Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:309181
ทั่วไป:12268373
ทั้งหมด:12577554
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 470, 471, 472 ... 477, 478, 479  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 09/12/2022 6:57 am    Post subject: Reply with quote

สมาร์ตซิตี้มักกะสัน4.2หมื่นล. พัฒนา5โซนสร้างเกตเวย์อีอีซี
Source - กรุงเทพธุรกิจ
Friday, December 09, 2022 04:19

กรุงเทพธุรกิจ สกพอ.เร่งทำแผนผัง ใช้ประโยชน์ที่ดินรอบสถานีมักกะสัน ตั้งเป้าเสร็จใน 1 ปี แบ่งพัฒนา 5 โซน เตรียมส่งมอบให้ "ซีพี" 140 ไร่ พัฒนาโซน A สร้างเมืองอัจฉริยะ พื้นที่มิกซ์ยูส 8 แสนตร.ม.ยึดแนวคิดเกตเวย์ของอีอีซี รฟท.ประเมินมูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท พร้อมวางกรอบสร้างพื้นที่สีเขียวไม่ต่ำกว่า 60% พร้อมพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย

การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่ง (TOD) มักกะสัน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ที่บริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้สิทธิพัฒนาทั้งพื้นที่มักกะสันและศรีราชา โดยขณะนี้อยู่ใน ขั้นตอนการจัดทำไกด์ไลน์เพื่อเป็นแนวทางให้เอกชนพัฒนา

สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เร่งจัดทำร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่องแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (บริเวณ สถานีรถไฟความเร็วสูงมักกะสัน) พ.ศ. ...." เพื่อเป็นไกด์ไลน์การพัฒนาพื้นที่รอบ สถานีมักกะสันให้กับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด นำไปเป็นไกด์ไลน์ ในการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน

นายวรวุฒิ มาลา ที่ปรึกษาพิเศษ สกพอ.ระบุว่า ขณะนี้ สกพอ.ได้เริ่มขั้นตอน รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงหน่วยงานเป็นที่เกี่ยวกับกับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมักกะสัน

ทั้งนี้ สกพอ.จะนำข้อเสนอแนะไปจัดทำ ร่างประกาศเรื่องแผนผังใช้ประโยชน์ที่ดินสถานีมักกะสัน เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ ดังกล่าวให้กับเอกชนคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม สามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) นำไปพัฒนาตามข้อกำหนด ซึ่งโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมักกะสันนี้ ถือเป็นโครงการต้นแบบ ของการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี ไฮสปีดเทรนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กำหนดไว้ 6 พื้นที่ ได้แก่ มักกะสัน บางซื่อ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา และพัทยา

"ตามที่รัฐบาลได้เร่งรัดผลักดัน การพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบโครงการรถไฟ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ภาคตะวันออก ขณะนี้เราจะนำร่องในการศึกษาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ในโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบินใน 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่รอบสถานีมักกะสัน และสถานีศรีราชา"
สร้างเกตเวย์"อีอีซี"

สำหรับการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีมักกะสันนั้น จะดำเนินการพัฒนาในพื้นที่ 140 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ในฐานะ Global Gateway และศูนย์กลางของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นประตูสู่การเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการเดินทาง โดยมี แนวคิดของการพัฒนา ต้องสนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน (Mix-used) ตามหลักการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่ง หรือ TOD สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน (Smart City)

นอกจากนี้ ตามแผนผังเบื้องต้น สกพอ.ได้กำหนดมาตรฐานการใช้ประโยชน์ที่ดิน และกำหนดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและที่ว่างสาธารณะ โดยภายในโครงการจะต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 60% OSR (Open Space Ratio) หรือ พื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม อีกทั้งต้องมี สวนสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะ ไม่น้อยกว่า 78,000 ตารางเมตร การเพิ่มต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 4,000 ต้น ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจน 1,040 ตันต่อปี และดูดซับคาร์บอน 192 ตันต่อปี เพื่อให้เป็นปอดใจกลางกรุงเทพมหานคร

