RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:305039
ทั่วไป:10645061
ทั้งหมด:10950100
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวล่าสุดจาก KTMB
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวล่าสุดจาก KTMB
Goto page Previous  1, 2, 3, 4 ... 74, 75, 76  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> เกี่ยวกับรถไฟต่างประเทศ
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 06/10/2007 8:55 pm    Post subject: Reply with quote

pattharachai wrote:
ทีนี้ก็มีรถไปสิงคโปร์เพิ่มอีกขบวน แต่ผมว่า ถ้าจะให้ดี ต้องมีต้นทางที่ BW

เห็นเวลา ของ รถขบวนนี้ ออกจาก KL Sentral (22.11) ใกล้เคียงกับเวลา ของ ด่วนมาลัมเลยนะครับ (22.00)


ไว้ทำทางคู่ถึง ปาดังเบซาร์หรือ ที่ ชุมทางบูกิตเมตายัม คงได้ฟื้นฟูด่วนรักยัต โดยยน้ายต้นทางกลับไปบัตเตอร์เวิร์ธ แน่ๆ
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 06/11/2007 11:59 am    Post subject: Reply with quote

ตามรอย "รถไฟชานเมืองมาเลเซีย" พิสูจน์การใช้รางร่วมกัน 2 ระบบ
Prachachat Thurakij - 5 Novemeber 2007


ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่ารถไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกใหม่ที่มีบทบาทอย่างมากกับการเดินทาง เพราะสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ทั้งยังถึงจุดหมายตรงเวลา

แต่นอกจากรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน 2 สายทางที่เปิดใช้บริการอยู่ปัจจุบัน ในอนาคต "รถไฟชานเมือง" ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการเดินทางด้วยระบบรางที่เข้ามาแทนที่การเดินทางด้วยรถยนต์ หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ "ระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง" ช่วง "รังสิต-บางซื่อ-ตลิ่งชัน" ระยะทาง 41 กิโลเมตร วงเงินเกือบ 5.4 หมื่นล้านบาท

โดยจะดำเนินการช่วงแรก คือ "บางซื่อ-ตลิ่งชัน" ก่อน ระยะทาง 15 กิโลเมตร ปรากฏว่ามีผู้รับเหมาสนใจซื้อซองประกวดราคารวม 10 ราย อาทิ อิตาเลียนไทยฯ ซินเท็คคอนสตรัคชั่น ฯลฯ และมีระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาก่อสร้างเดือนมิถุนายน 2554

แนวเส้นทางรถไฟเริ่มต้นจากสถานีบางซื่อ วิ่งคู่ไปตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปสิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน มีจุดจอด 3 สถานี คือ สถานีบางซ่อน บางบำหรุ และตลิ่งชัน โดยก่อนหน้านี้บริษัทพัฒนาที่ดินค่าย "ศุภาลัย" เพิ่งปักธงขึ้นโครงการคอนโดมิเนียม "ซิตี้โฮม" บนที่ดินย่านบางพลัด เยื้องกับโรงพยาบาลยันฮี รับรถไฟสายนี้ไปหมาดๆ

ที่น่าสนใจคือรถไฟสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ- ตลิ่งชัน) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถือเป็นสายแรก ที่จะถูกพัฒนาเป็นรถไฟชานเมืองแบบ 2 ระบบ คือ วิ่งได้ทั้งระบบที่ใช้ "น้ำมันดีเซล" และ "ไฟฟ้า" ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย

วิธีการคือต้องติดตั้งระบบป้อนไฟฟ้า ด้วยสายส่งกระแสไฟที่ติดตั้งไว้ด้านบน ของราง แตกต่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสและ รถไฟฟ้าใต้ดินที่ส่งกระแสไฟฟ้าสู่รางด้านล่างโดยตรง

โดย "บัญชา คงนคร" รองผู้ว่าการด้าน ปฏิบัติการ 1 และรักษาการผู้ว่า ร.ฟ.ท.เชื่อว่า หลังจากติดตั้งระบบแล้วจะช่วยให้การเดินทาง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่การทำความเร็วรถและลดต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่มีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปี 2551

แต่การเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ มักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอ

