Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:308709
ทั่วไป:12026649
ทั้งหมด:12335358
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 145, 146, 147  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 23/11/2022 9:16 pm    Post subject: Reply with quote

เมื่อไม่กี่วันทาง BTS ได้เผยแพร่โฆษณา"ทวงหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว"
บนทั้งสถานีและขบวนรถไฟฟ้า หากว่าจะมีการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS
ส่วนที่ยังฟรีอยู่ช่วงหมอชิต - คูคต และช่วงแบริ่ง - เคหะ
ตามที่ผู้ว่ากทม.ชัชชาติ ได้กำหนดค่าโดยสารตามสูตร 14+2X เพื่อให้มี
รายได้เข้ากทม.สำหรับในการชำระหนี้ให้ BTS โดยมีเงื่อนไขว่า
ตลอดทั้งเส้นทางต้องไม่ให้เกิน 59 บาท
แปลว่าอะไร ? ค่าโดยสารที่ออกมาเป็นส่วนที่รัฐเป็นผู้สร้างให้
ทั้งเหนือและใต้แล้วจ้างเอกชนมาเดินรถ ส่วนที่เอกชนสร้าง
ช่วงหมอชิต - อ่อนนุชและช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ - วงเวียนใหญ่
คือ 16-44 บาท จึงต้องนำส่วนต่อขยายเหนือและใต้มาคิดรวมระยะทางด้วย
ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า BTS และกทม. จะเก็บค่าโดยสารเมื่อไหร่...
https://www.facebook.com/krungthepMK/posts/206975861694813
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38111
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 24/11/2022 7:33 am    Post subject: Reply with quote

BTS เตรียมฟ้องกทม.อีกรอบ ทวงหนี้ค่าจ้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว 4 หมื่นล้าน
Source - ข่าวหุ้น
Thursday, November 24, 2022 05:33

BTS ประกาศ! ลุยฟ้อง กทม.อีกรอบ ทวงหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลัง กทม.ยังไม่เร่งจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่ 4 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มผลงานปีนี้มั่นใจผู้โดยสารโตต่อเนื่อง ล่าสุดเฉลี่ย 8 แสนเที่ยวคนต่อวัน

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า BTS เตรียมยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) อีกครั้งเร็ว ๆ นี้ เพื่อเรียกร้องให้จ่ายค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังจากที่ BTS ยังไม่ได้รับชำระจาก กทม. ทำให้จำนวนเงินที่ติดค้างรวมดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนที่ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองไปในมูลค่ารวมราว 17,000 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขหนี้หากคำนวณจนถึงปัจจุบันจะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทแล้ว

ขณะที่ข้อพิพาทในชั้นศาลล่าสุดเกี่ยวกับคดีการค้างชำระหนี้ของ กทม.นั้น เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 ศาลปกครองกลางได้พิพากษาให้ กทม. ต้องร่วมจ่ายหนี้ค้างชำระค่าจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุง ที่ KT ได้ค้างชำระในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสถานีสะพานตากสิน-บางหว้า กับสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยาย 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ รวม 11,755 ล้านบาท นับเฉพาะยอดหนี้ค้างจ่ายจนถึงวันที่ 15 ก.ค. 2564 แก่ BTS ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับจากคดีถึงที่สุด ซึ่ง กทม.ได้ยื่นอุทธรณ์

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของ BTS ในงวดครึ่งปีหลังนี้ (ต.ค. 2565-มี.ค. 2566) มั่นใจว่ามีแนวโน้ที่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจรถไฟฟ้า (Move) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก เพราะปัจจุบันพบว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นมาราว 90% จากช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว โดยตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.เป็นต้นมา ผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 800,000 เที่ยวคนต่อวัน ขณะช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านเที่ยวคนต่อวัน และหากจีนเปิดประเทศก็จะช่วยหนุนจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าของ BTS ให้เพิ่มขึ้นด้วย แต่ภาพรวมรายได้ในปีนี้อาจลดลง เพราะค่าจ้างงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้างแล้ว

ส่วนแนวโน้มธุรกิจปี 2566/2567 (เม.ย. 2566-มี.ค. 2567) มั่นใจว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีนี้ ทั้งการฟื้นตัวของผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว และมีการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองเพิ่มเติม โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนเปิดบริการสายสีเหลืองเต็มรูปแบบในเดือน มิ.ย. 2566 และเปิดบริการสายสีชมพูในเดือน ก.ค. 2566 รวมทั้งในปี 2566 จะมีโครงการมิกซ์ยูส The Unicorn ย่านพญาไท เปิดให้บริการ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เช่าสำนักงาน โรงแรม และพื้นที่เช่าค้าปลีก ทำให้กลุ่ม BTS จะมีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาเสริมด้วย