อีกทั้งภายในโครงการพัฒนา รอบสถานีมักกะสันนี้ ยังจะมีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในย่านศูนย์กลางสำหรับประชาชนทั่วไป และผู้มีรายได้น้อย ไม่น้อยกว่า 10,000 หน่วย และมีการบริหารจัดการสาธารณูปโภคอย่างยั่งยืนของประเทศ ต้องวางระบบการจัดการป้องกันน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในโครงการ กักเก็บและหมุนเวียนน้ำใช้ในโครงการไม่น้อยกว่า 19,000 ลบ.ม. ลดภาระระบบระบายน้ำพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ

นายวรวุฒิ กล่าวว่า โมเดลที่ สกพอ. วางไว้ในขณะนี้ ต้องการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมักกะสัน ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยต้องมีพื้นที่ สีเขียว มีแผนบริหารจัดการน้ำและ ระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย มีพื้นที่ประโยชน์สำหรับประชาชนเข้ามาใช้ฟรี และต้องมีการพัฒนาอาคารที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่าท้องตลาด ต้องมีราคาต่ำกว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรของโครงการไม่น้อยกว่า 20% เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในโครงการนี้

แบ่งพัฒนาพื้นที่5โซน

นายมณเฑียร อัตถจรรยา รอง ผู้อำนวยการฝ่ายด้านบริหารโครงการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า แผนผังพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมักกะสัน เบื้องต้น ร.ฟ.ท.แบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ ประกอบด้วย

โซน A พื้นที่ 140 ไร่ จะพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Gateway of EEC เน้นเป็นการพัฒนาโครงการ Commercial แบบผสมผสาน

โซน B จะภายใต้คอนเซ็ปต์ Business and Heritage Park เน้นเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเปิดให้ประชาชน เข้ามาใช้บริการ

โซน C จะพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Energetic Zone ปัจจุบันเป็นพื้นที่ โรงพยาบาลบุรฉัตรก็จะปรับปรุงให้ ทันสมัยมากขึ้น

โซน D จะพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ SRT Museum ปัจจุบันเป็นพื้นที่ โรงซ่อมของ ร.ฟ.ท.ก็จะพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์

โซน E จะพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Business Zone เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้ปัจจุบันมีสัญญาเช่าอยู่ ดังนั้นเป้าหมายในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นโครงการเชิงธุรกิจแบบผสมผสาน

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ในขณะนี้ พบว่า มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่โซน A เป็นส่วนแรก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความพร้อมที่จะส่งมอบให้เอกชน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ ไฮสปีดเทรดมากที่สุด หากเร่งพัฒนา จะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร ทั้งนี้ จากผลการศึกษา ร.ฟ.ท.ประเมินว่าการลงทุนในโครงการนี้ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 42,000 ล้านบาท และมีพื้นที่อาคารไม่น้อยกว่า 8 แสนตารางเมตร

คาดสรุปผัง"มักกะสัน"1ปี

นายสันติชัย สุขราษฎร์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สกพอ. กล่าวว่า ขั้นตอนดำเนินงานหลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้แล้ว สกพอ.จะรวบรวมข้อคิดเห็นนำไปปรับปรุงร่างแผนผัง ดังกล่าว โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าดำเนินการจัดทำร่างแผนผังเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อเตรียมประกาศใช้ โดยแผนผังฉบับนี้จะมีผลบังคังใช้เฉพาะในส่วนของการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีมักกะสันเท่านั้น ส่วนพื้นที่พัฒนา สถานีอื่นๆ สกพอ.จะดำเนินการจัดทำร่าง ให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ใน พื้นที่นั้นๆ

ขณะที่ข้อคิดเห็นของประชาชนที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ส่วนใหญ่มีความกังวลใจต่อการพัฒนาโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ อาทิ การถูกเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม รวมทั้งหากมีการพัฒนาโครงการที่แม้จะมีข้อกำหนดว่าต้องก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่ประชาชนก็มีข้อกังวลว่าราคาที่อยู่อาศัยดังกล่างอาจสูงเกินกว่าที่จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ สกพอ.เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ เปิดโอกาสให้ได้ทำงานในโครงการต่างๆ ที่จะพัฒนาในสถานีมักกะสัน

ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 ธ.ค. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 09/12/2022 8:33 pm    Post subject: Reply with quote

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง งานโยธา ช่วงนวนคร-บ้านโพ
9 ธ.ค. 65

ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ เดือนพฤศจิกายน 2565

https://www.facebook.com/watch?v=483829000550101
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40118
Location: NECTEC

PostPosted: 13/12/2022 10:50 am    Post subject: Reply with quote

งานก่อสร้าง #โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ สระบุรี 📸 Prapun Teangtrong
https://www.facebook.com/TrainBusAirplane/posts/192614253280654
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 13/12/2022 11:43 am    Post subject: Reply with quote

อัพเดทรถไฟความเร็วสูง แก่งคอย-นครราชสีมา เดือนธันวาคม : ชมวิวบรรยากาศยามเช้าที่สวยงาม
Bordin Train Channel
Dec 13, 2022


https://www.youtube.com/watch?v=55hwUZ5UXiQ
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 13/12/2022 3:12 pm    Post subject: Reply with quote

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง งานสัญญาที่3-3 ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง
13 ธ.ค. 65 14:03

อัปเดตภาพความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเดือนพฤศจิกายน

https://www.facebook.com/100075730516124/posts/199410089260007
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 14/12/2022 7:00 am    Post subject: Reply with quote

ต้นปีหน้า! ชงบอร์ด รฟท. เคาะรถไฟไฮสปีด เฟส 2 รวม 13 สัญญา 3 แสนล้าน
เดลินิวส์ 13 ธันวาคม 2565 12:48 น.
เศรษฐกิจ-ยานยนต์

รฟท. เตรียมชงบอร์ด รฟท. เคาะรถไฟไฮสปีด เฟส 2 “นครราชสีมา-หนองคาย” 13 สัญญา 3 แสนล้าน ต้นปีหน้า ลุยประมูลได้ผู้ชนะปลายปี 66 เริ่มก่อสร้างปี 67 เปิดบริการปี 71 นำปัญหางานล่าช้าเฟส 1 มาปรับใช้ ต้นปีหน้าเร่งขับไล่ผู้บุรุก-รื้อย้ายสาธารณูปโภคให้จบ ก่อนเซ็นสัญญา

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะ (เฟส) ที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตร (กม.) วงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และได้ยื่นขอพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ (สผ.) แล้ว คาดว่าจะเสนอโครงการฯ ต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. พิจารณาในเดือน ม.ค.-ก.พ. 66 ก่อนเสนอกระทรวง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป 

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า หากที่ประชุม ครม. เห็นชอบภายในเดือน เม.ย.-พ.ค. 66 คาดว่า รฟท. จะสามารถเริ่มกระบวนการประกวดราคา (ประมูล) และได้ผู้ชนะการประมูล พร้อมลงนามสัญญาภายในปลายปี 66 จากนั้นในปี 67 จะเริ่มงานก่อสร้าง และติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ใช้เวลา 4 ปี โดยงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณจะสามารถเริ่มงานได้ ต้องให้งานโยธาดำเนินการผ่านไปแล้วประมาณ 2-3 ปี ซึ่งตามแผนคาดว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้ประมาณกลางปี 72 แต่กระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้เร่งรัดดำเนินการ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 71 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นโครงการดังกล่าวมีการแบ่งสัญญาออกเป็น 13 สัญญา โดยเป็นงานโยธา 12 สัญญา และงานระบบอาณัติสัญญาณ 1 สัญญา

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า รฟท จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรถไฟไฮสปีด เฟสที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งมีความล่าช้า มาเป็นประสบการณ์ เพื่อให้งานเฟสที่ 2 เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้าเหมือนเฟสที่ 1 โดยสาเหตุของความล่าช้านั้น นอกจากเพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว ประสิทธิภาพของผู้รับจ้างก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานล่าช้า สังเกตได้จากบางสัญญาทำงานได้อย่างรวดเร็วขณะที่บางสัญญาสถานะของงาน คืบหน้าช้ามาก ขณะเดียวกันยังพบปัญหาการเวนคืน และผู้บุกรุก รวมถึงการประท้วง และการรื้อย้ายสาธารณูปโภค

