RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:305570
ทั่วไป:11008174
ทั้งหมด:11313744
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคตตามนโยบายรัฐบาล
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคตตามนโยบายรัฐบาล
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 221, 222, 223, 224, 225  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 32021
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 27/08/2020 7:35 am    Post subject: Reply with quote

ได้ใช้ปี'68!รถรางไฟฟ้าโคราช รฟม.เปิดประเดิมสายแรก7,000ล้าน
ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - รฟม. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ปชช.ครั้งที่ 2 สรุปผลการศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนโคราชประเภทระบบรถรางไฟฟ้า Tram สายแรกสีเขียว มูลค่า7,000 ล้าน ระบุเป็นรูปแบบเอกชนร่วมลงทุน PPP ก่อสร้าง 4 ปี เริ่มปี'65 เปิดให้บริการปี'68 ชี้เพิ่มทางเลือกการเดินทางที่มีประสิทธิภาพสะดวกรวดเร็วปลอดภัยให้ชาวโคราชและนักท่องเที่ยว

วานนี้ (26 ส.ค.) นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเป็นประธานพิธีเปิด โครงการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (สรุปผลการศึกษาของโครงการ) งานศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์)

Click on the image for full size

ภายในงานมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา และผู้สนใจรวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมการประชุมกว่า 250 คน ที่ห้องสีมาธานี แกรนด์ บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลการศึกษาแนวเส้นทาง สถานี รูปแบบโครงการ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบผลการศึกษา พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษาให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในลำดับต่อไป

สำหรับผลการศึกษาโดยสรุป คือ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สาย สีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) เป็นประเภทระบบรถรางไฟฟ้า (Tram) มีลักษณะเป็นระบบรถไฟฟ้าที่วิ่งไปตามทางวิ่งหรือรางบนถนน มีรูปแบบที่คล้ายกับรถไฟฟ้า MRT แต่มีขนาดเล็กกว่า รวมระยะทางประมาณ 11.15 กิโลเมตร

ทั้งนี้ มีสถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร 21 สถานี ได้แก่ สถานีมิตรภาพ 1 สถานีสามแยกปักธงชัย สถานีมิตรภาพ 2 สถานีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สถานีสวนภูมิรักษ์ สถานีหัวรถไฟ สถานีเทศบาลนคร สถานีศาลเจ้าวัดแจ้ง สถานีโพธิ์กลาง สถานีอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี สถานีแยกประปา สถานีโรงเรียนสุรนารี วิทยา สถานีราชภัฏฯ สถานีราชมงคล สถานีบ้านเมตตา สถานีบ้านนารีสวัสดิ์ สถานีชุมพล สถานีศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา สถานีไปรษณีย์จอมสุรางค์ สถานีวัดแจ้งใน และสถานีดับเพลิง

ในด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น กรณีมีการพัฒนาโครงการ ได้แก่ ผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ เสียงและความสั่นสะเทือน จากกิจกรรมในระยะก่อสร้างของโครงการ รวมทั้งปัญหาด้านการจราจรที่มีการรบกวนผิวจราจรปัจจุบัน ซึ่งโครงการได้มีการพิจารณาและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยจัดให้มีมาตรการป้องกันและบรรเทา ผลกระทบอย่างเต็มที่ อาทิ ฉีดพรมน้ำในบริเวณที่อาจเกิดฝุ่นละออง ฟุ้งกระจาย กำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตให้มีกิจกรรมก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงดังผิดปกติเฉพาะช่วงเวลา 08.00-17.00 น.

อย่างไรก็ตาม หากมีกิจกรรมการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงที่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการ นอกช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องมีการประกาศแจ้งให้สาธารณชนทราบล่วงหน้า รวมถึงควบคุม/จำกัด ความเร็ว และตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกของรถบรรทุกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และมีการจัดเตรียมแผนการจัดการจราจรให้สอดคล้องกับแผนงานก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนฯ นำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาและเผยแพร่แผนการจัดการจราจรให้ประชาชนทั่วไปและผู้ใช้เส้นทางที่เกี่ยวข้องทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง อีกทั้งกำหนดช่วงเวลาในการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ของโครงการ นอกช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็น

ทั้งนี้ รฟม. ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ จัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ให้เป็นผู้ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา ในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) โดยให้ดำเนินการก่อสร้าง ครั้งละ 1 เส้นทาง เริ่มจากสายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) เป็นลำดับแรกจากทั้งหมด 3 สาย คือ สายสีเขียว สีม่วงและสีส้ม ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (สรุปผลการศึกษาของโครงการ)

