RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:307802
ทั่วไป:11762834
ทั้งหมด:12070636
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 140, 141, 142
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38743
Location: NECTEC

PostPosted: 03/08/2022 9:20 pm    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
“คีรี” ฟาดปม "สีเขียว" ย้ำเป็นเจ้าหนี้ไม่ใช่จำเลย ยันสัญญาจ้างเดินรถถูกต้อง จี้ กทม.เร่งแก้ปัญหา
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:14 น.
ปรับปรุง:วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:14 น.

เจ้าสัว “คีรี” ไม่ได้ขัดข้อง! เปิดให้ดูสัญญารถไฟฟ้าสีเขียวได้อยู่แล้ว
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:26 น.

เจ้าสัว “คีรี” ลั่นเปิดให้ดูสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวได้อยู่แล้ว ขอแค่เคารพซึ่งกันและกัน ย้ำ “บีทีเอส” เป็นเจ้าหนี้ ไม่ได้เป็นจำเลย ขณะที่หนี้ 4 หมื่นล้าน มั่นใจข้อมูลถูกต้อง กทม. ไม่ได้เรียกคุยเพิ่ม

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เปิดสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า การเปิดสัญญาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทฯ สามารถเปิดให้ดูได้อยู่แล้ว เพราะเคทีเป็นผู้ถือหุ้นของสัญญานั้น และผู้ถือหุ้นสามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง เพียงแต่ว่าทุกๆ สัญญาเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องของการเคารพซึ่งกันและกัน โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เป็นหุ้นส่วนของเคที แต่ กทม.ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ แต่ก็มีสิทธิ์ในการขอให้เปิดสัญญาดังกล่าวได้ และเชื่อว่า กทม.ก็รู้รายละเอียดสัญญาอยู่แล้ว เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้เคทีมาเซ็นสัญญาดังกล่าวกับบริษัทฯ เป็นแน่ ขอย้ำว่าบีทีเอสไม่ได้เป็นจำเลย แต่เป็นเจ้าหนี้ และพร้อมที่จะคุยกับ กทม. เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ และสร้างกำลังใจให้ภาคเอกชน

ADVERTISEMENT


ADVERTISING



นายคีรี กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องหนี้สินที่เคทีมีต่อบริษัทฯ นั้น ปัจจุบันเกิน 4 หมื่นล้านบาทแล้ว แบ่งเป็น ค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และค่าระบบจ้างเดินรถ ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเคทีได้มีการเรียกบีทีเอสเข้าพบ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อทำให้ปัญหาต่างๆ ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้หารือถึงเรื่องภาระหนี้สิน เพราะให้เวลาผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง 2-3 เดือนแล้ว และเชื่อว่าข้อมูลที่บริษัทฯ ให้ไป คงไม่มีอะไรไม่ถูกต้อง เพราะหากมีทาง กทม.คงเรียกเข้าไปคุยแล้ว


นายคีรี กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลว่า หากบีทีเอสไม่ได้รับการจ่ายหนี้อาจต้องหยุดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น มองว่าประชาชนอาจไม่ได้กังวลเท่าบริษัทฯ ในเรื่องของการชำระหนี้ เราจึงอยากให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นใจของภาคเอกชน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

นายคีรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องห่วงภาพพจน์ของประเทศ ไทยเสียไปกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ใช้เวลามาดูเรื่องนี้ 3 ปีแล้ว บีทีเอสก็ยังเดินรถในช่วงสถานีหมอชิต-คูคต อยู่ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องหยุดเดินรถ เพราะหยุดก็ทำให้ประชาชนลำบาก หรือถ้าให้หยุดเพื่อให้รัฐบาลเข้าใจ เชื่อว่าเรื่องนี้รัฐบาลเข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมีบางคนทำเป็นไม่เข้าใจก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งบีทีเอสซี ไปต่อไปไม่ได้ก็อาจต้องพิจารณาอีกครั้งต่อไป และยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายขอต่อสัมปทานเพื่อจะล้างหนี้ เป็นไปไม่ได้ และไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจบีทีเอสผิด..
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 36205
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 06/08/2022 8:11 am    Post subject: Reply with quote

ถึงเวลา"ชัชชาติ" เร่งสางปมสายสีเขียว "คีรี" ยันไม่เคยขอต่อสัมปทานแลกหนี้
Source - ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 องศา
Saturday, August 06, 2022 06:50

การสะสางปัญหาสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเริ่มมีสัญญาณว่าจะสามารถผ่าทางตัน เมื่อ เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (มหาชน) ลั่นไม่เคยขอต่อสัมปทานล้างหนี้สายสีเขียว และไม่ได้มีปัญหาหากกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเปิดเผยสัญญาเดินรถเพื่อความโปร่งใส

อะไรต่อมิอะไรที่คลุมๆ เครือๆ และทำให้บีทีเอสตกเป็นจำเลยสังคม ดูเหมือนจะมาถึงจุดที่เจ้าสัวคีรีจะไม่ทนอีกต่อไป สางปมให้รู้กันไปเลยว่าเรื่องที่จะต่อสัญญาสัมปทานเพื่อแลกหนี้ที่ทำให้การแก้ปัญหาวนในอ่างตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้นต้นคิดมาจากไหนกันแน่ และยังพัวพันมาถึงการคิดอัตราค่าโดยสารที่บีทีเอสถูก ชี้นิ้วว่าแพงมหาโหดอีกต่างหาก

ไปๆ มาๆ ดูเหมือนอดีตผู้ว่าฯ กทม.คนก่อน คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย "เสือเงียบแห่งคลองหลอด" จะต้องเป็นผู้ตอบคำถามของสังคมรวมไปถึงคำถามจากกระทรวงคมนาคมซึ่งโดดขวางทุกครั้งที่กระทรวงมหาดไทย ผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติต่อสัญญาสายเขียวแลกหนี้แบบตอบคำถามไม่เคลียร์

อีนุงตุงนังเรื่อยมาจนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขุ่นมัวอยู่หลายครั้ง แม้อยากถือหางทาง "ป.ป๊อก" พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ แต่ก็ไม่อาจหักพรรคภูมิใจไทยที่หัวหน้าพรรคและรัฐมนตรีในสังกัดแท็กทีมบอยคอตไม่เข้าประชุมครม.

ท่าทีของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่มีกองเชียร์หนุนหลังอย่างอุ่นหนาฝาคั่งให้เข้ามารื้อใหม่ สะท้อนไปยังท่าทีของเจ้าสัวคีรี ทำนองพร้อมเจรจาหารือเพื่อหาทางออกให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งการออกมาแสดงความชัดเจนว่าบีทีเอสไม่เคยขอต่อสัญญาสัมปทานแลกหนี้ของเจ้าสัว ถือเป็นการช่วยคลายปมปัญหาใหญ่ให้คลี่ออก

ส่วนกรณีถูกกล่าวหาไม่ให้เปิดสัญญาเดินรถ เจ้าสัวคีรีถึงกับเป็นงงไม่เข้าใจเป็นเรื่องขึ้นมาได้อย่างไร เพราะบีทีเอสมีบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) เป็นคู่สัญญาเดินรถสายสีเขียว โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถือหุ้นใน KT 99.999% กทม. อยากจะรับรู้อะไรก็เรียกมาดูได้อยู่แล้ว

เจ้าสัวคีรีมองว่า การลงนามสัญญาฉบับใดของกรุงเทพธนาคม ทาง กทม.ก็ต้องทราบในรายละเอียดอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่อนุมัติให้กรุงเทพธนาคมมาลงนามสัญญากับเอกชน เมื่อบีทีเอสตกเป็นจำเลยของสังคมมานาน งานนี้เจ้าสัวคีรีจึงขอระบายหนักๆ ว่า "บริษัทไม่ได้เป็นจำเลยแต่เป็นเจ้าหนี้" ต่างหาก

ปัจจุบัน KT เป็นหนี้ กับบีทีเอสซี มากกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1. ค่าจ้างติดตั้งระบบต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่ง KT ควรจ่ายได้แล้วเพราะงานเสร็จและใช้งานมา 2-3 ปีแล้ว

2. หนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 (ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า) และส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาที่ทำกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว

เจ้าสัวคีรี ย้ำว่า ส่วนนี้เป็นสัญญาที่คล้ายกับการจ้าง O&M ทั่วไปในตลาดและราคาของบีทีเอสก็ถูกกว่าตลาด ซึ่งยืนยันว่าสัญญาส่วนนี้ไม่ได้มีสิ่งผิดปกติอะไร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่เจรจากันมา 3 ปีแล้ว โดยบีทีเอสยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยเสนอแลกหนี้กับสัมปทาน เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลจ่ายหนี้คืนเท่านั้น

