Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:321776
ทั่วไป:38613608
ทั้งหมด:38935384
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวโครงการรถไฟทางคู่
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวโครงการรถไฟทางคู่
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 430, 431, 432
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 49708
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 25/12/2025 7:07 am    Post subject: Reply with quote

ผลักดันสร้างสะพานคู่ขนานแห่งที่ 2 หนองคาย-เวียงจันทน์ | จับตารอบทิศ | 24 ธ.ค.68
ThaiPBS-ESAN
Dec 24, 2025


https://www.youtube.com/watch?v=6MMckzvoo94

สะพานเดิมมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักบรรทุกและต้องใช้ทางวิ่งร่วมกันระหว่างรถยนต์กับรถไฟ ทำให้ไม่สามารถเดินรถพร้อมกันได้ (Bottle Neck) โดยจะเป็นสะพานรถไฟแห่งใหม่ โดยเฉพาะ (อยู่ห่างจากสะพานเดิมประมาณ 30 เมตร) เพื่อรองรับรถไฟขนาดทาง 1.435 เมตร (Standard Gauge) สำหรับรถไฟความเร็วสูง และขนาดทาง 1 เมตร (Meter Gauge) สำหรับรถไฟรางคู่เดิม เพื่อแยกการขนส่งทางถนนและทางรางออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัย
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 45678
Location: NECTEC

PostPosted: 25/12/2025 1:55 pm    Post subject: Reply with quote

กล่าวได้ว่า นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดทางการจราจรที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของเมืองอุดรธานี การยกระดับทางรถไฟบริเวณแยกบ้านจั่นนี้ จึงเป็นมากกว่าแค่โครงการก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหารถติด แต่มันคือการพัฒนาที่เริ่มต้นจากเสียงของคนในท้องถิ่น การแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมที่เหมาะสม และการวางแผนที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบด้าน เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบรางในจังหวัดอุดรธานี ที่จะเปลี่ยนวิธีการเดินทางของผู้คนชาวอุดรธานี ซึ่งคือตัวอย่างที่ชัดเจนของกระบวนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รับฟังเสียงจากท้องถิ่นอย่างแท้จริง แสดงให้เห็นว่าข้อเสนอแนะที่มาจากความเข้าใจในปัญหาของคนในพื้นที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงการระดับประเทศ ให้ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