รฟม. จะจัดการประชุมเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชน และ/หรือ องค์กรครองส่วนท้องถิ่น (Market Sounding) ครั้งที่ 1 ในวันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องสีมาธานี แกรนด์ บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และ ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เพื่อทดสอบความสนใจจากภาคเอกชน นักลงทุน ตัวแทนผู้ผลิต/จำหน่ายรถไฟฟ้า และงานระบบที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานราชการส่วนกลาง และสถาบันการเงิน ซึ่งจะนำไปประกอบในการจัดทำแนวทางการร่วมลงทุนของโครงการต่อไป

สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชน จังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว นับเป็นโครงการรถไฟฟ้า สายแรกของจังหวัดนครราชสีมา งบประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 4 ปี โดยเริ่มงานก่อสร้างได้ ในปี พ.ศ. 2565 และสามารถเปิดให้บริการ พ.ศ. 2568

เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน รวมถึงมีความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงสามารถลดการใช้รถยนต์โดยรวมบนท้องถนนจึงช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้อีกด้วย.
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 01/09/2020 9:31 pm    Post subject: Reply with quote

รฟม.สั่งรับเหมาตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้าง ปิดจุดเสี่ยงอันตรายช่วงหยุดยาว
โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เผยแพร่: อังคารที่ 1 กันยายน 2563 เวลา 14:51


รฟม.เตรียมพร้อมมาตรการเดินทางช่วงวันหยุดยาว 4-7 ก.ย. สั่งผู้รับเหมา “สีส้ม, ชมพู, เหลือง” ตรวจพื้นที่ก่อสร้าง จัดเก็บอุปกรณ์ กั้นแนวรั้วจุดอันตราย พร้อมเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติกำหนดวันหยุดราชการเพื่อชดเชยวันหยุดเทศกาลสงกรานต์เพิ่มเติม ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. 2563 และวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. 2563 ซึ่งจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 2563 นั้น รฟม.ได้สั่งการให้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างงานโยธา ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการฯ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางไปท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว
โดยให้ผู้รับจ้างงานโยธาทั้ง 3 โครงการได้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในงานก่อสร้างอย่างเคร่งครัด หมั่นตรวจสอบและจัดสภาพหน้างานให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เช่น การจัดการพื้นที่ปิดปากบ่อ หลุม และช่องเปิดต่างๆ การจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ให้เรียบร้อยและปลอดภัย ไม่กีดขวางการจราจร การจัดแนวแบริเออร์ให้เป็นระเบียบ จัดทำป้ายเตือน ป้ายทางเบี่ยง ทางเลี่ยง และปิดกั้นแนวรั้วคอนกรีตบริเวณจุดที่เป็นอันตรายให้เรียบร้อย รวมถึงการติดตั้งไฟส่องสว่างให้ชัดเจน การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า และการจัดเก็บวัตถุไวไฟหรือสารไวไฟให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและจัดเตรียมอุปกรณ์ด้านจราจร เพื่อเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น

สำหรับการให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) นั้น รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 2 สาย ได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ โดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.

ทั้งนี้ หากสถานีใดมีปริมาณผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทางสถานีจะจัดเตรียมช่องทางพิเศษ ตั้งโต๊ะสำหรับจำหน่ายเหรียญโดยสารเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ โดยขอความร่วมมือผู้โดยสารทุกท่านสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ตลอดระยะเวลาที่เข้าใช้บริการ งดเว้นการพูดคุย และโปรดหลีกเลี่ยงการยืนหันหน้าเข้าหากันขณะอยู่ในขบวนรถไฟฟ้า สแกน QR Code ไทยชนะ ที่ติดอยู่ในตู้โดยสาร เพื่อเช็กอินเมื่อเข้าขบวนรถ และเช็กเอาต์ก่อนออกจากขบวนรถ และหากจำนวนผู้โดยสารหนาแน่น จะทำการจำกัดจำนวนผู้โดยสารเข้าระบบในแต่ละคราวเป็นกลุ่ม (Group Release)

นอกจากนี้ ได้จัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือภายในสถานีรถไฟฟ้า การตั้งจุดตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ในทุกสถานีตลอดระยะเวลาการให้บริการ การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า การทำความสะอาดเหรียญโดยสาร การตรวจวัดอุณหภูมิของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในสถานี การดูแลให้อากาศหมุนเวียนภายในขบวนรถไฟฟ้า เป็นต้น

พร้อมกันนี้ รฟม.ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบ (EOD) และสุนัข K-9 ประจำการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้า MRT รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สื่อสารประจำศูนย์วิทยุพสุธา และศูนย์วิทยุบางไผ่ ตรวจตราทาง CCTV และรับแจ้งเหตุผิดปกติ เหตุฉุกเฉิน ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2938-3666 ตลอด 24 ชั่วโมง
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 01/09/2020 11:28 pm    Post subject: Reply with quote

4ย่านอัจฉริยะ พลิกโฉมกรุงเทพฯ ดึงนักช็อป-กิน-เที่ยว กระตุ้นศก.
หน้า Tech / ฟินเทค-นวัตกรรม
วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 12:52 น.

