RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai.Com

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:309081
ทั่วไป:12215454
ทั้งหมด:12524535
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 146, 147, 148, 149  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38883
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 03/12/2022 7:44 am    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
กทม.ส่งหนังสือถึง BTS ขอความร่วมมือทบทวน-ชะลอขึ้นค่าโดยสาร
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:22 น.
ปรับปรุง: วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:22 น.

ได้แค่วอนBTSชะลอค่ารถ
Source - ไทยโพสต์
Saturday, December 03, 2022 03:58

เสาชิงช้า * กทม.ทำหนังสือวอน "บีทีเอสซี" ชะลอปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าอีกครั้ง บอกเอกชนมีรายได้ทดแทนอีกเยอะ ทั้งค่าโฆษณา ค่าเช่าพื้นที่ เปิดข้อมูล BTSC เคยทำหนัง สือมาแล้วตั้งแต่ ส.ค. แต่ถูกเบรกไปแล้วรอบหนึ่ง

เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม ยังมีความต่อเนื่องจากกรณีบริษัท ระบบขนส่งมวล ชนกรุงเทพ จำกัด (BTSC) ประกาศขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสในเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร จำนวน 24 สถานี ได้แก่ สายสุขุมวิท สถานีหมอชิตสถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสินรวมถึงส่วนต่อขยายสายสีลม สถานีกรุงธนบุรีและสถานีวงเวียนใหญ่ จากราคา 16-44 บาท ปรับเป็น 17-47 บาท ซึ่งยังไม่เกินอัตราค่าโดยสารสูงสุดตามสัญญาสัมปทาน ที่อยู่ในระดับ 21.52-64.53 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566

โดยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบันนี้แล้วเห็นว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประชาชน และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเดินทางเป็นอย่างมาก ประกอบกับบริษัทยังมีรายได้ทางอื่นซึ่งนอกเหนือจากรายได้จากค่าโดยสารเพื่อมาชดเชย อาทิ รายได้จากการประกอบพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณชั้นจำหน่ายตั๋ว รายได้จากการโฆษณา รายได้จากการอนุญาตให้เอกชนก่อสร้างทางยกระดับเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีและอาคารบุคคลภายนอก ซึ่งรายได้ดังกล่าวสามารถนำมาช่วยสนับสนุนรายจ่ายจากการดำเนินงานของบริษัทได้ กทม.จึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือให้บริษัททบทวนและชะลอการปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บออกไปก่อน

ทั้งนี้ บริษัท BTSC เคยมีหนังสือแจ้ง กทม.เมื่อ ส.ค.2565 ขอปรับขึ้นค่าโดยสารจาก 16-44 บาทเป็น 17-47 บาทมาแล้ว แต่ กทม.ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าชะลอการปรับค่าโดยสารออกไปก่อน โดยขอให้บริษัทคำนึงถึงความเดือดร้อนและภาระของประชาชนโดยรวม และขอให้ชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการขอปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บ

ต่อมา บริษัทมีหนังสือแจ้ง กทม.อีกครั้งช่วง พ.ย.2565 ถึงเหตุผลและความจำเป็นว่าบริษัทมีรายจ่ายจากการดำเนินโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น และหารือกับผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางราง (บีทีเอสโกรท) มีความเห็นตรงกันว่าเพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน บริษัทจึงยินดีที่จะชะลอการปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บไปจนถึงสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2565 และจะบังคับใช้อัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป ซึ่งค่าโดยสารใหม่ที่จะเรียกเก็บนั้นอยู่ในอัตรา 17-47 บาท ซึ่งไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้ตามสัญญาสัมปทาน

สำหรับการแจ้งการขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า เป็นการขอปรับขึ้นค่าโดยสารที่เรียกเก็บ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดตามสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชนระหว่างกรุงเทพมหานครกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (สัญญาสัมปทานฯ) ข้อ 13.2 ระบุว่า ค่าโดยสารที่เรียกเก็บจะต้องไม่เกินไปกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้ ซึ่งบริษัทจะต้องแจ้งให้ กทม. และประชาชนทั่วไปทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงค่าโดยสารที่เรียกเก็บล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนวันที่ค่าโดยสารใหม่จะมีผลบังคับใช้ โดยเพดานอัตราค่าโดยสารขั้นสูงสุดที่อาจเรียกเก็บได้เมื่อเดือน เม.ย.2565 อยู่ที่ 21.52-64.53 บาท.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 3 ธ.ค. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 06/12/2022 11:27 am    Post subject: Reply with quote

รถไฟฟ้าสีทอง ปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท เป็น 16 บาทตลอดสาย

เศรษฐกิจ-ยานยนต์
วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10:18 น.

