RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:308044
ทั่วไป:11826046
ทั้งหมด:12134090
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวเกี่ยวกับ "ที่ดิน" ของ "รฟท."
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวเกี่ยวกับ "ที่ดิน" ของ "รฟท."
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 186, 187, 188, 189  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 20/07/2022 6:27 pm    Post subject: Reply with quote

ปูดซ้ำพบโฉนด 12 แปลง 179 ไร่ โยงตระกูล‘ชิดชอบ’ออกทับที่ดิน‘เขากระโดง’รถไฟ
หน้าการเมือง
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12:11 น.

อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปี2565 พรรคประชาชาติ จัดหนัก ทวี สอดส่องกล่าวหา คนในตระกูลชิดชอบ ถือครองที่ดินรถไฟ “เขากระโดง” บุรีรัมย์ 179ไร่ 12แปลง



ศึกอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ปี2565 เพียงแค่เริ่มต้น( วันที่ 19 ก.ค. 2565) ก็ต้องยอมรับว่ามีความเข้มข้นดุเดือดจนน่าติดตามยิ่ง เพราะทันทีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราฎร์(ส.ส.)บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นอภิปรายในตอนค่ำได้เรียกเสียฮือฮาไปทั่วบ้านทั่วเมือง



เมื่อได้หยิบยกกรณีที่ดิน “เขากระโดง” ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) มาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังจากก่อนหน้านี้ ได้เคยอภิปราย ว่าครอบครองที่ดินของรัฐด้วยการออกเอกสารสิทธิ์ โฉนดที่ดินโดยมิชอบมาแล้วครั้งหนึ่ง


โดยครั้งนี้ มีประเด็นสืบค้นที่น่าสนใจมาเปิดเผยกลางสภาผู้แทนราษฎร์ พ.ต.อ. ทวี ได้ระบุว่า พบกลุ่มก้อนเครือญาติ และบริษัทที่มีเครือญาติของนายศักดิ์สยามถือหุ้นหรือเป็นกรรมการบริษัทฯ ได้ถือครองโฉนดที่ดินซึ่งตั้งอยู่ในเขต ที่ดินของการรถไฟฯ "เขากระโดง" รวม 12 แปลง เนื้อที่รวม 179 ไร่ 1 งาน 43.3 ตารางวา ทั้งหมดเป็นโฉนดที่ดินซึ่งออกทับที่ดินการรถไฟเขากระโดง



หลังจากที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้รฟท.ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดิน 3466 เนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 55.8 ตารางวา ถือครองโดย บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัดและที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ตั้งของบ้านพักของนายศักดิ์สยาม โฉนดที่ดิน 8564 เนื้อที่ 37 โร่ 1 งาน 65 ตารางวา



ถือครองโดย นางกรุณา ชิดชอบ จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ เรื่องได้เงียบหายไปจนถึงปัจจุบัน และกลับกลายเป็นรฟท.ฟ้องกรมที่ดินเรียกค่าเสียหายกว่า700ล้านบาท ในขณะประชาชนรายอื่นรฟท.ได้ฟ้องร้องขับไล่เพิกถอนโฉนดที่ดิน


สำหรับที่ดินทั้ง12แปลง มีที่ดินจำนวน5แปลงครอบครองโดยบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด เนื้อที่จำนวน53ไร่ นอกนั้นเป็นชื่อขอนายไชยชนก ชิดชอบ และ ให้ บริษัทเค 2009ลิช จำกัดเช่าระยะยาว เป็นที่ตั้งสนามฟุตบอลช้างอารีน่า ทางเข้าสนามแข่งรถ รวมถึงให้ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ตโฮเทล จำกัด เช่าช่วงต่อเป็นที่ตั้งโรงแรมฯลฯ





เมื่อเจาะลึกลงไป ได้พบความเชื่อมโยง ของคนในตระกูลดังกล่าว เนื่องจาก มีการสืบค้นของ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org)จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด (SILACHAI BURIRAM (1991) CO.,LTD.) มีทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท แจ้งประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด คือ การทำเหมืองหินที่ใช้ในการก่อสร้าง ที่ตั้ง 30/2 หมู่ 4 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ 31000





ปรากฏรายชื่อคณะกรรมการบริษัทฯ 2 ราย ได้แก่ 1.นายเอกราช ชิดชอบ และ 2.น.ส.ณัฐฐา เหมาะดีรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 1.นายคุณาวุฒิ กิจบุรินทร์ ถือหุ้น 99.9967% 2.นายเอดกรีชฎา สุภานันท์ ถือหุ้น 0.0007% 3.นายประวิชญ์ พรมสาขา ณ สกลนคร ถือหุ้น 0.0007% 4.นายอรรถ อรรถยุติ ถือหุ้น 0.0007% 5.นายสุรเดช เจริญยิ่ง ถือหุ้น 0.0007% และ 6.นายเลอสรรพ์ อาจจำนงค์ ถือหุ้น 0.0007%





ส่วน บริษัท เค 2009 ลิซ จำกัด (K 2009 LEASE CO.,LTD.) มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท แจ้งประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด คือ การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย ที่ตั้ง 444 หมู่ 15 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000



ปรากฏรายชื่อคณะกรรมการบริษัทฯ 1 ราย ได้แก่ น.ส.ชิดชนก ชิดชอบรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 1.น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ถือหุ้น 50.00% 2.นายไชยชนก ชิดชอบ ถือหุ้น25.00% และ 3.นางแจ่มใส สุภา ถือหุ้น 25.00%





บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ตโฮเต็ล จำกัด (BURIRAM UNITED SPORT HOTEL CO.,LTD) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แจ้งประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด คือ โรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด ที่ตั้ง 444 หมู่ที่ 15 ถนนบุรีรัมย์-ประโคนชัย ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์





ปรากฏรายชื่อคณะกรรมการบริษัทฯ 2 ราย ได้แก่ 1.น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ และ 2.นายประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์สำหรับรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 1.บริษัท เค 2009 ลิซ จำกัด ถือหุ้น 60.00% 2.น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ถือหุ้น30.00% 3.นายประมูลชัย นพสุวรรณวงค์ ถือหุ้น 5.00% และ 4.น.ส.กิตติมา คงรุ่งเรือง ถือหุ้น 5.00%



ขณะที่ บริษัท เค. มอเตอร์สปอร์ต จำกัด (K. MOTORSPORT CO.,LTD.) มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท แจ้งประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด คือ การดำเนินงานเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการแข่งขัน กีฬา ที่ตั้ง 444/5 หมู่ 15 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000