กรณีนี้ก็เช่นกัน มีคำถามเกิดขึ้นว่ารถไฟชานเมืองที่มีความกว้างของราง 1 เมตร เล็กกว่ารางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีความกว้าง 1.435 เมตร จะวิ่งรถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร เนื่องจาก ทั้ง 3 สถานีของรถไฟสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ- ตลิ่งชัน) จะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง และสีส้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงเมื่อติดตั้งระบบแล้วเสร็จจะต้องเลือกวิ่งรถไฟระบบใดระบบหนึ่ง หรือวิ่งได้พร้อมกัน ทั้ง 2 ระบบ

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะผู้บริหารของ ร.ฟ.ท.จึงได้นำสื่อมวลชนเกือบ 30 ชีวิต เดินทางด้วยรถไฟข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อศึกษาการเดินรถไฟทางคู่ (รางคู่) แบบใช้ร่วมกัน 2 ระบบ ทั้งดีเซลรางและไฟฟ้า เหมือนกับที่จะเกิดขึ้นในรถไฟชานเมืองสายสีแดง

ระหว่างการเดินทาง ข้อมูลที่ได้รับจาก KERETAPI TANAH MELAYU BERHAD (KTMB) หรือ "การรถไฟมาเลเซีย" ระบุว่า ปัจจุบันมาเลเซียมีรางรถไฟรวมระยะทาง 1,658 กิโลเมตร สั้นกว่าประเทศไทยที่มีรางรถไฟระยะทางประมาณ 4,000 กิโลเมตร โดยแบ่งแยกออกเป็น 1)รถไฟชานเมือง ได้แก่ ระบบดีเซลรางและไฟฟ้า 2)รถไฟฟ้าในเมือง แยกเป็นแบบรางคู่และแบบโมโนเรล (รางเดี่ยว)

แต่ถ้าโฟกัส "รถไฟชานเมือง" ต้องยอมรับว่า มาเลเซียก้าวไปไกลกว่าเรามาก ปัจจุบันมีรถไฟรางคู่ 2 ระบบ (ดีเซลราง-ไฟฟ้า) รวมระยะทาง 175 กิโลเมตร จากเมือง RASA (ระสา) ไปถึง SEREMBAN (เซเรมบัน) และเมือง KLANG (ท่าเรือกลัง) ไปถึงเมือง SENTUL (โรงรถจักรเซนตุล) และอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มจากช่วงเมือง RASA ถึง IPOH (อิโปห์) อีก 150 กิโลเมตร

หลังจากใช้เวลานั่งรถไฟข้ามคืนจากสถานีหัวลำโพงผ่านด่านปาดังเบซาร์ (จังหวัดสงขลา) เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ขบวนรถไฟก็ไปถึง "IPOH" สถานีใหญ่ซึ่งเป็นจุดที่มาเลเซียกำลังลงทุนเพิ่ม เพื่อพัฒนารถไฟชานเมืองให้วิ่งได้ทั้งน้ำมันดีเซลและระบบไฟฟ้า

สังเกตว่าแม้ตลอดเส้นทางรถไฟ 2 ข้างทางที่ผ่านมาจะเป็นชนบท จึงเป็นไปได้ว่าปริมาณการใช้บริการรถไฟต่อวันไม่น่าจะมากนัก แต่การรถไฟมาเลเซียก็ยอมทุ่มงบประมาณพัฒนาเส้นทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในเชิงของรายได้อาจไม่ "คุ้มทุน" ก็ตาม

อาจเป็นเพราะนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรี "มหาธีร์" ที่มองการลงทุนอินฟราสตรักเจอร์เป็น "Economic Startegic Policy" และประเมินแล้วว่าการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้าจะมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันดีเซลถึง 30% ที่น่าสนใจคือเป็นการคำนวณภายใต้ราคาน้ำมันที่ซื้อขายกันในปั๊มเพียงลิตรละ 15 บาท เนื่องจากมาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศ ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของอาเซียน

โดยหลังจากลงทุนพัฒนาระบบแล้ว การวิ่งรถไฟชานเมืองของมาเลเซียด้วย "ระบบไฟฟ้า" สามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้นจากการวิ่งรถไฟด้วยน้ำมันดีเซลอีก 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือจาก 100-120 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมายถึงการมีจำนวนเที่ยววิ่งรถที่เพิ่มขึ้น แต่มีต้นทุนเดินรถต่ำลง

