RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304891
ทั่วไป:10512729
ทั้งหมด:10817620
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวและภาพรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวและภาพรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
Goto page Previous  1, 2, 3, 4 ... 182, 183, 184  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 10/08/2006 12:25 am    Post subject: Reply with quote

ดูจากทีโออาร์ของรฟม. ก็ได้ความดังนี้

1) สายม่วง 23 กม. 16 สถานี มีที่จอดรถ 4 แห่ง และ ศูนย์ซ่อม บางใหญ่ ให้ยกระดับทั้งสาย โดย ให้มีชุมทางที่เตาปูน งบ 40,790 ล้าน พร้อมค่าประกันซองประกวดราคา 2100 ล้านบาท ทำให้เสร็จใน 42 เดือน

2) วงแหวนน้ำเงิน 27 กม. (หัวลำโพง - หลักสอง 11 สถานี 14 กม. เป็นใต้ดิน 5 กม. และยกระดับ 9 กม. ส่วน บางซื่อ - ท่าพระ 8 สถานี - 13 กม. เป็นยกระดับทั้งหมด โดยให้ชุมทางที่ท่าพระ มีศูนย์ซ่อมที่เพชรเกษม 48 และ ที่จอดรถ ที่กาญจนาภิเษก งบ 62,346 ล้านบาท พร้อมค่าประกันซองประกวดราคา 3500 ล้านบาท ทำให้เสร็จใน 56 เดือน

3) ผลการประมูลประกาศได้ 8 ธันวาคม 2549
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 10/08/2006 5:15 pm    Post subject: Reply with quote

ฝันจะเป็นจริงแค่ไหน"กับอนาคตรถไฟฟ้าในกรุง
วันที่ : 7 สิงหาคม 2549 www.dailynews.co.th

วงนี้ทั้งรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาพูดเรื่องรถไฟฟ้ากันรายวัน ทำเอาคนกรุงเทพฯ หัวใจพองโต ชดเชยกับที่ต้องห่อเหี่ยวเพราะราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูดทะลุ 30 บาทต่อลิตร

ในส่วนของรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการจัดซื้อจัดจ้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า 3 สายทาง คือ สายสีน้ำเงิน 2 ช่วง ช่วงแรกจากหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กม. เริ่มจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เข้าถนนเจริญกรุง ผ่านเยาวราช วังบูรพา และเลี้ยวซ้ายที่วัดโพธิ์ ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด เข้าถนนเพชรเกษม สิ้นสุดที่บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กม. เริ่มจากสถานีบางซื่อ ผ่านถนนประชาราษฎร์สาย 2 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ วิ่งตรงถึงแยกท่าพระ สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กม. เริ่มจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ วิ่งข้ามคลองเปรมประชากร ไปตามแนวถนนประชาราษฎร์ ถึงสามแยกเตาปูน จากนั้นวิ่งไปตามถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และเลี้ยวขวาไปตามถนนวงแหวนรอบนอก สิ้นสุดที่บริเวณคลองบางไผ่ และสายสีแดง ช่วงรังสิต-บางซื่อ-พญาไท ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อสร้างตามแนวทางรถไฟสายเหนือ จากรังสิตถึงพญาไท ทั้ง 3 สาย ค่าก่อสร้างรวมเกือบ 2 แสนล้านบาท ใช้รูปแบบ Design and Build หรือออกแบบไปก่อสร้างไป โดยให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาลงทุน ตั้งเป้าเริ่มลงมือก่อสร้างปีหน้า

แต่ดูท่ารถไฟฟ้ารัฐบาลคงอีกนานกว่าจะได้ตอกเสาเข็ม เพราะก่อนหน้านี้ก็ใช้เวลา 5 ปี กว่าจะคิดทำรถไฟฟ้า 7 สาย ก่อนจะบานออกเป็น 10 สาย และล่าสุดก็หดเหลือที่จะทำแน่ ๆ 3 สาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐบาลได้อนุมัติการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีชมพูอ่อน “แอร์พอร์ตลิ้งค์” เพื่อรองรับสนามบินสุวรรณภูมิ เส้นทางจากพญาไท ไปตามทางรถไฟสายตะวันออก เลี้ยวขวาเข้าสนามบิน บริเวณเลยจากสถานีรถไฟลาดกระบัง ซึ่งพร้อมจะเปิดให้บริการกลางปี 2551

สำหรับ กทม. ก่อนหน้านี้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. ตัดสินใจใช้เงิน กทม. 100% ก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลมจากสาทร-ตากสิน ระยะทาง 2.2 กม. เอง หลังจากถูกรัฐบาลดองเค็มโครงการมานานเพราะไม่ยอมมีมติ ครม. อนุมัติเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลงทุนที่ให้รัฐลงทุนงานโยธาและเอกชนลงทุนระบบรถ จากเดิมที่ให้เอกชนลงทุน 100% เหมือนโครงการ 2 สายหลัก คือสายสุขุมวิท และสายสีลม ระยะทางรวม 23.5 กม. มีบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส ) เป็นผู้ลงทุน ที่เปิดให้บริการอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่คุ้มทุน เมื่อมีมติครม.เดิมค้ำอยู่ การทำส่วนต่อขยายจึงไม่มีเอกชนสนใจเพราะขนาดโครงการเดิมก็ขาดทุน เมื่อการขอเปลี่ยนเงื่อนไขเพื่อปลดล็อกไม่สำเร็จ ก็ต้องใช้วิธีเดินหน้าลงทุนก่อสร้างเองเพื่อไม่ให้ขัดมติ ครม. ซึ่งขณะนี้โครงการมีความคืบหน้าโดยอยู่ระหว่างสร้างสถานี และวางราง ตั้งเป้าจะเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าไปฝั่งธนบุรีกลางปี 2550

