RailServe.Com

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:307587
ทั่วไป:11697011
ทั้งหมด:12004598
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวโครงการรถไฟทางคู่
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวโครงการรถไฟทางคู่
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 324, 325, 326 ... 329, 330, 331  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 08/05/2022 8:57 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร
7 พ.ค. 65 10:10 น.

constructio ความก้าวหน้างานก่อสร้าง

😊👉สัญญาที่ 1 ช่วงนครปฐม – หนองปลาไหล
ผู้รับจ้าง บริษัท เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนี่ยริ่ง 1964 จำกัด
ผลงานถึงวันที่ 28 เมษายน 2565
แผนงานสะสม = 97.713 %
ผลงานสะสม = 96.086 %
ช้ากว่าแผน = -1.627 %

😊👉สัญญาที่ 2 ช่วงหนองปลาไหล-หัวหิน
ผู้รับจ้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
ผลงานถึงวันที่ 25 เมษายน 2565
แผนงานสะสม = 95.347 %
ผลงานสะสม = 94.863 %
เร็วกว่าแผน = 0.484 %

😊👉สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์
ผู้รับจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ผลงานถึงวันที่ 28 เมษายน 2565
แผนงานสะสม = 100.00%
ผลงานสะสม = 99.92 %
ช้ากว่าแผน = -0.08 %

😊👉สัญญาที่ 4 ช่วงประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย
ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า เคเอส-ซี
ผลงานถึงวันที่ 28 เมษายน 2565
แผนงานสะสม = 100.00 %
ผลงานสะสม = 85.098 %
ช้ากว่าแผน = -14.902 %

😊👉สัญญาที่ 5 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร
ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า เอสทีทีพี
ผลงานถึงวันที่ 28 เมษายน 2565
แผนงานสะสม = 100.00 %
ผลงานสะสม = 87.295 %
ช้ากว่าแผน = -12.243 %
https://www.facebook.com/southernlinetrackdoublingproject/posts/3191243887797012



รถไฟทางคู่ นครปฐม-ชุมพร ดีเลย์ เซ่นพิษโควิด
หน้าเศรษฐกิจ Mega Project
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันเสาร์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 12:26 น.

“กรมราง” เผยคืบหน้ารถไฟทางคู่ นครปฐม-ชุมพร 6 สัญญาดีเลย์หนัก เหตุโควิดพ่นพิษ-ขาดแคลนแรงงาน เร่งผู้รับเหมาตอกเสาเข็มแล้วเสร็จปี 65 ดึงใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติ เตรียมเปิดให้บริการปลายปีนี้

นายพิเชษฐ์ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร (กม.) ปัจจุบันภาพรวมของผลการดำเนินโครงการฯ คืบหน้า 99.98% คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการการเดินรถทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม – ชุมพร ได้บางช่วงโดยเฉพาะเส้นทางที่มีระบบอาณัติสัญญาณเท่านั้น โดยใช้ระบบการเดินรถแบบกึ่งอัตโนมัติ คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการคืนทางเดินรถให้แก่ประชาชน และจะเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2565

สำหรับความคืบหน้าโครงการฯทั้ง 6 สัญญา แบ่งเป็นงานโยธาและระบบราง 5 สัญญา วงเงินรวม 33,982 ล้านบาท และสัญญาจ้างงานระบบอาณัติสัญญาณฯ 1 สัญญา วงเงินรวม 6,210ล้านบาท ดังนี้
1.ช่วงนครปฐม-หนองปลาไหล ระยะทาง 93 กิโลเมตร วงเงิน 8,198 ล้านบาท ผลงานสะสม 96.084 % ล่าช้ากว่าแผน 1.20% มีบริษัทเอ.เอส.แอสโซซิเอส เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 1 กุมภาพันธ์ 2559-31 มกราคม 2564 ขยายสัญญา 20 เดือน ไปสิ้นสุดภายในวันที่ 30 กันยายน 2565

2.ช่วงหนองปลาไหล -หัวหิน วงเงิน 7,520 ล้านบาท ระยะทาง 76 กิโลเมตร ผลงานสะสม 94.844% ล่าช้ากว่าแผน 0.166% มีบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 15 มิถุนายน 2561-14 มิถุนายน 2565 ขยายสัญญา 20 เดือน ไปสิ้นสุดภายในวันที่ 30 กันยายน 2565

3.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 5,807ล้านบาท ระยะทาง 84 กิโลเมตร ผลงานสะสม 99.870 % ล่าช้ากว่าแผน 0.130% มีบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 1 กุมภาพันธ์ 2561-31 กรกฎาคม 2563 ขยายสัญญา 15 เดือน ไปสิ้นสุดภายในเดือนตุลาคม 2564 คาดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565

4.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย วงเงิน 6,465 ล้านบาท ระยะทาง 88 กิโลเมตร ผลงานสะสม 85.077% ล่าช้ากว่าแผน 14.923% มีกิจการร่วมค้าเคเอส-ซี เป็นผู้ก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 1 กุมภาพันธ์ 2561-31 ตุลาคม 2563 ขยายสัญญา 15 เดือน ไปสิ้นสุดภายในเดือนมกราคม 2565 คาดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565

5.ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร วงเงิน 5,992 ล้านบาท ระยะทาง 79 กิโลเมตร ผลงานสะสม 87.295% ล่าช้ากว่าแผน 12.569% มีกิจการร่วมค้าเอสทีทีพี เป็นผู้ก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 1 กุมภาพันธ์ 2561-31 มกราคม 2564 ขยายสัญญา 15 เดือน ไปสิ้นสุดภายในเดือนเมษายน 2565 คาดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 และ

6.สัญญาจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ วงเงิน 6,210 ล้านบาท ผลงานสะสม 27.655% ล่าช้ากว่าแผน -45.578% มีกิจการร่วมค้า The Consortium CRSC Resarch and Design Institute Group Co.,Ltd. And CRSC International Company Limited. เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 27 มกราคม 2563-26 มกราคม 2566

นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่บางสัญญาของโครงการฯสิ้นสุดแล้ว แต่ไม่ได้มีการขยายสัญญาออกไป เนื่องจากผู้รับเหมาก่อสร้างแต่ละสัญญาอยู่ในเกณฑ์และเงื่อนไขการขอใช้สิทธิการขยายสัญญาเสริมในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยงดชำระค่าปรับเป็นศูนย์ ตามประกาศของภาครัฐที่มีการกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งระยะเวลานับตั้งแต่ภาครัฐออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและจะสิ้นสุดเมื่อภาครัฐยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปัจจุบันแต่ละสัญญาเหลือเพียงเก็บรายละเอียดงานบางส่วนเท่านั้นก่อนที่จะมีการเปิดให้บริการต่อไป


“สาเหตุที่สัญญาการก่อสร้างมีความล่าช้า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาโครงการฯได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานจากการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร และการจัดส่งวัสดุของผู้จัดหาวัสดุ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ ขณะเดียวกันโครงการฯยังได้รับผลกระทบจากการนำทางหลีกรถไฟออกจากแนวเส้นทางเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการฯดังกล่าว ทำให้ในปัจจุบันการเดินทางรถไฟสายใต้มีความล่าช้ากว่าตารางการเดินรถ เบื้องต้นได้มีการวางแผนจัดสรรแรงงาน เครื่องจักรที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้การดำเนินงานของโครงการฯ เกิดความล่าช้า โดยเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จตามแผนในปี 2565”


นอกจากนี้โครงการฯได้มีการก่อสร้าง สถานีรถไฟหัวหินแห่งใหม่ พื้นที่ 500 เมตร วงเงิน 347 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถานียกระดับที่มีทางเดินใต้สถานีแห่งแรกในประเทศไทย เป็นหนึ่งในงานก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วง นครปฐม – ชุมพร ช่วงหนองปลาไหล – หัวหิน โดยสถานีรถไฟหัวหินแห่งใหม่นี้ เป็นโครงสร้างยกระดับ มีที่ทำการและที่พักคอยอยู่ชั้นล่าง ชานซาลาอยู่ชั้นบน การออกแบบยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถานีเดิมที่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมวิกตอเรีย ซึ่งมีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ถัดจากสถานีหัวหินเดิไปทางทิศใต้ ปัจจุบันมีความคืบหน้างานก่อสร้าง80% งานตกแต่งสถาปัตยกรรม 30% และงานระบบไฟฟ้าและเครื่องของสถานี 20% คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2565


อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการรถไฟทางคู่แล้วเสร็จ ทำให้การเดินรถไฟใช้ระยะเวลาที่สั้นลง จากต้นทางกรุงเทพฯ มายังสถานีหัวหินเร็วขึ้น จากเดิมใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยไม่ต้องรอทางหลีกรถไฟ ซึ่งรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว นอกจากนี้มีการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) เพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟและทางถนน ช่วยเพิ่มความเร็ว และความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าเพิ่มขึ้น มีความตรงต่อเวลาการเดินขบวนรถไฟมากยิ่งขึ้น และจะเป็นส่วนสำคัญที่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรและการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมต่อระบบการขนส่งเส้นทางท่องเที่ยวตลอดเส้นทางสายใต้ ไม่ว่าจะเป็นรถเช่า เรือท่องเที่ยว หรือธุรกิจอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เป็นอย่างดี
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 09/05/2022 12:01 am    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
สุดเศร้า! รถไฟชนกระทิงหลุดจากป่าดับคารางที่ จ.ประจวบฯ
สยามรัฐออนไลน์ วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:38 น. ภูมิภาค


น่าสงสาร! กระทิงหนุ่มโชคร้าย ออกจากป่าหากิน ถูกรถไฟชนนอนตายคาราง
หน้าข่าว Like สาระ
วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15.35 น.

8 พฤษภาคม 2565 นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจาก นายเผดิม เข็มประดับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าช่วงเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านพบกระทิงป่า 1 ตัว นอนตายบริเวณรางรถไฟ หมู่ที่ 2 ต.คลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบ จึงพร้อมด้วยเจ้าที่หน้าที่อุทยานเข้าตรวจสอบพิกัด 47P 0582972 E, 1296698 N นอกเขตอุทยานฯ อยู่ในเขตรับผิดชอบการรถไฟฯ (รถไฟรางคู่) ท้องที่บ้านหนองหิน หมู่ 2 ต.คลองวาฬ




ที่เกิดเหตุพบเป็นกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 5-7 ปี น้ำหนักประมาณ 1 ตัน นอนตายขวางรางอยู่ จึงนำรถแบคโฮเข้ายกซากให้พ้นรางเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อขบวนรถไฟ ก่อนเข้าตรวจดูตามลำตัวพบบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณหน้าอกด้านขวา เลือดออกปากและจมูก


เบื้องต้นคาดว่า ขณะกระทิงเดินหากินมาบนรางถูกรถไฟชนเสียชีวิตและรถไฟไม่ได้รับความเสียหายจึงเดินทางต่อ กระทั่งมีชาวบ้านมาพบซาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการย้ายซากกระทิงไปยังอุทยานแห่งชาติหาดวนกรให้สัตว์แพทย์ตรวจหาสาเหตุการตายอีกครั้งและฝังกลบตามวิธีการ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คลองวาฬ



ผู้สื่อข่าวรายงานโดยก่อนหน้านี้ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเห็นกระทิงหนุ่มออกจากพื้นที่ป่าเข้ามาหากินภายในหมู่บ้าน ตำบลห้วยยางและตำบลแสงอรุณ อ.ทับสะแก กลัวจะเป็นอันตราย จึงนำกำลังออกลาดตระเวนค้นหาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่พบตัว เนื่องจากเป็นกระทิงเปลี่ยวหากินไปทั่ว

จนล่าสุดพบมีกระทิงถูกรถไฟชนซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่ออกหากินในหมู่บ้านก่อนหน้านี้ และโชคร้ายถูกรถไฟชนเสียชีวิตดังกล่าว.

เสียดายสัตว์ป่าหายาก! รถไฟกรุงเทพฯ-กันตัง ชนวัวกระทิงตายคารางระหว่างสถานีประจวบฯ-วังด้วน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:01 น.
ปรับปรุง: วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:01 น.