“ผมถือว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ทางโครงการได้จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการรับทราบข้อมูล รวมทั้งได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินไปควบคู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมมากที่สุดและให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสใช้เวลาในการรับทราบข้อมูลโครงการ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการใน รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย บริเวณจุดตัดถนนทางหลวงหมายเลข 216 (แยกบ้านจั่น) อำเภอเมือง จ.อุดรธานี (ครั้งที่ 1) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย”
Note: โดยความเห็๋นส่วนตัว ไม่เห็นด้วย กับการยกมาตั้งแต่ คำกลิ้ง .... เพราะ ทางรถไฟเดิม ยังมีอยู่ ใช้เหมือนเดิม เพราะต้องขนส่ง ปูน TPI ที่หนองขอนกว้าง รายได้หลักของการรถไฟ และข้อดีคือ รถไฟขนปูนวันละ 4 ขบวน พ่วงขบวนละ 40 คัน เท่ากับ วันหนึ่งๆ ไม่ต้องมีรถบรรทุก 160 คันวิ่งบนถนนจากโรงงาน TPI ที่แก่งคอย มายังอุดร วันละ 160 คัน เดือนละ 4800 คัน ปีละ 57,600 คัน ถนนหนทางก็ไม่พัง ยกเว้น "บีบ" ให้ บริษัท ย้ายไปตั้งโรงงานใหม่ ที่ "นิคมอุตสาหกรรมหนองตะไก้" ของเอกชน ............ การทำทางยกระดับ ได้ประโยชน์ แค่ คนที่ผ่านมา ไม่ได้ มาสร้างรายได้ให้ อุดร แค่ คนที่ใช้รถ ผ่านทางตัดบ้านจั่น แล้ว ขับไปสกลนคร หนองคาย ฯลฯ คนเหล่านี้ แค่ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่มีผลแม้แต่ ลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองในอุดรเลยสักคน.... และจะมีประโยชน์อะไร ถ้า ทางรถไฟยังอยู่ ...ข้างล่าง ............ ทางยกระดับ ทางคู่ ที่คิดว่า จะยกจากคำกลิ้งมา ซึ่งเดิม จะยกแถว หลังสถานีวิทยุทหารอากาศ 09 ศาลเยาวชนฯ จะมีผลกับ การเวนคืนที่ดิน ตั้งแต่ ก่อนทางตัดบ้านจั่น ก็คือ ชุมชนหนองขอนกว้าง ทั้ง 2 ฝั่ง ทางรถไฟ เพราะ ทางรถไฟความเร็วสูง นครราชสีมา - หนองคาย ก็ ยกข้ามอยู่แล้ว เท่ากับ จะมีทางรถไฟลอยฟ้า ไป - กลับ 4 ราง ทางข้างล่างอีก 1 ราง เป็น 5 ราง ............ สิ่งที่จะตามมา คือ การเวนคืนที่ดิน ริมทางรถไฟเพิ่ม มนลภาวะทางเสียง เพราะรถไฟยกสูง เสียงจะดัง ถึง โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม และ คนที่พักอาศัยในชุมชนหนองขอนกว้าง ที่สำคัญ "สูง" มีผลต่อ แนวร่อนของเครื่องบิน สนามบินอุดร .... ที่เราอาจจะมองข้าม เพราะความสูง จะสูงเกินตึก 10 ชั้น .................. สุดท้าย ถ้า จะไม่ให้ มีทางข้างล่างเหลือ ก็ต้อง "ยุบ" สถานีรถไฟหนองขอนกว้าง ก็จะมีผลกระทบกับ ผู้ใช้บริการรถไฟ ที่สถานีหนองขอนกว้าง และยุบการให้บริการปูนซีเมนต์ ซึ่งมีผลกระทบ ดังที่กล่าว..... แผนเดิม คือ "สร้างทางรถยนต์ ยกข้ามทางข้าม จุดตัด บ้านจั่น"
https://www.facebook.com/watch/?v=1362541525084749
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 49708
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 05/01/2026 12:25 pm    Post subject: Reply with quote

