำไปสู่การผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและส่งเสริมการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต
https://mgronline.com/business/detail/9680000068624
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/1046869777637484
Back to top
Wisarut
1st Class Pass (Air) Joined: 27/03/2006 Posts: 45612
Location: NECTEC
Posted: 21/07/2025 11:41 pm Post subject:
กรมรางลุย 19 รถไฟฟ้าสายใหม่ กทม.-ปริมณฑล 245 กม. 5.8 แสนล้าน
ฐานเศรษฐกิจ
เผยแพร่: วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 18:27 น.
อัปเดตล่าสุด : วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 19:32 น.
กรมราง เปิดผลศึกษาแผนแม่บท M-MAP2 เตรียมปักหมุด 19 โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ 245 กม. วงเงิน 5.8 แสนล้าน ดันแผนลงทุนต่อขยายสายสีแดง-สายสีน้ำตาล หนุนยอดผู้โดยสารพุ่ง 3.4 ล้านคนต่อวัน
นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลการศึกษาร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) หรือ ไจก้า เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เสร็จแล้ว ซึ่งตามแผนระหว่างปี 2568 - 2583 จะมีการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในไทยเพิ่มเติม 19 โครงการ ระยะทางกว่า 245 กิโลเมตร (กม.)
ขณะเดียวกันจากการทำงานร่วมกับไจก้าในช่วงที่ผ่านมา กรมฯได้นำประสบการณ์การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าจากญี่ปุ่นมาศึกษาเป็นโมเดลปรับใช้ในไทย ช่วยจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนเร่งด่วน เช่น
การวัดจากปริมาณผู้โดยสาร ความพร้อมด้านการลงทุน การกำหนดอัตราค่าโดยสาร การใช้ระบบตั๋วร่วม ตลอดจนการเพิ่มระบบขนส่งมวลชนรอง (ฟีดเดอร์) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง
สำหรับการจัดลำดับแผนการลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้า M-Map 2 แบ่งออกเป็น 3 ระยะ วงเงินลงทุนรวม 5.8 แสนล้านบาท ซึ่งตามแผนจะผลักดันการลงทุนให้เกิดขึ้นภายในปี 2583 จำนวน 10 โครงการ แบ่งเป็น
กลุ่ม A1 โครงการที่มีความพร้อมและความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดและอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทาง 4 โครงการ ประกอบด้วย
โครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดง จำนวน 3 โครงการ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารประกวดราคา คาดว่าจะสามารถออกประกาศแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้ หรือภายในเดือน ต.ค.นี้
นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ซึ่งถือเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ของไทยที่จะมีการผลักดันการลงทุนในปี 2568
ขณะนี้ทราบว่าทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างทบทวนผลการศึกษารถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล
อย่างไรก็ดีคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบ ก่อนส่งไปยัง ครม.พิจารณา เพื่อเปิดประมูลภายในปีนี้ โดยโครงการนี้ผลการศึกษาพบว่าอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 20.61% คาดการณ์เปิดบริการปี 2573 มีผู้โดยสาร 194,063 แสนคนเที่ยวต่อวัน
นายอธิภู กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมฯยังเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในส่วนของกลุ่ม A2 จำนวน 6 โครงการ ภายในปี 2572 เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อให้เกิดการเดินทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น เช่น
รถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดง ,ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว และโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ 2 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสายสีเทา ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ
ทั้งนี้หลังพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้า M-Map2 ตามแผนเร่งด่วนและโครงการที่มีความจำเป็น ซึ่งหากพัฒนาแล้วเสร็จในปี 2583 คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารเข้าระบบรถไฟฟ้าได้มากถึง 3.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