รถไฟฟ้าสายสีทอง ปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท จาก 15 เป็น 16 บาท ตลอดสาย เริ่ม 1 ม.ค. 66 ชี้เป็นไปตามแผนการบริหารโครงการ ผู้สูงอายุยังราคาเดิม 8 บาท


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โพสต์ข้อความแจ้งว่า บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน) ขอแจ้งปรับอัตราค่าโดยสารจากราคา 15 บาทตลอดสาย ปรับเป็น 16 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 66 ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารโครงการ


ในส่วนของอัตราค่าโดยสารลดหย่อน ยังเป็นอัตราเดิม 8 บาทตลอดสาย สำหรับผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้โดยสารทหารผ่านศึกตามกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยยกเว้นค่าโดยสารสำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร และคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ..
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 38883
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 07/12/2022 7:47 am    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
รถไฟฟ้าสีทอง ปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาท เป็น 16 บาทตลอดสาย
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10:18 น.

"กรุงเทพธนาคม" ขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีทอง 1 ม.ค.นี้ l ย่อโลกเศรษฐกิจ 6 ธ.ค.65
TNN Online
Dec 6, 2022

กรุงเทพธนาคม ประกาศเตรียมปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีทองอีก 1 บาทต่อเที่ยว ขณะที่รถไฟฟ้า BTS ก็ประกาศขึ้นราคาสูงสุด 3 บาทต่อเที่ยว เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2566


https://www.youtube.com/watch?v=3lqDzuf1mKw
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 08/12/2022 10:11 pm    Post subject: Reply with quote

กมธ.คมนาคม จ่อถก BTS เหตุขึ้นค่าโดยสาร “รถไฟฟ้าสายสีเขียว”
หน้าเศรษฐกิจ-ธุรกิจ
เศรษฐกิจ
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:08 น.

กมธ.คมนาคม เล็งถก BTS แจงสาเหตุปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว หวั่นซ้ำเติมภาระค่าครองชีพประชาชน ฟากคมนาคมซัดกมธ.เมินเรียก BEM แจงเหตุขึ้นค่าทางด่วน-สายสีน้ำเงิน-สายสีม่วง กระทบต้นทุนราคาสินค้าพุ่งต่อเนื่อง

รายงานจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า วันนี้ ( 8 ธ.ค.65) กรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และอดีต รมว.คมนาคม เป็นประธาน ได้มีการประชุมกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาญัตติการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า สายสีเขียว ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือ BTSC ที่จะปรับขึ้นตั้งแต่ 1-3 บาทต่อสถานีจาก 16-44 บาทเป็น 17-47 บาทตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.66 โดยอ้างว่า ทางกรรมาธิการได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชน ทางกมธ.จึงได้เชิญผู้บริหารของ BTSC เข้าชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการปรับเพิ่มค่าโดยสารครั้งนี้อย่างเร่งด่วน



แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้ตั้งข้อสังเกตต่อการที่กมธ.คมนาคมได้เรียกผู้บริหารบีทีเอสมาชี้แจงกรณีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารในครั้งนี้ว่า แม้จะอ้างว่าเพราะได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้บริการที่เห็นว่า เป็นการฉวยโอกาสปรับขึ้นในช่วงที่ประชาชนแบกภาระค่าครองชีพที่สูงอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความเดือดร้อนในวงกว้าง



“เป็นที่น่าสังเกตว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าในครั้งนี้ ไม่ได้ปรับขึ้นแต่เฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียว 2 สายหลักของบีทีเอสเท่านั้น ในส่วนของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)ให้บริการอยู่ ก็มีการปรับขึ้น 1 บาทต่อสถานี ในสถานีที่ 6,9,11 และสถานที่ 12 เป็นต้นไป ซึ่งแม้จะปรับขึ้นน้อยกว่า BTS แต่ส่วนหนึ่งมาจาก MRT มีการปรับอัตราค่าโดยสารในทุก 2 ปี ทำให้ไม่รู้สึกว่ามีการปรับขึ้นค่าโดยสารแบบก้าวกระโดด ขณะที่ BTS ไม่ได้มีการปรับค่าโดยสารมากว่า 5 ปีแล้ว”



แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา BEM ได้ปรับขึ้นค่าทางด่วนพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบ โดยปรับขึ้นค่าผ่าทางรถยนต์4ล้อจาก 50 เป็น 65 บาทหรือปรับขึ้น 25 บาท รถ 6-10 ล้อจาก 80 บาทเป็น 105 บาท และมากกว่า 10 ล้อจาก 115 บาทเป็น 150 บาทหรือเฉลี่ยปรับขึ้น 30% นับตั้งแต่ 15 ธ.ค.2564 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ มีการปรับตัวตามขึ้นมาเป็นลูกโซ่ แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ทางกมธ.คมนาคม กลับไม่เคยมีการเรียก BEM เข้าชี้แจงเหตุผลในการปรับขึ้นค่าผ่านทางด่วนที่ว่านี้แต่อย่างใด



ขณะเดียวกันความพยายามของหลากหลายหน่วยงานในการยื่นมือเข้ามาเบรกการปรับอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานว่า อยากให้ทุกฝ่ายได้ย้อนกลับไปพิจารณาบทเรียนจากการที่รัฐบาลสอดมือเข้าไปกระตุกเบรกไม่อนุมัติให้มีการปรับค่าผ่านทางตามสัญญากรณี "ดอนเมืองโทลล์เวย์" ในช่วงปี 2542 และ 2547 ซึ่งในสัญญาสัมปทานนั้น บริษัทจะต้องปรับอัตราค่าผ่านทางในทุก 5 ปี โดยในช่วงปี 2542 ต้องปรับค่าผ่านทาง 55 บาทตลอดสายสำหรับรถ 4 ล้อ 65 บาท สำหรับรถ 6 ล้อขึ้นไป แต่รัฐบาลขณะนั้น ไม่อนุมัติให้ปรับค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทานเช่นเดียวกับปี 2547 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (17 ก.พ. 44-11 มี.ค.48) ที่ต้องปรับค่าผ่านทางขึ้นเป็น 70 บาทจนถึง 100 บาทตลอดสาย แต่รัฐบาลก็ไม่อนุมัติให้ปรับค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทาน ทั้งยังขอให้ดอนเมืองโทลล์เวย์เก็บค่าผ่านทาง 20 บาทตลอดสายสำหรับรถ 4 ล้อ และ 50 บาทสำหรับรถ 6 ล้อขึ้นไปเสียอีกก่อนจะมีการปรับอัตราค่าผ่านทางในช่วงปี 2550-2552 ขึ้นมาเป็น 35 บาทสำหรับรถ 4 ล้อ และ65 บาท สำหรับรถ 6 ล้อขึ้นไป


นอกจากนี้การที่รัฐเข้ามาแทรกแซงการปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางข้างต้น กลายมาเป็นมูลเหตุให้บริษัทนำเรื่องขึ้นร้องต่อศาลปกครอง และนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการเพื่อเรียกร้องให้รัฐชดเชยความเสียหายหลายระลอกจนนำมาซึ่งการแก้ไขสัญญาสัมปทานและรัฐต้องยอมขยายสัญญาสัมปทานให้แก่บริษัทออกไปถึง 13 ปี เป็นสิ้นสุดในปี 2577 และขยายฐานค่าผ่านทางช่วงดินแดง–ดอนเมือง จาก 20–100 บาท ช่วงดอนเมือง–อนุสรณ์สถาน 15–45 บาท พร้อมอนุมัติกรอบการปรับอัตราค่าผ่านทางล่วงหน้าโดยไม่ต้องขออนุมัติจาก ครม.



อย่างไรก็ตามผลพวงจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 3 เมื่อปี 12 ก.ย.2550 ทำให้รัฐบาลในชุดต่อ ๆ มา ไม่กล้าเบรกการปรับอัตราค่าผ่านทางของโครงการนี้จนปัจจุบัน หวั่นเสียค่าโง่ ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้บริษัทฟ้องร้องขอขยายสัญญาสัมปทานอีก
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 09/12/2022 1:18 am    Post subject: Reply with quote

บีทีเอส กรุ๊ปฯ เปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี “Hop On BTS” ร่วมลดโลกร้อน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:29 น.
ปรับปรุง: วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:29 น.