ปรากฏรายชื่อคณะกรรมการบริษัทฯ 2 ราย ได้แก่ 1.นายเนวิน ชิดชอบ และ 2.น.ส.ชิดชนก ชิดชอบส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 1.น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ถือหุ้น 52.00% 2.นายไชยชนก ชิดชอบ ถือหุ้น 15.00% 3.นายชนน์ชนก ชิดชอบ ถือหุ้น 15.00% 4.นายโชติชนก ชิดชอบ ถือหุ้น 15.00% 5.นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ถือหุ้น 2.50% และ 6.นางแจ่มใส สุภา ถือหุ้น 0.50%



พ.ต.อ.ทวี สะท้อน ในตอนท้าย ว่า เรื่องจริยธรรม รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญมาก ถึงขนาดต้องมีการถอดถอน ดังนั้น ท่าน (นายศักดิ์สยาม) ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อศาลฯได้ตัดสินในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน (เขากระโดง) แล้ว

"ศักดิ์สยาม" โต้ฝ่ายค้าน ปัดแทรกแซงสอบที่ดินเขากระโดง
หน้าการเมือง
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 14:51 น.

"ศักดิ์สยาม" โต้ฝ่ายค้านพาดพิงรุกที่ดินเขากระโดง ยันไม่เคยแทรกแซงการทำงานภาครัฐ ซัดอย่าก้าวล่วงพิจารณาของศาลปกครอง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางพาดพิงถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ในประเด็นเกี่ยวข้องบริเวณที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประการนั้น ในกรณีที่รฟท.ไม่ดำเนินการเพิกถอนโฉนดพื้นที่เขากระโดงทั้งที่มีคำพิพากษาแล้ว โดยจงใจไม่ให้ความร่วมมือกับกรมที่ดินแต่ยังเดินหน้าฟ้องศาลปกครองกับกรมที่ดินนั้น เป็นประเด็นที่เคยหยิบยกมาแล้ว ซึ่งปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานที่มีข้อพิพาทระหว่างรัฐและประชาชนบริเวณนั้นมาตั้งแต่ปี 2502 เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิของหน่วยงานรัฐคือกรมที่ดินและรฟท. ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง





"ผมขอยืนยันว่าไม่เคยแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม และสั่งการให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ดินดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายมาตลอด สิ่งที่ผมมอบให้รฟท.คือการดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล"





นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ตนยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาผมเป็นเพียงผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่เพราะทุกอย่างต้องอยู่ในการพิสูจน์สิทธิ์และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนการกล่าวหาถึงการแทรกแซงการทำงานภาครัฐของรฟท.ผมให้ดำเนินการยึดหลักกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และดำเนินการการกำกับดูแลอย่างชัดเจน ผมจึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำกนดยุทธศาสตร์การบริหารให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนั้นในหนังสือสั่งการ ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามสั่งการให้รฟท.ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินรถไฟบริเวณเขากระโดงและให้มีการติดตามความก้าวหน้าและดำเนินการตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัดและให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เสมอภาคและโปร่งใส โดยให้รายงานผลความคืบหน้าเป็นประจำทุกเดือน


ทั้งนี้ในฐานะรฟท. เป็นหน่วยงานของภาครัฐ การที่จะให้รฟท.ฟ้องร้องกับประชาชนที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยชอบจากหน่วยงานของภาครัฐ ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชน แต่สิ่งที่รฟท.ดำเนินการเป็นมาตรฐานตามปกติต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์สิทธิ์ก่อน ขณะนี้ต้องเรียนว่า รฟท.เชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดินมีความคลาดเคลื่อนจึงขอให้กรมที่ดินพิจารณาตามกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ทับซ้อนในที่ดินของรฟท.





นายศักดิ์สนาม กล่าวต่อว่า ขณะนี้รฟท.ได้มีคำร้องที่ศาลปกครองเพื่อให้มีกระบวนการวินิจฉัยในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าทำไมรฟท.ฟ้องศาลปกครองแต่ไม่ฟ้องศาลฎีกา เบื้องต้นรฟท.ได้รายงานว่าการที่ฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางเพราะศาลปกครองกลางสามารถมีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินทั้งแปลงตามประมวลกฎหมายมาตรา 61 และจัดทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งจะไม่ทำให้ที่ดินส่วนใดส่วนหนึ่งตกหล่น จนเสร็จสิ้นกระบวนการมีเพียง 2 ศาล คือศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดโดยเรื่องนี้รฟท. ใช้สิทธิ์ทางศาลเพื่อยื่นฟ้องกรมที่ดินในฐานะนายทะเบียนต่อศาลปกครอง ขณะนี้ทางศาลได้วินิจฉัยรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว

"ผมคิดว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการการพิจารณาของศาลซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นหลักสำคัญในการปกครองประเทศก็ต้องเชื่อมั่นในการพิจารณาของศาลคงต้องรอการวินิจฉัยของศาลว่าจะดำเนินการอย่างไรถ้าศาลวินิจฉัยอย่างไรก็ปฏิบัติตามนั้น โดยการอภิปรายในครั้งนี้ควรพึงระวังอาจก้าวล่วงพิจารณาของศาลและอาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดอำนาจของศาลทุกคนต้องให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม"


นอกจากนี้ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิเราใช้วิธีการยื่นต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งมีการพาดพิงถึงกรณีที่ดินของนายชัย ชิดชอบ อาศัยสิทธิ์ในที่ดินของรฟท.ซึ่งเป็นคนละแปลงกับโฉนดที่ดิน เลขที่ 3466 ของบริษัทศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด ที่เป็นแปลงที่ดินของรฟท.ซึ่งนายชัยได้ขอทำสัญญาแปลงที่ดินกับรฟท.มีเนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา โดยให้ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2516 ส่วนที่ดินแปลง 3466 มีเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 55.8 ตารางวา เป็นพื้นที่ที่ติดต่อกันและมีการยื่นออกเอกสารสิทธิ์จากกรมที่ดินมีการรับรองที่ดินจากผู้ที่มีสิทธิ์อยู่บริเวณข้างเคียงโดยมีเจ้าหน้าที่ของรฟท.รับรองแนวเขตรฟท.ด้วย