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เบื้องต้นวางแผนไว้ว่า ตั้งแต่ต้นปี 66 จะให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินการเรื่องขับไล่ผู้บุกรุก ซึ่งอยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้าง อาทิ สถานีบัวใหญ่, สถานีขอนแก่น และสถานีอุดรธานี พร้อมทั้งจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูปโภค เพราะเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้โครงการล่าช้ามาก โดยจะต้องดำเนินการให้จบก่อนลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลในช่วงปลายปี 66 ส่วนเรื่องการเวนคืนสำหรับโครงการฯ เฟสที่ 2 คาดว่าจะไม่มีปัญหา เพราะพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของ รฟท. โดยใช้เขตรถไฟเดิมเกือบทั้งหมด มีการเวนคืนพื้นที่น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขา

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า สำหรับโครงการฯ เฟส 2 มีเส้นทางครอบคลุม 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา, จ.ขอนแก่น, จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย แนวเส้นทางตลอดระยะทาง 356 กม. แบ่งเป็น ทางรถไฟระดับพื้นดิน 185 กม. และทางรถไฟยกระดับ 171 กม. มี 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่, สถานีบ้านไผ่, สถานีขอนแก่น, สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย โดยมีสถานีขนถ่ายสินค้า 1 แห่ง บริเวณสถานีรถไฟนาทา จ.หนองคาย รวมทั้งจะก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่เชียงรากน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และสถานีนาทา จ.หนองคาย ส่วนการออกแบบรางมีขนาด 1.435 เมตร โดยรถไฟสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 250 กม. ต่อชั่วโมง (ชม.) ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังหนองคาย ระยะทางรวม 609 กม. ประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40118
Location: NECTEC

PostPosted: 15/12/2022 12:51 am    Post subject: Reply with quote

"กรมราง" ถก "ญี่ปุ่น" เร่งศึกษาลงทุนรถไฟความเร็วสูง "กรุงเทพฯ-เชียงใหม่" จบใน มี.ค. 66
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 14 ธันวาคม 2565 เวลา 14:27 น.
ปรับปรุง: 14 ธันวาคม 2565 เวลา 14:27 น.


กรมรางหารือ MLIT-JICA เร่งสรุปการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงินรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ใน มี.ค. 2566 และขอให้ศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีเพิ่มเติมด้วย

วันที่ 14 ธ.ค. 2565 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นประธานการประชุมหารือด้านเทคนิคโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยมีผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้แทนจากฝ่ายญี่ปุ่น ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น (MLIT) Japan Railway Construction, Transport and Technology Agency (JRTT) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันพิจารณารายงานฉบับกลางของการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงินของโครงการ



นายพิเชฐกล่าวว่า ฝ่ายญี่ปุ่นได้รายงานความเป็นมา วัตถุประสงค์ และการวิเคราะห์ทางการเงิน นับตั้งแต่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA ได้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (Feasibility Study : FS) ในปี พ.ศ. 2560 เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ การลดต้นทุน และการประเมินความต้องการเดินทางอีกครั้ง โดยการวิเคราะห์ทางการเงินจะจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย และใช้สมมติฐานที่เปลี่ยนไป

รวมถึงความก้าวหน้าของการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้มีการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางจราจรที่ใช้ในการศึกษาที่ผ่านมา และการทบทวนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยฝ่ายญี่ปุ่นจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งผลกระทบของการลดการปล่อย CO2 จะถูกนำมารวมอยู่ในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ



โดยฝ่ายญี่ปุ่นนำเสนอกรอบระยะเวลาการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงิน โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2566