ประจวบคีรีขันธ์ - ขบวนรถเร็วที่ 167 (กรุงเทพฯ-กันตัง) ชนวัวกระทิงระหว่างสถานีประจวบฯ-วังด้วน อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตายคาราง ขณะที่รถไฟไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เจ้าหน้าที่นำซากวัวกระทิงไปฝังกลบในพื้นที่อุทยานฯ เรียบร้อยแล้ว

เมื่อกลางดึกวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ขบวนรถเร็วที่ 167 (กรุงเทพฯ-กันตัง) ดีเซล 4107 ทำการพ่วงยาว 10 คัน โดยมี นายภิญโญ บุญพันธ์ พนักงานขับรถ ออกจากสถานีประจวบคีรีขันธ์ เวลา 01.48 น. ช้า 13 นาที ต่อมา พนักงานรักษารถแจ้งว่า เมื่อเวลา 01.57 น. ขณะนำขบวนรถถึงเสาโทรเลขที่ 311/16 ระหว่างสถานีประจวบคีรีขันธ์-สถานีวังด้วน

ขบวนรถได้ชนวัวกระทิงเพศผู้ สีดำ ด้านซ้ายของรถจักร ตาย 1 ตัว ขบวนรถออกจากที่เกิดเหตุเวลา 02.15 น. ถึงสถานีวังด้วน เวลา 02.23 น. ช้า 28 นาที ช้าเพิ่มระหว่างประจวบฯ-วังด้วน 15 นาที ขบวนรถออกจากสถานีวังด้วนเวลา 02.28 น. ช้า 29 นาที แจ้งเหตุ (มีเวลารอหลีก) รถจักรไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และไม่มีขบวนรถใดเสียเวลาเพราะเหตุนี้

ด้านนายสถานีวังด้วนได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ตามระเบียบแล้ว ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ได้เคลื่อนย้ายซากกระทิงไปฝังกลบในพื้นที่อุทยานฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายอภิวัฒน์ พรมเงิน ชาวบ้านหว้าโทน กล่าวว่า ในช่วงเช้าเดินทางมาดูกระทิงตัวที่ถูกรถไฟชน ซึ่งตนเองมีอาชีพเลี้ยงวัว โดยช่วงหลายวันที่ผ่านมา เคยเห็นวัวกระทิงตัวดังกล่าวหากินอยู่ในแถบหมู่บ้านหว้าโทน จำได้ว่าเป็นตัวเดียวกับที่ถูกรถไฟชนวันนี้ แต่ไม่ทราบว่าหลงมาจากป่าแถบไหน เพราะแถวนี้มีอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียดายเพราะกระทิงเป็นสัตว์ป่าหายาก


⭕️ขบวนรถเร็วที่ 167 (กรุงเทพ - กันตัง) ชนวัวกระทิง ระหว่างสถานีประจวบฯ - วังด้วน ล่าสุดอุทยานแห่งชาติหาดวน
กรนำซากไปฝังแล้ว

นสพ.ประจวบโพสต์
วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 13:23 น.

⭕️เมื่อกลางดึกวันที่8พ.ค.65 ขบวนรถเร็วที่ 167 (กรุงเทพ-กันตัง) ดีเซล 4107 ทำการ พ่วงยาว 10 คัน นายภิญโญ บุญพันธ์ พขร. ออกจากสถานีประจวบคีรีขันธ์ เวลา 01.48 น. ช้า 13 นาที ต่อมาพนักงานรักษารถแจ้งว่า เมื่อเวลา 01.57 น. ขณะทำขบวนรถถึงเสาโทรเลขที่ 311/16 ระหว่างสถานีประจวบคีรีขันธ์ - สถานีวังด้วน ขบวนรถได้ชนวัวกระทิง เพศผู้ สีดำ ด้านซ้ายของรถจักร ตาย 1 ตัว ขบวนรถออกจากที่เกิดเหตุ เวลา 02.15 น. ถึงสถานีวังด้วน เวลา 02.23 น. ช้า 28 นาที ช้าเพิ่มระหว่างประจวบฯ - วังด้วน 15 นาที ขบวนรถออกจากสถานีวังด้วนเวลา 02.28 น. ช้า 29 นาที/แจ้งเหตุ (มีเวลารอหลีก) รถจักรไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ไม่มีขบวนรถใดเสียเวลาเพราะเหตุนี้
⭕️นายสถานีวังด้วน ได้แจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.ต.คลองวาฬ ตามระเบียบแล้ว
⭕️ต่อมาในช่วงเช้า จนท.อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ได้เคลื่อนย้ายซากกระทืง ไปฝังกลบในพื้นที่อุทยานฯเป๋นที่เรียบร้อยแล้ว
⭕️ด้านนายอภิวัฒน์ พรมเงิน ชาวบ้านหว้าโทน กล่าวว่าในช่วงเช้าเดินทางมาดูกระทิงตัวที่ถูกรถไฟชน ซึ่งตนเองมีอาชีพเลี้ยงวัว โดยช่วงหลายวันที่ผ่านมาเคยเห็นวัวกระทิงตัวดังกล่าวหากินอยู่ในแถบหมู่บ้านหว้าโทน จำได้ว่าเป็นตัวเดียวกันที่ถูกรถไฟชนวันนี้ แต่ก๋ไม่ทราบว่าหลงมาตากป่าแถบไหน เพราะแถวนี่มีอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อย่างไรก็ตามก็รู้สึกเสียดายเพราะกระทิงก็เป็นสัตว์ป่าหายาก
(ภาพนายอภิวัฒน์ พรมเงิน)
https://www.facebook.com/prachuappost/posts/3275991792645227/
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35871
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 09/05/2022 5:58 pm    Post subject: Reply with quote

ความก้าวหน้าของโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 3 ประจำเดือนมีนาคม 2565
May 9, 2022
AMWW / TRACK DOUBLING PROJECT FOR NORTHEASTERN LINE


https://www.youtube.com/watch?v=y3-ggGgCf8Q
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35871
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 10/05/2022 10:38 am    Post subject: Reply with quote

Nawarat Patanakarn Public Company Limited
10 พ.ค. 65 10:24 น.

Extradosed Mae klong River Bridge Construction

https://www.facebook.com/Nawaratpatanakar/posts/5002898033166065
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 10/05/2022 9:11 pm    Post subject: Reply with quote

“ศักดิ์สยาม” เผยภายในปี’72 ตั้งเป้าเพิ่มรถไฟทางคู่ทั่วประเทศเป็น 3.3 พันกม.
นิวส์มอนิเตอร์
วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:18 น.