นอกจากนี้ กทม. ยังเตรียมก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เหลืออีก 3 เส้นทาง ได้แก่ ส่วนต่อขยายจากอ่อนนุช-ซอยแบริ่ง (สุขุมวิท107 ) จากตากสิน-บางหว้า และจากหมอชิต-เกษตรฯ ซึ่งสภา กทม. เห็นชอบให้ใช้เงิน กทม. 100% เพื่อก่อสร้างเช่นกัน วงเงินค่าก่อสร้างรวม 27,798 ล้านบาท โดยในสายอ่อนนุช-ซอยแบริ่ง มีแนวสายทางไปตามถนนสุขุมวิท ยาวตลอดแนวไปถึงซอยแบริ่ง ระยะทาง 5.25 กม. มี 4 สถานี ได้แก่ E 10 ซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งต่อจากสถานีอ่อนนุช E 9 ที่บริเวณซอยสุขุมวิท 50 และ E 11 สุขุมวิท 101/1 E 12 ซอยอุดมสุข และ E 13 หน้ากรมอุตุฯ ซึ่ง กทม. ลงนามในสัญญาจ้างบริษัทอิตาเลี่ยนไทยฯ เป็นผู้รับเหมาไปแล้ว เพื่อก่อสร้างสถานีและวางรางโดยขณะนี้เริ่มลงพื้นที่ เตรียมตอกเสาเข็มทางวิ่งเดือน พ.ย.นี้ เสร็จต้นปี 2552 ก่อนจะหารถมาเดิน ตั้งเป้าเปิดให้บริการกลางปี 2552

ส่วนต่อขยาย จากตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 5.7 กม. ซึ่งต่อจากสายสาทร-ตากสิน จะก่อสร้างไปตามแนวถนนราชพฤกษ์และสิ้นสุดที่ถนนเพชรเกษมซึ่งมาตัดกับถนนราชพฤกษ์ โดยขณะนี้ กทม. ก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ายาวไปถึงช่วงก่อนถึงถนนเพชรเกษมระยะทาง 4.5 กม. เตรียมไว้แล้ว เพราะเดิม กทม. เคยวางโครงการจะก่อสร้างทางยกระดับรถรางเลียบคลองแต่มีปัญหาจึงปรับรูปแบบมาเพื่อรองรับสำหรับโครงการรถไฟฟ้า จึงเหลือเฉพาะการก่อสร้างทางวิ่งให้ยาวไปถึงถนนเพชรเกษมพร้อม ก่อสร้างสถานีและวางรางเท่านั้น ที่จะเริ่มในปี 2550 เช่นกัน โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการกลางปี 2553

ส่วนสายหมอชิต-เกษตรฯ ระยะทาง 5.1 กม. ที่จะอยู่ในแนวถนนพหลโยธิน ต้องรอคณะกรรม การสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เห็นชอบรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ ) ก่อน ซึ่ง กทม. ตั้งเป้าว่าน่าจะเห็นชอบประมาณต้นปี โดยวางแผนใช้งบประมาณปี 2550 จำนวน 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงสะพานข้ามแยกรัชโยธินเพื่อย้ายสะพานรถยนต์มา อยู่ตามแนวถนนพหลโยธินแทน และเตรียมสร้างอุโมงค์ตามแนวถนนรัชดาฯ เพื่อให้ตัวสะพานหลบทางวิ่งรถไฟฟ้า รวมทั้งปรับปรุงสะพานข้ามแยกเกษตรฯ ให้สั้นลง เพื่อรองรับรถไฟฟ้าในสายหมอชิต-เกษตรฯ โดยในสายนี้จะเริ่มก่อสร้างทางวิ่ง สถานีและวางราง ปลายปี 2551 และวางแผนเปิดให้บริการเดินรถ ปลายปี 2554

ในอนาคต กทม. ยังวางแผนแม่บทก่อสร้างรถไฟฟ้า อีก 4 สาย ได้แก่ จากสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก ระยะทาง 7.7 กม. จากเกษตรฯ-สะพานใหม่-ลำลูกกา ระยะทาง 19.2 กม. จากซอยแบริ่ง-สำโรง 3.65 กม. และจากสำโรง-สมุทร ปราการ ระยะทาง 10 กม. โดยสายแรกจากสนามกีฬาไปพรานนก ต้องผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ต้องทำเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน มีเวนคืนบางส่วน จึงใช้เวลานาน ส่วนที่เหลืออยู่นอกเขตกรุงเทพฯ กทม. ไม่มีเงินพอจะใช้เงินเอง 100% จะต้องรอเสนอ ครม. อนุมัติในการเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทุนและของบอุดหนุนจากรัฐบาลในการก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ ทั้งรถไฟฟ้าขนาดเบาความจุ 2,000-15,000 คน ในรูปแบบของรถโมโนเรล จากศูนย์มักกะสัน วิ่งเป็นวงกลมไปที่พญาไท สามย่าน ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายหลักที่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ไปสาทร รวมทั้งรถเมล์ด่วนชิดเกาะกลาง หรือบีอาร์ที เส้นทางรถเมล์ และเชื่อมต่อทางน้ำ

ทั้งหมดนี้คือระบบขนส่งมวลชนในอนาคต ที่สร้างความหวังให้คนกรุง........ฝันจะเป็นจริงหรือไม่ต้องติดตาม.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 18/08/2006 12:11 am    Post subject: Reply with quote

“สุริยะ”กล่อมเจบิคปล่อยกู้สำเร็จมั่นใจรถไฟฟ้า3สายเริ่มลงเข็มปีนี้

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 17 สิงหาคม 2549 18:10 น.