บีทีเอส กรุ๊ปฯ เปิดตัวแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี “Hop On BTS” ขอบคุณผู้โดยสารที่มีส่วนร่วมลดโลกร้อน แปลงโฉมขบวนรถไฟฟ้าให้กลายเป็นพื้นที่สื่อสาร สร้างการรับรู้

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ณ รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีหมอชิต นายรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ นายดาเนียล รอสส์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการลงทุน และหัวหน้าฝ่ายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน นางสาวนริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร และนายจุฑาพัฒน์ ปิติปภาดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี “Hop On BTS” ขอบคุณผู้โดยสารที่มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน จากการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมสร้างการรับรู้ และเชิญชวนทุกคนให้หันมาใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อโลก โดยได้แปลงโฉมขบวนรถไฟฟ้าให้กลายเป็นพื้นที่สื่อสาร สร้างความตระหนักรู้ ตลอดเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้ จากการดำเนินงาน และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด ตั้งแต่เปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในปี 2542 รวมระยะเวลา 23 ปี ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่านได้มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโลกร้อนไปแล้วกว่า 1.9 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ถึง 200 ล้านต้นใน 1 ปี

นอกจากนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังได้จัดทำกลยุทธ์ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตั้งเป้าหมายที่จะคงสถานะการเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral รวมถึงมุ่งมั่นจะใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและมีการกำหนดให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนอย่างน้อยร้อยละ 10 ของการดำเนินงานอีกด้วย
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 13/12/2022 9:18 pm    Post subject: Reply with quote

รถไฟฟ้า BTS ขึ้นค่าตั๋วเป็น 17 – 47 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 66 จริงหรือ ?
หน้าอสังหาริมทรัพย์
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 14:59 น.

รถไฟฟ้า BTS ประกาศขึ้นค่าตั๋วรถไฟฟ้าเป็น 17 – 47 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 66 จริงหรือ? ตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมดได้ที่นี่
วันที่ 12 ธันวาคม 2565 ตามที่มีข้อมูลในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องรถไฟฟ้า BTS ประกาศขึ้นค่าตั๋วรถไฟฟ้าเป็น 17 – 47 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 66 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง



บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 บริษัท ฯ จะปรับราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอสในเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร 24 สถานี ได้แก่

สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต –สถานีอ่อนนุช
และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน
รวมถึงส่วนต่อขยายสายสีลม สถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่
จากราคา 16 – 44 บาท ปรับเป็น 17 – 47 บาท
ทั้งนี้ การปรับราคา ค่าโดยสารใหม่นั้น ยังต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารสูงสุดตามสัญญาสัมปทานซึ่งอยู่ในอัตรา 21.52 – 64.53 บาท


บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมาตั้งแต่ปี 2542 เป็นเวลา 23 ปี มีการปรับราคาเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น โดยการปรับราคาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ปรับจาก 15 – 42 บาท เป็น 16 – 44 บาท จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผ่านมากว่า 5 ปีแล้วที่บริษัทฯ ยังไม่ได้มีการปรับราคาค่าโดยสารพื้นฐานที่เรียกเก็บโดยสัญญาสัมปทานกำหนดให้บริษัทฯ สามารถปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บได้ทุก ๆ 18 เดือน โดยไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสารสูงสุด



แต่เนื่องจากบริษัทฯ ได้คำนึงถึงผลกระทบของประชาชนจึงได้มีการชะลอการ ปรับอัตราค่าโดยสาร อย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผลกระทบจากสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ราคาต้นทุนสินค้า โดยเฉพาะด้านพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้น อัตราค่าจ้างแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอีกทั้งบริษัทฯ ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น ค่าซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ที่มีจำนวนรถไฟฟ้าให้บริการสูงสุดถึง 98 ขบวน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้พยายามตรึงราคาค่าโดยสารมาโดยตลอด



สำหรับผู้โดยสารที่ใช้ บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) บัตรแรบบิทบุคคลทั่วไป (Adult) บัตรแรบบิทนักเรียน นักศึกษา (Student) จะคิดอัตราเดิมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 และจะเริ่มคิดอัตราค่าโดยสารใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ส่วนบัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ (Senior) จะยังคงได้รับส่วนลด 50% ของอัตราค่าโดยสารปกติ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบไม่จำกัดเที่ยว และระยะทางต่อวัน สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภทหนึ่งวัน (One-Day Pass) ในราคา 150 บาท


นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น โปรโมชั่นสะสมพอยท์จากการเดินทางเพื่อแลกเที่ยวฟรี (“บีทีเอส ชาเลนจ์”) นับตั้งแต่ออกโปรโมชั่น เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึงปัจจุบัน มีผู้โดยสารแลกเที่ยวฟรีแล้วกว่า 4 ล้านเที่ยว และบริษัท ฯ ยังคงมอบความคุ้มค่าแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องกับโปรโมชั่นบีทีเอส ชาเลนจ์ โดยจะเริ่มโปรโมชั่นปีที่ 2 เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566 ยิ่งเดินทางมาก ยิ่งได้พอยท์มาก แลกเที่ยวฟรีได้ไม่จำกัด พิเศษ 3 เดือนแรก 1 มกราคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566 ผู้โดยสารรับโบนัสพอยท์เพิ่มจากการเดินทางเพื่อนำไปแลกเที่ยวฟรี ซึ่งจะช่วยให้ค่าโดยสารเฉลี่ยที่จ่ายมีอัตราใกล้เคียงกับอัตราค่าโดยสารเดิม.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 15/12/2022 1:20 am    Post subject: Reply with quote

ฉลองคืนข้ามปี! "บีทีเอส-สายสีทอง" ขยายวิ่งบริการถึงตี 2
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:05 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:05 น.


รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว-สายสีทอง ขยายเวลาให้บริการถึงตี 2 มอบความสุข ฉลองข้ามปีใหม่ 2566 ส่วนจุดจอดแล้วจรหมอชิต เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2566 บริษัทฯ ได้ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.), บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ร่วมเฉลิมฉลองส่งมอบความสุขในคืนเคานต์ดาวน์ โดยขยายเวลาให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิท และสายสีลม รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีทอง ในคืนวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงเวลา 02.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2566


ทั้งนี้ จะมีรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายออกจากสถานีสยามไปทุกสถานี ในเวลา 02.00 น. สำหรับบริเวณจุดจอดแล้วจรหมอชิตจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่เดินทางไปร่วมกิจกรรม สังสรรค์ หรือชมแสงสีในคืนแห่งความสุข ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส

บีทีเอสขอร่วมเฉลิมฉลองนับถอยหลังปีใหม่ไปกับผู้โดยสารทุกท่าน โดยการแนะนำสถานที่เคานต์ดาวน์ยอดนิยมตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส

ที่แรกคือ บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งไฮไลต์ในปีนี้คือ ต้นคริสต์มาสยักษ์ ที่มีขนาดสูงกว่า 40 เมตร เป็นแลนด์มาร์กให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ถ่ายรูปเช็กอิน ผู้โดยสารสามารถลงสถานีชิดลม ทางออกที่ 6 และเดินมาตามทางเชื่อม (Skywalk) เพื่อเข้าห้างสรรพสินค้าฯ



ไอคอนสยาม ซึ่งปีนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เนรมิตทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการแสดงพลุรักษ์โลกความยาว 1,400 เมตร จำนวนกว่า 30,000 ดอก พร้อมไฮไลต์มหกรรมความบันเทิงจากศิลปินระดับโลก และศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย ผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีทอง ลงสถานีเจริญนคร ทางออก 2 สามารถเดินเข้าไอคอนสยาม หรือลงสถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 สามารถเดินเท้าต่อมายังท่าเรือสาทร จะมีบริการเรือรับ-ส่งฟรี (Shuttle Boat) มายังไอคอนสยาม ตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น.

หรือจะสวดมนต์ข้ามปี ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ตามแนววิถีไทย วิถีพุทธ ลงที่สถานีช้างเอราวัณ ทางออก 1 และเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร เพื่อเข้าพิพิธภัณฑ์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ขอแนะนำบัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสประเภท 1 วัน (One-Day Pass) เดินทางแบบไม่จำกัดเที่ยว และระยะทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้บริการ และประหยัดค่าเดินทาง โดยบัตรดังกล่าวจะมีการขยายอายุการใช้งานจนถึงเวลา 02.00 น.


นายสุรพงษ์กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงรักษามาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตรวจสอบสัมภาระ และห้ามนำวัตถุอันตรายเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ได้แก่ อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิด รวมถึงวัตถุที่จะก่อให้เกิดประกายไฟ และได้เพิ่มเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารตลอดเวลา ที่ให้บริการทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยมอนิเตอร์ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาล และเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร

ด้านมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ ยังคงฉีดพ่นน้ำยา และเช็ดทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วมภายในสถานี และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านสวมหน้ากากอนามั ระหว่างโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ “Biozone” ภายในขบวนรถไฟฟ้า เพิ่มอากาศสะอาด บริสุทธิ์ ทุกการเดินทางแก่ผู้โดยสาร

“ค่ำคืนส่งท้ายปี รถไฟฟ้าบีทีเอส และพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมที่จะทำหน้าที่ส่งความสุขให้ผู้โดยสารทุกๆ ท่านเดินทางข้ามปี 2565 ไปสู่ปี 2566 อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย” นายสุรพงษ์กล่าว
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 15/12/2022 1:17 pm    Post subject: Reply with quote

4.6 หมื่นล้าน หนี้ “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” ที่ถูกเมิน
หน้าเศรษฐกิจ-ธุรกิจ เศรษฐกิจ
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 8:19 น.