"สิ่งที่ผมอยากเห็น คือไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจบีทีเอสผิด เราไม่ใช่จำเลย เราไม่ใช่คนแบบนั้น ดูประวัติการทำงานย้อนหลังที่ผ่านมาได้เลยว่าเราไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ และเรายืนยันว่าแม้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น บีทีเอสจะไม่หยุดให้บริการ ไม่หยุดเดินรถ เพราะจะกระทบต่อประชาชน" เจ้าสัวคีรี กล่าว และย้ำอีกครั้งว่า "บีทีเอสยืนยันว่าไม่เคยมีข้อเสนอในการต่อรองขอสัมปทานรถไฟฟ้าเพื่อแลกกับหนี้สินที่มีอยู่กับกรุงเทพธนาคม บีทีเอสไม่ใช่จำเลยแต่เป็นเจ้าหนี้ ..."

ถ้าเช่นนั้นการลุยต่อสัมปทานแลกหนี้เป็นวาระซ่อนเร้นของใครกันแน่ หากจำกันได้ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดในการแก้ปัญหาสายสีเขียว คือ กระทรวงมหาดไทย ที่ยื้อกันมานานกว่า 3 ปี อย่างที่ว่า ดังนั้น "มท.1" เสือเงียบแห่งคลองหลอด" และ "บิ๊กวิน" อดีตผู้ว่าฯ กทม.ย่อมรู้ดีกว่าใครๆ การเดินหน้าลุยไฟขอต่อสัมปทานที่ต้องผูกพันไปอีก 40 ปี ด้วยมูลค่าที่ว่ากันกว่า 4 แสนล้าน ควรต้องรอบคอบตอบได้ทุกคำถามมากกว่าจะถูกมองว่า ทิ้งทวนและมีผลประโยชน์ต่อรองอะไรกับเอกชนหรือไม่?

วันนี้ เจ้าสัวคีรี เคลียร์ชัด ฟากฝั่ง "มท.1" ยังเงียบ แต่สำหรับคนทำงาน ทำงาน ทำงาน อย่างผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั้น งานนี้คงไม่ให้เสียชื่อชั้น "อาจารย์ทริป" ซึ่งวันก่อนหน้าเปิดแถลงแจงเปิดหมดทั้งสัญญาและภาระหนี้ ภายหลังการประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 15/2565 เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2565 ที่ผ่านมา "...ถ้าเรามีหนี้ที่ถูกต้องและโปร่งใสทุกอย่างเราก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว..." ปัจจุบัน กทม.เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพธนาคม และกรุงเทพธนาคม ไปจ้างบริษัทเอกชนเดินรถอีกทอดหนึ่ง หนี้ที่กทม.จะจ่ายจึงเป็นการจ่ายให้ KT

ประเด็นสำคัญที่น่ากังวลตามที่นายชัชชาติ แถลงอยู่ตรงที่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ สัญญาส่วนต่อขยายช่วงที่ 1 เป็นสัญญาจ้างบริหารโครงการ แต่สัญญาส่วนที่ 2 เป็นบันทึกมอบหมายให้เดินรถ ซึ่งในบันทึกมอบหมายไม่มีรายละเอียดเรื่องค่าจ้าง เป็นเหมือนตัวเลขคร่าวๆ จากนั้นวันที่ 1 ส.ค. 2559 กรุงเทพธนาคม ก็ไปลงนามกับบริษัทเอกชนจ้างเดินรถ

"ข้อแตกต่างระหว่าง 2 ส่วนนี้ คือ 1.ส่วนต่อขยายที่ 2 ไม่มีการบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของ กทม. ดังนั้น สภากทม. จะไม่ทราบเรื่อง ซึ่งถ้าเราเอาเงินไปจ่ายค่าเดินรถ จะต้องอยู่ในงบประมาณของ กทม. ทำให้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา เราจึงต้องระมัดระวังว่าเราจะจ่ายหนี้ให้กรุงเทพธนาคมได้อย่างไร เพราะโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 ไม่ได้ผ่านสภากทม.