ส่วนกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นของรฟท.โดยรฟท.สามารถนำผลการพิพากษาไปใช้ต่อบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายวิธีความแพ่งตามมาตรา 145 ต้องเรียนว่ามาตรา 145 เป็นเรื่องของการใช้ยืนยันสิทธิ์ของแปลงที่ดินที่อยู่ในคำพิพากษาเท่านั้นจะไปยืนยันกับบุคคลภายนอกมาอ้างสิทธิในแปลงที่ดินที่มีคำพิพากษา แต่ไม่สามารถนำไปใช้บังคับกับที่ดินแปลงอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในคำพิพากษา





นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า กรณีที่ตนสั่งการไม่ให้บังคับใช้ในคำพิพากษาของศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ให้มีการดำเนินการกับที่ดินของนายเอนั้น การดำเนินการดังกล่าวได้มีการดำเนินการตามกระบวนการคือการสืบทรัพย์สินของนายเอ มีการตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในการบังคับคดี ซึ่งจะต้องรอการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 21/07/2022 11:05 am    Post subject: Reply with quote

รฟท.โต้ข้อมูลอภิปรายคลาดเคลื่อน ยันไม่เคยละเว้น เพิกถอนสิทธิ์ที่ดิน”เขากระโดง”
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16:46 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16:46 น.

รฟท.แจงไม่เคยละเว้น เพิกถอนสิทธิ์ที่ดิน”เขากระโดง”จ.บุรีรัมย์ จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เผยอยู่ระหว่างเจรจาผู้บุกรุก ทำสัญญาให้ถูกต้องตามระเบียบ อีกส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ยังไม่สิ้นสุด

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจง กรณีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางพาดพิงถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย ในประเด็นเกี่ยวข้องบริเวณที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในหลายประการ ดังนี้

1.การรถไฟฯ ไม่ได้มีการละเว้น หรือเจตนาที่จะทำให้กระบวนการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินมีความล่าช้า แต่เนื่องจากปัญหาข้อพิพาทที่ดินบริเวณเขากระโดง เกิดขึ้นจากกระบวนการสำรวจ และออกเอกสารสิทธิ์ที่คลาดเคลื่อนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งตลอดเวลาการรถไฟฯ ได้เสาะหาข้อเท็จจริงมาตลอด และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว โดยแยกตามเอกสารสิทธิ์เป็น สค. 1 และ นส.3 ก. ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาว่าพื้นที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง คณะทำงานดำเนินการกับผู้บุกรุกที่ดินของการรถไฟฯ เจรจาจัดทำสัญญาเช่าให้ถูกต้องตามระเบียบ

นอกจากนี้ ในส่วนที่ ป.ป.ช. มีมติให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดงที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และกรมที่ดินส่งเรื่องให้การรถไฟฯ ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้เพิกถอนโฉนด ซึ่งการรถไฟฯ ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ต่อสู้คดีที่ประชาชนฟ้องการรถไฟฯ จนกระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อปี 2561 ในคดีที่ประชาชนฟ้องการรถไฟฯ ให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นของการรถไฟฯ
ซึ่งการรถไฟฯ ได้นำแนวทางดังกล่าวมาดำเนินการขอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตามที่ ป.ป.ช. มีมติให้เพิกถอน และราย อื่นๆ นอกเหนือจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาไปแล้ว

โดยการรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นที่ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อ 23 ธันวาคม 2564 ซึ่งศาลรับคำฟ้องเมื่อ 28 มีนาคม 2565 ในขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และทุกฝ่ายต้องให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินทั่วประเทศ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องประกอบกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้ตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน


ซึ่งได้เข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ให้กับผู้มีรายได้น้อย อาทิ เครือข่ายสลัม 4 ภาค /ผู้บุกรุกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งการรถไฟฯ ได้ดำเนินการตามคำสั่งกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีข้อสั่งการให้ดำเนินการตามระเบียบ กฎหมาย ตามหลักธรรมาภิบาล
โดยเคร่งครัด


เปิดนอมินี ศักดิ์สยาม "นายเอ" ศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์คู่พิพาทที่ดินเขากระโดง
หน้าการเมือง
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:12 น.
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปี2565 กมล พรรคประชาติ เปิดตัวนอมินี ศักดิ์สยาม นายเอ ศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์คู่พิพาทที่ดินเขากระโดง



กมลศักดิ์"ถล่ม "ศักดิ์สยาม"เอื้อประโยชน์พวกพ้อง เปิดตัว "นายเอ" นอมินีถือหุ้นแทนกมลศักดิ์เปิดตัวนายเอ “ศุภวัฒน์ " นอมินีศักดิ์สยาม พันคดีเขากระโดง



การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลปี2565 ร้อนระอุขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่19กรกฎาคม 2565 เมื่อ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ ได้กล่าวหานาย “เอ” เป็นนอมินีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกหน้าผลักดัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นคว้างานประมูลในกระทรวงคมนาคมกว่า1,000ล้านบาทเป็นเวลาติดต่อกัน2ปี



ย้อนไปก่อนหน้านี้ นาย “เอ” ซึ่งเป็นนอมินีของนายศักดิ์สยาม มีนามว่านายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เป็นหนึ่งในผู้บุกรุกที่ดินเขากระโดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ที่ศาลฎีกาพิพากา ยืนตามศาลอุธรณ์ให้ขับไล่ และชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2561


เนื่องจากเมื่อปี2559 นายเอหรือนายศุภวัฒน์ ถือครองที่ดิน จำนวน9- 3-3.9 ไร่ ซึ่งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่8 ส่วนทางรถไฟแยกเข้าเขากระโดงสถานีบุรีรัมย์ ขณะนั้นที่ดินเป็นนส.3ข (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) และติดต่อสำนักงานที่ดินในพื้นที่เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน แต่เนื่องจาก รฟท.ได้คัดค้านเพราะเขากระโดงเป็นที่ดินการรถไฟ





ดังนั้น นายเอ หรือศุภวัฒน์จึงได้ เป็นโจทย์ยื่นรฟท. ศาลบุรีรัมย์ในคดีคัดค้านการออกโฉนดที่ดิน แต่มาปรากฏชื่อในคราว ที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสมภาผู้แทนราษฎร์ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงการครอบครองที่ดินเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่านายเอเป็นนอมินีถือหุ้นใหญ่ในหจก.บุรีเจริญ ซึ่งตั้งอยู่ บนที่ดินที่ตระกูลชิดชอบครอบครองหรือบ้านพักของนายศักดิ์สยาม