ทำได้จริง! "ดร.สามารถ" ชี้ไม่ต้องรอรถไฟความเร็วสูง แค่ทางคู่ไฟฟ้า ลดเวลา กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เหลือ 8 ชม. ถูกกว่า เร็วกว่า
Source - เว็บไซต์สยามรัฐ
Monday, January 05, 2026 at 12:03

วันที่ 5 ม.ค.69 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพวสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte ระบุว่า...
"ไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง"


แต่ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เหลือแค่ 8 ชม.
ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหมครับ? การเดินทางด้วยรถไฟจาก กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร จากวันนี้ที่ต้องนั่งกันยาว 14-15 ชั่วโมง จะเหลือแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้น!
หลายคนอาจคิดว่า ต้องเป็นรถไฟความเร็วสูงเท่านั้นหรือเปล่า?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นเลย
เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ รถไฟทางคู่กับรถไฟฟ้า ไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงที่มีราคาแพงและต้องรออีกนาน
ทำได้อย่างไร?
ปัจจุบัน... รถไฟทางคู่สายใต้สร้างถึงชุมพรแล้ว หากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งก่อสร้างช่วงที่เหลือ ชุมพร - สุราษฎร์ธานี - หาดใหญ่ ระยะทาง 462 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้างราว 6 ปี และเปลี่ยนขบวนรถเป็นระบบไฟฟ้า
ผลที่ได้คือ (1) ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มจาก 60 กม./ชม. เป็น 120 กม./ชม. และ (2) เวลาการเดินทางลดเหลือประมาณ 8 ชั่วโมง
ไม่ต้องรอ "รถไฟความเร็วสูง" แต่คนใต้ได้นั่งรถไฟที่เร็วขึ้นทันที!
รถไฟทางคู่ไฟฟ้า… ดีกว่าอย่างไร?
(1) เร็วขึ้น ไม่ต้องรอสวนทาง
(2) ตรงเวลาขึ้น ลดปัญหาดีเลย์สะสมที่เป็นจุดอ่อนของรถไฟไทยมานาน
(3) ต้นทุนต่ำกว่ารถไฟความเร็วสูงมาก ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าตั๋ว และค่าซ่อมบำรุง
(4) ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดน้ำมัน ลดมลพิษ ลดต้นทุนประเทศ
(5) กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ตลอดเส้นทาง เมืองรองไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สรุปสั้นๆ แต่ชัดๆ… ไม่ต้องรอรถไฟความเร็วสูง แค่ "รถไฟทางคู่ + รถไฟฟ้า" กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เหลือแค่ 8 ชั่วโมง ถูกกว่า เร็วกว่า และทำได้จริง
คำถามคือ… เราจะเลือก "โครงการใหญ่ ราคาแพง แต่ต้องรอนาน" หรือ "โครงการเล็ก ถูกกว่า แต่ไม่ต้องรอนาน"?
คิดเห็นอย่างไร คอมเมนต์ได้เต็มที่ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องรถไฟอย่างเดียว แต่คืออนาคตของคนไทยทั้งประเทศ