"2. ส่วนต่อขยายที่ 1 มีสัญญาชัดเจนว่า จ้างเท่าไหร่ มีกรอบวงเงินเท่าไหร่ แต่ส่วนต่อขยายที่ 2 เป็นบันทึกข้อตกลงเท่านั้นไม่ได้มีระบุวงเงินงบประมาณ มีเพียงประมาณการรายรับรายจ่ายคร่าวๆ อยู่ในสัญญาระหว่าง กทม. กับกรุงเทพธนาคม และในสัญญาที่ 2 ยังระบุด้วยว่ากรุงเทพธนาคมไม่ใช่ตัวแทนของ กทม. ซึ่งตามกฎหมายคำพูดนี้ก็มีความหมายเหมือนกัน" นายชัชชาติ กล่าวถึงปมปัญหาใหญ่ที่ต้องเคลียร์

ปัจจุบันกรุงเทพธนาคมจะเก็บหนี้กับ กทม. คือ ส่วนต่อขยายที่ 1 จำนวน 3,800 ล้าน (ปี 2562-2565) ส่วนต่อขยายที่ 2 (ปี 2560-2565) ประมาณ 1,700 ล้าน และ เม.ย. 2560-2565 ช่วงแบริ่ง 7,565 ล้านบาท รวม 17,509 ล้านบาท และงานซื้อขายพร้อมติดตั้งระบบเดินรถ 17,849 ล้านบาท รวมทั้งหมด 35,459 ล้านบาท แต่ในช่วงที่ 1 ที่ กทม.ยังไม่ได้จ่าย เพราะเป็นกระบวนการตาม ม.44 ให้เจรจาขยายสัมปทานไปถึงปี 2602 จากสัมปทานปัจจุบันที่จะสิ้นสุดปี 2572 ในที่ประชุมกรรมการตกลงกันแล้วว่าเป็นกระบวนการที่อยู่ในการเจรจาเรื่องสัมปทานที่อยู่ใน ครม.และยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งส่วนต่อขยายก็อยู่ในระหว่างการเจรจาด้วยเช่นกัน

อีกประเด็นคือค่าแรกเข้าระบบหรือค่าบริหารสถานี ซึ่งส่วนต่อขยายที่ 2 ที่จะเริ่มเก็บเงิน ต้องมี รปภ. ระบบอ่านตั๋วก่อนเข้า แม้จะเข้าสถานีเดียวก็ต้องเสีย 15-16 บาท ตอนนี้กำลังให้กรุงเทพธนาคมไปเจรจา ซึ่งในสัญญาไม่มีสัญญาแรกเข้า แต่ระบุว่าสถานีเก็บครั้งแรกได้ไม่เกิน 15 บาท นี่เป็นรายละเอียดที่ไม่สามารถจบภายในหนึ่งเดือนได้

"ครม.ได้มีหนังสือสอบถามความคิดเห็นมายัง กทม. แล้วว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไร ก็คงต้องประชุมร่วมกับสภา กทม. อีกเรื่องที่เรายืนยันคือ เราต้องการขอสนับสนุนจากรัฐบาลในเรื่องของการลงทุนด้านงานโยธา ในส่วนที่มหาดไทยแจ้งมาเราต้องเอาเรื่องเข้าสภากทม. อาจจะตั้งคณะกรรมการร่วมกันในเรื่องของงบลงทุน ซึ่งมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ระบุว่า เห็นชอบในหลักการให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้ กทม. ในอัตราส่วนที่เหมาะสม

"สำหรับในส่วนต่อขยายที่ 2 ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบันทึกข้อตกลงมอบหมาย ว่าทำไมไม่ทำสัญญาเหมือนส่วนต่อขยายที่ 1 ไม่มีงวดจ่ายเงินที่ชัดเจน อาจจะมีเรื่องค่าแรกเข้าที่ต้องคุยเพิ่มเติม ประชาชนไม่สามารถจ่ายค่าแรกเข้า 2 ครั้งได้ เพราะจะทำให้ค่าโดยสารแพงมาก สำนักการจราจรและขนส่งต้องไปเจรจากับกรุงเทพธนาคม เพื่อไปดูว่าจะคำนวณอย่างไร ทั้งในเรื่องของกฎหมาย จำนวนเงิน ตัวเลขต่างๆ และเงินเป็นเงินภาษีของประชาชนต้องทำให้รอบคอบ"ผู้ว่าฯ ชัชชาติว่าไว้อย่างนั้น

หลังจากนั้นนายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) วิสาหกิจกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกตัวว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับผู้ว่าฯ กทม.ในการตรวจสอบสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รวมทั้งดูความสัมพันธ์ของสัญญาระหว่าง กทม. กับ เคที และเคทีกับบริษัทบีทีเอสซี ที่ทำไว้ถึงปี 2585