ทั้งนี้ BTS เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) แบ่งเป็น 4 รุ่น วงเงินเสนอขายรวม 13,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 25 พ.ย.และ 28-29 พ.ย.นี้ กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยจำหน่ายผ่านสถาบันการเงิน 5 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A” จากทริสเรทติ้ง มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 24 พ.ย. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 24/11/2022 12:03 pm    Post subject: Reply with quote

รถไฟฟ้าสายสีเขียว : กทม. ชี้แจงเหตุผลยังไม่ชำระหนี้ หลังบีทีเอสปล่อยคลิป “ติดหนี้ต้องจ่าย”
BBC Thai
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 - 14:41 น.

กรุงเทพมหานครยืนยัน ไม่มีเจตนาไม่ชำระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หลังบีทีเอส ปล่อยคลิปทวงหนี้ 40,000 ล้านบาท ย้ำ “ติดหนี้ต้องจ่าย” โดย กทม. อธิบายว่า หนี้เหล่านี้ยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร



วันนี้ (22 พ.ย.) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสรุปเหตุผลที่ยังไม่สามารถดำเนินการชำระหนี้สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 โดยยืนยันว่า กทม. “ไม่ได้มีเจตนาจะไม่ชำระหนี้”

การตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงมีขึ้น หลังนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อ “ทวงหนี้ 40,000 ล้านบาท” โดยมีข้อความว่า

“คนเราจะอดทนกับการแบกหนี้ได้นานแค่ไหน… ทำงานแต่ไม่ได้เงิน ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกวัน”


“ผู้มีอำนาจโยนไปโยนมา ไร้การตัดสินใจ ถึงเวลาเข้ามาจัดการปัญหา อย่าหนีปัญหา… อย่าปล่อยให้เอกชนสู้เพียงลำพัง ถึงเวลาจ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 40,000 ล้าน ติดหนี้ต้องจ่าย”

ภายในคลิปยังมีการให้สัมภาษณ์ของนายคีรี กาญจนพาสน์​ ประธานกรรมการบีทีเอสฯ ว่า “เอกชนผู้ลงทุน จ่ายทุกวัน พนักงานก็ต้องจ่าย ค่าไฟต้องจ่าย ผู้ที่มีอำนาจ บริหารประเทศอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกทม. หรือ การเมืองของประเทศ ต้องเข้ามาดูได้แล้ว ดอกเบี้ยขึ้นทุกวัน ท่านใดที่อยู่ในอำนาจควรคิดได้แล้วว่า ดอกเบี้ยที่ต้องเสียไป ยังไงก็ต้องจ่ายผม มันเป็นสิ่งที่ใครเสียหาย”


อย่างไรก็ดี นายคีรี ยืนกรานว่า บีทีเอสจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนด้วยการหยุดรถอย่างแน่นอน

คำชี้แจงจาก กทม.
นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กทม. ให้เหตุผลว่า กทม. สนับสนุนค่าบริการเดินรถและซ่อมบำรุงมาตลอดจนถึงเดือน เม.ย. 2562 จนกระทั่งมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2562 ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ และได้มีการเจรจาให้เอกชนรับภาระค่าจ้างเดินรถของส่วนต่อขยายที่ 1 ตั้งแต่ พ.ค. 2562

ด้านมูลค่าหนี้ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ค่าดอกเบี้ย เนื่องจาก กทม. ไม่มีเจตนาจะไม่ชำระหนี้ และสัญญาที่ กทม. ทำกับกรุงเทพธนาคม (KT) ไม่ได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ จึงเห็นควรว่า กรุงเทพธนาคารต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เข้าตรวจสอบและคิดคำนวณค่าจ้างใหม่ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

Advertisement

หมายความว่า ยอดหนี้จะเปลี่ยนจากที่เอกชนฟ้องร้อง โดยเมื่อดำเนินการครบถ้วน และมีมติยุติการต่อสัมปทานจาก ครม. แล้ว ก็สามารถชำระหนี้ได้

“กระดุมเม็ดแรก กลัดยังไม่ถูก เลยเกิดปัญหาขึ้น” รอง ผู้ว่าฯ กทม.
ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กทม.