ทั้งนี้ กรมรางได้เสนอให้ฝ่ายญี่ปุ่นพิจารณาศึกษาการคาดการณ์ผลตอบแทนเศรษฐกิจเชิงกว้าง (Wider Economic Benefits) จากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง โดยนำกรณีศึกษาการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นแนวทางดำเนินการ เช่น กรณีการพัฒนาพื้นที่บริเวณสถานีมินาโตะมิไร เมืองโยโกฮามา ซึ่งเป็นสถานีที่รถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่าน โดยบริเวณสถานีมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นำมาซึ่งการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวที่นำไปสู่การพัฒนาเมืองใหม่ มาใช้ในการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงินเพื่อเพิ่มความเหมาะสมของโครงการต่อไป


รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เบื้องต้นแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1. เส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กม. วงเงินลงทุนประมาณ 2.12 แสนล้านบาท

2. เส้นทางพิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง 288 กม. วงเงินลงทุนประมาณ 2.32 แสนล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาสรุปรูปแบบการลงทุน
https://www.facebook.com/DRT.OfficialFanpage/posts/454334906890977
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40118
Location: NECTEC

PostPosted: 15/12/2022 11:45 am    Post subject: Reply with quote

ความก้าวหน้ารถไฟด่วนสามสนามบินเดือนตุลาคม 2565:

Click on the image for full size
การเวนคืนที่ดินช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา : 100%
การเวนคืนที่ดินช่วงfดอนเมือง พญาไท : 73.74%

REF: ความก้าวหน้า ประจำเดือน ตุลาคม 2565
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 40118
Location: NECTEC

PostPosted: 16/12/2022 11:04 am    Post subject: Reply with quote

สัญญา 4-4 #ศูนย์ซ่อมบำรุงหลัก (เชียงรากน้อย)
#โครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพ - นครราชสีมา - หนองคาย และ
#โครงการรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ กรุงเทพ - เชียงใหม่
https://www.facebook.com/chatchaysrt/posts/6023208284358175
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 39052
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 17/12/2022 4:47 pm    Post subject: Reply with quote

โปรเจ็กต์EECไฮสปีดเทรนไม่คืบรถไฟเร่งปูทางแจ้งเกิดมักกะสัน
Source - ประชาชาติธุรกิจ
Saturday, December 17, 2022 04:19

แกะรอยเมกะโปรเจ็กต์ EEC ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน "ไม่คืบ" การรถไฟฯชี้ติดหล่ม 3 เงื่อนไขเดิม รอ ครม.ทุบโต๊ะแก้สัญญาร่วมลงทุน ฉบับใหม่ อธิบดีกรมรางยันข่าวลือเอกชนทิ้งสัมปทานไม่เป็นความจริง รัฐเร่งปูทางเคลียร์ที่ดินมักกะสัน-แอร์พอร์ตลิงก์

การแก้สัญญาร่วมลงทุนฉบับใหม่ โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท ซึ่งมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นเจ้าของโครงการ และมี บจ.เอเชีย เอรา วัน (ซี.พี.) เป็นเอกชนผู้รับสัมปทานเป็นระยะเวลา 50 ปี

ซึ่งคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้ประชุมคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สกพอ. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน (เอกชน คู่สัญญา) เพื่อเจรจาหาข้อยุติในร่างสัญญาร่วมกัน เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 นั้น ล่าสุด สัญญาดังกล่าว ยังรอความเห็นและการอนุมัติจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดปัญหา 3 เงื่อนไขเดิม

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรออนุมัติร่างสัญญาฉบับแก้ไขตามที่เคยเป็นข่าวไป

ซึ่งมีสาระสำคัญเรื่องการแก้ไขใน 3 ประเด็น คือ 1.การชำระสิทธิบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ จากเดิม ต้องจ่ายก้อนเดียว 10,671 ล้านบาทนั้น เป็นแบ่งจ่าย 7 งวด โดย 6 งวดแรกนั้น จ่ายงวดละ 1,067.11 ล้านบาท และในงวดที่ 7 จะชำระคืนที่เหลือทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย ด้วยเหตุผลจากผลกระทบต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

2.แก้เงื่อนไขการจ่ายเงินร่วมลงทุน จากเดิมภาครัฐจะจ่ายเงินลงทุนในโครงสร้างงานโยธาของโครงการใน ปีที่ 6-15 เป็นระยะเวลา 10 ปี ตกปีละ 14,965 ล้านบาท เป็นรัฐเริ่มจ่ายในปีที่ 2-8 รวม 7 ปี ปีละ 18,922 ล้านบาท