“ศักดิ์สยาม” เผยภายในปี’72 ตั้งเป้าเพิ่มรถไฟทางคู่ทั่วประเทศเป็น 3.3 พัน กม.
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมปาฐกถาการประชุม German – Thai Conference ในหัวข้อ “The Future is Rail” และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมระบบรางในเยอรมนี และประธานสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย โดยมี นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ ศ.ดร.นิสัย เฟื่องเวโรจน์สกุล ประธานสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย และนายอักเซล ชุพเพ่ (Axel Schuppe) ผู้จัดการสมาคมอุตสาหกรรมระบบรางในเยอรมนี และผู้แทนภาคเอกชนและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมระบบรางทั้งของไทยและเยอรมนี และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน



นายศักดิ์สยามกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางระบบรางและการขนส่งสาธารณะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญภายใต้คำแถลงนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย โดยกำหนดให้การคมนาคมทางระบบรางเป็นรูปแบบการคมนาคมหลักของประเทศ สามารถรองรับการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ โดยคำนึงถึงแนวคิดเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และความคุ้มค่า รวมถึงช่วยลดการใช้พลังงานซึ่งอาจบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคการขนส่ง และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญต่อการกำหนดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการรถไฟของไทยตลอดจนระดับการให้บริการ โดยแผนดังกล่าวจะกล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบรางในอนาคต และการให้บริการระบบรางสาธารณะด้วยการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ และเทคนิคการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้ารวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการในประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคมได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนในการแก้ปัญหาการขนส่งจากรถบรรทุกเป็นระบบราง นอกจากนี้ ยังมีโครงการ MR Map ที่จะส่งเสริมการบูรณาการแนวทางการแก้ปัญหาการขนส่ง และการจราจรทางรถไฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโตของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบเพื่อจัดการกับปัญหาการจราจรติดขัดและมลภาวะในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง


นายศักดิ์สยามกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในเขตปริมณฑลต่อไป ปัจจุบันมี 11 เส้นทางและภายในปี 2579 จะมี 14 เส้นทาง รวมระยะทาง 554 กิโลเมตร ระบบรถไฟฟ้าไม่เพียงแต่ลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล แต่ยังช่วยปรับปรุงการสัญจรภายในเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ เราวางแผนที่จะพัฒนาระบบขนส่งไฟฟ้าในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และนครราชสีมาในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงการใช้รถไฟเป็นรูปแบบหลักในการเชื่อมต่อการขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่ท่าเรือทางทะเล สนามบิน และท่ารถบรรทุก ภายในปี 2572 กระทรวงคมนาคมจะขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มจาก 173 กิโลเมตรเป็น 3,327 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและโลจิสติกส์ภายในประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการเหล่านี้เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคอาเซียน





นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้วิจัยค้นคว้าและผลิตเทคโนโลยีระบบรางมาอย่างยาวนาน โครงการรถไฟฟ้าหลายโครงการได้ใช้เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจว่าฝ่ายเยอรมนีจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทยเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับในเยอรมนี โดยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564 กระทรวงคมนาคมของไทยและเยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงขยายระยะเวลาร่วมประกาศเจตจำนง (JDI) ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาทางรถไฟในประเทศไทย โดยขยายเวลา JDI 2 ครั้ง นับตั้งแต่ลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ.2016 ความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ JDI ได้นำไปสู่ความคิดริเริ่มที่มีแนวโน้มดีหลายประการ รวมถึงการจัดตั้ง GTRA ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยและเยอรมนี โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนให้ความรู้และฝึกอบรมในทุกระดับเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบรถไฟในประเทศไทย ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งซ่อมสร้าง แหล่งผลิต และแหล่งรวมวิทยาการระบบรางที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย Thai First เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=368738155296552&id=100064811103536

"ศักดิ์สยาม" สักขีพยาน MOU สมาคมระบบราง "ไทย-เยอรมนี" ปันความรู้ "ซ่อม-สร้าง-ผลิต" รถไฟ
หน้าคมนาคม-ขนส่ง
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 19:23 น.
ปรับปรุง: วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 19:23 น.


"ศักดิ์สยาม" ร่วมปาฐกถาในการประชุม German - Thai Conference หัวข้อ “The Future is Rail” และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง ความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างสมาคมอุตฯ ระบบรางเยอรมนีและไทยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ "ซ่อม-สร้าง-ผลิต" รถไฟ

วันที่ 10 พ.ค. 2565 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์สาทร กรุงเทพฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมปาฐกถาในการประชุม German - Thai Conference ในหัวข้อ “The Future is Rail” และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมระบบรางในเยอรมนีและสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย โดยมี นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ ศ.ดร.นิสัย เฟื่องเวโรจน์สกุล ประธานสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย และ นายอักเซล ชุพเพ่ (Axel Schuppe) ผู้จัดการสมาคมอุตสาหกรรมระบบรางในเยอรมนี ผู้แทนภาคเอกชนและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมระบบรางทั้งของไทยและเยอรมนี และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางระบบรางและการขนส่งสาธารณะ เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญภายใต้คำแถลงนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย โดยกำหนดให้การคมนาคมทางระบบรางเป็นรูปแบบการคมนาคมหลักของประเทศ สามารถรองรับการขนส่ง และการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ โดยคำนึงถึงแนวคิดเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และความคุ้มค่า รวมถึงช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งอาจบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคการขนส่ง และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงคมนาคมจึงให้ความสำคัญต่อการกำหนดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการรถไฟของไทยตลอดจนระดับการให้บริการ

โดยแผนดังกล่าวจะกล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบรางในอนาคตและการให้บริการระบบรางสาธารณะ ด้วยการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ และเทคนิคการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้า รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการในประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคมได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน ในการแก้ปัญหาการขนส่งจากรถบรรทุกเป็นระบบราง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ MR Map ที่จะส่งเสริมการบูรณาการแนวทางการแก้ปัญหาการขนส่ง และการจราจรทางรถไฟ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบเพื่อจัดการกับปัญหาการจราจรติดขัดและมลภาวะในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง

กระทรวงคมนาคมยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในเขตปริมณฑลต่อไป ปัจจุบันมี 11 เส้นทาง และภายในปี 2579 จะมี 14 เส้นทาง รวมระยะทาง 554 กิโลเมตร ระบบรถไฟฟ้าไม่เพียงแต่ลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล แต่ยังช่วยปรับปรุงการสัญจรภายในเมืองอีกด้วย
นอกจากนี้ เราวางแผนที่จะพัฒนาระบบขนส่งไฟฟ้าในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และนครราชสีมาในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค รัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงการใช้รถไฟเป็นรูปแบบหลักในการเชื่อมต่อการขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่ท่าเรือ ทางทะเล สนามบิน และท่ารถบรรทุก ภายในปี 2572 กระทรวงคมนาคมจะขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มจาก 173 กิโลเมตร เป็น 3,327 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและโลจิสติกส์ภายในประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

โครงการเหล่านี้เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคอาเซียน ประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้วิจัยค้นคว้าและผลิตเทคโนโลยีระบบรางมาอย่างยาวนาน โครงการรถไฟฟ้าหลายโครงการได้ใช้เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจว่าฝ่ายเยอรมนีจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทยเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับในเยอรมนี

โดยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564 กระทรวงคมนาคมของไทยและเยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงขยายระยะเวลาร่วมประกาศเจตจำนง (JDI) ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาทางรถไฟในประเทศไทย โดยขยายเวลา JDI 2 ครั้ง นับตั้งแต่ลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ JDI ได้นำไปสู่ความคิดริเริ่มที่มีแนวโน้มดีหลายประการ รวมถึงการจัดตั้ง GTRA ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยกับเยอรมนี โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนให้ความรู้ และฝึกอบรมในทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบรถไฟในประเทศไทย ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งซ่อมสร้าง แหล่งผลิต และแหล่งรวมวิทยาการระบบรางที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย Thai First เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป



นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมปาฐกถาในการประชุม German – Thai Conference หัวข้อ “The Future is Rail” https://www.thailandplus.tv/archives/531967

“ศักดิ์สยาม” โชว์แผนแม่บทพัฒนา-ยกระดับขนส่งทางรางของไทย
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:03 น.



“ศักดิ์สยาม” โชว์แผนแม่บทพัฒนาระบบราง ยกระดับการบริการขนส่งทางรางของไทย ลั่นปี 79 รถไฟฟ้าครอบคลุม 14 เส้นทาง 554 กม. ขณะที่ปี 72 โครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มจาก 173 กม. เป็น 3,327 กม. มั่นใจ “เยอรมนี” ช่วยซัพพอร์ตงานรางไทยให้เข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์สาทร กรุงเทพฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ร่วมปาฐกถาการประชุม German-Thai Conference ในหัวข้อ “The Future is Rail” และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมระบบรางในเยอรมนี และประธานสมาคมระบบรางเยอรมัน-ไทย


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางระบบราง และการขนส่งสาธารณะ เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญภายใต้คำแถลงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญต่อการกำหนดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ซึ่งเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการรถไฟของไทยตลอดจนยกระดับการให้บริการ นอกจากนี้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในเขตปริมณฑลต่อไป ปัจจุบันมี 11 เส้นทาง และภายในปี 79 จะมี 14 เส้นทาง รวมระยะทาง 554 กิโลเมตร (กม.) ทั้งนี้ระบบรถไฟฟ้าไม่เพียงแต่ลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล แต่ยังช่วยปรับปรุงการสัญจรภายในเมืองอีกด้วย



นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะพัฒนาระบบขนส่งไฟฟ้าในเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และนครราชสีมา ในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยเล็งเห็นถึงการใช้รถไฟเป็นรูปแบบหลักในการเชื่อมต่อการขนส่งทุกรูปแบบ ตั้งแต่ท่าเรือทางทะเล สนามบิน และท่ารถบรรทุก โดยภายในปี 72 กระทรวงคมนาคมจะขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มจาก 173 กม. เป็น 3,327 กม. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและโลจิสติกส์ภายในประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการเหล่านี้เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อทภายในภูมิภาคอาเซียน


นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมระบบรางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้วิจัยค้นคว้าและผลิตเทคโนโลยีระบบรางมาอย่างยาวนาน โครงการรถไฟฟ้าหลายโครงการได้ใช้เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจว่าฝ่ายเยอรมนีจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับในเยอรมนี ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.64 กระทรวงคมนาคมของไทยและเยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงขยายระยะเวลาร่วมประกาศเจตจำนง (JDI) ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาทางรถไฟในประเทศไทย โดยขยายเวลา JDI 2 ครั้ง นับตั้งแต่ลงนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พ.ย.59 ความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ JDI ได้นำไปสู่ความคิดริเริ่มที่มีแนวโน้มดีหลายประการ รวมถึงการจัดตั้ง GTRA ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยของไทยและเยอรมนี

โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนให้ความรู้และฝึกอบรมในทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบรถไฟในประเทศไทย ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งซ่อมสร้าง แหล่งผลิต และแหล่งรวมวิทยาการระบบรางที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย Thai First เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป..
https://www.youtube.com/watch?v=ze7azQ8BpKA


Last edited by Wisarut on 14/05/2022 1:05 am; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35871
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/05/2022 2:58 pm    Post subject: Reply with quote

รถไฟทางคู่ 2 เส้นทางที่แล้วเสร็จกับประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
May 11, 2022
การรถไฟแห่งประเทศไทย Official


https://www.youtube.com/watch?v=emTH7sUy3WI

โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง ระยะทาง 993 กิโลเมตร โดยดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่
- รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา-ชุมทางคลองสิบเก้า
- ชุมทางแก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร เปิดให้บริการปี 2562 -และ รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร เปิดให้บริการปี 2563
รถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทางที่เปิดให้บริการ นอกจากจะเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางและขนส่งสินค้าแล้ว ความปลอดภัยคือองค์ประกอบสำคัญที่มาพร้อมรถไฟทางคู่ เนื่องจากได้ยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับด้วยการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ ,ทางรถยนต์ลอดใต้ทางรถไฟ,สะพานทางรถไฟ และ ทางรถไฟยกระดับ รวมถึง ติดตั้งรั้วตลอดแนวสายทาง