จากปัจจุบันมีเฉลี่ยราว 1.7 ล้านคน และสามารถเพิ่มปริมาณประชาชนเข้าใช้สถานีรถไฟฟ้าได้มากถึง 3.4 ล้านคน จากปัจจุบันเฉลี่ยราว 1.5 ล้านคน
สำหรับแผนพัฒนารถไฟฟ้า M-Map2 ได้จัดลำดับการลงทุนทั้ง 3 ระยะ แบ่งเป็น
กลุ่ม A1 เส้นทางที่มีความจำเป็นและมีความพร้อมในการดำเนินการทันที รวม 4 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 63,480 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต - ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี วงเงิน 6,473 ล้านบาท
2. รถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน - ศาลายา ระยะทาง 14.80 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี วงเงิน 10,670 ล้านบาท
3. รถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน - ศิริราช ระยะทาง 5.70 กิโลเมตร จำนวน 3 สถานี วงเงิน 4,616 ล้านบาท
4. รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี วงเงิน 41,721 ล้านบาท
กลุ่ม A2 ครงการที่มีความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อให้เกิดการเดินทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น รวม 6 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 178,747 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ - หัวลำโพง ระยะทาง 5.76 กิโลเมตร จำนวน 5 สถานี วงเงิน 25,505 ล้านบาท
2. รถไฟฟ้าสายสีเขียว สนามกีฬาแห่งชาติ - ยศเส ระยะทาง 1.20 กิโลเมตร จำนวน 1 สถานี วงเงิน 3,489 ล้านบาท
3. รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล - ทองหล่อ ระยะทาง 16.25 กิโลเมตร จำนวน 15 สถานี วงเงิน 27,853 ล้านบาท
4. รถไฟฟ้าสายสีเขียว บางหว้า - ตลิ่งชัน ระยะทาง 7.50 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี วงเงิน 14,863 ล้านบาท
5.รถไฟฟ้าสายสีแดง วงเวียนใหญ่ - บางบอน ระยะทาง 12.20 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี วงเงิน 63,110 ล้านบาท
6.รถไฟฟ้าสายสีเงิน บางนา - สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.30 กิโลเมตร จำนวน 14 สถานี วงเงิน 43,927 ล้านบาท
กรมรางลุย 19 รถไฟฟ้าสายใหม่ กทม.-ปริมณฑล 245 กม. 5.8 แสนล้าน
กลุ่ม B ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพในการพัฒนา แต่จะมีการพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งในปี 2572 เพื่อประเมินความคุ้มค่าในด้านปริมาณผู้โดยสารและแนวทางการพัฒนา โดยกลุ่มนี้มีทั้งสิ้น 9 เส้นทาง ระยะทาง 132.35 กิโลเมตร ประเมินวงเงินลงทุน 341,182 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ดินแดง - สาทร ระยะทาง 6.70 กิโลเมตร จำนวน 9 สถานี วงเงิน 14,731 ล้านบาท
2.รถไฟฟ้าสายสีเทา พระโขนง - ท่าพระ ระยะทาง 20.60 กิโลเมตร จำนวน 19 สถานี วงเงิน 35,602 ล้านบาท
3.รถไฟฟ้าสายสีเทา ลำลูกกา - วัชรพล ระยะทาง 11.50 กิโลเมตร จำนวน 5 สถานี วงเงิน 17,514 ล้านบาท
4.รถไฟฟ้าสายสีเขียว คูคต - วงแหวนรอบนอก ระยะทาง 6.80 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี วงเงิน 16,347 ล้านบาท
5.รถไฟฟ้าสายสีเขียว ตลิ่งชัน - รัตนาธิเบศร์ ระยะทาง 10.50 กิโลเมตร จำนวน 7 สถานี วงเงิน 20,948 ล้านบาท
6.รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงวงเวียนใหญ่-หัวลำโพง ระยะทาง 3.45 กิโลเมตร จำนวน 1 สถานี วงเงิน 14,774 ล้านบาท
7.รถไฟฟ้าสายสีเขียว เคหะฯ - ตำหรุ ระยะทาง 9.50 กิโลเมตร จำนวน 5 สถานี วงเงิน 15,882 ล้านบาท
8.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค - พุทธมณฑล สาย 4 ระยะทาง 8.00 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี วงเงิน 21,249 ล้านบาท
9.รถไฟฟ้าสายสีแดง บางบอน - มหาชัย - ปากท่อ ระยะทาง 55.30 กิโลเมตร จำนวน 28 สถานี วงเงิน 184,135 ล้านบาท
https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/633510?
https://www.youtube.com/watch?v=YWgd1S-6UPY
Back to top
You cannot post new topics in this forum You cannot reply to topics in this forum You cannot edit your posts in this forum You cannot delete your posts in this forum You cannot vote in polls in this forum
Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group