Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:307590
ทั่วไป:11698182
ทั้งหมด:12005772
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวและภาพรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวและภาพรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 215, 216, 217
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38370
Location: NECTEC

PostPosted: 15/05/2022 1:52 am    Post subject: Reply with quote

“บีอีเอ็ม” โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 65 โกยกำไร 336 ล้าน
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
13 พฤษภาคม 2565 เวลา 10:49 น.


“บีอีเอ็ม” เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 65 กำไร 336 ล้าน แนวโน้มการเดินทางคึกคักรับเปิดประเทศ คาดไตรมาส 2 รายได้พุ่งอีก ลั่นพร้อมลงทุนรถไฟฟ้าสายสีส้ม-สีม่วงใต้ รอรัฐเปิดประมูล

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 65 BEM มีรายได้จากการดำเนินงาน 3,159 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท โตขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 31 ล้านบาท หรือ 10.2% ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการ อันเนื่องมาจากปริมาณการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดย BEM ยึดหลักการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตสู่ความยั่งยืนและจากความสำเร็จในการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนในปีที่ผ่านมา


นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ในเดือน ก.พ.65 BEM ได้ทำสัญญาสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Loan หรือ SL) วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในการสานต่อพันธกิจด้าน ESG อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นอกจากนี้หลังจากที่ภาครัฐได้ดำเนินนโยบายเปิดประเทศแล้วนั้น นับเป็นสัญญาณที่ดี ในการกระตุ้นการเดินทางของประชาชนให้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งจากการที่บริษัทเรียกพนักงานกลับเข้ามาทำงาน การเปิดภาคการศึกษา การกลับมาใช้ชีวิตปกติ นับว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ปริมาณผู้ใช้ทางพิเศษ และผู้โดยสารกลับเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้ามากขึ้น


นายสมบัติ กล่าวอีกว่า คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการรองรับการให้บริการของผู้ใช้ทางและรถไฟฟ้า BEM ได้ร่วมมือกับ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และธนาคารกรุงไทย เปิดใช้งานบัตรเครดิต EMV Contactless ให้สามารถชำระค่าผ่านทางและ ค่าโดยสารในรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระค่าบริการ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางในยุคสังคมไร้เงินสด อย่างไรก็ตาม BEM มีความพร้อม และศักยภาพในทุกๆ ด้าน ที่จะเข้าร่วมการลงทุน โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ที่กำลังรอสัญญาณจากภาครัฐในการเข้าร่วมการประมูลต่อไป..
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35874
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 07/06/2022 10:36 am    Post subject: Reply with quote

เดินทางอย่างมั่นใจ BEM แจกหน้ากากผ้าฟรีให้ผู้ใช้ทางรับเปิดเมือง
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 7 มิถุนายน 2565 - 10:30 น.

Click on the image for full size

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เติมความห่วงใยให้กับประชาชน ต่อยอดนโยบายเปิดเมืองของรัฐบาล ด้วยการแจกหน้ากากผ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษที่ชำระด้วยบัตรเครดิต / บัตรเดบิต EMV Contactless หรือเงินสดเพื่อส่งมอบความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในการเดินทาง ให้กับผู้ใช้บริการทางพิเศษ 4 สายทาง ดังนี้ วันที่ 6-7 มิ.ย. 65 ทางพิเศษศรีรัช (ขั้นที่ 2) วันที่ 8 มิ.ย. 65 ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ขั้นที่ 1) ทางพิเศษอุดรรัถยา และ ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ จนกว่าของจะหมด

ทั้งนี้ BEM ขอแนะนำการชำระค่าทางด่วนด้วยทางเลือกใหม่ ใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต EMV Contactless ใช้ก่อน จ่ายทีหลัง ไม่ต้องใช้เงินสด ลดสัมผัสที่มีความปลอดภัย แตะ จ่าย ง่าย รวดเร็วต่อการเดินทางอีกด้วย
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38370
Location: NECTEC

PostPosted: 09/06/2022 12:34 pm    Post subject: Reply with quote

รฟม.ปิดลานจอดรถ MRT สถานีห้วยขวางบางส่วน เร่งติดตั้งที่จอดรถยนต์อัตโนมัติ
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 11:13 น.
ปรับปรุง: วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 11:13 น.