“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ”เร่งเครื่องโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย ลงทุนเจรจาเจบิคปล่อยกู้ทำโครงการสำเร็จ แต่เจบิคของแจมร่วมกำหนดคุณสมบัติคัดเลือกผู้รับเหมา จับตาเอื้อกลุ่มทุนแดนปลาดิบ

และแล้ว การแย่งชิงความเป็นใหญ่ ในการตัดสินใจการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย ก็ได้บทสรุปว่าใครคือ “ตัวจริง” ระหว่างสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ที่เคยปลุกปั้นโครงการนี้มากับมือสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ใหญ่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กับรัฐมนตรีขัดตาทัพ “เสี่ยเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ที่ได้นั่งเก้าอี้ใหญ่แห่งกระทรวงหูกวาง โดยไม่ทันได้ตั้งเนื้อตั้งตัว หลังจากที่พิษสงของการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดระเบิด(CTX) เด้งสุริยะ พ้นกระทรวงเกรดเอ

การลงทุนโครงการรถไฟฟ้า เริ่มมีปัญหามาหลายครั้งหลายหน จากความคิดเห็นที่ไม่ลงตัวของ 2 รัฐมนตรี เริ่มตั้งแต่สมัยที่สุริยะถูกเด้งพ้นกระทรวงคมนาคม แล้วเสี่ยเพ้ง ผู้มาใหม่ก็จัดการรื้อแผนงานของ รัฐมนตรีคนเก่าจนหมดสิ้น ซึ่งเป็นที่มาของความไม่พอใจและไม่ลงรอยของ 2 รัฐมนตรี

ล่าสุด สุริยะ ประกาศชัยชนะ ด้วยการเป็นผู้คุมการดำเนินโครงการเจ้าปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งรูปแบบการลงทุน และการหาแหล่งเงินกู้ด้วยตัวเอง ซึ่งล่าสุดได้เจรจากับผู้บริหารจากธนาคารเพื่อความร่วมมือในการพัฒนาแห่งญี่ปุ่น(เจบิค) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในเบื้องต้นเจบิคก็ยินดีให้เงินกู้ลงทุนโครงการดังกล่าว

การปล่อยเงินกู้ครั้งนี้ เจบิคมีเงื่อนไขว่า โครงการดังกล่าวจะต้องเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย เพราะเป็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาจะต้องมีประสบการณ์มาก อีกทั้งโครงการนี้ เป็นการก่อสร้างแบบออกแบบพร้อมก่อสร้าง (Design & Built) ดังนั้น ผู้รับเหมาที่จะเข้ามาจะต้องมีประสบการณ์สูงไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาได้

เหตุผลดังกล่าว ทำให้ถูกจับตามองจากหลายฝ่าย ว่าจะเป็นการล็อคสเปค เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้วง ตัวเอง เหมือนกับโครงการอื่น ๆ ที่มีการล็อคสเปค ให้กับพวกพ้วงตัวเองอยู่เสมอ แต่ทางเจบิคเหมือนนกรู้ รีบออกมายืนยันเลยว่า ร่างทีโออาร์จะไม่เอื้อให้กับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแน่นอน เพราะทีโออาร์จะมีการแยกประมูลระหว่างงานโยธา กับงานระบบตามการศึกษาของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ (สป.) อย่างชัดเจน

สำหรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.5-0.65% ต่อปี มีระยะเวลาคืนเงินกู้ 30-40 ปีและมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 5-10 ปี ซึ่งคาดว่าจะกู้กับเจบิค 80-85% ของวงเงินทั้งหมดที่ประมาณ 2 แสนล้านบาทโดยกระทรวงการคลังจะไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ 2 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และรฟม. โดยร.ฟ.ท.จะเร่งงเปิดขายซองประกวดราคา และใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ให้ผู้สนใจเสนอเงื่อนไขประกวดราคา และเชื่อว่าจะสามารถประมูลก่อสร้างโครงการได้ระหว่างปลายเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้

โดยโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีม่วงและสวนต่อขยายสายสีน้ำเงิน มีวงเงินลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปีครึ่ง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอีก 4 ปี 8 เดือน

ทั้งนี้ การบริหารระบบเดินรถหลังการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 3 เส้นทาง ได้มีข้อตกลงที่จะให้ รฟม. และ รฟท. จัดตั้งบริษัทกลางร่วมกันขึ้นมาบริหารจัดการและแบ่งปันรายได้ โดยการนำระบบตั๋วโดยสารร่วมมาใช้ ส่วนรายได้ของการเดินรถจะมีมากน้อยเท่าใดนั้นจะรอดูนโยบายในเรื่องการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายว่าจะจัดเก็บในอัตราต่ำสุดระหว่าง 15–20 บาทตลอดสาย
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 23/08/2006 2:18 am    Post subject: Reply with quote

BMCLเล็งโรดโชว์ต่างประเทศต้นก.ย.

โดย ผู้จัดการรายวัน 22 สิงหาคม 2549 10:29 น.


ผู้จัดการรายวัน-รถไฟฟ้ากรุงเทพเล็งกระจายหุ้นกลางเดือนก.ย.นี้ หลังจากปัจจัยต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมเดินทางไปโรดโชว์สิงคโปร์-ฮ่องกง-ลอนดอนต้นเดือนก.ย.นี้ ขณะที่ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่นเตรียมเข้าซื้อขายวันที่ 8 ก.ย.นี้

นายสิทธิไชย มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินหุ้นบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BMCL เปิดเผยว่าจากการหารือกับผู้บริหารของบริษัทเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งมีความเห็นร่วมกันที่จะกำหนดช่วงระยะเวลาเสนอขายหุ้นในเบื้องต้นประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ได้ประเมินสถานการณ์ทั้งสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันเริ่มมีความชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศอีกด้วย โดยภายในต้นเดือนกันยายนนี้ ผู้บริหารบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพและบริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ และบล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จะเดินทางไปแนะนำข้อมูล(โรดโชว์)ที่สิงคโปร์,ฮ่องกงและกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศมีการรับรู้ข้อมูลและมีความเข้าใจในบริษัทมากขึ้น

ทั้งนี้คาดว่าภายในสัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายนนี้หุ้นบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ส่วนราคาหุ้นนั้น จะสามารถสรุปได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ โดยเชื่อว่าราคาจองที่กำหนดนั้นจะมีส่วนลดให้กับนักลงทุนในระดับหนึ่งซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมเพราะสอดคล้องกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทหลังจากที่บริษัทได้ประมูลที่จะเพิ่มเส้นทางต่างๆเพิ่มขึ้น

สำหรับบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จะเสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 2,756.44 ล้านหุ้นโดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,315.80 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเดิม 1,440.63 ล้านหุ้นโดยสัดส่วนการจัดสรรหุ้นนั้นจะต้องรอประเมินความสนใจของนักลงทุนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด(มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินหุ้นบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่นเปิดเผยว่า ภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้บริษัทจะลงนามแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นภายในวันที่ 28-30 สิงหาคมนี้ และคาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในวันที่ 8 กันยายนนี้ส่วนราคาหุ้นนั้นในเบื้องต้นได้กำหนดช่วงราคาหุ้นละ 5-5.50 บาท

ทั้งนี้บริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 93.90 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทโดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตสินค้าใหม่ของบริษัท,เพื่อชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 23/08/2006 2:26 am    Post subject: Reply with quote

“เพ้ง” ยอมรับจัดตั้ง MTA บริหารรถไฟฟ้าเดินหน้าหลังเลือกตั้ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2549 14:37 น.