https://siamrath.co.th/economy/news/121022
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 49708
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 06/01/2026 8:59 am    Post subject: Reply with quote

15โครงการคมนาคม2569พร้อมเสิร์ฟรัฐบาลใหม่394,604 ล้าน | เดลินิวส์
Source - เว็บไซต์เดลินิวส์
Monday, January 05, 2026 at 18:32

15 โครงการคมนาคมพร้อมเสิร์ฟรัฐบาลใหม่ 394,604 ล้าน ทางด่วน 4 สายยืดสัมปทาน22ปี5เดือนแลกสร้างDouble Deck มอเตอร์เวย์M8 ทางคู่สายใต้ 3 เส้นพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-เชียงใหม่-ภูเก็ต ​
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ายงานว่า ปี 2569 กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมนำเสนอ 15 โครงการขนาดใหญ่แก่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหญ่อนุมัติก่อสร้าง มีทั้งโครงการที่เคยนำเสนอครม.แล้ว รอบรรจุวาระพิจารณา กำลังสอบถามความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอครม. เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม สอบถามความเห็นหน่วยงาน ก่อนนำเสนอครม. ประกอบด้วย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) 4 โครงการ
1. โครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) สายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอก กรุงเทพฯ ด้านตะวันออก วงเงิน 13,665 ล้านบาท (โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ หรือ N2 เดิม ช่วงเกษตร-นวมินทร์ ) ตัดเส้นทางและปรับแบบใหม่เชื่อมทางด่วนสายฉลองรัช เสนอครม. แล้ว เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2568 สำนักเลขาธิการ ครม. อยู่ระหว่างประมวลเรื่องบรรจุเป็นวาระครม.
​2.โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 20,811 ล้านบาท เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม พิจารณาและสอบถามความเห็นหน่วยงาน
3. โครงการทางพิเศษภูเก็ตระยะ(เฟส) 2ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ วงเงิน 46,751 ล้านบาท เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบ ก่อนสอบถามความเห็นหน่วยงาน เพื่อประมวลเสนอ ครม.
4. โครงการทางพิเศษ2ชั้น ( Double Deck) ร่วมลงทุนกับเอกชน PPP วงเงิน 34,800 ล้านบาท แลกกับการแก้ไขสัญญาเดิมขยายสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 1 (ทางพิเศษเฉลิมมหานคร) และ ทางด่วนขี้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช) ออกไปอีก 22 ปี 5 เดือน จากเดิมสิ้นสุดปี 2578 ขยายไปถึงปี 2601 คณะกรรมการ PPP อยู่ระหว่างพิจารณาหลักการแก้ไขสัญญา ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และครม.
​ กรมทางหลวง (ทล.) 4 โครงการ
1.โครงการพัฒนาจุดเชื่อมต่อ (Junction) บางปะอินเชื่อมมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา กับ ทางหลวงหมายเลข32 (ทล 32 ) วงเงิน 5,550 ล้านบาท เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณา และสอบถามความคิดเห็นหน่วยงาน
2.โครงการพัฒนาจุดเชื่อมต่อบางปะอินกับมอเตอร์เวย์ M 9 สายถนนวงแหวนตะวันออกช่วงบางปะอิน-บางนา วงเงิน 4,101 ล้านบาท เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณา และสอบถามความคิดเห็นหน่วยงาน
​ 3.โครงการมอเตอร์เวย์ M9 ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก งานโยธาช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน วงเงิน 15,862 ล้านบาท เสนอครม. แล้วเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2568 สำนักเลขาธิการ ครม. อยู่ระหว่างประมวลเรื่องบรรจุวาระครม.
4.โครงการมอเตอร์เวย์ M8สายนครปฐม – ชะอำ เฟสแรกช่วงนครปฐม – ปากท่อ วงเงิน 61,154 ล้านบาท กระทรวงคมนาคมส่งเรื่องสอบถามความเห็นหน่วยงาน เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์, สำนักงบประมาณ(สงป.) และกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างจัดทำความเห็นส่งกลับกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอครม.
​ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เฟส2จำนวน 3 โครงการ
1.ช่วงชุมพร– สุราษฎร์ธานี วงเงิน 29,099 ล้านบาท
2.ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา วงเงิน 64,578 ล้านบาท
3.ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,574 ล้านบาท
เสนอครม.พิจารณาแล้วเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2568 สำนักเลขาธิการ ครม. อยู่ระหว่างประมวลเรื่องบรรจุเป็นวาระ ครม.
​บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4 โครงการ
1.โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก(East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,829 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น จาก 65 ล้านคนต่อปี เป็น 80 ล้านคนต่อปี
กระทรวงคมนาคมขอความเห็นหน่วยงานแล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2568 ได้รับความเห็นจาก สศช. และ สงป. แล้ว กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำความเห็นส่งกลับเพื่อนำเสนอครม.
2.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 36,830 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร จาก 30 ล้านคนต่อปีเป็น 40 ล้านคนต่อปี อยู่ระหว่างทบทวนการออกแบบรายละเอียด ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบ และสอบถามความเห็นหน่วยงาน เสนอครม.
​ 3. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 24,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร จาก 8 ล้านคนต่อปี เป็น 20 ล้านคนต่อปี กำลังออกแบบรายละเอียด เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบ และสอบถามความเห็นหน่วยงาน
4. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร จาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบ และสอบถามความเห็นหน่วยงาน เสนอครม.

https://www.dailynews.co.th/news/5472894/
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 49708
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 07/01/2026 8:18 am    Post subject: Reply with quote

รถไฟไทยจะเปลี่ยนไป! จากทางเดี่ยว...สู่ทางคู่ เป้าหมายใหญ่ รฟท.
Source - เว็บไซต์แนวหน้า
Wednesday, January 07, 2026 at 08:11