สำหรับแนวคิดระบบขนส่งมวลชนของ มาเลเซีย อาศัยรถไฟชานเมืองเป็นตัวขนคน เข้าสู่ในเมือง และมาเปลี่ยนถ่ายสู่รถไฟฟ้า ที่วิ่งในเมือง ดังนั้นกรณีที่รางมีขนาดความกว้าง ไม่เท่ากันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อ การเดินทาง

แต่ในแง่การจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟกรณี ผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางมีความสลับซับซ้อนน้อยกว่า เนื่องจากผู้โดยสารไม่ต้องเสียค่ารถใหม่เหมือนกรณีเปลี่ยนจากนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากปัจจุบันรถไฟเกือบ ทุกสายทางในมาเลเซีย ยกเว้นสาย Express Rail Link ที่วิ่งเชื่อมต่อไปถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ อยู่ภายใต้ความดูแลของการรถไฟมาเลเซีย ที่มีสถานภาพเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นโดยภาครัฐ 100%

โดยรถไฟชานเมืองของมาเลเซีย หากเป็นรถไฟชั้น 1 ระยะทางจากกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ (300 กิโลเมตร) คิดค่าโดยสาร 12-68 ริงกิต (120-680 บาท) ถ้ารถไฟชั้น 3 (ไม่มีแอร์) คิดราคาเพียง 2 ริงกิต (20 บาท) เท่านั้น และแบบตู้นอนคิดราคา 125 ริงกิต (ประมาณ 1,250 บาท) ส่วนรถไฟฟ้าที่วิ่งในเมือง คิดค่าโดยสาร 1-5 ริงกิต (10-50 บาท) ใกล้เคียงกับค่า โดยสารรถไฟฟ้าในบ้านเรา

ที่น่าสนใจคือตามแผนพัฒนาระบบราง ฉบับที่ 9 ของมาเลเซีย (ปี 2005-2010) ได้วาง งบประมาณลงทุนสูงถึง 5,000 ล้านริงกิต (5 หมื่นล้านบาท) โดยงบประมาณหลักๆ จะถูกใช้พัฒนาระบบราง จาก "รางเดียว" (เลนเดียว) เป็นรถไฟรางคู่ (วิ่ง 2 รางสวนกัน) ทั้งด้านทิศเหนือและ ทิศใต้ของประเทศ รวมระยะทาง 708 กิโลเมตร

และหากนับรวมตั้งแต่ปี 1995-2010 (15 ปี) เท่ากับว่ามาเลเซียใช้งบประมาณในการพัฒนาระบบรางไปแล้วทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านริงกิต หรือ 1 แสนล้านบาทเศษ

ซึ่งการเดินทางตามรอยรถไฟมาเลเซียครั้งนี้ ถือเป็นการศึกษารูปแบบ "ระบบราง" เพื่อนำมาปรับใช้กับการพัฒนาระบบรถไฟของไทยต่อไปในอนาคต

หน้า 13
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 09/11/2007 10:27 am    Post subject: เรื่องชวนบ่นเกี่ยวกับรถไฟมาเลย์จากคนปีนัง Reply with quote

Our rail system outdated and
The Star - Friday November 9, 2007
REF: www.thestar.com.my



I READ with interest “Cost concern in double tracking project” (The Star, Nov 5).

Rail development has been given low priority in terms of transport infrastructure since Merdeka, and the proposal by Gamuda MMC is a welcome development to improve the efficiency of KTM.

It will certainly offer potential for expansion of rail freight transportation in the country. The current single track system is simply outdated and slow. It is choked and cannot be further enhanced even with improved rolling stock.

The current system restricts speed of trains and limits hauling capacity. Journeys between Butterworth and Kuala Lumpur take well over nine hours and so much quality time is wasted on the tracks.

With Malaysia emerging as one of the top 20 trading nation in the world, an efficient multi-modal transport system is imperative to facilitate its booming trade.

Malaysia needs to have in place an efficient transport infrastructure to enhance its competitive advantage and the weak link here is rail.