รถไฟฟ้าบีทีเอส


รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับกระบวนการเปิดซองประมูลรถไฟฟ้า ทำได้หลังปีใหม่หรือภายหลังการเลือกตั้งแล้ว หวั่นข้อครหาเป็นรัฐบาลรักษาการเปิดซองประมูลเมกะโปรเจกต์ ยืนยันกระบวนการกู้เงินจากเจบิกเป็นหมันแค่ข่าวลือ ส่วนกระบวนการจัดตั้งองค์การบริหารระบบรถไฟฟ้า หรือ Mass Transit Authority (MTA) บริหารระบบเดินรถและแบ่งปันรายได้ ก็ต้องรอสภาชุดใหม่เช่นกัน



นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล


นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในพิธีครบรอบ 14 ปี การก่อตั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวถึงความคืบหน้าของขั้นตอนในการเปิดประมูลโครงรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายว่า สำหรับขั้นตอนที่ชัดเจนในขณะนี้ ในวันที่ 1 กันยายน ทั้ง รฟม. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเปิดให้เอกชนที่สนใจร่วมประมูลเข้ามารับแบบไปศึกษาได้ในวันที่ 1 กันยายน นี้ ก่อนที่จะให้ผู้ตัดสินใจเข้าประมูลมาจ่ายค่าแบบวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่ธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือเจบิก พิจารณาว่าจะตัดสินใจให้กู้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น จะกำหนดช่วงเวลาในวันที่ 20-29 ธันวาคม จะเปิดให้ผู้ประมูลยืนซองประมูล ทั้งซองประกวดราคา และเทคนิค พร้อมกับการยืนยันรายละเอียดของคุณสมบัติขั้นต่ำ (Post-Q) และคาดว่าจะสามารถเปิดซองประมูล เพื่อประกาศผลพร้อมกันได้ ในต้นปี 2549

“การเปิดซองประมูลก็น่าจะดำเนินการได้หลังปีใหม่ไปแล้ว เพื่อป้องกันข้อครหาว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ แล้วมีการเปิดซองประมูลโครงการขนาดใหญ่” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับข่าวที่ระบุว่า ขณะนี้การพิจารณาให้เงินกู้ของเจบิกได้ตัดสินใจไม่ให้ไทยกู้เงินลงทุนแล้วนั้น ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระหว่างนี้ทั้ง รฟม.และ ร.ฟ.ท.ยังทำงานร่วมกับผู้แทนเจบิก และเจบิกก็ได้แสดงความสนใจที่จะให้เงินกู้กับไทยอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หากเจบิกไม่อนุมัติเงินกู้จริง กระทรวงการคลังก็มีความพร้อมที่จะหาแหล่งเงินกู้เข้ามาทดแทนได้

ส่วนการจัดตั้ง MTA เพื่อเข้ามาบริหารการจัดการเดินรถ การจัดเก็บรายได้ และแบ่งปันรายได้ระหว่างเอกชนผู้บริหารเดินรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายทาง และรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น ขณะนี้ได้มีการยกร่างกฎหมายมาแล้ว และคงต้องรอให้มีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฏรก่อน ซึ่งก็ต้องรอการพิจารณาหลังการเลือกตั้งเช่นกัน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 26/08/2006 4:19 pm    Post subject: Reply with quote

BMCL is goign to offer IPO to clear the debt
Prachachart Thurakij - August 28-30, 2006

BMCL is going to offer 2.755 billion Stocks as an IPO at the stock exchange for the follwoign things

1) Purchasing 5 new set of rollign stocks
2) clearing the debt
3) increasing the Circulating cash

Revenue of BMCL for the first half of Year 2006 is now 700 million Baht, compared with 400 million Baht on the first half of Year 2005. Thsi increasign of revenu is due to the new housings along Subway line

So far, ther are 250000 passenger a day for Subway, increasing by 10,000-20,000 paassengers from the last year ... Howver, the break event will coem only after passing 300,000 passenger a day threshold.

95% of revenue is from tickets while the other 5% come from Metro Mal and advertising ....

Metro Masll will have 2 neqw branches at either places

1) Chatuchak - Thailand Cultural center
2) Chatuchak - Phetburi

BMCL will break even in Year 2011

// ------------------------------------------
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 26/08/2006 4:23 pm    Post subject: Reply with quote

MRTA Pushing Purple Lien Forward Despite of Difficulties to Settle with Landowner
Prachachart Thurakij - August 28-30, 2006

MRTA has hired CB Co.Ltd .to make the new land assessmebntment before exapopriatign the land for Purple line

There will be 16 stations on 23-km of Purple line with price tag of 40.790 billion Baht

1) Tao poon (Interchange for Blue Rign and Purple Line on Tao poon Intersection -
which people have despited - They prefer interchange at Bangsue Instead even thouyh they want Tao poon station)


2) Bang Son (intechange with Southern Trains even thogh tere are so few trains stop here)

3) Wongsawang (Between Krungthep - Nonthaburi 52-56)

4) Tiwanone (Between Krung Thep - Nonthaburi 12-14, near Tiwanone Intersection)

5) Ministry of Public Health (Between Tiwanone 3 and Ministry of Public Health)

6) Nonthaburi (Between Nonthaburi District Hall and Thaicom Office)

7) Sri Pronsawan (Between Rattanathibet 22 and Nonthaburi Bypass road, Carrefour Nonthaburi and Riochmond Hotel)