รองผู้ว่าฯ กทม. ยังตั้งข้อสังเกตว่า “บันทึกมอบหมายยังไม่สมบูรณ์” เนื่องจากลงนามมอบหมายในวันที่ 28 ก.ค. 2559 โดยที่ยังไม่ได้มีการทำโครงการเสนออนุมัติงบประมาณจากสภา กทม.

“กระดุมเม็ดแรก กลัดยังไม่ถูก เลยเกิดปัญหาขึ้น” นายวิศณุ กล่าว

“กทม. อยากจะจ่ายนะ ถ้าตรงมาตรงไป เราไม่มีเจตนาไปชะลออะไรเลย แต่บันทึกมอบหมายยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะหนี้ยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภา มันเลยยังคาราคาซังอยู่”

ปี 2561 – สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณในการชำระหนี้ค่าเดินรถเข้าที่ประชุมสภา กทม. ครั้งที่ 1 เพื่อขอจัดสรรงบประมาณโครงการติดตั้งระบบเดินรถและบริหารจัดการเดินรถระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียว ระยะเวลาดำเนินการ 15 ปี (2561-2575) วงเงินรวม 31,988,490,000 บาท (เป็นเงินงบประมาณ กทม. 12,000,000,000 บาท และเงินนอกงบประมาณ 19,988,498,000 บาท)

ปี 2561 – ตั้งงบประมาณจำนวน 1,000,000,000 บาท เสนอต่อสภากรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานครได้มีการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2561 แต่โครงการดังกล่าวไม่ได้ถูกรับการพิจารณาและบรรจุอยู่ในร่างงบประมาณดังกล่าว

11 เม.ย.62 – คสช. ได้มีคำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 ที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) โดยให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร เจรจากับผู้รับสัมปทานรายเดิม และจัดทำร่างสัญญาร่วมลงทุน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

สำหรับเหตุผลที่ทำให้ หัวหน้า คสช. จำต้องใช้อำนาจพิเศษเพื่อจัดการเรื่องดังกล่าว ปรากฏในคำชี้แจงภายหลังของ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2564 ว่า ครม. มีมติในปี 2561 เห็นชอบให้โอนส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ก่อสร้าง ให้กับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้จัดการแทน พร้อมกับรับภาระหนี้สิ้นต่าง ๆ จาก รฟม.

พล.อ. ประยุทธ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีสัญญาดำเนินงานแตกต่างกันในแต่ละช่วง อาจทำให้มีปัญหาการบูรณาการ การบริหารโครงการและสัญญาที่ไม่มีความเป็นเอกภาพ ถ้าต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ในการแก้ปัญหา อาจทำให้โครงการนี้ล่าช้าอีก 2-3 ปี ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้เกิดปัญหาการเดินรถที่ไม่มีความต่อเนื่องจึงเป็นที่มาของการออกคำสั่งดังกล่าว โดยให้กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มีองค์ประกอบเดียวกับคณะกรรมการของ พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ผลประโยชน์ และค่าโดยสารให้เป็นธรรม

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม.
ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ปี 2564 – สำนักการจราจรและขนส่ง ได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณในการชำระหนี้ค่าเดินรถเข้าที่ประชุมสภา กทม. โดยเสนอสำนักงบประมาณเพื่อขอจัดสรรงบประมาณในการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 1 และส่วนต่อขยาย 2 จำนวนเงิน 9,246,748,339 บาท โดยได้จัดทำเป็นร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เสนอสภากรุงเทพมหานคร

21 เม.ย. 2564 – ที่ประชุมสภากรุงเทพฯ ได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ และมีมติไม่เห็นชอบให้ กทม. จ่ายขาดเงินสะสม เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อ 12 แห่งข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง เงินสะสม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 และสภา กทม. มีข้อเสนอให้ กทม. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล หรือให้ใช้วิธีให้เอกชนรับภาระและให้ประโยชน์ตอบแทนในรูปสัมปทานเดินรถ หากไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอควรส่งโครงการดังกล่าวคืนให้ รฟม.