ดร.สามารถ แนะภาครัฐเร่งแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว 4.6 หมื่นล้านบาท หลังบีทีเอสแบกหนี้อ่วมนานกว่า 3 ปี หวั่นเอกชนเสียโอกาสร่วมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและ ท่าอากาศยาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า แม้ว่า BTSC จะออกมาทวงหนี้หลายครั้งด้วยสารพัดวิธี แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่จะได้เงินคืนยังริบหรี่ คงไม่มีผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้ารายใดในโลกที่อดทนให้บริการโดยไม่ได้รับค่าจ้างมานานกว่า 3 ปีแล้ว การให้บริการผู้โดยสารเป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐ แล้วทำไมจึงปล่อยให้ภาคเอกชนที่รับจ้างทำหน้าที่แทนภาครัฐเคว้งคว้าง อย่างไร้อนาคตเช่นนี้



1. ถึงเวลานี้ BTSC เป็นเจ้าหนี้เท่าไหร่
บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ยังไม่ได้รับค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประมาณ 46,000 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) ในส่วนของค่าจ้างเดินรถนั้น BTSC ไม่ได้รับค่าจ้างมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม BTSC ยังคงให้บริการเดินรถตลอดมาทุกวัน ไม่มีวันหยุด แม้ไม่ได้รับค่าจ้างก็ตาม



2. กทม. ในฐานะลูกหนี้แก้ปัญหานี้อย่างไร
ผู้ว่าฯ กทม. มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ขอให้รัฐบาลช่วยชำระค่างานโยธา (ที่รับโอนมาจาก รฟม.) และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-คูคต) รวมทั้งค่าจ้างเดินรถค้างจ่ายแทน กทม.



ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ กทม. ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถค้างจ่ายทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 และที่ 2 ถึงเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นเงิน 11,755 ล้านบาท แต่ กทม. ยังไม่ชำระ โดยได้อุทธรณ์มูลค่าหนี้ต่อศาลปกครองสูงสุด



3. มหาดไทยในฐานะผู้กำกับดูแล กทม. ว่ายังไง
หลังจาก กทม. มีผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอทราบแนวทางการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเสนอ ครม. ต่อไป

4.6 หมื่นล้าน หนี้ “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” ที่ถูกเมิน

เหตุที่ มท. 1 ขอความเห็นจากผู้ว่าฯ กทม. ก็เพราะว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 ผู้ว่าฯ กทม. (ในขณะนั้น) ได้มีหนังสือถึง มท. 1 ขอความเห็นชอบให้ขยายสัมปทานให้ BTSC เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2572-2602 โดยมีเงื่อนไขให้ BTSC แบกภาระหนี้สินทั้งหมดที่ กทม. มีอยู่กับ BTSC และ รฟม. พร้อมกับแบ่งรายได้ให้ กทม. ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท อีกทั้ง กำหนดให้ BTSC เก็บค่าโดยสารในอัตรา 15-65 บาท (สูงสุดไม่เกิน 65 บาท)



แต่หลังจากที่ มท. 1 ได้รับหนังสือตอบจากผู้ว่าฯ กทม. แล้ว มท.1 ยังไม่ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ ครม. พิจารณา ผมเห็นว่า มท.1 มีข้อมูลครบถ้วนพร้อมที่จะตัดสินใจได้แล้วว่าจะแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างไร จะชำระหนี้หรือขยายสัมปทานแทนหนี้ มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น ไม่มีประโยชน์ที่จะปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป ถ้าไม่ตัดสินใจในวันนี้ก็ต้องตัดสินใจในวันหน้า คนตัดสินใจในวันหน้าถ้าไม่ใช่ท่าน เขาก็จะตำหนิท่านได้ว่าปล่อยให้หนี้พอกหางหมู ไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง



4. นายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ให้กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งให้แก้ปัญหาการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อให้เดินรถได้ต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เมื่อคณะกรรมการฯ ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ภาระหน้าที่จึงตกอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ด้วยเหตุนี้ ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จึงควรเร่งรัดการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย



ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ก็เป็นผู้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 42/2559 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2559 ให้คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ แก้ปัญหาการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพื่อให้เดินรถได้ต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งในที่สุด ได้มีการลงนามขยายสัมปทานให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในปี 2560