Malaysia has an excellent maritime infrastructure but it is poorly integrated by the current single track rail system. Rail development is not in tandem with port developments.

A good rail system will enhance the port’s land connectivity by extending its geographical reach in the country and beyond into the neighbouring countries.

Many multinational companies are now looking into railway as an alternative mode of transportation to move their bulk consignment. Therefore, Gamuda MMC’s proposal to complete the second leg between Ipoh and Padang Besar is good news. No time should be wasted as building costs have escalated.

The double tracking will have a direct positive impact on the NCER and also revitalise the rural communities by creating jobs.

Similarly, the southern double tracking undertaken by Ircon between Seremban and further south should progress fast. It will further enhance the delivery system to spearhead the IDR.

A single high-powered locomotive can haul almost a hundred TEUs, which means a hundred trucks less on the road, and roads would be safer for travel.



P.J. GOMES,

Penang.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 21/11/2007 2:44 pm    Post subject: Reply with quote

Komuter service: The sardines approach is not the right one
By : SAMUEL YESUIAH, Seremban

http://www.nst.com.my/Wednesday/Letters/2088857/insidepix1
[Photo: NST - Sardine-packed coaches like this on KTM Komuter are a cause of constant complaints among commuters.]

IT is true that the KTM Komuter service is getting worse ("It's getting worse by the day" - NST, Nov 16).

The service is hugely popular with the people because it helps people get to Kuala Lumpur.

It offers a cheap and convenient mode of travel for many.

Unfortunately, many complaints have been raised about the service and KTM has not acted on rectifying these problems.

Trains not arriving according to the schedule displayed on the electronic boards are the target of most complaints.

KTM needs to add more coaches and increase frequency of services during peak periods and holidays at important stations like KL Sentral, MidValley, Serdang and Kajang.

This is to prevent overcrowding and trains arriving packed to the brim.

The frequent breakdown of the air-conditioning in the trains should also be looked into. Maybe there is an in-built automatic shutdown of the air-conditioning when the passenger capacity is breached.

On two occasions, during the holiday season, the air-conditioning broke down on the Seremban-Rawang route.

The coach was packed and there was hardly any standing room, but passengers still shoved and made their way into the coaches.

When the air-conditioning broke down, passengers had to endure a hot, stuffy journey because of the air-tight compartments and windows that could not be opened.

KTM officials should be stationed at strategic stations to supervise the queues.

The officials should also direct the people to move into the aisle of the train where passengers are seated so as to facilitate, and not block, passengers getting into and off the train.

For the safety and comfort of passengers, the officials should also ensure the trains are not packed to the brim.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 28/11/2007 12:46 pm    Post subject: เรื่องชวนบ่นเกี่ยวกับ KTMB Reply with quote

On wrong track over rail services
The Star - 28 Nov 2007

KTM has not awoken to the opportunities of attracting tourists on its scenic railway system. Where Asians shun the use of country passenger rail because it is slow and outdated, Western tourists flock to use rail for these very same reasons!

Witness the popularity of tourist rail in countries like America, the UK and Australia where young and old love to experience the steam and diesel services of a past era.

Within Malaysia, witness the growing popularity of the recently upgraded Borneo rail route, a mixture of tourist and commercial rail services.

Currently, apart from the KL-Singapore service, and the local “jungle” trains on the east coast, all passenger rail services operate at night. Tourists do not want to sleep through the fascinating jungle foliage, the flora and fauna and the village life that passes by their carriage window.

Malaysian rail scheduling is on the wrong track. Introduce some intercity day services that cater for the tourist.



DR IAN MACKECHNIE,

Kuala Lumpur.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 16/12/2007 8:31 am    Post subject: ทางคู่ติดระบบรถไฟฟ้า อิโปห์ - ปาดังเบซาร์ Reply with quote

ทางคู่ติดระบบรถไฟฟ้า อิโปห์ - ปาดังเบซาร์ มูลค่า 12500 ล้านริงกิตเริ่มจะทำเสียที

Spillover effect of rail project will be widespread
The Star - 15 December 2007
NEWS ANALYSIS BY FINTAN NG

IT’S finally happening. Construction will commence on the 329km northern portion of the electrified double-tracking railway project from Ipoh to Padang Besar by the first half of next year.