8) Nonthaburi1 (Rattanathibet road and anotehr Nonthaburi Bypass road -)
9) phra Nanklao Brudige (The first station in Bangyai side of Nonthaburi)
10) Sai Mah (at the gate of Sue Trong village)
11) Tha It (near Intersection with rachapruek road)
12) Bangrak yai (Near Wongchai village and Pip Inn Hotel)
13) Bang Ploo (Near Blang Ploo Intersection)
14) Bang Yai Intersection (near Kritsadanakhon project 10 village)
15) Bang Yai Market (near Kasemraj hospital, and Big C bang Yai)
16) Bang Phai canal - end of the line

Note; Those who live in Bang Buathong have filed BITTER compalined that they want More extension to Bang Buathogn Intersection (about 5-6 km from bang Yai Intersection)
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 30/08/2006 1:31 am    Post subject: Reply with quote

คมนาคมรับลูกศึกษาเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2549 17:05 น.

รักษาการนายกรัฐมนตรีสั่งกระทรวงคมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ในการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคา 15 บาทตลอดสาย พร้อมผุดไอเดียสร้างห้องเช่าราคาถูกแก่ผู้ที่เริ่มต้นทำงาน แต่มีสิทธิ์อยู่ได้เพียง 7 ปี เพื่อเปิดทางให้รุ่นต่อไปเช่าต่อ

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ของค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพราะก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รักษาการรองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ศึกษาความเป็นไปได้การเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้าในแผนที่จะมีการก่อสร้าง 10 สาย ขณะนี้ได้ดำเนินการประมูลก่อสร้าง 3 สาย ว่ามีทางใดที่สามารถทำให้เรื่องเกี่ยวกับค่าโดยสารของรถไฟฟ้าราคาเดียวตลอดสายได้หรือไม่

วันนี้ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รายงานถึงการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ทั้งที่กำลังประมูล ทั้งที่อยู่ในแผนการในอนาคต ว่าจะสามารถเก็บค่าโดยสารราคาเดียวตลอดสาย คือ 15 บาท เพราะฉะนั้น รักษาการนายกรัฐมนตรีขอให้รักษาการรองนายกรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำรายละเอียดต่างๆ มาพูดคุยโดยละเอียดต่อไป

นอกจากนั้น รักษาการนายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปพิจารณาสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า เมื่อมีเส้นทางรถไฟฟ้าครอบคลุมในพื้นที่ของกรุงเทพ ฯและปริมณฑลแล้ว ถ้าหากจะทำให้ที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้ไม่สูงนัก สามารถพักอาศัยอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าจะทำให้สะดวก ทำให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าพักอาศัยได้ และทำให้สะดวกในการเดินทาง

ในเรื่องนี้ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับกระทรวงการคลังไปศึกษาแนวนโยบาย และวิธีการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถซื้อหาบ้านหลังแรกให้เป็นของตนเองได้ง่าย เช่น ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือส่วนของการจะมีที่อยู่อาศัยที่เป็นลักษณะให้เช่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงาน และเงินเดือนไม่มากนัก สามารถมีค่าเช่าในราคาถูก เช่น เดือนละ 1,000 กว่าบาท แต่ให้สิทธิ์เช่าได้เพียง 7 ปี หลังจากนั้นต้องออก เพื่อให้คนหนุ่มสาวรุ่นต่อไปสามารถมาเช่าต่อได้

นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคม โดยรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอว่าขณะนี้มีการศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ของการรถไฟฯ บริเวณบางซื่อ-พหลโยธิน มีพื้นที่ประมาณ 2,300 ไร่ ว่าสามารถทำเป็นที่พักอาศัย ทั้งในแง่ที่พักอาศัยให้ซื้อสำหรับประชาชนที่มีรายได้ต่ำ-ปานกลาง รวมทั้งในแง่ที่อยู่อาศัยสำหรับคนหนุ่มคนสาวที่เริ่มต้นทำงาน เป็นลักษณะให้เช่าราคาถูก ในพื้นที่บริเวณบางซื่อ-พหลโยธิน มีขีดความสามารถที่จะเป็นไปได้ ได้นำเสนอเป็นข้อสังเกตในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งรักษาการนายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษาเรื่องนี้ต่อ

นอกจากนั้นให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษาในระยะต่อไปว่า ขณะนี้การพัฒนาเรื่องเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค คือ เส้นทางต่างๆ เป็นการพัฒนาไปตามการขยายตัวของที่อยู่อาศัย ในอนาคตน่าจะเป็นลักษณะที่พัฒนาเกี่ยวกับเส้นทางไปในพื้นที่ว่างที่จะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยได้ คือวันนี้มีบ้านอยู่ที่ไหนถนนถึงจะตัดไป แต่ในอนาคตการพัฒนาถนน การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนควรพัฒนานำไปก่อนแล้วที่อยู่อาศัยจะตามมา น่าจะสามารถเกิดการพัฒนาพื้นที่ว่างที่มีอยู่ให้เกิดการใช้ประโยชน์ด้านอยู่อาศัยได้อย่างเต็มที่
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 10/09/2006 2:46 pm    Post subject: Reply with quote

สนข.ร่วมดันรถไฟฟ้ากับ ทรท.-ปชป.
Dailynews - September 8, 2006


นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทางที่พรรคการเมืองได้นำมาเป็นนโยบายหาเสียงกับประชาชนในกรุงเทพฯขณะนี้เป็นแผนการศึกษาของ สนข. ตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งทุกรัฐบาลที่เข้ามาก็มีการสานต่อ โดยแต่เดิมกำหนดแผนการก่อสร้างเป็นระยะเวลา 30 ปี และในรัฐบาลชุดปัจจุบันได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 6 ปี ซึ่งการนำโครงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าไปพูดเป็นสัญญาประชาคม ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่คนกรุงเทพฯจะได้มั่นใจว่าโครงการรถไฟฟ้าจะเกิดขึ้น ไม่ว่าพรรคใดจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ทั้งนี้ในส่วนของ สนข. มีความพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการ โดยได้ตั้งงบประมาณในปี 2550-2551 เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเบื้องต้น อีก 7 สายที่เหลือ จากที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกวดราคา 3 โครงการ คือ สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค และสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จใน 3 เส้นทางปริมาณการเดินทางโดยรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านเที่ยวต่อวัน จากที่ขณะนี้อยู่ที่ 600,000 เที่ยวต่อวัน