ดังนั้นหากกระทรวงมหาดไทยเสนอแนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลน่าจะมีข้อมูลพร้อมที่จะตัดสินใจได้ว่าจะชำระหนี้หรือขยายสัมปทานแทนหนี้ให้ BTS



อย่างไรก็ตามทั้งท่านนายกฯ และท่าน มท. 1 มีข้อมูลพร้อมแล้วที่จะตัดสินใจแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว การตัดสินใจเร็วเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การลังเลจะทำให้เอกชนไม่มั่นใจที่จะมาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐโดยเฉพาะเอกชนจากต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย และที่สำคัญ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ทั้ง 2 ท่าน จะต้องตัดสินใจ อย่าเมินหน้าหนีหนี้อีกเลย
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 15/12/2022 6:55 pm    Post subject: Reply with quote

“บีทีเอส” จับมือ "วิศวะมหิดล" ร่วมวิจัยนวัตกรรมระบบราง เพิ่มศักยภาพบุคลากร
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:04 น.
ปรับปรุง: วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:04 น.



บีทีเอสผนึกความร่วมมือ "วิศวะมหิดล" พัฒนาการศึกษาวิจัยนวัตกรรมระบบราง เสริมศักยภาพบุคลากร พัฒนาวิศวกรคนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมขนส่งระบบราง

วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ณ โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าบีทีเอส คูคต นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC และ รองศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันบูรณาการความร่วมมือครอบคลุม
ด้านการศึกษา ด้านการวิจัยพัฒนา ด้านการฝึกงานของนักศึกษา เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของประเทศไทย และสร้างความยั่งยืนให้ระบบรางของประเทศต่อไป



นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีที่ผ่านมารถไฟฟ้าบีทีเอสนับเป็นระบบขนส่งมวลชนที่นอกจากให้บริการที่สะดวกสบาย และมีคุณภาพด้วยมาตรฐานสากล เป็นผู้นำในการให้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ทันสมัย รวดเร็ว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ ด้วยความเป็นเลิศในการให้บริการแล้ว

เรายังให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมพัฒนาความก้าวหน้าทางวิศวกรรมขนส่งระบบราง และศักยภาพของบุคลากรคนรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง สอดคล้องกับแนวนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง และ Smart City ของประเทศไทย



รองศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล มีวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น World-Class Engineering และปัจจุบันได้รับการประเมินคุณภาพการศึกษามาตรฐานโลกจาก Accreditation Board for Engineering and Technology หรือ ABET แห่งสหรัฐอเมริกา

ความร่วมมือของสององค์กร ระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับบีทีเอสในครั้งนี้ มีขอบเขตความร่วมมือกิจกรรมที่จะทำร่วมกันเพื่อประโยชน์แก่การพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง วิศวกรรมระบบขนส่งทางราง สังคมและเศรษฐกิจของไทย ดังนี้



1. การสนับสนุนวิชาการ แลกเปลี่ยนแบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้เทคโนโลยี เพื่อเป็นข้อมูลการสอน และการวิจัยแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

2. การวิจัยและห้องปฏิบัติการ วิศวะมหิดล และบริษัทฯ ยินดีที่จะทำวิจัยด้านระบบขนส่งทางรางร่วมกัน พัฒนากรณีศึกษา และแบ่งปันสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องปฏิบัติการร่วมกัน


3. โครงการฝึกงานและฝึกภาคปฏิบัติ จะจัดกิจกรรมฝึกงาน และฝึกปฏิบัติสำหรับนักศึกษาวิศวะมหิดล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยให้ก้าวหน้า

4. กิจกรรมอื่นๆ จะร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาวิศวกรคนรุ่นใหม่และอุตสาหกรรมขนส่งระบบราง
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40035
Location: NECTEC

PostPosted: 20/12/2022 11:23 am    Post subject: Reply with quote

“ชัชชาติ” คาดกทม.แบกหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่วม 8.5 หมื่นล้าน
หน้าเศรษฐกิจ-ธุรกิจ เศรษฐกิจ
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10:57 น.