This comes after a four-year delay when it was first awarded to a joint venture between Gamuda Bhd and MMC Corp Bhd.

This time around, the joint venture has been awarded a package worth RM12.5bil on the progressive payment method instead of through private finance initiative as envisaged earlier.

At a press conference after Gamuda’s AGM yesterday, group managing director Datuk Lin Yun Ling said the project would have a multiplier effect on the economy of the northern region of the peninsula.

The award comes at a time of high fuel and building material prices and after the launch of the Northern Corridor Economic Region (NCER) in July.

The cost of the project has been revised upwards from RM8.5bil when it was first awarded in 2003 due to the higher prices.

Lin said the Public Works Department’s tender price index had increased 67% in the four years since the project was first awarded.

He said the project could not be justified on a purely commercial basis.

“The main goal is more socio-economic than commercial because to my knowledge, no railway project in the world is commercially viable.

“In most cases, the government will fund the construction and then the private sector will operate it and receive the revenue via the transport of passengers and freight,” Lin said.

Nevertheless, judging from the figures disclosed, the construction sector would be set for an exciting five years. During this period, as much as RM6bil would be spent on new plants where building materials and machinery would be produced, and that does not include the raw materials such as steel, cement and aggregates needed for the project.

Earlier reports and equity analysts have noted the spillover effects to different sectors of the economy, which Gamuda, in a press release later yesterday afternoon, said would amount to an estimated RM8bil in jobs for local consultants, contractors and suppliers.

It added that the projected gross domestic product growth of the states of Kedah, Penang, Perak and Perlis would be boosted to 8% from 6% while the completion of the project would also boost Penang’s port facilities as well as help businesses located in the region.

Another reported impact is the potential fuel savings from fewer passenger and freight transportation on the roads. Lin said there was potentially RM150bil in savings from petrol and diesel over 30 years based on crude oil price of US$60 per barrel.

In a press statement, MMC group chief executive Feizal Ali said the project complemented the NCER’s vision of becoming a logistics hub.

He added that once completed, the project would complement other portions of the peninsula’s double-tracking railway system and might one day be part of a Trans-Asia line, linking Kunming in China to Singapore.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 21/12/2007 11:00 am    Post subject: วิจารณ์โครงการทางคู่ อิโปห์ - ปาดังเบซาร์ Reply with quote

Malaysia’s Big Money Railroad Hustle
by Kim Quek
(Kim Quek comments regularly on Malaysian affairs)

Asia Sentinel 20 December 2007

Click on the image for full size

The government revives a white elephant project for a politically connected construction firm

Prime Minister Abdullah Ahmad Badawi, who came to office vowing to stop a wide range of money-swallowing projects put in place by former Prime Minister Mahathir Mohamad, has caved in to political pressure and reinstates several of them. Now, it appears he is restarting what may be the biggest of them all, a massively expensive rail project tied to a well-connected construction firm that seems to have little hope of recouping its investment.


The government has approved the no-bid contract with Gamuda-MMC for RM 12.5 billion (US$3.73 billion) to double-track the country’s main north-south railway line, a 329 km run from the central city of Ipoh to the Thai border. The MMC part of the consortium is a construction company backed by Syed Mokhtar Al-Bukhary, a long-time backer and fundraiser for UMNO, the largest party in the country’s ruling Barisan National coalition.

Malayan Railways Ltd serves the Malaysian Peninsula with a network of 1,700 km of railways, but it earned only RM 288 million in transportation revenues in 2006, made up as follows:


Intercity services RM 71 million

Commuter services in Kuala Lumpur areas RM 85 million

Freight services RM 132 million

Total RM 288 million


Excluding the commuter services in Kuala Lumpur, the total transportation revenue is RM203 million from a network of 1,525 km of railways. Apportioning 30 percent of this revenue to the Ipoh-border sector — only 22 percent of the 1525 km network — the corresponding revenue is RM60 million.

Granted that traffic volume would increase substantially after completion of the double-tracking project, there is still a limit. Assuming generous seven-fold revenue growth, future annual revenue for this sector could — could be RM 420 million, just 3.3 percent of the initial capital investment of RM 12.5 billion. Such a meager return means that the project would have little significant impact on the economy or transportation in this sector after completion.