" พลิกโฉมกทม." ครั้งใหญ่ กฎบัตรฯ ยกเครื่อง ภูมิทัศน์เมือง ดึงคนเข้าพื้นที่ ปลุกเศรษฐกิจ นำร่อง 4 ย่าน สู่เขตอัจฉริยะ รับวิถีใหม่ เยาวราช นิวนอร์มอล ไชน่าทาวน์ เกาะรัตนโกสินทร์ สไตล์วัด-วังศูนย์กลางเมืองเก่า อโศก-เตาปูน ซีบีดีใหม่ ศูนย์กลางคมนาคม เชื่อมรถไฟฟ้า

กรุงเทพมหานคร พลิกโฉมครั้งใหญ่ จากการมาของเทคโนโลยี โครงข่ายรถไฟฟ้า กระจายความเจริญเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้คณะกรรมการกฎบัตรแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ประสานความร่วมมือการพัฒนาเมืองร่วมกับท้องถิ่นภาคมหาวิทยาลัยและชุมชน ออกแบบเมืองให้เป็นย่านเศรษฐกิจอัฉริยะ สร้างมูลค่าดึงคนเข้าพื้นที่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายโดยเริ่มนำร่อง 4 ย่านศักยภาพ ก่อนขยายไปยังโซนอื่นและ พื้นที่ต่างจังหวัด
4ย่านอัจฉริยะ นายฐาปนา บุณยประวิตร กรรมการและเลขานุการกฎบัตรฯแห่งชาติ เปิดเผยว่ากฎบัตร ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาพื้นที่4 ย่านศักยภาพ ประกอบด้วย เกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่เยาวราช อโศก ที่ประเมินว่าจะพัฒนา ลากยาวตั้งแต่สี่แยกอโศกถึงพระราม 9 และอีกย่านที่ จับตา ได้แก่ เตาปูน มองว่า เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีนํ้าเงิน อีกทั้งกำลังเชื่อมต่อรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง เริ่มจากบริเวณเยาวราช ไชน่าทาวน์เมืองไทย ระยะทาง 580 เมตร ให้เป็นย่านอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับร้านค้าในพื้นที่และพัฒนาให้เป็นพื้นที่การเดินลดการใช้รถยนต์ ขยายทางเท้าเพิ่มพื้นที่การเดิน ปรับปรุงท่อระบายนํ้า จัดระเบียบการเดินรถ ปรับปรุงแสงสว่าง ติดตั้งเสาอัจฉริยะให้บริการฟรีไวไฟ และกล้องวงจรปิด ขณะที่ร้านค้าย่านเยาวราชต้องมีการลงทุนปรับปรุงหน้าร้าน โดยที่ผ่านมามีการหารือกับ กทม.มาตลอด เชื่อว่าหากผู้บริหารชุดนี้ยังอยู่ จะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ ส่วนงบประมาณการพัฒนาพื้นที่อยู่ที่ราว 30 ล้านบาท โดยกฎบัตรจะเป็นผู้ออกแบบให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จุดพลุรอบเกาะฯ ส่วนย่านอัจฉริยะที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อน คือ เกาะรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าพระจันทร์–ท่าช้าง ถนนมหาราช ซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการและออกแบบโดยขณะนี้ระหว่างการขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง และกรมธนารักษ์ ขณะที่ย่านอัจฉริยะ อโศกเริ่มศึกษารูปแบบพัฒนาที่เหมาะในปี 2564 โดยครอบคลุมตั้งแต่แยกอโศกถึงแยกพระราม 9 ซึ่งมีแยกอโศกศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีสถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน ซึ่งกลุ่มซีพี อยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ขณะที่แยกพระราม9 มีห้างเซ็นทรัลพระราม 9
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 05/09/2020 1:23 am    Post subject: Reply with quote

รฟม. บริหารจัดการระบายน้ำแนวพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ารับมือหน้าฝน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 4 กันยายน 2563 เวลา 12:18



การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ติดตาม เฝ้าระวัง และบริหารจัดการการระบายน้ำในแนวพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝน

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า รฟม. มีโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้าง จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง

ที่ผ่านมา รฟม. ได้กำชับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา และผู้รับจ้างงานโยธา ของทุกโครงการ ให้หมั่นตรวจสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำในแนวพื้นที่ก่อสร้างเป็นประจำ

หากพบว่า มีเศษดิน ทราย หรือ เศษวัสดุอุดตันในท่อ หรือ ลำรางระบายน้ำ ให้เร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง ในกรณีที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ ให้โครงการเฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เข้าอำนวยความสะดวกด้านจราจร และนำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเร่งระบายน้ำได้ทันท่วงที