ชัชชาติ เคยชี้ สรุปเรื่องหนี้ได้ใน 1 เดือน
หลังรับตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม. ได้เพียง 1 วัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้พูดคุยกับผู้บริหาร กรุงเทพธนาคม เพื่อขอดูสัมปทานการจ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว โดยระบุว่าภายใน 1 เดือน จะได้ความชัดเจนถึงข้อสรุป

นายชัชชาติ กล่าวว่า การหารือกับกรุงเทพธนาคมทำให้ได้เห็นสัญญาการเดินรถส่วนต่อขยายที่จะสิ้นสุดในปี 2585 ซึ่งเป็นตัวที่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน จึงต้องนำข้อมูลมาตรวจสอบว่าภาระหนี้สินเกิดจากอะไร และสัญญาได้รับการอนุมัติจากสภากรุงเทพมหานครหรือไม่ โดยระบุว่าไม่ต้องการให้เอาภาระหนี้สินมาเป็นปัจจัยในการผูกมัดการแก้ปัญหาสัมปทานของสายสีเขียว แม้ว่าจะมีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

ส่วนการขยายสัญญาสัมปทานที่จะหมดในปี 2572 นายชัชชาติ กล่าวว่ายังไม่ได้มีการหารือ เพราะยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร และสภา กทม. เข้ามาพูดคุยกันข้อมูลและทบทวนการต่ออายุสัญญา โดยให้สภา กทม. พิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดตามแนวทางปฏิบัติ เพราะสัญญาเดิมที่ค้างอยู่ในคณะรัฐมนตรีขณะนี้เกิดขึ้นจากการพิจารณาของคณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นโดยใช้มาตรา 44

…..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 24/11/2022 12:09 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
BTS เตรียมฟ้องกทม.อีกรอบ ทวงหนี้ค่าจ้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว 4 หมื่นล้าน
Source - ข่าวหุ้น
วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 05:33 น.
ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565



BTS จ่อฟ้องกทม.ทวงค่าเดินรถ 1.7 หมื่นล.
วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:24 น.

“บีทีเอส”เล็งฟ้องกทม.ทวงค่าจ้างเดินรถอีกรอบทำให้ยอดหนี้ติดค้างรวมดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นพุ่ง 1.7 หมื่นล้านบาท ย้ำข้อพิพาทกับ กทม.ไม่ส่งผลกระทบต่อการขายหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืนครั้งใหม่ของบริษัท

24 พ.ย. 2565 – นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด อีกครั้งเร็วๆ นี้ เพื่อเรียกร้องให้จ่ายค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังจากที่บริษัทยังไม่ได้รับชำระจากกทม. ทำให้จำนวนเงินที่ติดค้างรวมดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากคราวก่อนที่ได้ยื่นฟ้องไปในมูลค่ารวมราว 1.7 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจาก บีทีเอส แจ้งว่าเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ที่กทม.ติดค้างตามสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และ ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.64- 22 พ.ย.65 ซึ่งเป็นการฟ้องเพิ่มเติมจากคดีก่อนหน้าโดยส่วนต่อขยายที่ 1 มีวงเงิน 2,895 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) และ ส่วนต่อขยายที่ 2 มีวงเงิน 8,173.5 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) ทำให้มีวงเงินเพิ่มขึ้นอีก 11,068.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ BTSC เตรียมฟ้องกทม.เพิ่มในส่วนงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเด็นข้อพิพาทกับทางกทม.นั้น บริษัทมองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการขายหุ้นกู้
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38111
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 24/11/2022 12:52 pm    Post subject: Reply with quote

จุดกำเนิดรถไฟฟ้า BTS การพัฒนาที่ต้องก้าวข้ามวิกฤตของประเทศ | ลายกนก ยกสยาม | EP.96
TOP NEWS
Nov 23, 2022


https://www.youtube.com/watch?v=k6uhzhPeI_c
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38111
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 25/11/2022 5:53 am    Post subject: Reply with quote

BTSยันไร้ปัญหาสภาพคล่อง กทม.ยื้อจ่ายหนี้สายสีเขียว
Source - ข่าวหุ้น
Friday, November 25, 2022 05:46

BTS การันตีมีสภาพคล่องสูง แม้ กทม.ยืดเยื้อจ่ายหนี้สายสีเขียว เผยมีหลักทรัพย์-ตราสารพร้อมขายได้ทันที 20,000 ล้านบาท แถมมีความสามารถกู้หนุนสภาพคล่องอีก 20,000 ล้านบาท มั่นใจ กทม.ไม่เบี้ยวหนี้แน่นอน หน่วยงานรัฐเครดิตสูง AA+ ย้ำ! เดินหน้าฟ้องอีกรอบเพื่อดูแลผู้ถือหุ้น