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า จากทางเดี่ยว... สู่ทางคู่ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ
หลายท่านอาจไม่รู้ว่า วันนี้ "รถไฟทางเดี่ยว" ของไทยกำลังค่อยๆ หายไปจากแผนที่โครงข่ายรถไฟ ในขณะที่ "รถไฟทางคู่" กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มต้นมานานกว่า 30 ปี
1. จุดเริ่มต้นของทางคู่ไทย
การก่อสร้างรถไฟทางคู่เริ่มขึ้นตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2535-2538) รัฐบาลในเวลานั้นอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ระยะทางเกือบ 3,000 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 80,000 ล้านบาท
ต้นปี 2536 ท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ "ตอกหมุดทางคู่" บริเวณเชิงสะพานพระราม 6 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของระบบรางไทย
ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 (พ.ศ. 2540-2544) ได้สานงานต่อทันทีด้วยการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 4 สายหลัก (1) หัวหมาก - ฉะเชิงเทรา (2) ตลิ่งชัน - นครปฐม (3) บ้านภาชี - มาบกะเบา และ (4) บ้านภาชี - ลพบุรี
การก่อสร้างรถไฟทางคู่ในช่วงรัฐบาลหลายชุดหลังจากนั้นแทบไม่มีความคืบหน้า
2. การกลับมาของ "ทางคู่" อย่างจริงจัง
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พ.ศ. 2551-2554) ได้จัดทำ "แผนแม่บทระบบราง" ครั้งสำคัญ ประกอบด้วย (1) รถไฟความเร็วสูง 5 สาย (2) รถไฟทางคู่ทั่วประเทศ 3,039 กม. และ (3) รถไฟสายใหม่ทั่วประเทศ
และที่สำคัญที่สุด คือการอนุมัติงบประมาณกว่า 176,000 ล้านบาท สำหรับรถไฟทางคู่ "ระยะที่ 1"
ถือเป็นงบลงทุนระบบรางที่สูงที่สุดในยุคนั้น
ยุคเดินหน้าต่อคือ รัฐบาลประยุทธ์ 1 และ 2 (พ.ศ. 2557-2566) นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สานต่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายเส้นทางทั่วประเทศ
ผลลัพธ์คือ… สถานะรถไฟไทย ณ มกราคม 2569 (1) ทางเดี่ยว 2,686 กิโลเมตร (66.4%) (2) ทางคู่ 1,251 กิโลเมตร (30.9%) และ (3) ทางสาม 107 กิโลเมตร (2.7%) รวมทั้งหมด 4,044 กิโลเมตร
3. เป้าหมายใหญ่ของ รฟท.
ในอนาคตโครงข่ายรถไฟไทยจะยาว 6,463 กิโลเมตร และที่สำคัญคือ จะไม่มี "ทางเดี่ยว" เหลืออยู่เลย โครงข่ายจะประกอบด้วย (1) ทางคู่ (สายเดิม) 3,937 กม. (2) ทางคู่ (สายใหม่) 2,419 กม. และ (3) ทางสาม 107 กม.
ถึงวันนั้น… รถไฟไทยจะเปลี่ยนไป
(1) จังหวัดที่มีรถไฟไปถึงเพิ่มขึ้น จาก 47 จังหวัด เป็น 61 จังหวัด
(2) รถไฟโดยสารเร็วขึ้น จาก 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(3) รถไฟสินค้าเร็วขึ้น จาก 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(4) สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้น จาก 1.4% เป็น 10%
4. ก้าวต่อไปที่ควรทำ "ทันที"
เร่งก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,485 กม. ครอบคลุมทุกภูมิภาค ส่วนรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 ที่ใกล้เสร็จแล้วนั้น ควรเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากดีเซลเป็นไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ลดมลพิษ แต่จะสามารถเพิ่มความเร็วเป็น 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าด้วยรถไฟไทยเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างชัดๆ กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ จาก 14-15 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 8 ชั่วโมง
5. คำถามถึงทุกท่าน
ถ้าเลือกได้ ท่านคิดว่า… รถไฟทางคู่พร้อมกับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นไฟฟ้าควรเร่งทำ "เส้นทางไหนก่อน" เพื่อประโยชน์ของประเทศมากที่สุด?
คอมเมนต์มาคุยกันครับ
006

https://www.naewna.com/likesara/939153
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 45678
Location: NECTEC

PostPosted: 08/01/2026 9:53 am    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
รถไฟไทยจะเปลี่ยนไป! จากทางเดี่ยว...สู่ทางคู่ เป้าหมายใหญ่ รฟท.
Source - เว็บไซต์แนวหน้า
Wednesday, January 07, 2026 at 08:11