นายกมล ระบุต่อว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือคดีที่ศาลฎีกา มีคำพิพากษาว่าที่ดินของนายเอ จำเลยในคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาปี 2561 แต่สังเกตว่าทำไมไม่มีการบังคับคดี เมื่อไปตรวจสอบข้อมูลยิ่งเห็นชัดว่านายเอ มีความสัมพันธ์กับรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรี จึงไม่ดำเนินการใด ๆ กับที่ดินแปลงนี้ ในการฟ้องขับไล่ แตกต่างจากคดีอื่นๆ ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับรัฐมนตรี





คดีของนายเอ ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ตั้งแต่ปี 2561 รัฐมนตรีมารับตำแหน่งปี 2562 จนถึงปีนี้ 2565 เพิ่งจะตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อเดือนมิ.ย.2565 ก่อนการอภิปรายจึงเหมือนแค่ขยับให้เห็น


เมื่อปี 2561 นายเอ ก่อนที่ ศักดิ์สยาม จะมาเป็นรัฐมนตรี เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของหจก. บ. ใช้ที่อยู่ที่เดียวกันกับรัฐมนตรี ในปัจจุบัน ปรากฎว่าวันที่ 26 ม.ค.2561 รัฐมนตรีถอนหุ้น ก่อนโอนหุ้นทั้งหมด 119 ล้านบาท ให้กับนายเอ และให้นายเอ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ





ปัจจุบันหจก.นี้ ก็ยังอยู่ที่นี่ แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีกับจำเลย ในคดีที่รฟท.ต้องขยับเป็นพวกเดียวกันนายเอ ยังบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย 2.7 ล้านบาท และหจก. บ. โอนหุ้นไปให้ บริจาคเงินให้พรรคท่านอีก 4.8 ล้านบาท ถือว่าเป็นพวกเดียวกันจะให้เข้าใจว่าอย่างไร อีกทั้งตามบัญชีงบดุลปี 2560 บริษัท ศ. ได้ยืมเงินจากนายเอ 120 ล้านบาท ปี 2561 ยืมอีก 221 ล้านบาท





ต่อมาปี 2562 บริษัท ศ. ยังกู้ยืมเงินจากนายเอ 143 ล้านบาท ปี 2563 ยืมอีก 152 ล้านบาท ผมไม่ได้พูดลอย ๆ แต่มีเอกสารงบดุลของบริษัท ศ. นายเอ คนนี้ตนไปตรวจสอบมาแล้ว ปรากฎว่าก่อนที่รัฐมนตรีจะออกจากหจก. บ. นายเอ มีหลักฐานเพียงว่าเป็นพนักงานของ บริษัท ศ. เท่านั้น เดิมทีเป็นแค่พนักงาน แต่ไม่ทราบว่าร่ำรวยมาจากไหนถึงมีเงินให้บริษัท ศ. ซึ่งกรรมการผู้จัดการคือ นาย อ. นามสกุลเดียวกับรัฐมนตรี





สิ่งเหล่านี้จึงไม่อยากมองเป็นอย่างอื่น รมว.คมนาคม ที่มีหน้าที่กำกับดูแลรฟท. ต้องทวงสิทธิ์เอาที่ดินของรฟท.คืนโดยเร็ว แต่ทำไมท่านไม่เลือกวิธีที่เร็วที่สุด คือให้กรมที่ดินเพิกถอน แต่กลับใช้วิธีที่ยืดเยื้อที่สุด ซึ่งนายกฯ ปล่อยปละละเลยให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้องค่าเสียหายกันเอง





ขอให้นายศักดิ์สยาม เลิกใช้แทคติก แต่ขอให้ความจริงใจกับทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ท่านต้องแสดงสปิริตให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ว่าท่านก็อยู่ในมาตรฐานจริยธรรม ท่านต้องรีบเอาทรัพย์สมบัติของแผ่นดินคืน ปล่อยไว้แบบนี้ยิ่งกว่าที่ท่านเคยกล่าวหาพี่น้องใน 3 จังหวัดว่าต้องการแบ่งแยกดินแดน นี่คือการเอาแผ่นดินของประเทศมาเป็นของตัวเองโดยใช้กฎหมายอย่างแยบยล





อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะอ้างว่าไม่เกี่ยวไม่ได้ ทั้งหมดนี้ตนมองได้อย่างเดียวว่าท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รักษาผลประโยชน์พวกพ้องตัวเองมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ จึงไม่อาจไว้วางใจรมว.คมนาคม และนายกฯ ให้บริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป





จึงตั้งคำถาม ว่า เมื่อพบการเชื่อมโยงแบบนี้แล้ว จะขัดกับจริยธรรม รัฐธรรมนูญ และสามารถถอดถอนให้พ้นสภาพรัฐมนตรีได้ทันทีหรือไม่!!!
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 21/07/2022 5:04 pm    Post subject: Reply with quote

“ศักดิ์สยาม” ปัดเกี่ยว หจก.บุรีเจริญ ตั้งแต่ปี 61 รับซื้อขายหุ้นจริง แต่ทำตามกฎหมาย (คลิป)
ไทยรัฐออนไลน์
ข่าวการเมือง
วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:48 น.

รมว.คมนาคม แจงปมหุ้น ซื้อขายจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องตั้งแต่ 28 มี.ค. 61 แล้ว ไม่แจ้ง ป.ป.ช. เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับ ยืนกรานทำตามกฎหมาย โยนถาม หจก.บุรีเจริญ เองในเรื่องติดค้าง

เมื่อเวลา 11.42 น. วันที่ 20 ก.ค. 2565 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวชี้แจงสภา ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ นั้นมีข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน ระหว่างประชาชน และหน่วยงานรัฐ กรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าตนเองไม่เคยแทรกแซง หรือมีการดำเนินการใดๆ พร้อมทั้งยังให้ รฟท.ทำงานยึดหลักธรรมาภิบาล ส่วนประเด็นบ้านพักในพื้นที่เขากระโดง ตนเองเป็นเพียงผู้อาศัย ตามที่เคยชี้แจงไปแล้ว

อีกทั้งในฐานะรัฐมนตรี ได้สั่งการ รฟท.ติดตามความก้าวหน้าเรื่องที่ดินเขากระโดง แต่ รฟท.เป็นหน่วยงานรัฐ ไปฟ้องร้องประชาชนถือว่าเป็นเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ก่อน เนื่องจาก รฟท.เชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิของกรมที่ดินมีความคลาดเคลื่อน จึงขอให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่มีการทับซ้อน และมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองกลางแล้ว และศาลรับคำร้องแล้ว จึงขอให้รอคำวินิจฉัยของศาลเพื่อปฏิบัติไปตามนั้น พร้อมขอให้เพื่อนสมาชิกระวัง หากนำมาอภิปราย อาจเป็นการก้าวล่วงศาล และละเมิดอำนาจศาลได้
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 24/07/2022 10:01 pm    Post subject: Reply with quote

"มาดามเดียร์’ งดออกเสียง "ศักดิ์สยาม" เหตุเคลียร์ปม "เขากระโดง" ไม่ได้
หน้าการเมือง
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 21:30 น.