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังค้างชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับ BTS โดย BTS ยังคงให้บริการเดินรถอย่างต่อเนื่องซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเรื่อย ๆ นั้น แต่จะไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทแน่นอน เนื่องจาก BTS ยังมีหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด (Marketable Securities : หลักทรัพย์หรือตราสารที่มีสภาพคล่องสูง) ที่พร้อมขายได้ทันทีอยู่อีก 20,000 ล้านบาท รวมทั้งมีความสามารถที่จะกู้ยืมสถาบันการเงินได้อีกราว 20,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม BTS ยังมั่นใจว่า กทม.จะชำระหนี้แก่ BTS แน่นอน เนื่องจาก กทม.เป็นหน่วยงานรัฐ ได้รับเครดิตความน่าเชื่อถือสูงถึง AA+ ไม่มีทางที่จะไม่ชำระหนี้ เพียงแต่ต้องใช้เวลามากพอสมควรกว่าจะสามารถชำระได้ และปัจจุบันทางบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ก็มีการหารือร่วมกับทาง BTS อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความคืบหน้าการพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่เนื่องจาก BTS ยังคงเดินรถอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้บริการ อีกทั้งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น จึงต้องรักษาสิทธิ์ทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะดำเนินการฟ้องร้อง กทม.อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด หลังจากที่ฟ้องร้องเรื่องการค้างชำระหนี้ครั้งแรกไปแล้วเมื่อปี 2564 และศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565

ทั้งนี้ศาลฯ ได้พิพากษาให้ กทม.และ KT ต้องร่วมจ่ายหนี้ค้างชำระรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสถานีสะพานตากสิน-บางหว้า กับสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยาย 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และ แบริ่ง-สมุทรปราการ รวม 11,755 ล้านบาท นับเฉพาะยอดหนี้ค้างจ่ายจนถึงวันที่ 15 ก.ค. 2564 แก่ BTS ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับจากคดีถึงที่สุด ซึ่ง กทม.ได้ยื่นอุทธรณ์ และหากคิดเป็นมูลหนี้ถึงปัจจุบันก็จะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทแล้ว

สำหรับผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565/2566 (ต.ค. 2565-มี.ค. 2566) มั่นใจว่าจะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่นอน เพราะธุรกิจรถไฟฟ้า (Move) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง ส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าฟื้นตัวขึ้น โดยช่วงเดือน พ.ย.นี้เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 แสนเที่ยวคนต่อวัน คิดเป็นการฟื้นตัวประมาณ 70-80% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด และหากมีนักท่องเที่ยวจีนกลับมาผู้โดยสารจะกลับสู่ระดับก่อนช่วงโควิดระบาดได้ทันที

ขณะปี 2566/2567 (เม.ย. 2566-มี.ค. 2567) ผู้โดยสารจะเติบโตสูงขึ้น เพราะจะเริ่มเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองประมาณกลางปี 2566 โดยประเมินว่าทั้ง 2 สายทางจะมีผู้โดยสารเฉลี่ย 1-2 แสนเที่ยวคนต่อวัน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แบบมั่นคงและเติบโตต่อเนื่องแก่ BTS

ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 25 พ.ย. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38111
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 29/11/2022 8:51 am    Post subject: Reply with quote

5 ธันวาฯ นี้! ลูกพาคุณพ่อขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส-สายสีทอง ฟรี
เผยแพร่: 28 พ.ย. 2565 14:29
ปรับปรุง: 28 พ.ย. 2565 14:29
โดย: ผู้จัดการออนไลน์

5 ธันวาคมนี้ ลูกพาคุณพ่อขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีทอง รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ฟรี

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในวันดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมชวนคุณลูกพาคุณพ่อโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรีตลอดสาย รวมทั้งส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และสายสีลม ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีทอง และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที เพียงแค่คุณพ่อ และคุณลูกจะต้องขึ้น-ลงสถานีเดียวกันเท่านั้น

ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับคูปองเดินทางฟรีได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร และบริษัทฯ ยังได้ยกเว้นค่าโดยสารสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม.