รฟม. ยังได้สั่งการให้โครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบทุกโครงการ จัดกิจกรรมลอกท่อระบายน้ำในแนวก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ 3 เดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น และทั้งยังส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้สัญจรทางถนน สามารถเดินทางได้ด้วยความสะดวกและปลอดภัย สอดคล้องตามนโยบายของ รฟม. ในด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ประชาชน และชุมชนตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้า
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 07/09/2020 5:54 pm    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
“สุรเชษฐ์” ลุยแก้ปมร้อนถก ม.เกษตรฯ เคลียร์แบบ N1 - เร่งจัดทัพตั้ง 3 รองผู้ว่าฯ
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันที่ 3 สิงหาคม 2563 - 14:07



ม.เกษตรฯ ไม่ตอบรับ “โดมครอบทางด่วน”-กทพ.เร่งผ่าทางตันด่วน N1 หวั่นกระทบ TFF
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
หน้า คมนาคม-ขนส่ง
เผยแพร่: 7 กันยายน 2563 เวลา 07:26



กทพ.ถก “ม.เกษตรฯ” เสนอรูปแบบ “โดมครอบทางด่วน” ช่วง N1 เผย ม.เกษตรฯ ยังมีข้อห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมและยังไม่ตอบรับ เตรียมเสนอคณะทำงาน “คมนาคม” เคาะไปต่อหรือพับแผน หวั่นยื้อต่อแบกดอกเบี้ย TFF บาน

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอนทดแทน N1 ว่า จากที่กระทรวงคมนาคมและ กทพ.ได้สรุปรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับมีหลังคาครอบ พร้อมระบบสเปรย์น้ำ ซึ่งจะแก้ปัญหาด้านฝุ่นละออง ฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางเสียงได้ และได้นำหารือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งเบื้องต้นทาง ม.เกษตรฯ ยังมีข้อห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ ซึ่ง กทพ.จะนำข้อคิดเห็นต่างๆ มาหารือและพิจารณาทางเลือกต่อไป

“ทาง ม.เกษตรฯ ยังไม่ตอบเห็นด้วย จะบอกว่าคำตอบยังเป็นลบอยู่ก็ได้ ซึ่งผมได้รายงานข้อมูลต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วว่าทาง ม.เกษตรฯ มีข้อห่วงใยอย่างไร ซึ่งอาจต้องหาแนวทางอื่นที่จะเดินหน้าต่อไป หรืออาจต้องยอมเจ็บแต่จบ”

รายงานข่าวแจ้งว่า กทพ.ได้นำเสนอรูปแบบการก่อสร้างทางด่วนตอน N1 ช่วงถนนงามวงศ์วาน ผ่าน ม.เกษตรฯ เป็นทางด่านยกระดับและก่อสร้างหลังคาครอบด้านบนเพื่อป้องกันผลกระทบด้านเสียงและฝุ่นละออง ควันพิษ PM 2.5 ลงสู่ด้านล่าง ซึ่งในหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลี มีการก่อสร้างทางด่วนในรูปแบบนี้ ซึ่ง กทพ.พร้อมที่จะออกแบบและนำเทคโนโลยีที่มีมาใช้ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

อีกทั้งเป็นการใช้พื้นที่ร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและใช้พื้นที่น้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางอื่นๆ ที่จะต้องมีการเวนคืนและเปิดพื้นที่ใหม่ซึ่งจะมีผลกระทบสูงกว่า

ทั้งนี้ การหารือ เบื้องต้นทาง ม.เกษตรฯ มีข้อห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ไม่ชัดเจนมากนัก ซึ่งทาง ม.เกษตรฯ จะนำข้อมูลหารือภายในและทำความเห็นตอบ กทพ.เป็นทางการอีกครั้ง ซึ่ง กทพ.จะนำประเด็นห่วงใยของ ม.เกษตรฯ เสนอต่อคณะทำงานร่วมฯ พิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือและรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ที่มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเพื่อพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างทางด่วนช่วง N1 ที่ผ่าน ม.เกษตรฯ มีปัญหายืดเยื้อมานานหลายปี ส่งผลให้โครงการล่าช้าและกระทบต่อแผนการลงทุน และแผนการใช้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ซึ่ง กทพ.ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ย ขณะที่ กทพ.และกระทรวงคมนาคมได้พยายามหารูปแบบการก่อสร้างโดยใช้หลักทางวิศวกรรมช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากทาง ม.เกษตรฯ ยังไม่ยอมรับ มีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการยกเลิก

สำหรับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือนั้น ประกอบด้วย ช่วง N1 ทดแทน (ผ่าน ม.เกษตรฯ) และต่อเชื่อมกับ ช่วง N2 จากแยกเกษตร-นวมินทร์ เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ระยะทาง 10.5 กม. วงเงินลงทุน 14,3742 ล้านบาท โดยเป็นโครงข่ายในการเชื่อมการเดินทางโซนตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) หากไม่มี N1 การก่อสร้าง N2 ก็อาจไม่มีประโยชน์ และไม่สามารถแก้ปัญหาปริมาณจราจรในพื้นที่ที่แออัดได้
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 08/09/2020 3:07 pm    Post subject: Reply with quote