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า จากทางเดี่ยว... สู่ทางคู่ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ
หลายท่านอาจไม่รู้ว่า วันนี้ "รถไฟทางเดี่ยว" ของไทยกำลังค่อยๆ หายไปจากแผนที่โครงข่ายรถไฟ ในขณะที่ "รถไฟทางคู่" กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มต้นมานานกว่า 30 ปี
1. จุดเริ่มต้นของทางคู่ไทย
การก่อสร้างรถไฟทางคู่เริ่มขึ้นตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2535-2538) รัฐบาลในเวลานั้นอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ระยะทางเกือบ 3,000 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 80,000 ล้านบาท
ต้นปี 2536 ท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ "ตอกหมุดทางคู่" บริเวณเชิงสะพานพระราม 6 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของระบบรางไทย
ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 (พ.ศ. 2540-2544) ได้สานงานต่อทันทีด้วยการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 4 สายหลัก (1) หัวหมาก - ฉะเชิงเทรา (2) ตลิ่งชัน - นครปฐม (3) บ้านภาชี - มาบกะเบา และ (4) บ้านภาชี - ลพบุรี
การก่อสร้างรถไฟทางคู่ในช่วงรัฐบาลหลายชุดหลังจากนั้นแทบไม่มีความคืบหน้า
2. การกลับมาของ "ทางคู่" อย่างจริงจัง
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พ.ศ. 2551-2554) ได้จัดทำ "แผนแม่บทระบบราง" ครั้งสำคัญ ประกอบด้วย (1) รถไฟความเร็วสูง 5 สาย (2) รถไฟทางคู่ทั่วประเทศ 3,039 กม. และ (3) รถไฟสายใหม่ทั่วประเทศ
และที่สำคัญที่สุด คือการอนุมัติงบประมาณกว่า 176,000 ล้านบาท สำหรับรถไฟทางคู่ "ระยะที่ 1"
ถือเป็นงบลงทุนระบบรางที่สูงที่สุดในยุคนั้น
ยุคเดินหน้าต่อคือ รัฐบาลประยุทธ์ 1 และ 2 (พ.ศ. 2557-2566) นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สานต่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายเส้นทางทั่วประเทศ
ผลลัพธ์คือ… สถานะรถไฟไทย ณ มกราคม 2569 (1) ทางเดี่ยว 2,686 กิโลเมตร (66.4%) (2) ทางคู่ 1,251 กิโลเมตร (30.9%) และ (3) ทางสาม 107 กิโลเมตร (2.7%) รวมทั้งหมด 4,044 กิโลเมตร
3. เป้าหมายใหญ่ของ รฟท.
ในอนาคตโครงข่ายรถไฟไทยจะยาว 6,463 กิโลเมตร และที่สำคัญคือ จะไม่มี "ทางเดี่ยว" เหลืออยู่เลย โครงข่ายจะประกอบด้วย (1) ทางคู่ (สายเดิม) 3,937 กม. (2) ทางคู่ (สายใหม่) 2,419 กม. และ (3) ทางสาม 107 กม.
ถึงวันนั้น… รถไฟไทยจะเปลี่ยนไป
(1) จังหวัดที่มีรถไฟไปถึงเพิ่มขึ้น จาก 47 จังหวัด เป็น 61 จังหวัด
(2) รถไฟโดยสารเร็วขึ้น จาก 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(3) รถไฟสินค้าเร็วขึ้น จาก 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(4) สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้น จาก 1.4% เป็น 10%
4. ก้าวต่อไปที่ควรทำ "ทันที"
เร่งก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,485 กม. ครอบคลุมทุกภูมิภาค ส่วนรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 ที่ใกล้เสร็จแล้วนั้น ควรเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากดีเซลเป็นไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ลดมลพิษ แต่จะสามารถเพิ่มความเร็วเป็น 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าด้วยรถไฟไทยเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างชัดๆ กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ จาก 14-15 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 8 ชั่วโมง
5. คำถามถึงทุกท่าน
ถ้าเลือกได้ ท่านคิดว่า… รถไฟทางคู่พร้อมกับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นไฟฟ้าควรเร่งทำ "เส้นทางไหนก่อน" เพื่อประโยชน์ของประเทศมากที่สุด?
คอมเมนต์มาคุยกันครับ
006

https://www.naewna.com/likesara/939153


ที่มาของบทความดูที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/Dr.Samart/posts/1450711986421566?ref=embed_post
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 430, 431, 432
Page 432 of 432

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©