มากไปกว่านั้น บีทีเอสขอร่วมเป็นหนึ่งในสะพานบุญ นำทางผู้โดยสารทุกท่านร่วมทำบุญ ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายวัดชื่อดังตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้ง 3 สาย เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตนเองในวันหยุดสุดสัปดาห์ เริ่มต้นจากรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ดินจากสังเวชนียสถานทั้งสี่ และกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ จากประเทศอินเดีย ผู้โดยสารสามารถลงที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทางออกที่ 1 และเดินเท้าต่อเพียง 300 เมตร ถัดมาที่สายสีลม วัดยานนาวา วัดที่ได้ชื่อว่าอดีตเป็นสถานที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับชาวต่างประเทศ โดยสังเกตได้จากประติมากรรมที่มีลักษณะคล้ายเรือสำเภาจีน พิกัดสถานีสะพานตากสิน ทางออกที่ 4 เดินเท้าต่อเพียง 270 เมตร เส้นทางสุดท้ายรถไฟฟ้าสายสีทอง วัดทองธรรมชาติ วัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่สันนิษฐานกันว่า ตัววัดถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งอยู่บริเวณสถานีคลองสาน ทางออกที่ 2

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ โดยหวังว่าวันพ่อปีนี้ผู้โดยสารทุกท่านจะได้รับประสบการณ์อันแสนอบอุ่น และความสะดวกตลอดการเดินทาง
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 30/11/2022 11:25 am    Post subject: Reply with quote

คนกรุงอ่วม!บีทีเอสขึ้นค่าโดยสาร เป็น 17 - 47 บาท เริ่ม 1 ม.ค.66
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:43 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:43 น.

บีทีเอส แจ้งปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า เริ่ม 1 ม.ค. 2566
ในประเทศ
วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:24 น.

คนกรุงอ่วม! 'บีทีเอส'แจ้งปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า เริ่ม 1 ม.ค.66
วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 11.02 น.

ข่าวร้ายคนกรุง! 1 ม.ค.66 “บีทีเอส” ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าเก็บ 17-47 บาท
เศรษฐกิจ-ยานยนต์...
วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:21 น.

Click on the image for full size

“บีทีเอส” ประกาศปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า สายสุขุมวิท-สีลม พร้อมส่วนต่อขยาย เริ่ม 1 ม.ค.66 จาก 16-44 บาท เป็น 17-47 บาท ยันยังเก็บต่ำกว่าเพดาน ย้ำเปิดบริการมา 23 ปี เพิ่งปรับราคาแค่ 3 ครั้ง สัญญาสัมปทานให้เก็บเพิ่มได้ทุก 18 เดือน

บีทีเอส ปรับค่าโดยสารเป็น 17-47 บาท ทำเพดานค่าโดยสารสายสีเขียวพุ่ง 62 บาท บัตรโดยสารรายวัน ขยับจาก 140 บาท เป็น 150 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 66


บีทีเอส ประกาศขึ้นค่าโดยสารสายสุขุมวิท ,สายสีลมรวมต่อขยาย จาก 16 - 44 บาท เป็น 17 - 47 บาท เริ่ม1 ม.ค. 66 เผยต้นทุน ค่าไฟ และเงินเฟ้อพุ่งสูง ปรับล่าสุดตั้งแต่ปี 60 และยังไม่เกินเพดานสูงสุด 64.53 บาท

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 บริษัทฯ จะปรับราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอสในเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร จำนวน 24 สถานี ได้แก่ สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต –สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - สถานีสะพานตากสิน รวมถึงส่วนต่อขยายสายสีลม สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่ จากราคา 16 - 44 บาท ปรับเป็น 17 - 47 บาท

ทั้งนี้ การปรับราคา ค่าโดยสารใหม่นั้น ยังต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารสูงสุดตามสัญญาสัมปทานซึ่งอยู่ในอัตรา 21.52 - 64.53 บาท

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมาตั้งแต่ปี 2542 เป็นเวลา 23 ปี มีการปรับราคาเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น โดยการปรับราคาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ปรับจาก 15 - 42 บาท เป็น 16 - 44 บาท จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผ่านมากว่า 5 ปีแล้วที่บริษัทฯ ยังไม่ได้มีการปรับราคาค่าโดยสารพื้นฐานที่เรียกเก็บโดยสัญญาสัมปทานกำหนดให้บริษัทฯ สามารถปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บได้ทุก ๆ 18 เดือน โดยไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารสูงสุด แต่เนื่องจากบริษัทฯ ได้คำนึงถึงผลกระทบของประชาชนจึงได้มีการชะลอการ ปรับอัตราค่าโดยสาร อย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผลกระทบจากสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ราคาต้นทุนสินค้า โดยเฉพาะด้านพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้น อัตราค่าจ้างแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอีกทั้งบริษัทฯ ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น ค่าซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ที่มีจำนวนรถไฟฟ้าให้บริการสูงสุดถึง 98 ขบวน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้พยายามตรึงราคาค่าโดยสารมาโดยตลอด