3.การก่อสร้างงานโยธาในพื้นที่ช่วงทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบินกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่มีระยะทางร่วมทับซ้อนกันระหว่าง "บางซื่อ-ดอนเมือง"

"ขณะนี้อยู่ระหว่างการอนุมัติร่างสัญญาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อรอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบการแก้ไขร่างสัญญาดังกล่าว จากเดิมคาดหมายว่าจะดำเนินงานตามขั้นตอนได้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อให้การแก้สัญญาร่วมลงทุนแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2565 หรือต้น ปี 2566 ก่อนจะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเป็นทางการในเดือนมกราคม 2566"
ขณะที่ ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สำหรับข่าวลือเรื่อง เอกชนที่ได้รับสัมปทานจะทิ้งสัญญานั้น เป็นเพียงข่าวลือ ไม่มีข้อมูลรองรับใด ๆ

เดินหน้าปูทางมักกะสัน

มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ระบุว่า โครงการขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์ที่มีความเกี่ยวเนื่อง ถึงกันโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการส่งมอบพื้นที่บริเวณที่ดินโรงงานมักกะสัน เนื่องจากติดปัญหาลำรางสาธารณะ

ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบตามที่ สกพอ.เสนอ โดยขอความเห็นชอบจาก ครม.ตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 สกพอ. และกรมที่ดินได้ประชุมร่วมกัน โดยกำหนดแนวทางตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่ให้ สกพอ. กรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทย เร่งสรุปปัญหาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับ การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ทั้งนี้ ที่ประชุมระหว่าง สกพอ.และกรมที่ดินเห็นควรเสนอให้มีการแก้ไข หรือทบทวนระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขออนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 กรณีที่ใช้บังคับในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันระเบียบดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่สะดวก ล่าช้า ซ้ำซ้อน หรือเป็นการเพิ่มภาระการดำเนินการโดยไม่จำเป็น ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงการรถไฟสามสนามบินได้เต็มศักยภาพ

ซึ่งเสนอให้แก้ไขหรือทบทวนระเบียบกระทรวงมหาดไทย อาทิ ข้อ 25 วรรคสอง ของระเบียบดังกล่าว กำหนดให้การอนุญาต ให้อนุญาตตามกำหนดเวลา ซึ่งสมควรกับกิจการที่กระทำภายในกำหนดไม่เกินห้าปีนับแต่วันออกใบอนุญาต และข้อ 27 ของระเบียบดังกล่าว กำหนดให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องไม่กระทำให้พื้นดินที่ได้รับอนุญาตหรือพื้นที่ซึ่งติดต่อเสียสภาพตามสมควร เช่น ขุดพื้นดินลึกจากพื้นดินทั่วไปเกินกว่าห้าเมตร

ดังนั้น หากกรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไข หรือทบทวนระเบียบมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การขออนุญาตตามมาตรา 9 พ.ศ. 2543 แล้ว โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ก็จะสามารถพัฒนาฟี้นที่ดังกล่าวได้ตามวัตถุประสงค์โดยไม่ติดขัดปัญหาและอุปสรรค

สกพอ.จึงได้ดำเนินการยื่นขอเพิกถอนลำรางสาธารณะดังกล่าวตามมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว โดยอยู่ระหว่างเสนอให้สภากรุงเทพมหานครให้ความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป สกพอ.ในฐานะหน่วยงานเลขานุการ กพอ. จึงขอ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน และโครงการดังกล่าวจะได้รับมอบพื้นที่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งทางเอกชนคู่สัญญาหลังได้รับทราบความคืบหน้าแล้วก็พร้อมจะเริ่มงานก่อสร้างในส่วนอื่นก่อน เพื่อไม่ให้โครงการในภาพรวมล่าช้าไปกว่าที่กำหนด

ที่มา: นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 19 - 21 ธ.ค. 2565
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 470, 471, 472 ... 477, 478, 479  Next
Page 471 of 479

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test