ลงมติไม่ไว้วางใจ "มาดามเดียร์" ย้ำจุดยืนชัด งดออกเสียง "ศักดิ์สยาม" เหตุ เคลีย์ข้อกล่าว "เขากระโดง - บ.ศิลาชัยฯ" ของฝ่ายค้านไม่ได้

23 กรกฎาคม 2565 นางสาววทันยา บุนนาค หรือ "มาดามเดียร์" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชี้แจงกรณีที่โหวตงดออกเสียง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประเด็นหลัก คือ เรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่ครั้งนี้ฝ่ายค้านยังมีการอภิปรายเปิดเผยข้อมูลนอกจากที่ดินเดิมที่ถูกอภิปรายก่อนหน้านี้ ยังปรากฎหลักฐานที่มีครอบครัว และบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเครือญาติมีการถือครองที่ดินของการรถไฟเพิ่มเติมอีก ซึ่งตรงนี้เห็นว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่เพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว






นอกจากนี้ยังมีกรณีบริษัท ศิลาชัยฯ ที่นายศักดิ์สยาม ยังตอบไม่ชัดเจนเพื่อเคลียร์ตัวเองว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว ที่พรรคก้าวไกล อภิปรายกล่าวหา ว่ามารับจ้างเหมาสัมปทาน และเป็นคู่เทียบในการประมูลงานภายในของกระทรวงคมนาคม


ทั้งยังกล่าวด้วยว่า การลงมติ ซึ่งสวนทางกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็นการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานข้อมูล ทุกอย่างมีเหตุและผลรวมถึงพิจารณาอย่างดีอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว ส่วนจะทำให้มีปัญหาหรือมีผลลัพท์ตามมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น



เมื่อถามว่า กังวลจะส่งผลกระทบการทำงานภายในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นางสาววทันยา กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่หากพรรคร่วมรัฐบาล มีความกังวลลักษณะนั้นมองว่า ผู้บริหารก็ควรคำนึงไม่ควรปล่อยให้เกิดเรื่องเหล่านี้ จนถูกนำไปอภิปรายในสภา และเมื่อถูกอภิปรายแล้ว ก็ต้องมีหลักฐานข้อมูลที่มีความหนักแน่น ครบถ้วนเพียงพอ ในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ส.ส.ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน แต่สิ่งที่เราเห็นนายศักดิ์สยามไม่สามารถอธิบายให้เกิดความกระจ่างได้เลย


ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับนายศักดิ์สยาม เพราะการโหวตครั้งนี้ตนยังได้งดออกเสียงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย ซึ่งเหตุผลก็ใกล้เคียงกันคือ การชี้แจงยังมีข้อคำถามในหลายประเด็น ขอย้ำว่า ตัดสินใจบนข้อมูลไม่ได้นำความรู้สึกตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด นางสาววทันยา ส.ส.พลังประชารัฐ ระบุ
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 30/07/2022 10:12 pm    Post subject: Reply with quote

ระเบียบเคลียร์! บอร์ด รฟท.เคาะจัดจ้างบริษัทลูกบริหารทรัพย์สิน ตั้งกรอบค่าใช้จ่าย 180 ล้าน/ปี
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12:55 น.
ปรับปรุง: วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12:55 น.


บอร์ด รฟท.เคาะจัดจ้างบริษัทลูก "เอสอาร์ที แอสเสท" แบบเฉพาะเจาะจงบริหารทรัพย์สิน ตั้งกรอบค่าใช้จ่าย 4.5% หรือเฉลี่ย 180 ล้านบาท/ปี สั่งเร่งทำทีโออาร์และไทม์ไลน์การโอนสัญญาเช่า

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ที่มีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2565 ได้มีมติเห็นชอบหลักการดำเนินการจ้าง บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. บริหารสัญญาเช่าของ รฟท.โดยวิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมทั้งเห็นชอบกำหนดอัตราผลตอบแทนให้ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท ที่ 4.5% โดยประเมินจากกรอบค่าบริหารจัดการด้านการบริหารทรัพย์สินของ รฟท.ในปัจจุบัน ในขณะที่คาดการณ์ว่าการบริหารจัดการโดยบริษัทลูกฯ จะทำให้มีประสิทธิภาพและรายได้เพิ่มมากขึ้นจาก 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี เป็น 5,000 ล้านบาทต่อปีในช่วงแรก

หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการตามกระบวนการของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ โดยจะต้องมีการเจรจาต่างๆ ทั้งเรื่องค่าจ้าง กระบวนการและระยะเวลาในการถ่ายโอนสัญญาให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน และจัดทำรายละเอียดไว้ในเงื่อนไขทีโออาร์ คาดว่า จะสามารถนำเสนอบอร์ด รฟท.เห็นชอบการลงนามสัญญาจ้างได้ภายในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. 2565 หรือในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2566

“หลักการ รฟท.จะโอนสัญญาที่มีและทรัพย์สินที่จะนำมาพัฒนาหารายได้ทั้งหมดให้ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท บริหารจัดการแทน ซึ่งปัจจุบัน รฟท.มีสัญญาเช่าที่พร้อมโอนประมาณ 4,000 สัญญา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. สัญญาเช่าที่อยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน
2. สัญญาที่อยู่ภายใต้ฝ่ายเดินรถ (สัญญาเช่าพื้นที่ย่านสถานี) ซึ่งมีจำนวนสัญญามากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่แปลงย่อย
3. พื้นที่เแปลงใหญ่ ที่อยู่ในแผนที่จะมีการพัฒนาในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม ประเมินมูลค่าทรัพย์สินและสัญญาเช่ากว่า 4,000 สัญญาที่ รฟท.จะถ่ายโอนให้ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท มีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นค่าจ้างที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสทจะได้รับประมาณ 180 ล้านบาทต่อปี
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 04/08/2022 12:30 pm    Post subject: Reply with quote

“รฟท.” กางแผนสร้างบ้านพัก 83 ราย อุ้มผู้บุกรุกพื้นที่ไฮสปีด3สนามบิน
หน้าเศรษฐกิจ Mega Project
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 14:04 น.