รฟม.แจ้งปิดพื้นที่บางส่วนของลานจอดรถ MRT สถานีห้วยขวางเพื่อติดตั้งที่จอดรถยนต์อัตโนมัติเพิ่ม 2 เครื่อง ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 17 กันยายน 2565

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เตรียมดำเนินการติดตั้งที่จอดรถยนต์อัตโนมัติ หรือ Robot Parking ในบริเวณลานจอดรถสถานีห้วยขวาง ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) เพิ่มเติมจำนวน 2 เครื่อง ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 17 กันยายน 2565 จึงมีความจำเป็นต้องทำการปิดพื้นที่ให้บริการบางส่วนของลานจอดรถสถานีห้วยขวาง ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป โดยผู้ใช้บริการยังสามารถใช้ลานจอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ รฟม.ต้องขออภัยในความไม่สะดวกของผู้ใช้บริการมา ณ โอกาสนี้

ทั้งนี้ รฟม.ได้จัดทำโครงการเพิ่มพื้นที่จอดรถในเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน โดยได้ติดตั้งระบบที่จอดรถยนต์อัตโนมัติไปแล้ว ในบริเวณลานจอดรถของสถานีสามย่าน และสถานีห้วยขวาง โดยระบบที่จอดรถยนต์อัตโนมัตินี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่จอดรถที่มีอยู่อย่างจำกัด และอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ เมื่อนำรถเข้ามาจอด ด้วยระบบเครื่องกลที่ทำหน้าที่เสมือนหุ่นยนต์รับรถขึ้นไปจอดในลักษณะซ้อนกันในแนวดิ่งที่จะช่วยย่นเวลาเฉลี่ยในการรับ-ส่งรถเข้าและออกจากที่จอดรถ เหลือเพียงคันละ 90 วินาที และหากรถจอดชั้นไกลที่สุดจะใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38370
Location: NECTEC

PostPosted: 23/06/2022 7:48 pm    Post subject: Reply with quote

[Vlog] รวมจุดเช็คอินยอดฮิต ถูกใจสายบุญ โดนใจสายกิน ฟินกับ Museum ⛪️🏛🥓
MRT สถานีสนามไชย เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ในเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าแห่งเดียวที่ตัวสถานีอยู่ใจกลางพื้นที่ชั้นในของเกาะรัตนโกสินทร์ และด้านสถาปัตยกรรมก็ถูกออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนเป็นท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากสถานีสนามไชยแล้ว นุ่นจะพาไปเชกอินกันรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จะมีที่ไหนบ้าง ไปติดตามได้ใน Vlog ตอน "นั่งรถไฟฟ้า MRT เที่ยวรอบสถานีสนามไชย" 🚇
...แล้วมานั่งรถไฟฟ้า MRT ไปเที่ยวด้วยกันนะคะ 😉
เดินทางสะดวก ปลอดภัย ไปกับรถไฟฟ้า MRT
https://www.facebook.com/watch?v=2612084595591132
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38370
Location: NECTEC

PostPosted: 28/06/2022 11:54 am    Post subject: Reply with quote

รถไฟฟ้า MRT จ่อขึ้นค่าโดยสาร 1 บาทตามสัญญา "คมนาคม" เตรียมหารือตรึงราคาเดิม 17-42 บาทสิ้นปี 65 ช่วยประชาชน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 08:01 น.
ปรับปรุง: วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 08:01 น.


รถไฟฟ้า MRT สีน้ำเงินถึงวงรอบปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท จำนวน 4 สถานี บอร์ด รฟม.อนุมัติตามสัมปทาน เริ่ม ก.ค. 65 นี้จากเริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 42 บาท เป็น เริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 43 บาท รฟม.ชง "คมนาคม" คาด 29 มิ.ย.หารือ BEM ช่วยตรึงราคาเดิมถึงสิ้นปี 65 ช่วยลดภาระประชาชน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เสนอเรื่องการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล หรือ MRT ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ, หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ตามสัญญาสัมปทานกำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ ระยะเวลา 24 เดือน (2 ปี) โดยพิจารณาตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2565 โดยปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาท จำนวน 4 สถานี คือ สถานีที่ 6, 9, 11, 12 โดยจะทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 17 บาทสูงสุด 43 บาท

ล่าสุด บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้เสนอโปรโมชัน โดยยังคงจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิมไปก่อนจนถึงปลายปี 2565 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินการเดิมที่ BEM
เคยตรึงค่าโดยสารในการปรับขึ้นรอบเดือน ก.ค. ปี 2563