📣วันนี้น้องทันใจจะมาอัพเดท 🚧🚆ความก้าวหน้างานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
8 กันยายน 2563 เวลา 9:50 AM

🍊 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) 🏗ความก้าวหน้างานโยธา 67.84% (เร็วกว่าแผน 2.74%)
🦩 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง 🏗ความก้าวหน้างานโยธา 64.30% 🚧ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 58.45% ความก้าวหน้าโดยรวม 61.75%
🍋 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี 🏗ความก้าวหน้างานโยธา 63.36% 🚧ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 57.42% ความก้าวหน้าโดยรวม 60.82%
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3366504486729806&set=p.3366504486729806&type=3


Last edited by Wisarut on 09/09/2020 12:12 pm; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 08/09/2020 6:30 pm    Post subject: Reply with quote

กทม.บูม “มีนบุรี-คลองสามวา” หมื่นไร่ เกตเวย์โซนตะวันออก
อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 8 กันยายน 2563 - 11:30 น.


กทม.วางคอนเซ็ปต์พัฒนาที่ดิน 10,072 ไร่ ย่านมีนบุรี-คลองสามวา รับจุดตัดรถไฟฟ้า 2 สาย 2 สี “ส้ม-ชมพู” หนุนเป็นเกตเวย์กรุงเทพฯโซนตะวันออก ศูนย์กลางธุรกิจ จุดเปลี่ยนการเดินทางเข้าใจกลางเมือง แบ่งพื้นที่ 8 โซน บูมมิกซ์ยูส รัศมีรอบสถานี อู่รถเมล์ ขสมก. ตลาดมีนบุรี ชุมชนเก่า ไปถึงคลองแสนแสบ คลองต้นนุ่น คลองเจ๊ก เผยผังเมืองใหม่เปิดพื้นที่ให้สร้างอาคารสูงได้ 15 ชั้น

แหล่งข่าวจากสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กทม.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ภาคเอกชน และส่วนราชการ ในพื้นที่โครงการศึกษาการวางผังพัฒนาพื้นที่บริเวณศูนย์ชุมชนชานเมืองมีนบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง ที่ปัจจุบันมีการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว

รถไฟฟ้า 2 สายดันขึ้นทำเลทอง
และอยู่ในพื้นที่มีรถไฟฟ้าพาดผ่าน 2 สายทาง ได้แก่ สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี และสายสีส้ม บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี เชื่อมโยงการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้สะดวก และตามผังเมืองรวมกำหนดให้พื้นที่มีนบุรี เป็นศูนย์กลางการค้าและการบริการของพื้นที่ชานเมืองตะวันออกของกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการชี้แนะการพัฒนาให้กับเอกชนและเจ้าของที่ดินในบริเวณดังกล่าว

“จะต้องมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ และเกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนอย่างมีทิศทาง และเป็นไปตามนโยบายและมาตรการที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวมกรุงเทพฯ”



เปิดพื้นที่พัฒนากว่า 1 หมื่นไร่
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ศึกษาวางผังจะครอบคลุม 2 เขต รวมเนื้อที่ 16.59 ตร.กม. หรือ 10,364 ไร่ คือ เขตมีนบุรี แขวงมีนบุรี แขวงคลองแสนแสบ และเขตคลองสามวา แขวงบางชัน ขนาดพื้นที่ 0.47 ตร.กม. พื้นที่ 291.97 ไร่

จากที่ขีดพื้นที่ศึกษาด้วยขนาดพื้นที่ 228.44 ตร.กม. หรือ 142,775 ไร่ ประกอบด้วย เขตมีนบุรี แขวงมีนบุรี แขวงแสนแสบ ขนาดพื้นที่ 16.12 ตร.กม. จำนวน 10,072 ไร่, เขตคลองสามวา แขวงทรายกองดิน แขวงทรายกองดินใต้ แขวงบางชัน แขวงสามวาตะวันตก แขวงสามวาตะวันออก, เขตสะพานสูง แขวงสะพานสูง, เขตคันนายาว แขวงคันนายาว และแขวงรามอินทรา

ทั้ง 4 เขต คาดการณ์ประชากร 10 ปี ถึงปี 2573 จะเพิ่มขึ้น 32,000 คน จากปัจจุบัน 837,737 คน แต่หลังจากปี 2582 มีจำนวนประชากรลดลง เพราะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 31% ขณะที่ด้านการค้าและการบริการมีแนวโน้มเติบโตขึ้น