สำหรับผู้โดยสารที่ใช้ บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) บัตรแรบบิทบุคคลทั่วไป (Adult) บัตรแรบบิทนักเรียน นักศึกษา (Student) จะคิดอัตราเดิมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และจะเริ่มคิดอัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ส่วนบัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ (Senior) จะยังคงได้รับส่วนลด 50% ของอัตราค่าโดยสารปกติ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบไม่จำกัดเที่ยว และระยะทางต่อวัน สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภทหนึ่งวัน (One-Day Pass) ในราคา 150 บาท


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น โปรโมชั่นสะสมพอยท์จากการเดินทางเพื่อแลกเที่ยวฟรี (“บีทีเอส ชาเลนจ์”) นับตั้งแต่ออกโปรโมชั่น เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึงปัจจุบัน มีผู้โดยสารแลกเที่ยวฟรีแล้วกว่า 4 ล้านเที่ยว และบริษัทฯ ยังคงมอบความคุ้มค่าแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องกับโปรโมชั่นบีทีเอส ชาเลนจ์ โดยจะเริ่มโปรโมชั่นปีที่ 2 เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566 ยิ่งเดินทางมาก ยิ่งได้พอยท์มาก แลกเที่ยวฟรีได้ไม่จำกัด พิเศษ 3 เดือนแรก 1 มกราคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566 ผู้โดยสารรับโบนัสพอยท์เพิ่มจากการเดินทางเพื่อนำไปแลกเที่ยวฟรี ซึ่งจะช่วยให้ค่าโดยสารเฉลี่ยที่จ่ายมีอัตราใกล้เคียงกับอัตราค่าโดยสารเดิม

บริษัทฯ ขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ สร้างความมั่นใจ ปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อให้รถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นระบบขนส่งสาธารณะทางรางที่ดีที่สุดระบบหนึ่งในระดับสากลอย่างต่อเนื่องต่อไป
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/689850215925549
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 02/12/2022 6:28 pm    Post subject: Reply with quote

กทม.ส่งหนังสือถึง BTS ขอความร่วมมือทบทวน-ชะลอขึ้นค่าโดยสาร
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:22 น.
ปรับปรุง: วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:22 น.

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผย กทม. ขอความร่วมมือ BTSC ทบทวนและชะลอขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า ห่วงเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

วันนี้ (2 ธ.ค.) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (BTSC) แจ้งขอปรับขึ้นค่าโดยสาร ว่า กรุงเทพมหานครได้พิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันนี้แล้วเห็นว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อประชาชน และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเดินทางเป็นอย่างมาก ประกอบกับบริษัทฯ ยังมีรายได้ทางอื่นซึ่งนอกเหนือจากรายได้จากค่าโดยสารเพื่อมาชดเชย อาทิ รายได้จากการประกอบพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋ว รายได้จากการโฆษณา รายได้จากการอนุญาตให้เอกชนก่อสร้างทางยกระดับเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีและอาคารบุคคลภายนอก ซึ่งรายได้ดังกล่าวสามารถนำมาช่วยสนับสนุนรายจ่ายจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีหนังสือขอความร่วมมือให้บริษัทฯ ทบทวนและชะลอการปรับ “ค่าโดยสารที่เรียกเก็บ” ออกไปก่อน

ทั้งนี้ บริษัท BTSC ได้แจ้งการขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นการขอปรับขึ้น “ค่าโดยสารที่เรียกเก็บ” ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดตามสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนระหว่าง กรุงเทพมหานครกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (สัญญาสัมปทานฯ) ข้อ 13.2 ได้ระบุว่าค่าโดยสารที่เรียกเก็บ จะต้องไม่เกินไปกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้ ซึ่งบริษัทฯ จะต้องแจ้งให้ กทม. และประชาชนทั่วไปทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงค่าโดยสารที่เรียกเก็บล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่ค่าโดยสารใหม่จะมีผลบังคับใช้ โดยเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้เมื่อเดือนเมษายน 2565 อยู่ที่ 21.52 – 64.53 บาท