แหล่งข่าวกล่าวว่า การปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินนั้นเป็นไปตามสัญญาสัมปทาน โดยคำนวณตาม CPI ในรอบนี้ต้องปรับขึ้น 1 บาท จำนวน 4 สถานี โดยคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.ได้พิจารณาเห็นชอบเมื่อเดือนมีนาคม 2565 และเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอน เนื่องจากจะต้องมีการประกาศล่วงหน้า 30 วัน ก่อนถึงวันปรับค่าโดยสารวันที่ 3 กรกฎาคม 2565

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 29 มิถุนายน 2565 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะมีการประชุมเรื่องมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง รฟม. รวมถึงเชิญผู้แทน BEM
เข้าหารือด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือแนวทางในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในช่วงนี้

@ MRT สีน้ำเงินและสีม่วง ผู้โดยสารฟื้นตัว แตะ 3.5 แสนคน/วัน

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงปรับตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2565 มีผู้โดยสารรวม 352,983 คน/วัน โดย MRT สีน้ำเงินมีผู้โดยสาร 311,217 คน สายสีม่วงมีผู้โดยสาร 41,766 คน ซึ่งผู้โดยสารในภาพรวมของทั้ง 2 สายขึ้นอยู่ในระดับเดียวกับจำนวนผู้โดยสารเมื่อปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีจำนวนรวม 337,015 คน/วัน

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2562 รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินให้บริการเส้นทางช่วงหัวลำโพง-บางซื่อเท่านั้น ยังไม่ได้ให้บริการส่วนต่อขยายจากหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ขณะที่เป้าหมายเปิดส่วนต่อขยายมีการเดินรถเป็นวงกลม ระยะทางรวม 48 กม. คาดว่าสายสีน้ำเงินจะมีผู้โดยสารที่ 600,000 เที่ยว-คน/วัน ผู้โดยสารปัจจุบันก็ยังถือว่าต่ำกว่า 50%

ครม.ไฟเขียวMRT ขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท4 สถานี“ศักดิ์สยาม”หารือ BEM ชะลอถึงสิ้นปี65
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 18:45 น.
ปรับปรุง: วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เวลา 18:45 น.


ครม.เห็นชอบปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT ตามเงื่อนไขสัมปทาน 1 บาท จำนวน 4 สถานี “ศักดิ์สยาม”เผยเตรียมหารือ BEM ช่วยตรึงราคาเดิมถึงสิ้นปี

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 มิ.ย. 2565 ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เสนอการจัดเก็บค่าโดยสารตามร่างข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสาร วิธีการจัดเก็บค่าโดยสาร และการกำหนดประเภทบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสาร ตามสัญญาโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ MRT กำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ ระยะเวลา 24 เดือน (2 ปี) โดยพิจารณาตามดัชนีผู้บริโภค (CPI) ซึ่งอัตราค่าโดยสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะครบกำหนดตามสัญญาในวันที่ 2 ก.ค.65

โดยในวันพรุ่งนี้ (29 มิถุนายน 2565) ตนได้นัดประชุมร่วมกับผู้แทนบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM หารือถึงมาตรการในการชะลอการใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ออกไปเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ซึ่งอาจจะใช้รูปแบบเดียวกับการปรับค่าโดยสารรอบปี 2563 ที่เอกชนให้ร่วมมือในการใช้อัตราเดิมต่อไปจนถึงปลายปี อย่างไรก็ตาม ทางเอกชนอาจมีข้อเสนอในการจัดทำโปรโมชั่นที่ช่วยลดภาระผู้โดยสาร

รายงานข่าวแจ้งว่า อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินใหม่จะมีอัตราเริ่มต้นที่ 17 บาท สูงสุด 43 บาท จะมีผลและจะมีผลบังคับใช้ 24 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.65 เป็นต้นไป โดยสถานีที่ 6, 9 , 11 และ 12 ขึ้นไป จะมีอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาท ซึ่งอัตราค่าโดยสารใหม่ จำนวน 6 สถานีเพิ่มเป็น 29 บาท จาก 28 บาท, จำนวน 9 สถานีเพิ่มเป็น 36 บาท จาก 35 บาท ,จำนวน 11 สถานีเป็น 41 บาทจาก 40 บาท และจำนวน 12 สถานีขึ้นไปเป็น 43 บาทจาก 42 บาท