รฟท.เร่งเคลียร์ผู้บุกรุก! ชุมชนบุญร่มไทร ร้องชะลอบังคับคดี ขับไล่พ้นแนวก่อสร้างไฮสปีด 3 สนามบิน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 11:53 น.
ปรับปรุง: วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 11:53 น.




รฟท.แจงแนวทางดูแลผู้บุกรุกชุมชนบุญร่มไทรตามระเบียบและกฎหมาย หลังชาวบ้านร้องไม่ให้บังคับคดี ยันต้องเร่งส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างไฮสปีด 3 สนามบิน และจ่ายรื้อถอนไปแล้ว

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค และชุมชนบุญร่มไทร ได้เดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารทำการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้การรถไฟฯ ดูแลช่วยเหลือ หลังจากถูกหมายบังคับคดีให้ต้องรื้อย้ายออกจากการบุกรุกที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณชุมชนบุญร่มไทร ระหว่างที่หยุดรถอุรุพงษ์-พญาไท ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

พร้อมกันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อการรถไฟฯ ประกอบด้วย 1. ขอให้การรถไฟฯ ไม่บังคับคดีให้รื้อถอนบ้านพักอาศัยในวันที่ 22 สิงหาคม 2565 ตามหมายบังคับคดี 2. ขอให้การรถไฟฯ อนุญาตให้เข้าพื้นที่ขอเช่าเพื่อปลูกสร้างบ้านพักชั่วคราว ก่อนสัญญาเช่าจะได้รับการอนุมัติ พร้อมขอระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ช่น ประปา ไฟฟ้า ฯลฯ 3. ขอสนับสนุนงบประมาณในการทำบ้านชั่วคราวหลังใหม่



ด้านนายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ รฟท. ชี้แจงว่า ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชุมชนบุญร่มไทร เป็นปัญหาที่มีการบุกรุกเข้ามาใช้พื้นที่การรถไฟฯ โดยไม่ถูกต้องมานานแล้วกว่า 10 ปี โดยมีผู้บุกรุกทั้งสิ้น 83 ราย แบ่งเป็นพื้นที่บุกรุกสำหรับใช้ก่อสร้างแนวท่อขนส่งน้ำมัน 12 ราย ซึ่งได้สมัครใจย้ายออกไปแล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างการรื้อย้าย 3 ราย ซึ่งที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้มีการเข้าดำเนินการแก้ไข โดยยึดหลักความถูกต้องของกฎหมาย และคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด



ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายสมยุทธิ์ เรือนงาม ประธานคณะทำงานดำเนินการกับผู้บุกรุกที่ดินในเขตพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน รวมถึงฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน และสำนักงานอาณาบาล เข้าร่วมหารือกับกลุ่มผู้ชุมนุมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุก และติดตามการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการลงทุนภาครัฐ ควบคู่กับการบริหารจัดการนำทรัพย์สินที่ดินมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนได้ข้อสรุปร่วมกัน ดังนี้

1. การนำเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกไปจากพื้นที่ สำหรับใช้ก่อสร้างแนวท่อขนส่งน้ำมัน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนหลังจากมีการพิพากษาของศาล โดยเจ้าหน้าที่จะยังไม่ดำเนินการรื้อถอนตามหมายบังคับคดี แต่ขอให้ชุมชนเร่งรัดการปลูกสร้างบ้านพักชั่วคราวให้เสร็จโดยเร็ว เนื่องจากการรถไฟฯ ต้องส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ เพื่อทำการก่อสร้างท่อขนส่งน้ำมันใหม่ทดแทนของเดิมที่อยู่ในแนวเขตการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบินที่มีกำหนดเวลาต้องดำเนินการภายในเดือนตุลาคม 2565 ตามแผนงานของคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

2. ในการหารือยังได้มีข้อสรุปร่วมกันให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างย้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่เช่าที่การรถไฟฯ ได้ และขณะที่รอการทำสัญญาเช่าระหว่างสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อขอเข้าใช้พื้นที่สำหรับปลูกสร้างบ้านพักชั่วคราว ชุมชนจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 30-+45 วัน

3. ส่วนการขอสนับสนุนงบประมาณในการทำบ้านชั่วคราวหลังใหม่นั้น การรถไฟฯ ไม่มีกฎระเบียบข้อกฎหมายใดๆ รองรับ จึงไม่สามารถช่วยสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวได้ และหากพิจารณาถึงข้อเท็จจริงแล้ว ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้บุกรุกได้เคยได้รับเงินสนับสนุนเป็นค่ารื้อถอนบริษัทที่ปรึกษาฯ ไปแล้ว รายละ 30,000-70,000 บาท ซึ่งบางรายได้รับเงินไปแล้วแต่ไม่ยอมย้ายออก อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทที่ปรึกษาฯ ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานรื้อย้ายฯ ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ได้เสนอการสนับสนุนงบประมาณให้ชุมชนฯ เพื่อสร้างบ้านพักชั่วคราว 20,000 บาท และช่วยเหลือค่าขนย้าย 16 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 5,000 บาท รวมทั้งสิ้น 100,000 บาท เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวทั้งหมด

4. การรถไฟฯ ได้ร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ จัดสร้างอาคารที่พักอาศัยขนาด 315 ยูนิต บริเวณพื้นที่ริมบึงมักกะสัน เขตราชเทวี สำหรับรองรับการย้ายของชุมชนให้ไปเช่าอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการขออนุมัติ และการออกแบบเพื่อก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย ห้องพักขนาด 28.5 ตารางเมตร ขนาด 1 ห้องนอน และขนาด 34.6 ตารางเมตร ขนาด 2 ห้องนอน และมีพื้นที่รองรับศูนย์ดูแลเด็ก ศูนย์สุขภาพสำหรับกลุ่มเปราะบาง ห้องประชุม พื้นที่ส่วนกลางสำหรับประกอบอาหาร พื้นที่เก็บรถเข็นสำหรับประกอบอาชีพ รวมถึงมีตลาดสดภายในชุมชน ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างในปี 2567 ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี



ดังนั้น จึงเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้มีการเปิดรับฟังความเห็นจากชุมชน และมีความตั้งใจในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการลงทุนของรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาพื้นที่ปลูกสร้าง และรูปแบบที่พักอาศัยที่เหมาะสม ซึ่งเป็นนโยบายที่การรถไฟฯ ให้ความสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนเสมอมา

แต่ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ มีความจำเป็นต้องดูแลบริหารทรัพย์สินตามอำนาจหน้าที่ทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมและประเทศชาติ โดยการนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ปิดประกาศขับไล่ผู้บุกรุกให้ออกไปจากพื้นที่ ก็ถือเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนหลังจากมีการพิพากษาของศาล เพื่อให้ส่งมอบพื้นที่แก่บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ ทำการก่อสร้างท่อขนส่งน้ำมันใหม่ทดแทนของเดิม และสามารถดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ได้ทันตามแผนที่กำหนด โดยโครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 224,500 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน และสนับสนุนการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของชุมชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
Cr: ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย
https://www.facebook.com/ake.bluechifamily/posts/5413831558663745
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 09/08/2022 7:00 pm    Post subject: Reply with quote

ตร.รถไฟหาดใหญ่จับ 3 หนุ่มได้คาหนังคาเขาขโมยหมอนรางรถไฟริมทาง
หน้าในประเทศ
วันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15.52 น.

ตำรวจรถไฟหาดใหญ่จับกุมคนร้าย 3 คนได้คาหนังคาเขาในป่ากล้วยริมทางรถไฟ ขณะขโมยหมอนรางรถไฟที่วางอยู่ริมทางรถไฟไปทุบเอาเหล็กขายตามร้านรับซื้อของเก่าแค่กิโลกรัมละ 8 บาท

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะตำรวจรถไฟสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ เข้าจับกุมกลุ่มคนร้ายจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายธีรยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี นายวีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และนายธนาวุธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี บริเวณป่ากล้วยใกล้จุดตัดรางรถไฟใต้สะพานแม็คโคร ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเป็นการจับกุมได้คาหนังคาเขาขณะกำลังใช้ค้อนปอนทุบแท่งคอนกรีตหมอนรางรถไฟเพื่อเอาเหล็กรางรถไฟไปขาย




พร้อมของกลางเหล็กรางรถไฟความยาวประมาณ 160 ซม.จำนวน 5 เส้น เหล็กเส้นขนาด 3 หุน 1 กอง น็อตยึดรางรถไฟ 2 ตัว ค้อนปอนด์เหล็ก 3 ด้าม รวมน้ำหนักเหล็กที่ช่างได้ประมาณ 100 กิโลกรัมมูลค่าราว 856.72 บาทโดยตีเฉลี่ยราคาเหล็กที่รับซื้อตามร้านขายของเก่ากิโลกรัมละ 8 บาท แต่มูลค่าความเสียหายกับรถไฟนั้นมากกว่านี้

สำหรับเหตุการณ์นี้ทางตำรวจรถไฟหาดใหญ่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การรถไฟหาดใหญ่ในขณะไปทำการเชื่อมเหล็กรางรถไฟที่บริเวณบริเวณจุดตัดใต้สะพานแม็คโคร ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า มีคนร้ายทุบหมอนรางรถไฟคอนกรีตที่วางอยู่ริมทางรถไฟเพื่อเอาเหล็กไปได้รับความเสียหายจำนวนหลายหมอนโดยลงมือมาแล้วหลายครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ได้มีการทุบหมอนรองรางรถไฟที่วางไว้ที่ข้างรางรถไฟเพิ่มเติมอีก



ทางตำรวจรถไฟสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่การรถไฟหาดใหญ่ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ และได้ทำการสืบสวนหาข่าวและสอบถามชาวบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุ ทราบว่าในเวลากลางคืนมักมีกลุ่มวัยรุ่นลักลอบทุบหมอนรางรถไฟที่วางอยู่ที่ริมรางรถไฟเป็นประจำ เพื่อเอาเหล็กไปขาย

โดยจุดที่มักจะมีทุบหมอนรองรางรถไฟอยู่บริเวณป่ากล้วยใกล้จุดตัดรางรถไฟใต้สะพานแม็คโคร ต.คอหงส์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบชายทั้งสามคน กำลังช่วยกันทุบหมอนรองรางรถไฟกันอยู่จึงเข้าจับได้คาหนังคาเขา และรับสารภาพว่าเหล็กที่ได้จะนำไปขายร้านรับซื้อของเก่า จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหา "ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์"
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 13/08/2022 2:05 am    Post subject: Reply with quote

ปิดตำนาน “ที่ดินตลาดคลองสาน” 839 ล้าน ลุ้น “รฟท.” ปรับโฉมพัฒนาใหม่
หน้าเศรษฐกิจ Mega Project
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:59 น.

ลุ้น “รฟท.” ปรับโฉม “ที่ดินตลาดคลองสาน” 839 ล้านบาท เหตุปิดให้บริการ-คืนพื้นที่ หลังถูกรื้อถอนบางส่วน เล็งดึงเอกชนประมูลเช่าพื้นที่ ผุดมิกซ์ยูสริมน้ำเจ้าพระยา โกยรายได้ 325 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตลาดคลองสานพลาซ่าและท่าเรือข้ามฟากหมดสัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา และปิดบริการเพื่อคืนพื้นที่ให้รฟท.นั้น ปัจจุบันพบว่า ภายในตลาดมีพ่อค้าและแม่ค้าเปิดขายของ โดยเสียค่าเช่าวันละ 200-300 บาท ระหว่างรอท่าเรือข้ามฟากส่งมอบพื้นที่ หลังขอต่อสัญญาเช่าไปถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2565 ส่วนร้านค้าเป็นสิ่งปลูกสร้างอยู่ด้านหน้า ถูกรื้อไปแล้วบางส่วน ยังเหลืออาคารพาณิชย์อยู่ด้านหลังติดแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 36 คูหา


รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า สำหรับที่ดินย่านตลาดคลองสานมีเนื้อที่กว่า 5 ไร่ อยู่ระหว่างส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้ รฟท.มีแผนจะนำมาเปิดประมูลหาผู้เช่ารายใหม่ เพื่อหารายได้ เนื่องจากเป็นที่ดินอยู่ในทำเลมีศักยภาพ ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โรงแรม 5 ดาว และรถไฟฟ้าสายสีทอง ซึ่ง รฟท.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการพัฒนาโครงการแล้ว ในเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นรูปแบบผสมผสานหรือมิกซ์ยูส ประกอบด้วย โรงแรมระดับกลาง 3 ดาว สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร จำนวนห้องพัก 270 ห้อง อาคารและพื้นที่ค้าปลีกสูง 3 ชั้น 2 อาคาร พื้นที่รวม 2,347 ตารางเมตร และอาคารพื้นที่ค้าปลีก 5 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่รวม 2,000 ตารางเมตร และลานกิจกรรม พื้นที่ใช้สอย 400 ตารางเมตร ที่จอดรถรวม 144 คัน