อนึ่ง บริษัท BTSC ได้เคยมีหนังสือแจ้งกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารจาก 16-44 บาทเป็น 17-47 บาท ซึ่งการขอปรับค่าโดยสารดังกล่าวไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุด แต่กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้ขอให้บริษัทฯ ชะลอการปรับค่าโดยสารออกไปก่อน โดยขอให้บริษัทคำนึงถึงความเดือดร้อนและภาระของประชาชนโดยรวม และขอให้ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการขอปรับ “ค่าโดยสารที่เรียกเก็บ”

ต่อมาบริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งกรุงเทพมหานครอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2565 ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นว่าบริษัทฯ มีรายจ่ายจากการดำเนินโครงการที่เพิ่มสูงขึ้นและได้หารือกับผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (กองทุนฯ) และมีความเห็นตรงกันว่า เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน บริษัทฯ จึงยินดีที่จะชะลอการปรับ “ค่าโดยสารที่เรียกเก็บ” ไปจนถึงสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และจะบังคับใช้อัตรา “ค่าโดยสารที่เรียกเก็บ” ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ซึ่งค่าโดยสารใหม่ที่จะเรียกเก็บนั้นอยู่ในอัตรา 17-47 บาท ซึ่งไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้ตามสัญญาสัมปทาน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 39619
Location: NECTEC

PostPosted: 02/12/2022 7:14 pm    Post subject: Reply with quote

นครชัยแอร์จัดรถรับ-ส่งฟรี รถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต เริ่มวันนี้ เช็กเวลาที่นี่
ข่าวรอบวัน
วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12:33 น.



“นครชัยแอร์” จัดรถรับ-ส่งฟรี รถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ออกทุก 20 นาที เริ่มวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้บริการให้ได้รับความสะดวกปลอดภัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

วันที่ 2 ธันวาคม 2565 มติชน รายงานว่า นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธาน บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า นครชัยแอร์ได้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถโดยสารสาธารณะประจำทางเป็นระยะเวลา 36 ปี ตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน มีรถให้บริการจำนวน 39 เส้นทาง ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศิริราช-รามา ผนึกบิ๊กค้าปลีก เปิดศูนย์แพทย์เซ็นทรัล-โลตัส
ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ธันวาคม 2565 (อัพเดต)
ก.อ.มีมติ ให้อัยการ ชัยณรงค์ ออกจากราชการ เอี่ยวคดีบอส อยู่วิทยา
ADVERTISEMENT


เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้บริการ ที่ประสงค์เดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ให้ได้รับความสะดวกปลอดภัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งได้จัดรถ NCA Shuttle Bus ให้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2565

โดยลูกค้าสามารถขึ้นรถได้ บริเวณลานจอดรถบีทีเอส หมอชิต (สถานีรถไฟฟ้า ทางออกหมายเลข 2) เพื่อเดินทางไปยังสถานีเดินรถนครชัยแอร์ กรุงเทพฯ (ถ.กำแพงเพชร) โดยให้บริการทุกวัน ใน 2 ช่วงเวลา โดยรถจะออกทุก 20 นาที ได้แก่

ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.15-09.15 น.
ช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 16.15-20.45 น.
สำหรับลูกค้าที่เดินทางด้วยรถโดยสารนครชัยแอร์ จากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ สามารถขึ้นรถจากสถานีเดินรถนครชัยแอร์ กรุงเทพฯ ไปยังสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ณ บริเวณชานชาลาขาเข้า ให้บริการทุกวันเช่นกัน ใน 2 ช่วงเวลา (โดยรถจะออกจากสถานีทุก 20 นาที) ได้แก่


ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น.
ช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 16.00-20.30 น.
นางเครือวัลย์กล่าวว่า นครชัยแอร์มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ให้บริการลูกค้าด้วยรถโดยสารคุณภาพตลอด 36 ปี ในปีนี้นครชัยแอร์ได้พัฒนาตัวรถให้มีความปลอดภัย สะดวกสบาย และเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ด้วยการนำรถโดยสารโฉมใหม่ มาตรฐาน Gold Class รุ่น Social Distancing V.2 มาทดแทนรถโดยสารรุ่นเดิม ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-แพร่, กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ และกรุงเทพฯ-ขอนแก่น รวมจำนวน 16 คัน โดยจะให้บริการครบทุกคันภายในปี 2565


อีกทั้งยังคงมุ่งหน้าพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งด้านตัวรถ และพนักงานขับรถ ให้มีมาตรฐานระดับสากลเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย ทุกการเดินทาง สำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางกับนครชัยแอร์ สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ 120 วัน ทุกเส้นทาง
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 145, 146, 147  Next
Page 146 of 147

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test