But every family in Malaysia would have to shoulder an average burden of RM 2,500 to pay for this folly. If this money were spent for other purposes, the government could complete any one of the following feats:

Plant 1.2 million hectares of mature oil palm capable of generating annual revenues of RM 10 billion (5 million tons of palm oil @ RM 2,000 per ton), or

Build 400,000 low cost housing units, capable of housing to 2 million people, or Establish 100 medium sized institutions of higher learning, capable of taking in 300,000 students for tertiary education, or

Build 1,200 km of expressways.


The contrast in returns between the double-tracking project and any of the alternatives should indicate that this project is a very low priority. With the country still short of funds to address many social-economic needs, why do this? The circumstances are troubling.




First, there has never been a proper cost/benefit analysis. For a project this large this omission is shocking, but then the cabinet was likely aware that the proposition could not have survived even a preliminary round of analysis.




Second, the project has never been properly discussed in the cabinet – neither during Mahathir’s reign, when the contract was first dubiously awarded to Gamuda-MMC in October 2003 before being shelved in December 2003 after Mahathir left office, nor during Abdullah’s premiership when it was revived in March 2007.




Third, it was the Cabinet Committee on Public Transport – not the cabinet itself– which resurrected the project and awarded the contract to the same contractor in a subcommittee meeting held on March 16, 2007 chaired by Deputy Prime Minister Najib Tun Razak, who also made the announcement. That such an important project should have been left in the hands of Najib’s subcommittee reflects Abdullah’s weakness as well as a serious flaw in the decision-making process.




Fourth, no open tender was called. The decision to re-award the contract to Gamuda-MMC was made even before prices were known to the government, thus weakening the latter’s bargaining position and throwing the door wide open for collusion and corruption. What happened to Abdullah’s promises of open tenders, transparency and accountability?




Fifth, the announcement on the official award of this contract with a finalized price was left to the contractor, who also spoke at length on the project’s economic justification, while the government kept silent. Is it the contractor’s business to justify public expenditures? Shouldn’t that be the responsibility of cabinet ministers? Shouldn’t the ministers have appeared to bask in the glory of launching such a project?




Noting the minuscule projected return in relation to the huge capital layout, a series of questions beg for answers. Why did former premier Mahathir Mohammad push for the double-tracking project so urgently days before he stepped down on in October 2003? The contract then was for the construction of both the northern Ipoh-Padang sector and the southern Seremban-Johor Bahru sector for a total contract sum of RM 14.5 billion.




Having rightly shelved the project in December 2003 due to its low priority, why did Abdullah revived it in March 2007? Finding no compelling economic or social rationale, what conclusion can we draw other than to attribute the motivation to base greed – both on the part of the giver and the recipient of the contract?




REF: http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=945&Itemid=35

// ---------------------------------------------

เวรแล้วหละครับ นิสัยแย็งกี้ก็อย่างงี้แหละ อยากจะขายรถยนต์ได้เยอะ เลยเขียนด่าเรื่องการทำรถไฟทางคู่ เสียๆ หายๆ เช่นนี้
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 26/12/2007 12:16 pm    Post subject: ฟื้นฟูรถด่วน รักยัต ไปถึงบัตเตอร์เวิร์ธ Reply with quote

ตั้งแต่ 15 มกราคม 2551 บริษัทรถไฟมลายูจำกัด ได้ฟื้นฟูรถด่วนรักยัตให้ไปสิ้นระยะที่บัตเตอร์เวิรธ์ตามตารางต่อไปนี้

Station / Stesen Departure / Bertolak
BUTTERWORTH 0700 (บัตเตอร์เวิร์ธ)
BUKIT MERTAJAM 0721 (บูกิตเมตายัม)
PARIT BUNTAR 0755
TAIPING 0902 (ไท้เผง)
IPOH 1048 (อิโปห์)
KAMPAR 1125
TANJONG MALIM 1229 (ตันหยงมาลิม)
SENTRAL KUALA LUMPUR 1358 (เคแอลเซนทรัล)
SERDANG 1429
KAJANG 1440
SEREMBAN 1523 (เซเรมบัน)
TAMPIN 1614
GEMAS 1707 (ชุมทางเกมัส)
SEGAMAT 1728
BEKOK 1807
PALOH 1827
KLUANG 1850 (กลวง)
KULAI 1939
KEMPAS BARU 1957
JOHOR BAHRU 2011 (ยะโฮร์บารู)
SINGAPORE 2140 (สิงคโปร์ ที่ถนนตันหยงผกา)