ทั้งนี้จะให้เอกชนเช่าระยะยาว 30 ปี มีมูลค่าการก่อสร้างและพัฒนาโครงการประมาณ 839 ล้านบาท ขณะที่ราคาที่ดินอยู่ที่ 450,000 บาทต่อตารางวา รวมเนื้อที่กว่า 5 ไร่ เป็นเงิน 900 ล้านบาท จากผลศึกษามีผลตอบแทนโครงการอยู่ที่ 13.49% มีระยะเวลาคืนทุน 10 ปี โดย รฟท.ได้ผลตอบแทนประมาณ 325 ล้านบาท
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 36692
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 16/08/2022 6:20 pm    Post subject: Reply with quote

อ้างชื่อ "เสธ" คนดัง...รุกที่รถไฟ : เจาะลึกทั่วไทย (16 ส.ค. 65)
Aug 16, 2022
9 MCOT Official


https://www.youtube.com/watch?v=MGxE-ud5S_o
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39164
Location: NECTEC

PostPosted: 16/08/2022 7:34 pm    Post subject: Reply with quote

‘รถไฟ’ หน้ามืดจ่าย ‘ภาษีที่ดิน’ เพิ่ม 10 เท่า อ้อนคลัง-มหาดไทย-กทม.ขอยกเว้น
เศรษฐกิจ
วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เวลา 09:47 น.


‘รถไฟ’ หน้ามืดจ่าย ‘ภาษีที่ดิน’ เพิ่ม 10 เท่า อ้อนคลัง-มหาดไทย-กทม.ขอยกเว้น
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกับมติชนว่า จากการที่ในปี 2565 มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 100% ทำให้ รฟท.มีภาระค่าภาษีเพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่า จากเมื่อ 2 ปีก่อนจ่ายเพียง 10% เนื่องจาก รฟท.มีที่ดินทั่วประเทศ จำนวน 234,976 ไร่ แยกการใช้งานเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่เขตทาง พื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช้เพื่อการเดินรถ พื้นที่ย่านสถานี พื้นที่บ้านพักและที่ทำการ และพื้นที่ในเชิงพาณิชย์

ซึ่งตามกฎหมายจะยกเว้นภาษีให้เฉพาะส่วนที่เป็นทางรถไฟที่หมายถึงถนนหรือทาง ซึ่งได้วางรางเพื่อการเดินรถไฟ รวมถึงอุโมงค์ สะพาน ทางยกระดับ ห้องระบบอาณัติสัญญาณประจำสถานี ซุ้มเครื่องกั้นถนนผ่านเสมอระดับทางรถไฟ ที่ทำการหอสัญญาณ และชานชาลาสถานีเฉพาะพื้นที่บริเวณที่ผู้โดยสารรอเพื่อขึ้นหรือลงจากรถไฟ ส่วนที่เหลือ อาทิ ที่ทำการสำนักงาน ที่ขายบัตรโดยสาร อาคารซ่อมบำรุง ต้องจ่ายภาษีตามประเภทต่างๆ เช่น ที่ดินอื่นๆและรกร้างว่างเปล่า ในอัตราตั้งแต่ 0.3-0.7%

“ทำหนังสืออุทธรณ์ และหารือกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อขอยกเว้นภาษี เพราะรถไฟเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล ส่วนที่จ่ายไปก่อนหน้านี้จะขอคืนภายหลัง แต่ได้รับการยืนยันว่ายังไงก็ต้องจ่าย เราไม่ได้จะไม่จ่าย เห็นด้วยในส่วนเป็นเชิงพาณิชย์ที่ต้องจ่าย แต่สิ่งปลูกสร้างหรืออื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์น่าจะได้รับการยกเว้น ตอนนี้ที่ดินที่หมดสัญญาเช่าแล้วเราก็ต้องเร่งนำออกมาประมูลหาเอกชนพัฒนา เพื่อบรรเทาภาระ เช่น ที่ดินตลาดคลองสาน 5 ไร่ เพราะอาจจะถูกประเมินเข้าเกณฑ์เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า” แหล่งข่าวกล่าว



แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ตามกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินเดิมทาง รฟท.จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี แต่ตามกฎหมายใหม่ คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะต้องจ่าย ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งในปี 2565 เก็บเต็ม 100% ทาง รฟท.จึงยังไม่มีการมาชำระ โดยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา รฟท.ทำหนังสือถึง กทม.ขอทุเลาและอุทธรณ์ภาษีที่ดินของปี 2565 หลัง กทม.ส่งผลประเมินภาษีเฉพาะพื้นที่ส่วนกลาง เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับหลายเขต ซึ่งมีการประเมินหลายส่วน เช่น รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ที่ดินที่ใช้จัดหาประโยชน์ เป็นต้น โดยมียอดรวมที่ต้องชำระ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่ชำระอยู่ที่ 18 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดดังกล่าวยังไม่รวมการประเมินของแต่ละสำนักงานเขต และ กทม.ก็ไม่สามารถพิจารณาอนุมัติให้ได้เพราะ รฟท.ทำหนังสือมาถึงแบบกระชั้นชิด ใกล้ครบกำหนดเวลาให้ชำระภาษีวันสุดท้าย คือ วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ดังนั้น รฟท.จะต้องเสียเบี้ยปรับเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนดด้วย


“รถไฟขอทุเลาการจ่ายภาษี ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นอำนาจของผู้ว่าฯกทม.เป็นคนพิจารณา และขออุทธรณ์ว่ารถไฟเป็นรัฐบาลควรจะได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินทั้งหมด เนื่องจากเป็นกิจการของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการคลังตอบชัดเจนแล้วว่ารถไฟไม่ใช่รัฐบาล แต่เป็นรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทั้งนี้มีแนวโน้มที่ปี 2565 รถไฟจะมีภาระภาษีที่ดินเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นหน่วยงานที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะ กทม.มูลค่าราคาที่ดินค่อนข้างสูง เช่น มักกะสัน สถานีแม่น้ำ ตลาดนัดจตุจักร” แหล่งข่าวกล่าว
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 186, 187, 188, 189  Next
Page 187 of 189

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test