นอกจากนี้รถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทาง ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ของพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัด ฉะเชิงเทรา ,นครนายก ,สระบุรี ,นครราชสีมา ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง เกิดการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีรถไฟทางคู่ สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศ เป็นการยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน ให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ มากยิ่งขึ้น

เมื่อพัฒนารถไฟทางคู่ทั้งระบบแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มความจุทาง ทำให้เดินรถได้มากขึ้น รถไฟไม่ต้องเสียเวลารอหลีก ทำให้เดินทางได้ตรงเวลา
- ขบวนรถขนส่งผู้โดยสาร สามารถทำความเร็วเฉลี่ยของขบวนรถจาก 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- สำหรับขบวนรถขนส่งสินค้า ความเร็วเฉลี่ยจาก 39 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35871
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 11/05/2022 3:03 pm    Post subject: Reply with quote

ประวิตร ไฟเขียว EIA รถไฟทางคู่ปากน้ำโพ-เด่นชัย 6.28 หมื่นล้าน
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 - 14:54 น.

ประวิตร นั่งหัวโต๊ะ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไฟเขียว EIA รถไฟทางคู่ปากน้ำโพ-เด่นชัย 280 กม. พาด 5 จังหวัด 6.28 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2565 ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีระยะทาง 280.544 กิโลเมตร ผ่าน 5 จังหวัด

ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และแพร่ เพื่อขยายเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางในพื้นที่ภาคเหนือ เชื่อมต่อกับช่วง ลพบุรี-ปากน้ำโพ โดย พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ผู้รับผิดชอบโครงการปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EIA อย่างเคร่งครัด


นอกจากนี้ยังเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า และบริการ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมปี 65-70 เพื่อเพิ่มจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมดำเนินการ ให้เป็นภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 100 และภาคเอกชนร้อยละ 95 และเห็นชอบกรอบการเจรจาและท่าทีของประเทศไทย สำหรับการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา รูปแบบ face-to-face ห้วง 6-17 มิถุนายน 2565

โดยมี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และเห็นชอบ การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง จากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า (ยกเว้นโรงงานผลิตไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง) รวมทั้งมีมติให้บังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ยูโร 5 พร้อมกับน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 และมอบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหารือการบังคับใช้มาตรฐานฯตามยูโร 6 ต่อไป

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบ ผลงานตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ซึ่งสถานการณ์ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัดในปี 2565 พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้นโดยมีจำนวนวันที่ PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลง รวมถึงจำนวนจุดความร้อนในจังหวัดภาคเหนือพบว่าลดลงร้อยละ 69

และรับทราบการดำเนินงานสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยทั่วประเทศ ปี 2564 โดยการขับเคลื่อนโครงการ จังหวัดสะอาด ทั้ง 76 จังหวัด มีผลการประเมินพบว่า ขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 24.98 ล้านตัน มีปริมาณลดลงและมีการคัดแยกรวมทั้งการจัดการที่ต้นทาง และปลายทางมากขึ้น มีการให้บริการเก็บขยะมูลฝอยและนำไปกำจัด คิดเป็น ร้อยละ70

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ ทส.และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินโครงการตามมติ กก.ลว. อย่างเคร่งครัด โดยต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์/ปกป้องสิ่งแวดล้อม และไม่กระทบต่อสุขภาพ อนามัยและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียที่มีแนวโน้มมากขึ้นจะต้องให้ความสำคัญเร่งด่วน พร้อมทั้งยังได้ขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างได้ผล กระทั่งมีแนวโน้มลดลง อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 11/05/2022 3:29 pm    Post subject: Reply with quote

Wisarut wrote:
“ศักดิ์สยาม” เผยภายในปี’72 ตั้งเป้าเพิ่มรถไฟทางคู่ทั่วประเทศเป็น 3.3 พันกม.
นิวส์มอนิเตอร์
วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:18 น.


https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=368738155296552&id=100064811103536

"ศักดิ์สยาม" สักขีพยาน MOU สมาคมระบบราง "ไทย-เยอรมนี" ปันความรู้ "ซ่อม-สร้าง-ผลิต" รถไฟ
หน้าคมนาคม-ขนส่ง
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 19:23 น.
ปรับปรุง: วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 19:23 น.


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมปาฐกถาในการประชุม German – Thai Conference หัวข้อ “The Future is Rail”
https://www.thailandplus.tv/archives/531967

“ศักดิ์สยาม” โชว์แผนแม่บทพัฒนา-ยกระดับขนส่งทางรางของไทย
เศรษฐกิจ-ยานยนต์
วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:03 น.

.


เปิดตัว 4 เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับทางรางไทยสู่ 'สากล'
หน้าเศรษฐกิจคมนาคม
วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10:45 น.

“ซีเมนส์ โมบิลิตี้” เปิด 4 ไฮไลต์ระบบราง ร่วมมือรัฐ-เอกชนไทยพัฒนารองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:46 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 15:46 น.



“ซีเมนส์ โมบิลิตี้” เปิดตัว 4 ไฮไลต์เทคโนโลยีดิจิทัลระบบรางใหม่ล่าสุด ในงาน Asia Pacific Rail 2022 พร้อมยันความร่วมมือภาครัฐ และเอกชนไทย ผลักดันระบบรางเทียบชั้นกับระดับโลก ชูนวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแรองรับขนส่งแห่งอนาคต

'ซีเมนส์ โมบิลิตี้' เปิดตัว 4 เทคโนโลยีดิจิทัล “ไฮสปีด บิ๊กดาต้า กรีนโมบิลิตี้” ยกระดับ ระบบทางรางของไทยสู่ 'สากล' รับยุค 5G ชู โครงการรถไฟทางคู่ สายจิระ-ขอนแก่น ต้นแบบนำร่อง

11 พ.ค.2565 - ซีเมนส์ โมบิลิตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขนส่งระบบราง เตรียมความพร้อมยกระดับระบบขนส่งทางรางในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โชว์ 4 นวัตกรรมไฮไลท์ในงาน Asia Pacific Rail 2022 ที่ตอบโจทย์กับบริบทเมืองและเศรษฐกิจ พร้อมช่วยผลักดันให้ระบบรางของไทยเทียบชั้นกับระดับโลก ได้แก่