“ชัชชาติ” เผย กทม.เตรียมแบกหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่วม 8.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 73-84 หลังผู้บริหารคนเก่าทำสัญญาว่าจ้างเอกชนเดินรถไฟฟ้าล่วงหน้า หวั่นขาดทุน 7 พันล้านบาทต่อปี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายในงาน 3 มุมมองของผู้บริหารองค์กร ในหัวข้อ ‘ความยั่งยืน 3 มุมมอง... SURVIVE or SUSTAIN’ ซึ่งจัดโดยสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถึงกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า สำหรับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และสะพานตากสิน-สนามกีฬาแห่งชาติ จะสิ้นสุดลงในปี 2572 และกลับมาเป็นของ กทม. ในปี 2573 แต่เนื่องจากในปี 2555 ผู้บริหาร กทม.ในอดีต ได้ทำสัญญาว่าจ้างเอกชนเดินรถไฟฟ้าล่วงหน้า โดยทำสัญญาจ้างเดินรถตั้งแต่ปี 2573-2585 เมื่อรวมกับค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง จ้างเอกชนเดินรถตั้งแต่ปี 2555-2585 และค่าจ้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-คูคต และแบริ่ง-เคหะสมุทรปราการ จ้างเอกชนเดินรถตั้งแต่ปี 2559-2585 แล้ว



ทั้งนี้จากประมาณการณ์ของ กทม. พบว่า ระหว่างปี 2573-2584 กทม.จะมีภาระค่าจ้างเดิน (O&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้ง 3 ส่วน คือ ส่วนหลัก ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 รวมแล้ว 2.39 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้จากค่าโดยสาร ซึ่งคิดจากค่าเฉลี่ย 30 บาท/เที่ยว และมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารเฉลี่ย 3% ต่อปี จะอยู่ที่ 1.53 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับว่า กทม.ขาดทุนจากการเดินรถรวม 8.57 หมื่นล้านบาท ในช่วง 12 ปี หรือขาดทุนประมาณปีละ 7,000 ล้านบาท



“ในปี 2573-2584 เราจะจ่ายค่าจ้างเดินรถสายสีเขียวทั้งระบบ 239,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 2 หมื่นล้าน แต่กทม. คาดว่าจะเก็บรายได้ค่าตั๋วได้เฉลี่ย 30 บาทต่อเที่ยว และมีผู้โดยสารเติบโตปีละ 3% หรือเพิ่มขึ้น 1 ล้านคนต่อปี หรือทำให้เราจะเก็บค่าโดยสารได้ 153,300 ล้านบาท ดังนั้น เราจึงขาดทุน 8.5 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 7,000 ล้านบาท หากเก็บค่าโดยสารให้มากกว่า 30 บาทต่อเที่ยว เพื่อให้ครอบคลุมค่าจ้างทั้งหมด ผู้โดยสารก็ลดลง” นายชัชชาติ กล่าว

“ชัชชาติ” คาดกทม.แบกหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่วม 8.5 หมื่นล้าน

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และไม่มีใครถูก เพราะเป็นสัญญาที่ทำกันมาแล้ว แต่ประเด็นที่ต้องการสะท้อน คือ นี่เป็นสัญญาในอนาคตที่คนรุ่นใหม่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนผลขาดทุนจากการจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวปีละ 7,000 ล้านบาทดังกล่าว ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับงบด้านสาธารณสุขของ กทม. ปีล่าสุด ซึ่งได้รับจัดสรรงบที่ 6,600 ล้านบาท หรืองบจัดซื้ออาหารเด็กนักเรียนที่ได้รับจัดสรรงบ 3,600 ล้านบาท



“ถามว่าทำอะไรได้ไหม ก็ตอบว่ายาก เพราะสัญญาทำมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ว่า ว่าใครถูกใครผิด แต่ต้องมาแถลงให้พวกเราที่เป็นเจ้าของรู้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะสุดท้ายสิ่งเหล่านี้จะเป็นเงินภาษีที่เราทุกคนต้องร่วมกันจ่าย” นายชัชชาติ กล่าว



นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า การบริหาร กทม. หรือประเทศให้อยู่รอดนั้น ความโปร่งใสสำคัญที่สุด อย่าเพิ่งไปพูดเรื่อง SDG (เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน) หรือเรื่อง BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพราะสำหรับประเทศชาติแล้วเอาความโปร่งใสก่อนเลย ส่วนเอกชนก็ทำ SDG ไป และต้องยอมรับความจริงว่า เรามีปัญตรงนี้ ถ้าไม่โปร่งก็ยากจะยั่งยืน ถ้าไม่ยั่งยืนก็ไม่มีทางอยู่รอด และจะอย่างไรให้ไม่เอาทรัพยากรของอนาคตมาใช้ เพื่อให้เด็กมีสิทธิเลือกอนาคตของตัวเอง
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 146, 147, 148, 149  Next
Page 147 of 149

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test