ผังเมืองเปลี่ยนสี
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน การปลูกสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โกดังได้ 1-2 ชั้น และกลุ่มตึกแถวย่านการค้า 3-4 ชั้น ส่วนในร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ กำหนดเป็นพื้นที่สีแดงพาณิชยกรรม “พ.5” อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) 7.5 หรือสามารถสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ 15 ชั้น

ขณะที่แนวโน้มการพัฒนาจะกำหนดมาตรการแก้ไขส่งเสริมการพัฒนาเมืองในแนวตั้งและพื้นที่สีเขียวบนอาคาร เป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้เมืองมีความกระชับและพื้นที่สีเขียวเพียงพอ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สาธารณะ สวนสาธารณะ ระบบสาธาณูปโภคและสาธารณูปการ

“การใช้ประโยชน์ที่ดินตามร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทสีเหลืองที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย สีส้มที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง และสีแดงพาณิชยกรรม” แหล่งข่าวกล่าว

แบ่ง 8 โซนครอบคลุมทุกมิติ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนแนวทางการพัฒนาในพื้นที่แบ่งเป็น 8 โซน ได้แก่ โซน A แนวทางการพัฒนาบริเวณเปลี่ยนถ่ายการสัญจรบริเวณสถานีสายสีชมพู และสถานีสายสีส้ม ตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร

“โซน B” ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า แนวทางการพัฒนาอาคารแนวสูงย่านธุรกิจรูปแบบผสมผสานตามแนวที่ดินที่ขนานไปกับถนนรามคำแหง และคลองแสนแสบ “โซน C” พื้นที่อยู่ริมคลองและเสี่ยงภัยน้ำท่วม และเข้าถึงยาก เป็นชุมชนดั้งเดิม แนวทางการพัฒนาจะอนุรักษ์อาคารเก่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์บริเวณชุมชนมีนบุรีอุปถัมภ์ เช่น พัฒนาพื้นที่โรงสีมีนบุรี และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง

“โซน D” จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีตลาดมีนบุรี อู่รถ ขสมก.มีนบุรี และพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมต่อเส้นทางสัญจรศูนย์ราชการมีนบุรี จะพัฒนาสถานีตลาดมีนบุรีให้เป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมพาณิชยกรรมของชุมชนรูปแบบผสมผสาน พัฒนาการเชื่อมต่อระบบการสัญจรเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง มีทางเดินเท้า จักรยาน

“โซน E” พัฒนาพื้นที่ริมคลองแสนแสบ ตั้งแต่หลังอาคารพาณิชยกรรมที่พัฒนาใหม่ ขนานไปกับถนนรามคำแหง ถึงโรงสีมีนบุรี พัฒนาพื้นที่แนวคลองแสนแสบเป็นพื้นที่เปิดโล่งสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ พัฒนาริมคลองและท่าเรือเป็นทางเลือกการเดินเท้า จักรยาน ทางเรือ

“โซน F” พัฒนาพื้นที่ริมคลองสองต้นนุ่น ช่วงติดสถานีรถไฟฟ้ามีนบุรีของสายสีชมพู พัฒนาพื้นที่สถานีตลาดมีนบุรีเป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมพาณิชยกรรมของชุมชนรูปแบบผสมผสาน และพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวก “โซน G” พัฒนาพื้นที่บริเวณริมคลองเจ๊ก ช่วงบริเวณสะพานคลองเจ๊กตลาดมีนบุรี ไปจดคลองแสนแสบให้เป็นพื้นที่สวนและพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และพัฒนาทางเดินเท้า จักรยาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

และ “โซน H” พัฒนาการเชื่อมระบบโครงข่ายพื้นที่เปิดโล่ง ริมน้ำที่โล่งของภาครัฐ และภาคเอกชน โดยจัดหาพื้นที่สีเขียว เพิ่มพื้นที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โดยรอบ “สถานีมีนบุรี” ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของสายสีส้มช่วงตะวันออก ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีที่กำลังก่อสร้าง และเป็นจุดเชื่อมกับสายสีชมพู โดยที่ตั้งสถานีอยู่บริเวณแยกร่มเกล้า มีจุดจอดแล้วจร และศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ในบริเวณนี้ และมีไทวัสดุ บิ๊กซี SCG

ปัจจุบันมีโครงการ “ดิ ออริจิ้น ราม 209 อินเตอร์เชนจ์” จากค่ายออริจิ้น เข้าไปปักธงโครงการแนวสูงอยู่โครงการเดียวย่านนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแนวราบและหมู่บ้านเก่า โดยอยู่เยื้องกับไทวัสดุ บนพื้นที่ 4 ไร่ สูง 31 ชั้น รวม 1,007 ยูนิต เริ่มต้น 1.29 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จะก่อสร้างเสร็จในปี 2564 ขณะที่ที่ดินเปล่ารอพัฒนายังมีเหลืออยู่อีกหลายแปลง
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 09/09/2020 12:14 pm    Post subject: Reply with quote

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ครบรอบ 28 ปี ไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา และ รฟม. ยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท พัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และขยายความสุขในการเดินทางของคนเมืองและภูมิภาค
https://www.bltbangkok.com/bangkok-update/27866/
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 09/09/2020 7:03 pm    Post subject: Reply with quote

ข้อควรคิดในการออกแบบภายในตัวรถไฟฟ้า
BKKTrains
วันที่ 9 กันยายน 2563 - 12:48 น.