อีกทั้ง ยังกำหนดให้คณะกรรมการ รฟม.อาจประกาศกำหนดผลิตภัณฑ์ของตั๋วโดยสาร เพื่อส่งเสริมการใช้บริการรถไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเพื่อสนับสนุนกิจกรรมตามนโยบายของรัฐบาล หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด
https://www.facebook.com/TidPromo/posts/5426703780722080
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38370
Location: NECTEC

PostPosted: 29/06/2022 1:25 pm    Post subject: Reply with quote

BEMยอมเบรกขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีน้ำเงินถึงสิ้นปี
*เริ่มจ่ายอัตราใหม่ 17-43 บาทตั้งแต่ 1 ม.ค.66
*คมนาคมเจรจาเอกชนช่วยลดภาระให้ประชาชน
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/582995206611051
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35874
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 30/06/2022 7:14 am    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
BEMยอมเบรกขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีน้ำเงินถึงสิ้นปี
*เริ่มจ่ายอัตราใหม่ 17-43 บาทตั้งแต่ 1 ม.ค.66
*คมนาคมเจรจาเอกชนช่วยลดภาระให้ประชาชน
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/582995206611051

เก็บตั๋วเท่าเดิมยันสิ้นปี65 ลดภาระรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
Source - เดลินิวส์
Thursday, June 30, 2022 04:05

ชัชชาติรับ6ข้อถกแก้แพงสัปดาห์หน้า ขยายสิทธิบัตรคนจน-ช่วยค่าก๊าซ3ด.

ผู้โดยสารเฮ!รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเลื่อนขึ้นยันเก็บราคาเดิม 17-42 บาท ยาวถึงสิ้นปี ก่อนขยับใหม่สถานีละ 1 บาทหวังช่วยลดภาระค่าครองชีพ ด้าน "ศักดิ์สยาม" ย้ำต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ต้องถูกต้องตามกฎหมาย "คมนาคม" ไม่ขัดรับโอนกลับ ตั้งเงื่อนไขต้องไร้ภาระ ชี้ไม่อยากโดนคดีทุจริต ขณะที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอ 6 ข้อไขปัญหาค่าตั๋วแพง หนุน กทม.ไม่ต่อสัมปทาน แก้สัญญาถึงปี 72 คิดราคา 25 บาท ขณะที่ "ชัชชาติ" เตรียมถกเคทีสัปดาห์หน้า ส่วน "กรมบัญชีกลาง" เปิดไทม์ไลน์ แจกเงินบัตรคนจน พร้อมขยายสิทธิส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มยาวเหยียด 3 เดือน ขณะเดียวกัน "บิ๊กตู่" โอดอยากลดราคาน้ำมันจะตายอยู่แล้ว แต่ติดปัญหาทั้งโลก ยืนยันทำทุกอย่างรัดกุม ไม่กระทบเงินการคลังของประเทศ "บขส." ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ตรึงค่าโดยสารต่อ 3 เดือน ย้ำให้บริการ 46 เส้นทางทั่วประเทศ

ปัญหาปากท้องยังคงเป็นประเด็นหลักที่รัฐต้องเร่งแก้ไข โดยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวหลังประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในฐานะผู้รับสัมปทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการเกี่ยวกับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ว่า หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่กำหนดในสัญญาสัมปทาน จากปัจจุบันอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 17 ถึง 42 บาท เป็น 17 ถึง 43 บาท โดยเพิ่มขึ้น 1 บาท สำหรับการเดินทางสถานีที่ 6, 9, 11 และ 12 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการปรับอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นดังกล่าว ทางกระทรวงคมนาคม เล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสาร จึงได้ร่วมหารือกับ BEM เพื่อหาแนวทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะค่าครองชีพที่สูงในปัจจุบัน และมีมติคงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ในราคาเดิม เริ่มต้นที่ 17 บาท สูงสุด 42 บาท พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ 50 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับนักเรียน นักศึกษา 10 เปอร์เซ็นต์ของอัตราค่าโดยสารบุคคลทั่วไปต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.65 เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน โดยให้เดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ราคาที่เหมาะต่อการครองชีพของประชาชน

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน เป็นไปตามสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย) ได้กำหนดให้ดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารทุก ๆ ระยะเวลา 24 เดือน ซึ่งอัตราค่าโดยสารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะครบกำหนดการบังคับใช้ตามสัญญาในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ดังนั้นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จึงได้คำนวณอัตราค่าโดยสารใหม่ตามวิธีการในสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บนพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงตามความเป็นจริงของ CPI ซึ่งได้รับแจ้งจากกระทรวงพาณิชย์

นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ทางกระทรวงยังคงยืนยันว่าการต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ และข้อกฎหมาย ซึ่งในส่วนของการรับโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลับมาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคมนั้นต้องพิจารณาในรายละเอียดให้ดีก่อนว่าวันนี้สิ่งที่ กทม. รับโอนไปจาก รฟม. ได้นำไปดำเนินการในบางเรื่องมีกฎหมายรองรับหรือไม่ ถ้ามีกฎหมายรองรับ และจะโอนกลับมาให้ รฟม. ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากไม่มีกฎหมายรองรับแล้วจะโอนกลับมา เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะ รฟม. ไม่ได้เป็นคู่สัญญา และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
    "หากจะโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวกลับมาให้ รฟม. จะต้องไม่มีภาระที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากโอนกลับมาแล้วยังไม่ได้ข้อยุติในส่วนที่เป็นภาระในทุกวันนี้ กระทรวงคมนาคมก็ไม่สามารถไปทำอะไรต่อได้ เช่น กระทรวงคมนาคมสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เมื่อ กทม.รับโอนไปแล้ว และนำไปต่อเติม แต่ถูกต้องหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แล้วจะเอากลับมาให้กระทรวงคมนาคมได้อย่างไร ซึ่งหากเรารับมา และถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงคมนาคมก็ต้องถูกตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอีก" รมว.คมนาคม กล่าว
ส่วนที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมหารือกับสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) โดยมี น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. และผู้บริโภค โดย น.ส.สารี กล่าวว่า สภาฯ ได้รับฟังปัญหาของผู้บริโภค ที่มีความยากลำบากในการใช้บริการรถไฟฟ้า โดยเฉพาะเรื่องค่าโดยสารที่มีราคาแพง จึงมีข้อเสนอผู้ว่าฯ กทม. 6 ข้อดังนี้
1.ยกเลิก Hot Fix การเก็บค่าโดยสาร 59 บาทตลอดสายทันที
2.ใช้ราคาสูงสุดที่ใกล้เคียงกับสายอื่น ๆ ที่ 44 บาทตามสิทธิสัญญาสัมปทานของ BTSC เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเอกชน เช่น บีทีเอส ที่เดินรถอยู่ด้วย และเพื่อเป็นต้นแบบให้รถไฟฟ้าสายอื่น ๆ
3.ดำเนินการเอาตั๋วเดือนกลับคืนมา
4.เปิดเผยสัญญาจ้างเดินรถที่เกินเลยสัญญาสัมปทานถึงปี 2585
5.แก้ไขสัญญาจ้างเดินรถสิ้นสุดพร้อมกันปี 2572 หลังหมดสัญญาปี 2572 ขอให้ลดค่าโดยสารให้เหลือ 25 บาท และ
6.เปิดเผยร่างสัญญาสัมปทานของ กทม. ที่กำหนดราคา 65 บาทของ กทม.
นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ กทม.ไม่ต่อสัญญาสัมปทานเดินรถไฟฟ้า และใช้วิธีการประมูลจ้างเดินรถ หรือทำสัญญาให้เอกชนร่วมลงทุน PPP โดยแยกเป็น 2 สัญญา คือสัญญาให้บริการ และสัญญาหาประโยชน์

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า ค่าโดยสาร 59 บาท เป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้น ซึ่งกทม.จะต้องจัดเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยาย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทุกวัน และผู้บริโภคกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ใช้บริการรถไฟฟ้าต้องมารับภาระไปด้วย ซึ่งไม่เป็นธรรม ดังนั้น จะต้องไปคำนวณ ว่าหากจัดเก็บในราคา 59 บาท หรือ 44 บาท กทม. จะต้องสนับสนุนเท่าไหร่ รวมทั้งนำราคาค่าโดยสารทั้ง 2 ราคา ไปเปรียบเทียบกับราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ เพื่อชี้แจงต่อสภา กทม. ส่วนเรื่องตั๋วเดือน และตั๋วนักเรียน คงต้องไปเจรจากับ BTS ต่อไป