โฟกัสของนายธงทอง เล็งเป้าไปที่ส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่รูปแบบการจ้างแตกต่างจากส่วนต่อขยายช่วงที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และตากสิน-บางหว้า ที่มีรูปแบบสัญญาชัดเจนว่าเป็นการจ้างบริหารโครงการ แต่ส่วนต่อขยายที่ 2 มีแค่หนังสือมอบหมายงานเท่านั้น

"...เรากำลังคุยกันถ้ายังมีข้อสงสัยกันอยู่ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องหารือไปยังกฤษฎีกา" นายธงทองกล่าว และยังว่าสำหรับค่าจ้างเดินรถที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ต้องมาดูกันใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 วงเงินกว่า 1.6 แสนล้านบาท

การแกะปมปัญหาให้คลี่คลายทีละเปลาะ อีกไม่นานคงเห็นทางออกร่วมกันและยืนอยู่บนพื้นฐานความโปร่งใส ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดทั้งในแง่ภาษีที่ต้องจ่ายค่าลงทุนและค่าโดยสารที่เป็นธรรม

ที่มา: นสพ.ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 องศา ฉบับวันที่ 6 - 12 ส.ค. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38743
Location: NECTEC

PostPosted: 11/08/2022 2:37 pm    Post subject: Reply with quote

[url=v]รถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ “Smart Modern look” ใช้เส้นใยลดโลกร้อน[/url]
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16:39 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16:39 น.



รถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ “Smart Modern look” ปรับโฉมใหม่ในรอบ 16 ปี ด้วยคอนเซ็ปต์ เส้นใยลดโลกร้อน แบบเรียบแต่ทันสมัย

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสได้เปิดให้บริการเป็นปีที่ 23 แล้ว ที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการเพื่อยกระดับการเดินทางของผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับโฉมยูนิฟอร์มใหม่ของพนักงานทั้งหมดในคอนเซ็ปต์ “Smart Modern Look” เรียบแต่ทันสมัย หลังจากที่ใช้เครื่องแบบมายาวนาน 16 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549-2565 ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจะเริ่มใช้ในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

Monetized by optAd360

สำหรับยูนิฟอร์มใหม่นั้น เนื้อผ้าได้รับการออกแบบพิเศษ ด้วยเส้นใยที่มีคุณสมบัติสามารถซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังเป็นเส้นใยที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ้าลดโลกร้อน หรือ “คูลโหมด” ผลิตโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน โดยเนื้อผ้ามีคุณสมบัติพิเศษ ดังนี้

1. ลดการใช้พลังงานในเครื่องปรับอากาศ สามารถอยู่ในห้องที่ปรับอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังมีผลช่วยระบายความร้อน ลดอุณหภูมิของร่างกายระหว่างปฏิบัติหน้าที่

2. เนื้อผ้าทำความสะอาดได้ง่าย ส่งผลให้สามารถประหยัดการใช้น้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังลดปริมาณสารเคมี และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ด้วย “นวัตกรรมนาโนซิงค์” ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลจากองค์การอาหารและยา จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100%

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า การนำผ้าคูลโหมด มาผลิตเป็นชุดยูนิฟอร์มในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมกับบริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ออกแบบชุดยูนิฟอร์มให้เหมาะสมกับลักษณะของการปฏิบัติงาน แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. เจ้าหน้าที่สำนักงาน 2. เจ้าหน้าที่สถานี 3. เจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟฟ้า และ 4. เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง

ในส่วนของรายละเอียดการออกแบบ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ของรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้าง และเส้นทางของรถไฟฟ้า สื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยง และเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในองค์กร อีกทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสยังเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ดีที่สุด เน้นเรื่องการให้บริการ ความปลอดภัย และความรวดเร็ว ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน

สำหรับสีของชุดใช้โทนสีฟ้า (Classic Blue) แสดงถึงความเรียบหรู น่าเชื่อถือ และส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูทันสมัย ไม่ขัดต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ รวมทั้งยังสื่อถึงความสงบ มั่นคง จงรักภักดีต่อองค์กรที่ส่งต่อไปยังผู้โดยสารทุกกลุ่ม นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมให้พนักงานภายในองค์กรที่มีความสามารถได้ร่วมแสดงความสามารถในกิจกรรม “BTS Super Cool Contest” เพื่อเฟ้นหาพนักงาน จำนวน 10 คน จากแต่ละแผนกเป็นตัวแทนในการนำเสนอชุดยูนิฟอร์มแบบใหม่ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ตัดสินอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มใหม่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะพัฒนารูปแบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำด้านการลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 140, 141, 142
Page 142 of 142

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test