โครงการรถไฟฟ้าหากผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว จะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สามารถประหยัดค่าพลังงานเชื้อเพลิงได้ปีละ 60,000-100,000 ล้านบาท แต่หากไม่สามารถเริ่มได้พร้อมกันทั้งหมด ส่วนที่ควรเร่งดำเนินการคือส่วนเชื่อมสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน-วงแหวนรอบนอก และสายบางซื่อ-ยมราช-มหาชัย ซึ่งมีที่ของการรถไฟฯพร้อมที่จะดำเนินการได้ก่อนอยู่แล้ว ทั้งนี้รูปแบบรถไฟฟ้าทั้ง 7 สายที่เหลือ ควรก่อสร้างงานโยธาให้รองรับระบบเฮฟวี่ เรล หรือรถไฟฟ้าขนาดหนักที่สามารถขนผู้โดยสารได้สูง เนื่องจากในเบื้องต้นสามารถใช้รถไฟฟ้าขนาดเบาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารไปก่อน และเมื่อผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นก็สามารถปรับมาใช้รถไฟฟ้าขนาดหนักวิ่งได้ โดยไม่ต้องก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ จะทำให้ประหยัดงบประมาณไม่ต้องทุบทำใหม่ในอนาคต ซึ่งปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯจะเพิ่มสูงขึ้นปีละ 3-5 เปอร์เซ็นต์.
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27590
Location: ADTEC

PostPosted: 14/09/2006 12:24 am    Post subject: Reply with quote

วิบากกรมรถไฟฟ้า 'ไทยรักไทย' คิดมาก-ทำมาก ผลงานติดลบ

Than Setthakin - September 10-13, 2006

สิ่งหนึ่งที่ "ไทยรักไทย" ดูจะให้ความมุ่งมั่น และหยิบยกมาเป็นนโยบายประชานิยม เพื่อเรียกเสียงคะแนนอยู่ตลอดเวลาคงจะเป็นโครงการขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียว คือ "รถไฟฟ้า" ที่ไม่ว่าจะเป็นช่วงการหาเสียงเพื่อเลือกตั้งสนามใหญ่ หรือสนามเล็ก ก็จะต้องหยิบเอามาชูธงสร้างความมั่นใจ และหยอดเป็นความฝันให้คนกรุงฯ ว่าจะมี จะเกิดได้อย่างแน่นอน และยิ่งในช่วงนี้ "รถไฟฟ้า" กลายเป็นสงครามการเมืองไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ฐานเศรษฐกิจ" จึงจะขอใช้พื้นที่นี้ย้อนลำดับเวลาในการคิดและผลักดันแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าของไทยรักไทย เพื่อให้เห็นว่าความแน่วแน่ในนโยบายแต่คลาดเคลื่อนจากความมุ่งหวังเป็นเพราะเหตุใด


"แอร์พอร์ตลิงค์" หนึ่งเดียวที่ได้สร้าง


จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนวิธีการ หรือแนวคิดในการผลักดันโครงการรถไฟฟ้าหลากสีนี้ คงจะนับเริ่มต้นได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ก.พ.48 ที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาประกาศโต้งๆ ว่าจะก่อสร้างรถไฟฟ้า 7 เส้นทาง มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาทให้จบทั้งหมดภายใน 6 ปี ซึ่งนั่นเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งในเทอมที่ 2 ของพรรคไทยรักไทยนั่นเอง

แม้ "ไทยรักไทย" จะได้กลับเข้ามาผงาดเป็นรัฐบาลสมัยที่ 2 แต่ในแง่ของการผลักดันแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะตลอดระหว่างทางก็ประสบปัญหามาตลอด ทั้งจากความล่าช้าที่เป็นปกติ คือช้าที่ขั้นตอนการทำงาน การทำการรายละเอียดต่างๆ ทั้งในเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินเพื่อใช้ในการลงทุน การเตรียมการประกวดราคา และยังมาช้าเพราะโดนแรงต้านจากประชาชนเมื่อคราวที่ประกาศจะประกวดราคาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื้อ จากกลุ่มชาวบ้านย่านเตาปูนเข้าให้อีก

ที่พอจะนับได้ว่าเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายแรกที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ได้จริงมีเพียงค่า โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link Project) ช่วงพญาไท-มักกะสัน/อโศก-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่เร่งการประกวดราคาเป็นระวิงก่อนที่ "สุริยะ" จะโยกมือลาเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไป


"เพ้ง" เข้ามาลุยรื้อจนไม่เป็นท่า


จากนั้นมาจุดที่ถือว่าพลิกผันที่สุดน่าจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนไม้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จาก "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" มาเป็น "พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล" ซึ่งนับได้ว่าเป็นช่วงที่มีความแปรปรวนในแง่ของแนวคิด และวิธีการดำเนินการอย่างมากที่สุด ซึ่งปัจจัยที่ช่วยผสมผสานให้แย่หนักเข้าไปอีกคือการปัดแข้งปัดขากันเองภายในพรรค และการ "คิดใหม่-ทำใหม่" อยู่ตลอดเวลาของหัวหน้าพรรค "ทักษิณ ชินวัตร" เองด้วย

โดยแรกเลยเมื่อ "เฮียเพ้ง" เข้ามารับหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำกับแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จากที่ "สุริยะ" วางกรอบไว้คือการรื้อแนวเส้นทางแบบขนานใหญ่ โดยในระรอกแรก ปรับจากระบบรถไฟฟ้า เป็นระบบรถเมล์บีอาร์ที (Bus Rapid Transit) โดยโครงการบีอาร์ทีที่จะมาทดแทนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก เริ่มจาก บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน-บางเขน เส้นทางที่ 2 เริ่มจาก สะพานพระราม 7 –ถนนสามเสน-สนามหลวง และเส้นทางที่ 3 คือ ช่วงจากวงเวียนใหญ่-ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน-ถนนสุขสวัสดิ์-ราษฎร์บูรณะ