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามตนจะรับข้อเสนอดังกล่าว โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมหารือร่วมกับ นายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เพื่อหาข้อสรุป ส่วนหนี้ที่เดินรถจนถึงปัจจุบัน จะต้องพิจารณาค่าโดยสารให้รอบคอบก่อน รวมถึงพิจารณาว่าหนี้เป็นหนี้ที่มาอย่างถูกต้องหรือไม่ และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นสำหรับการหาเงินมาจ่ายหนี้อาจจะหาแหล่งเงินกู้ แต่เท่าที่ทราบเอกชนจะมีดอกเบี้ยสูงกว่าภาครัฐ ดังนั้นจึงต้องคิดอย่างรอบคอบ และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทม. และปริมณฑล กล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายสรพงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อขอปรับค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เดินรถภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซ NGV เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมราคา 8.50 บาท เป็นราคา 15.50 บาท ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก จึงขอให้พิจารณาปรับค่าโดยสารรถเมล์ และรถสองแถวหมวด 4 เพิ่มขึ้นอีก 2 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.65 เป็นต้นไป โดยรถเมล์ขอปรับขึ้นค่าโดยสารจาก 10 บาท เป็น 12 บาท และรถสองแถวจาก 8 บาท เป็น 10 บาท

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารรถประจำทาง หมวด 2 (เส้นทางที่มีต้นทางจากกรุงเทพมหานครไปยังต่างจังหวัด) และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัดที่ไม่มีกรุงเทพมหานครเป็นต้นทางปลายทาง) กม. ละ 5 สตางค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง มีผลใช้บังคับวันที่ 4 ก.ค.65 เป็นต้นไปนั้นในส่วนของ บขส. ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารในอัตราเดิม เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.65 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน ซึ่งปัจจุบัน บขส. เปิดให้บริการเดินรถในเส้นทางทั่วประเทศรวม 46 เส้นทาง 127 เที่ยววิ่ง (ไปกลับ) ทั้งนี้จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ บขส. มีค่าใช้จ่ายต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น ประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณเดือนละ 6-8 ล้านบาท จากเดิมที่ บขส. มีต้นทุนน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 24-25 ล้านบาทต่อเดือน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 บขส. มีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมันประมาณเกือบ 200 ล้านบาท

ส่วน น.ส.วารี แว่นแก้ว รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึง ก.ย.นี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ตามมติ ครม. โดยกรมฯ ได้สรุปรายละเอียดวงเงินสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะได้รับเดือน ก.ค.-ก.ย.65 ดังนี้ ทุกวันที่ 1 ของเดือน จะได้วงเงินที่ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป ได้แก่ การซื้อสินค้า 200-300 บาทต่อเดือน ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน (ก.ค.ก.ย. 65) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน และค่าโดยสารรถไฟฟ้า รถ ขสมก. 500 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรที่อยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล

น.ส.วารี กล่าวต่อว่า ส่วนวงเงินที่สามารถถอนเป็นเงินสด และสะสมในเดือนถัดไปได้จะได้ทุกวันที่ 15 ของเดือน เช่น เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 50-100 บาทต่อเดือน ทุกวันที่ 18 ของเดือน จะได้เงินคืนค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน ทุกวันที่ 22 ของเดือน ได้เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไม่ประสงค์จะใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถส่งคืนได้ที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤติพลังงาน ว่า "วันนี้ปัญหาค่าขนส่งแพง เพราะราคาพลังงานขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก เนื่องจากเราซื้อเขามา และต้องผ่านกลไกต่าง ๆ อยู่แล้ว ทั้งหมดมีข้อบังคับและระเบียบรวมทั้งมีมาตรฐานต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด อีกทั้งยังมีปัญหาเงินเฟ้ออีก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการเงินการคลังของต่างประเทศด้วย ยืนยันว่าเราจะดูแลทุกอย่างด้วยความรัดกุมที่สุด การจะทำอะไรก็ตามจะไม่ทำให้การเงินการคลังของประเทศอ่อนแอลง เพื่อแสดงให้ต่างประเทศเชื่อมั่นในศักยภาพการเงินการคลังของไทยที่วันนี้ยังแข็งแกร่งอยู่ระดับ B + แม้จะมีการกู้อะไรต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้อยากกู้ ถ้าไม่จำเป็นตนก็ไม่อยากกู้" นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวด้วยความอัดอั้นด้วยว่า "เรื่องน้ำมันติดปัญหาทั้งโลก โธ่! ทำไมจะไม่อยากลด อยากลดจะตายอยู่แล้ว".

บรรยายใต้ภาพ

แก้รถไฟฟ้า...นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหารร่วมหารือกับสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) โดยรับฟังเตรียมแก้ไขความเดือดร้อนจากผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 30 มิ.ย. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 215, 216, 217
Page 217 of 217

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test