Train No. / No. Tren : 2
Train Name / Nama Tren : EKSPRES RAKYAT

Station / Stesen Departure / Bertolak
SINGAPORE 0740
JOHOR BAHRU 0828
KEMPAS BARU 0843
KULAI 0900
KLUANG 0943
PALOH 1001
SEGAMAT 1047
GEMAS 1124
TAMPIN 1215
SEREMBAN 1303
KAJANG 1344
SERDANG 1356
SENTRAL KUALA LUMPUR 1419
TANJONG MALIM 1550
SUNGKAI 1626
KAMPAR 1656
IPOH 1731
TAIPING 1925
PARIT BUNTAR 2033
BUKIT MERTAJAM 2112
BUTTERWORTH 2135
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 08/01/2008 9:46 am    Post subject: เริ่มโครงการทางคู่ เซเรมบัน - ชุมทางเกมัส Reply with quote

India's IRCON Bags Malaysian Rail Contract For $1 Bln.

(RTTNews) - Monday, the media reported that India's IRCON International bagged an order for $1 billion for construction of a double track line in Malaysia.

Malaysian Deputy Prime Minister, Najib Razak, said that the 3.45 million-ringgit project would involve construction of track linking Seremban and Gemas. The announcement coincided with the two-day visit of Indian Defence Minister, A.K.Antony to Malaysia.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28737
Location: ADTEC

PostPosted: 14/01/2008 1:38 pm    Post subject: จดหมายถึงกองบอ. NST เรื่องบริการ RapidKL สุดห่วย Reply with quote

Ticket machines: No more excuses, RapidKL
By : A.K., Petaling Jaya
New Strait Times - 14 Jan 2008

Click on the image for full size
ON Jan 5 at 3pm, four out of the six ticket machines at the Kuala Lumpur City Centre RapidKL station were out of order. There were long lines at the two working machines and the ticket counter. What puzzles me is why RapidKL allows this to happen every weekend without fail.

Even on weekdays, the ticket machines are down. Why wait until four machines are down before calling the technician?

When it is crowded, one machine down is bad enough, let alone four. This is an unacceptable situation.

I understand that the trouble starts when the machines are full. It is therefore even more important for station employees to monitor the machines regularly to ensure that the machines are cleared quickly. All ticket machines need to be in proper working condition at all times.

I have called RapidKL's customer service centre to suggest that they station technicians at the KLCC, KL Sentral and other busy stations permanently to clear the machines, especially during weekends, but obviously this is not happening.

This is the only way to ensure that the machines are cleared quickly, instead of waiting for technicians to arrive.

It is not fair to make passengers stand in long lines every week, either because the employees have not been monitoring the machines or they are waiting for the technicians.

The ticket machines are not user-friendly at all. Even when working, they reject either notes or coins.

It is common to see the notes not accepted message on the machines. Then when we use coins, the machines reject them.

One has to move to another machine and queue again to buy a ticket. I have seen confused locals and tourists struggling to use the machines because it only accepts one note.

RapidKL is taking too long to upgrade the ticket machines to accept multiple notes and issue multiple tickets. RapidKL should make the KLCC station a priority during the upgrade.

KLCC is frequented by local and foreign tourists. When machines break down and they have to wait in long lines, it gives a bad impression especially during Visit Malaysia Year.

I urge the RapidKL management to visit the KLCC and KL Sentral stations during weekends to see and fully understand the challenges that we face every week.

The problems have gone on for way too long.

We the passengers deserve better. No more apologies, excuses, promises and no point in asking passengers to give suggestions and file reports if nothing is done.

http://www.nst.com.my/Current_News/NST/Monday/Letters/2131220/Article/index_html
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> เกี่ยวกับรถไฟต่างประเทศ All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3, 4 ... 74, 75, 76  Next
Page 3 of 76

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test