⚠️ ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง และเดินเข้าขบวนรถที่บริเวณประตูที่ติดกับข้อต่อระหว่างตู้โดยสาร อาจจะมีความรู้สึกว่าที่บริเวณประตูนั้นจะมีความ“โล่ง" มากกว่าบริเวณประตูอื่นๆ เพราะภายในห้องโดยสารที่บริเวณประตูตำแหน่งนี้จะมีบางสิ่งบางอย่างหายไป
❗️ สิ่งที่หายไปที่บริเวณนี้ก็คือ “เสา" ภายในตู้โดยสาร
🚈 โดยที่บริเวณประตูที่อยู่ติดกับข้อต่อระหว่างตู้โดยสาร จะมีพื้นที่สำหรับรถเข็นวีลแชร์ และเพื่อให้ผู้โดยสารที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เข้าสู่ขบวนรถได้ง่าย จึงได้มีการนำเสาที่ติดตั้งอยู่กึ่งกลางตู้โดยสารที่บริเวณนี้ออกไป
🚈 ซึ่งการที่นำ “เสา” ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางตู้โดยสารนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เข้าสู่ขบวนรถได้ง่ายแล้ว ยังช่วยลดความหนาแน่นของผู้โดยสารที่บริเวณประตูได้ เพราะการไม่มีเสาที่บริเวณนี้ จะกระตุ้นให้ผู้โดยสารเดินเข้าสู่พื้นที่ว่างด้านในแทน โดยไปเพิ่มราวและห่วงจับที่บริเวณพื้นที่ด้านแทน เพื่อทดแทนเสาจับที่บริเวณประตูครับ
👍 การจัดพื้นที่ภายในขบวนรถแบบนี้ มีหลายๆ ประเทศ ได้นำมาใช้ และประสบผลสำเร็จในการลดความหนาแน่นของผู้โดยสารบริเวณประตู และกระตุ้นให้ผู้โดยสารเดินเข้าสู่พื้นที่ว่างด้านใน ดังตัวอย่างที่เห็นในรถไฟของประเทศญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นต้น
🚈 ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการนำเสาตรงประตูออก แต่จะมีการเพิ่มราวและห่วงจับบริเวณพื้นที่ด้านในเป็นการชดเชย เพื่อให้ผู้โดยสารเดินเข้าสู่พื้นที่ว่างด้านใน และมีราวและห่วงจับอย่างเพียงพอครับ
🙏 และที่สำคัญ “ขอความกรุณาจากผู้โดยสารทุกท่านเดินเข้าสู่ด้านในของขบวนรถ ไม่ยืนกีดขวางบริเวณประตู ไม่ยืนพิงเสา และจับห่วง เสา หรือราว ขณะเดินทาง”
🚈 ปล.จริงๆ ก็แอบอยากให้รถไฟในประเทศไทย เอาเสาตรงประตูออกทุกจุดไปเลย เพื่อลดการยืนกีดขวางประตู บางขบวนนี่ตรงประตูดูแน่นมากนะ ไม่สามารถเบียดเข้าไปได้ แต่ข้างในนี่อย่างโล่ง โล่งแบบชนิดที่ว่าสามารถเต้น Ice Cream ในขบวนรถได้เลยทีเดียว
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 31843
Location: NECTEC

PostPosted: 09/09/2020 7:11 pm    Post subject: Reply with quote

เบี้ย “ประกันภัยต่อ” จ่อพุ่ง 30% จับตา”เมกะโปรเจ็กต์” สะเทือนยกแผง
หุ้น-การเงิน

วันที่ 5 กันยายน 2563 - 07:16 น.