ส่วนบีอาร์ที ที่จะมาทดแทนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ จะเป็นแนวเส้นทางที่เริ่มจาก คลองตัน-รามคำแหง-บางกะปิ-วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก นอกจากนี้แล้วในเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ก็ได้มีการปรับรูปแบบระบบรถ จากรถไฟฟ้า มาเป็นรถบีอาร์ทีด้วย โดยจะมีแนวเส้นทางเริ่มจากลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์-บางนาตราด และยังมีทางใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา คือเส้นทางจากอำเภอบางใหญ่-ถนนกาญจนาภิเษก-บางบอน


อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนตามแนวคิดของ "เฮียเพ้ง" กลายเป็นเรื่องที่ถูกคัดค้านอย่างหนักทั้งจากประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จนทำให้แนวคิดเป็นหมันต้องเลิกล้มไป แต่ก็ยังมีแผนปรับเปลี่ยนเป็นยืดขยายสายทางรถไฟฟ้าสายหลักลากต่อให้ยาวออกไป 3 ทิศ คือ ด้านเหนือลากจากรังสิตไปจบที่อยุธยา ด้านตะวันตกก็ลากจากเดิมที่จบแค่ตลิ่งชั่นไปถึงนครปฐม และด้านตะวันออกที่สร้างรถไฟไปรองรับแค่สนามบินสุวรรณภูมิก็ขยายเพิ่มให้ไปถึงชลบุรี


แถมต่อมาก็ยังได้มีการเพิ่มเติมเส้นทางเข้ามาในแผนงานอีก 3 เส้นทางด้วย คือสายสีชมพู สีเหลืองและสีน้ำตาล ซึ่งล้วนแต่เป็นเส้นทางที่ยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนรองรับ ทำให้แผนต้องถูกพับเข้ากรุไปโดยปริยาย


แปลงเป็น "รถไฟฟ้า" แบบโมเดิร์นก็ไม่รอด


แผนสร้างรถไฟฟ้าของ "ไทยรักไทย" มามีช่วงฮือฮาอีกรอบก็คือต้นปี 49 ที่ผ่านมา ที่ "นายกรัฐมนตรี" ลงทุนเปิดทำเนียบรัฐบาลให้คณะทูตานุทูต นักลงทุนไทยและเทศมาร่วมงาน ภายใต้ชื่อ "หุ้นส่วนประเทศไทยเพื่อการพัฒนา Thailand : Partnership for Development" รอบแรกวันที่ 14 ธ.ค.48 และรอบ 2 วันที่ 26 ม.ค.49 เพื่อใช้รูปแบบใหม่ คือการเปิดฟรีทั้งแนวคิด การกำหนดแนวเส้นทางของโครงการ วิธีการก่อสร้าง รวมถึงวิธีการลงทุน การจัดหาแหล่งเงินกู้ โดยที่ไม่ได้จำกัดวงไว้แค่นักลงทุนไทย หรือการจัดหาแหล่งเงินกู้จากการกู้จากสถาบันการเงินด้วยวิธีเดิมๆ และแหล่งเดิมๆ แม้จะเริ่มต้นด้วยความงงงัน แต่เมื่อสามารถทำให้มองภาพว่า หากเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้ แต่ก็ดูจะเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง


ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่นิ่งของภายในทั้งกระทรวงคมนาคม และพรรคไทยรักไทยเอง ทำให้แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าต้องเลื่อนไปเลื่อนมาไม่รู้จบอยู่ดี โดยภายหลังจากที่เปิดทำเนียบเชิญชวนนักลงทุนแล้ว "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม" ที่ประกาศว่าหลังจากเลื่อนกำหนดออกทีโออาร์ประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าแบบเป็นทางการ จาก 26 ม.ค.49 เป็น 15 ก.พ.49 แทน ก็ยังคงเลื่อนยาวอย่างมีมีจุดจบ ด้วยเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถแต่งตั่งคณะกรรมการบริหาร และกำกับดูแลโครงการลงทุนพิเศษของภาครัฐ เพื่อการพัฒนาประเทศในแต่ละส่วนราชหาร หรือเรียกสั้นๆ ได้ว่า คณะกรรมการบริหาร


ยุบสภา-ทำชะตารถไฟฟ้าตก


ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่อง จากเมื่อรัฐบาลนำโดย "ไทยรักไทย" เองนั่นแหละ ที่ประกาศยุบสภาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.49 ที่ผ่านมา ทำให้แผนรถไฟฟ้าแบบโมเดินร์น หรือโครงการไทยแลนด์พาร์ทเนอร์ชิปมีอันต้องหยุดไป โครงการรถไฟฟ้าเลยต้องถอยกลับมาใช้รูปแบบเดิม


อย่างไรก็ตาม การกลับมาประกวดราคาแบบธรรมเนียมเดิมๆ แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในฐานะรักษาการ แต่ความไม่เที่ยงก็ยังคงอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้จะมีการเอื้ออำนวยจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.49 ที่ผ่านมา ยอมให้ถอด โครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใหม่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นเชื้อเพลิงทดแทนรถโดยสารเก่า จำนวน 2,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (สีแดงเข้มและสีแดงอ่อน) สายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ออกจากโครงการลงทุนพิเศษของรัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ พร้อมทั้งให้นำกลับไปดำเนินการตามขั้นตอนปกติ แต่ปัญหาก็ยังคงตามมาอย่างไม่รู้จบสิ้น


"เฮียเพ้ง-สุริยะ" ขัดขากันเองจนงานวูบ


ปัญหาที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นทั้งจากแนวคิดของ "เฮียเพ้ง" ที่มุ่งมั่นจะประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าด้วยวิธีการ จ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเข้าข่าย "เทิร์นคีย์" ทำให้มีเยงคัดค้านอย่างแข็งขันจากหลายฝ่าย จนต้องยืมมือ "สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ : สป." มาช่วยกลั่นกรอง จนได้ไอเดียต่อยอดเพิ่มเติมส่งผลให้ล่าช้าเข้าไปอีก

ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่ "เฮียเพ้ง" เร่งที่จะผลักดันการประกวดราคารถไฟฟ้าแบบเทิร์นคีย์เข้าครม.ให้ได้โดยเร็วที่สุด กลายเป็นเชื้อแห่งความขัดแย้งอย่างเด่นชัดกับ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" ผู้ที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นอย่างไรกับนายกรัฐมนตรี และเมื่อเกิดการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่หวยกลับไปออกทางข้าง "สุริยะ" ทำให้ข้างฝ่าย "เฮียเพ้ง" ต้องปรับกระบวนทัศน์กันใหม่

ความล่าช้าจึงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากแผนงานรอบใหม่ที่กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศๆไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ออกประกาศเชิญชวนผ่านเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.49 ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งประกาศขายทีโออาร์และกำหนดขายเอกสารประกวดราคาก็ต้องเลื่อนออกไป แม้จะยังคงได้รับการยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าถึงอย่างไรภายในปลายปี 49 จะสามารถทำการประกาศประกวดราคาและขายเอกสารทีโออาร์ได้แน่นอน เพื่อเตรียมรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเป็นผู้พิจารณาผลการประกวดราคาภายในปี 50 ..ก็ยังคงดูเป็นความเลื่อนลอยอยู่ดี


จากการที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ทำการประมวลลำดับเหตุการณ์มาเสนอนี้ ชี้ให้เห็นสิ่งหนึ่งว่า ได้ว่า แม้ "ไทยรักไทย" จะมีความได้เปรียบในทุกประตู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เรื่องของอำนาจในการขับเคลื่อน ผลักดันนโยบาย คะแนนความนิยมจากประชาชน ความน่าเชื่อถือจากนักลงทุนในภาพของความเป็นรัฐบาล หรืออื่นๆ อีกมาก แต่ "ไทยรักไทย" เองกลับพลิกโอกาศของตนให้กลายเป็นวิกฤติด้วยน้ำมือของตนเองเสียแล้ว ดังนั้นในการลงสนามเลือกตั้งยกนี้ เมื่อใช้นโยบาย "รถไฟฟ้า" เป็นเครื่องมือฟาดฟันกัน "ไทยรักไทย" ก็คงต้องทบทวนแผนงานเสียใหม่ เพราะความเพลี่ยงพล้ำที่ผ่านมา ทำให้เสียคะแนนให้คู่แข่ง ที่มาแย่งคะแนนไปแบบเก็บเล็กผสมน้อย ไปมากโขอยู่ ก็ยังนอนใจอะไรที่คิดไว้ว่าตัวเองแน่ก็คงไม่แน่เสมอไป.......

// -------------------------------------------------------------------------------

ล้อมกรอบ


เปรียบเทียบเส้นทางรถไฟฟ้า ระหว่างปชป.-ทรท.


ปชป.

โครงการรถไฟฟ้าชองปชป. 7 เส้นทาง รวมทั้งสิ้น 139 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 265,150 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.สายรังสิต-หัวลำโพงระยะทาง 37 กิโลเมตร มูลค่า 54,000 ล้านบาท ก่อสร้างระหว่างปี 50-52,
2.พญาไท-อโศก-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 26.50 กิโลเมตร มูลค่า 56,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างระหว่างปี 48-51,
3.ส่วนต่อขยายอ่อนนุช-สำโรง ระยะทาง 8.90 กิโลเมตร มูลค่า 16,900 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 49-52,
4 สายหมอชิต-เกษตร-สะพานใหม่ ระยะทาง 12.10 กิโลเมตร มูลค่า 22,500 ล้านบาท ช่วงเวลาก่อสร้างระหว่างปี 50-53,
5.สะพานตากสิน-บางแค ระยะทาง 13 กิโลเมตร มูลค่า20,000 ล้านบาท เวลาก่อสร้างระหว่างปี 49-53,
6.บางซื่อ-ท่าพระ-หัวลำโพง ระยะทาง 19 กิโลเมตร มูลค่า 53,000 ล้านบาท เวลาก่อสร้างช่วงปี 50-54 และสุดท้าย
7. เส้นทางเตาปูน-แคราย-บางใหญ่ ระยะทาง 22.50 กิโลเมตร มูลค่า 42,750 ล้านบาท ก่อสร้างในช่วงปี 51-54


ทรท.

โครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ได้แก่
1.สายสีแดงเข้ม พญาไท-อยุธยา ระยะทาง 73 กิโลเมตรและหัวลำโพง-มหาชัย ระยะทาง 36 กิโลเมตร,
2.สายสีแดงอ่อน บางซื่อ-นครปฐม ระยะทาง 57 กิโลเมตร,
3.สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ระยะทาง 23 กิโลเมตร และบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 20 กิโลเมตร,
4.ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน จากบางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง27 กิโลเมตร,
5.สายสีส้ม บางกะปิ-บางบำหรุ ระยะทาง 24 กิโลเมตร
6.สายสีเหลือง บางกะปิ-ศรีนครินทร์-สำโรง ระยะทาง 32 กิโลเมตร,
7.สายสีชมพู จากแคราย-ปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะ-รามอินทรา-มีนบุรี ระยะทาง 33 กิโลเมตร,
8.สายสีน้ำตาล จากมีนบุรี-บางกะปิ ระยะทาง 9 กิโลเมตร,
9.ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสแนวเหนือ-ใต้ หรือสายสีเขียวเข้ม จากหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร และสะพานตากสิน-เพชรเกษม (บางหว้า) ระยะทาง6.7 กิโลเมตร และ
10.ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบิทีเอสแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือสายสีเขียวอ่อน จากอ่อนนุช-สำโรง ระยะทาง 9 กิโลเมตร และสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนกระยะทาง 6.8 กิโลเมตร
โดยทั้งหมดนี้ใช้เงินลงทุนรวม 5.5 แสนล้าน กรอบเวลาในการก่อสร้าง 6 ปี
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3, 4 ... 182, 183, 184  Next
Page 3 of 184

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test