“โควิด-19” กระแทกตลาด “ประกันภัยต่อ” อ่วม ดันเบี้ย “เมกะโปรเจ็กต์” จ่อพุ่ง 30% ยกแผงจับตาโครงการ “ก่อสร้างรถไฟฟ้า-โรงกลั่นน้ำมัน” ถูกกระทบหนัก ฟาก “ทิพยประกันภัย” เร่งประเมินผลกระทบจ่อขึ้นเบี้ยกลุ่มเสี่ยง “โรงแรม-ท่องเที่ยว-โรงงาน”

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) เปิดเผยว่า ปี 2563 นี้ ความเสียหายจากผลกระทบโควิด-19 ค่อนข้างกดดันตลาดประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) ของโลก ทำให้มีแนวโน้มจะต้องปรับราคาเบี้ยประกันภัยปี 2564 แพงขึ้นมาก และคาดว่าจะมีผลต่อตลาดประกันภัยในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ที่เป็นช่วงต่อสัญญา โดยงานรับประกันเกี่ยวกับทรัพย์สิน (property risk) มีความเสี่ยง ราคาเบี้ยจะแพงขึ้นถึง 30% ซึ่งขณะนี้เห็นสัญญาณชัดเจนในกลุ่มงานรับประกันภัยขนาดใหญ่ที่ส่งรีอินชัวรันซ์ไปต่างประเทศ มูลค่า 8,000-10,000 ล้านบาท อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า, โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น

“พวกงานรับประกันภัยที่ต้องรีไปต่างประเทศ ต้องปรับเบี้ยสูงขึ้นแน่นอน ในขณะที่งานรับประกันภัยขนาดประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ที่อยู่ในประเทศ อาจยังไม่ต้องปรับเบี้ย” นายโอฬารกล่าว

ทั้งนี้ ประเมินว่าเบี้ยที่จะถูกปรับแพงขึ้นอย่างมากในตลาดต่างประเทศ คือ การเคลมประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร (D&O) เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้เกิดความเสียหายทางการเงิน ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น อันเนื่องมาจากการประมาทหรือกระทำผิดวินัยซึ่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย



“ราคาเบี้ยประกันที่น่าจะแพงขึ้น เกิดจากดีมานด์และซัพพลายในตลาดโลก โดยหากรีอินชัวเรอร์ขาดทุนมาก เงินทุนที่มารับประกันก็ลดลง เห็นตัวอย่างชัดเจนเมื่อตอนวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 รีอินชัวเรอร์ไม่มีใครกล้ารับประกัน มีแค่รายเดียว ซึ่งกำหนดเบี้ยได้ ทำให้ราคาเบี้ยประกันกระโดดขึ้นทันที 2-3 เท่า ตอนนี้ตลาดโลกกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ดังนั้นต้องรอประเมินซัพพลายในตลาดโลกอีกทีว่าจะหดตัวไปแค่ไหน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเบี้ยในปีหน้า ทั้งนี้ ในฐานะผู้รับประกันภัยต่อ ถ้าเบี้ยในตลาดปรับแพงขึ้นฝั่งขารับจะทำให้บริษัทมีรายได้มากขึ้นแต่ในเชิงผลกระทบต้องซื้อความคุ้มครองที่แพงขึ้นเหมือนกัน แต่ชั่งน้ำหนักดูแล้วน่าจะเป็นบวกมากกว่า” นายโอฬารกล่าว

แหล่งข่าวจาก บมจ.ทิพยประกันภัยกล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย (loss ratio) ของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องปรับเบี้ยแพงขึ้นเท่าไร แต่ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ธุรกิจโรงแรม, การท่องเที่ยว, โรงงาน เป็นต้น ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่หดตัวจากโควิด-19 ทำให้ธุรกิจชะงัก ขาดรายได้ น่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องปรับเบี้ยแพงขึ้นมากที่สุด

“ปัจจุบันพอร์ตรับประกันกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม โรงงาน คิดเป็น 1% ของเบี้ยรับรวม หรือราว 200 ล้านบาท ทุนประกันเฉลี่ย 10-100 ล้านบาท”

แหล่งข่าวจาก บมจ.เจนเนอราลี่ประกันภัย (ไทยแลนด์) กล่าวว่า การต่อสัญญาประกันภัยต่อช่วงปลายปีนี้ เบี้ยน่าจะปรับแพงขึ้นเกือบ 30% แต่ทั้งนี้ คงขึ้นอยู่ผลประกอบการของบริษัทด้วยว่าผลของการรับประกันมีความเสียหายเพียงใด หากยังทำกำไรได้เล็กน้อย ก็อาจจะปรับเบี้ยแค่ 50% ของตลาด

“ปีหน้าน่าจะเห็นบางธุรกิจขอลดเบี้ยและลดทุนประกันลง ทำให้อาจมีเบี้ยประกันจะเข้ามาน้อยลง และบางธุรกิจถึงขั้นไม่ต่อประกัน เพื่อเก็บเงินสดไว้บริหารองค์กร รอเศรษฐกิจฟื้นดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาทำประกัน”

นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล (AYUD) ในฐานะบริษัทแม่ที่ถือหุ้น 99.99% ใน บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย (AAGI) กล่าวว่า ปีนี้ตลาดประกันภัยต่อโลกได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จากยอดเคลมประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (business interruption) แต่เนื่องจากบริษัทไม่ได้รับประกันส่วนนี้จึงไม่ถูกกระทบ
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 221, 222, 223, 224, 225  Next
Page 222 of 225

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test