ระบบ Mobility-as-a-Service หรือ MaaS เทคโนโลยีการวิเคราะห์และเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง และช่วยให้ผู้โดยสารสามารถออกแบบการเดินทางได้ด้วยตัวเอง
ระบบการจัดการสินทรัพย์ทางรางดิจิทัล Railigent ซึ่งเป็น AI วิเคราะห์และวางแผนการซ่อมบำรุงดูแลรักษา ช่วยลดต้นทุนในการดูแลรักษาได้มากกว่า 15%
นวัตกรรมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถประหยัดเวลาในการเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดที่ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลดปริมาณการใช้พลังงานมากถึง 30%
แบบจำลอง GCP 5000 ซึ่งเป็นระบบอุปกรณ์เครื่องกั้นรถไฟแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของรถไฟที่กำลังแล่นเข้ามาและเริ่มระบบเตือนเครื่องกั้นทางรถไฟได้อย่างน่าเชื่อถือ





นอกจากนี้ ซีเมนส์ โมบิลิตี้ยังเตรียมนำเสนอเทรนด์การขนส่งแห่งอนาคตผ่านการนำเสนอองค์ความรู้สำคัญ อาทิ แนวทางป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลในการขนส่งแบบไร้คนขับที่เชื่อมต่อด้วย 5G แนวทางการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับระบบราง โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับชมและรับฟังได้ในวั

นายโธมัสค์ มาซัวร์ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ จำกัด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจขนส่งระบบราง เนื่องด้วยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของบริบทเมือง คุณภาพชีวิต และการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขนส่งระบบรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ที่ในปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศนำมาใช้ในการลดต้นทุนโลจิสติกส์และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว



นอกจากนี้ ในยุคที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI , Big Data , 5G ระบบคลาวด์มีความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งยังส่งผลให้มีการพัฒนารถไฟในรูปแบบของดิจิทัลที่จะมีความอัจฉริยะ มีความยืดหยุ่น และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนในเมืองมีความสะดวกสบายกับการเดินทางด้วยระบบดังกล่าวมากขึ้น



ซึ่งในส่วนหลังนี้ ซีเมนส์ โมบิลิตี้ได้มีการเร่งพัฒนาระบบให้มีความสมบูรณ์แบบเพื่อให้ตอบโจทย์กับเส้นทางรางทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่กำลังยกระดับการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน


“ กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ซีเมนส์ โมบิลิตี้ ภูมิใจที่ได้ร่วมบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ ด้านระบบรางในประเทศไทย โดยเฉพาะล่าสุดกับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ สายจิระ-ขอนแก่นที่แล้วเสร็จไปเมื่อปี 2020 ที่ได้พัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการเดินทางที่ครอบคลุม สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลาไปมากกว่าครึ่ง เพราะไม่ต้องรอรถไฟหลีกทางเมื่อสวนกันแบบแต่ก่อน ทำให้รถไฟวิ่งไป-กลับได้ โดยไม่ต้องสลับราง เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า ซึ่งส่งผลดีโดยรวมต่อเศรษฐกิจไทย อีกทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญในการขยายโครงข่ายสายทางคู่ให้ครอบคลุมทั่วอีสานและเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไปได้ในอนาคต โดยโครงการรถไฟทางคู่ สายจิระ-ขอนแก่น เป็นตัวอย่างความสำเร็จขนส่งทางรางอัจฉริยะที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีระบบป้องกันเหตุอันตรายของขบวนรถโดยอัตโนมัติ (Automatic Train Protection: ATP) ตามมาตรฐานการเดินรถไฟในกลุ่มประเทศยุโรป European Train Control System (ETCS Level 1) มีข้อดีคือสามารถใส่คำสั่งการควบคุมความเร็ว และการหยุดขบวนรถแบบอัตโนมัติเพิ่มเติมได้ หากมีการขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกำหนด หรือ ฝ่าฝืนสัญญาณ ระบบจะทำการเบรกเพื่อลดความเร็วลง หรือสั่งให้หยุดโดยอัตโนมัติทันที ถือเป็นความปลอดภัยที่มีระดับและทำให้ผู้โดยสารไว้วางใจได้ ”


นายโธมัสค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการยกระดับระบบรางให้อัจฉริยะและมีความสมบูรณ์แบบด้วยระบบดิจิทัล ล่าสุดบริษัทจึงได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนเทคโนโลยีการรถไฟให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในงาน Asia Pacific Rail 2022 ที่ในปีนี้ ได้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยนำไฮไลท์นวัตกรรมดิจิทัลในระบบขนส่งที่สามารถรองรับการเดินทางหลายประเภท เหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจและความเป็นเมือง พร้อมช่วยผลักดันให้ขนส่งระบบรางของประเทศไทยเทียบชั้นกับระดับโลกมานำเสนอ ดังนี้



ระบบ Mobility-as-a-Service หรือ MaaS เทคโนโลยีอัจฉริยะสร้างระบบการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ

เป็นบริการประเภทใหม่ที่ รวบรวม Big Data จากผู้ใช้งานทั่วทั้งโลกมาวิเคราะห์และเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางแบบเดิมที่ต้องอาศัยผู้ให้บริการ ไปเป็นบริการแบบใหม่ที่ผู้โดยสารสามารถออกแบบการเดินทางได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การจองที่นั่งโดยสาร บริการรถสาธารณะ หรือชำระค่าบริการได้หลายประเภทตามความสะดวก โดยมี MaaS App ที่รองรับการใช้งานและให้บริการด้านการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง


เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบการจัดการสินทรัพย์ทางรางดิจิทัล Railigent เป็นนวัตกรรม IoT ( Internet of Things)

ตัวช่วยในการเชื่อมต่อข้อมูล Big Data ผ่านอินเทอร์เน็ตและ AI แบบ 100% ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยเทคโนโลยีแบบ Full Loop ตั้งแต่การเก็บข้อมูลจากตัวรถไฟ การวิเคราห์และวางแผนการซ่อมบำรุงดูแลรักษา ไปจนถึงระบบปฏิบัติการภายในต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น มีความแม่นยำและความรวดเร็วในการดึงข้อมูล ช่วยลดต้นทุนในการดูแลรักษาได้มากกว่า 15% ลดการหยุดการทำงานของระบบและตัวรถไฟที่ไม่ได้วางแผนไว้ ได้ถึง 50 % และยังช่วยลดการใช้พลังงานถึง 10% จึงตอบโจทย์อนาคตคมนาคมขนส่งทางรางอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน


Velaro Novo High-speed rail innovation for sustainable travel นวัตกรรมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รถไฟฟ้าความเร็วสูงถือเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ในการเดินทางไกล แต่เพราะการเดินทางไม่ได้มีแค่เรื่องความเร็ว ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและมลภาวะที่เพิ่มสูงขึ้น “ซีเมนส์ โมบิลิตี้” จึงออกแบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางยุคใหม่ สามารถประหยัดเวลาในการเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดที่ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 1,200 ที่นั่ง มีคุณสมบัติพิเศษสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์มากกว่า 1,375 ตันต่อคันต่อปี และลดปริมาณการใช้พลังงานมากถึง 30% เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดและอิสรภาพสูงสุดสำหรับการเดินทาง

เปิดตัว 4 เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับทางรางไทยสู่ 'สากล'

แบบจำลองของ GCP 5000

ซึ่งเป็นระบบอุปกรณ์เครื่องกั้นรถไฟแบบอิเลกทรอนิกส์ เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของรถไฟที่กำลังแล่นเข้ามาและเริ่มระบบเตือนเครื่องกั้นทางรถไฟได้อย่างน่าเชื่อถือ



นอกจากการนำเสนอ 4 ไฮไลท์นวัตกรรมแล้ว ซีเมนส์ โมบิลิตี้ ยังมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ภาครัฐบาล รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนของไทยให้ได้รู้เท่าทันเกี่ยวกับเทรนด์การขนส่งแห่งอนาคตผ่านการนำเสนอองค์ความรู้สำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นแนวทางปกป้องข้อมูลในระบบการทำงานแบบไร้คนขับที่เชื่อมต่อด้วย 5G แนวทางการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับระบบราง รวมถึงอนาคตของเส้นทางการขนส่งหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญจากซีเมนส์ โมบิลิตี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับฟังได้ใน “งาน Asia Pacific Rail 2022” ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในวันนี้ และ 12 พฤษภาคม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายนายโธมัสค์ กล่าวทิ้งท้าย


Last edited by Wisarut on 11/05/2022 5:42 pm; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 11/05/2022 3:44 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
ประวิตร ไฟเขียว EIA รถไฟทางคู่ปากน้ำโพ-เด่นชัย 6.28 หมื่นล้าน
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 - 14:54 น.


สผ.ไฟเขียว EIA รถไฟทางคู่ “ปากน้ำโพ-เด่นชัย” วงเงินกว่า 5.9 หมื่นล้านบาท เชื่อมโครงข่ายสายเหนือ
หน้าคมนาคม-ขนส่ง
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:54 น.
ปรับปรุง: วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:54 น.

Click on the image for full size
สผ.เห็นชอบรายงาน EIA โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 5.9 หมื่นล้าน เร่งเติมเต็มเส้นทางสายเหนือเชื่อมทางคู่สายใหม่ "เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ" อย่างไร้รอยต่อ

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 11 พ.ค. 2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งมีระยะทาง 280.544 ก.ม. ผ่าน 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์ และแพร่ เพื่อขยายเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งทางรางในพื้นที่ภาคเหนือ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เจ้าของโครงการต้องดำเนินการตามมาตรการฯ ที่กำหนดในรายงานฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย มีมูลค่าโครงการประมาณ 59,399.80 ล้านบาท มีจำนวน 42 สถานี (แต่สร้างจริงมีแค่ 39 สถานี) โดยถือเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญ เนื่องจากจะเชื่อมต่อกับ รถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ให้สมบูรณ์อย่างไร้รอยต่อ
Note: ระยะลดไปได้ ประมาณ ห้ากิโลเมตรแบบนี้ ชะรอยมีการแก้โค้งกันใหม่ สร้างทางลอยฟ้า ช่วงบ้านด่าน ไปปางต้นผึ้ง และ ขุดอุโมงค์ใหม่ จากปางต้นผึ้งไปเด่นชัยแทนปางตูบขอบ และ เขาพลึงแน่ๆ ทำให้เหมือนต้องเลิกใช้ทางเก่าช่วงบ้านด่านถึงเด่นชัยไปโดยปริยาย เว้นแต่จะเก็บไว้เพื่อการท่องเที่ยวหรือฟื้นฟุรถท้องถิ่น



บอร์ดสิ่งแวดล้อม เห็นชอบรถไฟทางคู่ “ปากน้ำโพ-เด่นชัย” กำชับ ทำ EIA เคร่งครัด
https://www.thebangkoktimes.com/1105220014


Last edited by Wisarut on 14/05/2022 3:02 am; edited 2 times in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38365
Location: NECTEC

PostPosted: 11/05/2022 8:58 pm    Post subject: Reply with quote

โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง ระยะทาง 993 กิโลเมตร โดยดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่
- รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา-ชุมทางคลองสิบเก้า
- ชุมทางแก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร เปิดให้บริการปี 2562
และ รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร เปิดให้บริการปี 2563
รถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทางที่เปิดให้บริการ นอกจากจะเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางและขนส่งสินค้าแล้ว ความปลอดภัยคือองค์ประกอบสำคัญที่มาพร้อมรถไฟทางคู่ เนื่องจากได้ยกเลิกจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับด้วยการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ ,ทางรถยนต์ลอดใต้ทางรถไฟ,สะพานทางรถไฟ และ ทางรถไฟยกระดับ รวมถึง ติดตั้งรั้วตลอดแนวสายทาง
นอกจากนี้รถไฟทางคู่ทั้ง 2 เส้นทาง ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัด ฉะเชิงเทรา ,นครนายก ,สระบุรี ,นครราชสีมา ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง เกิดการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีรถไฟทางคู่ สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศ เป็นการยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน ให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ มากยิ่งขึ้น
เมื่อพัฒนารถไฟทางคู่ทั้งระบบแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มความจุทาง ทำให้เดินรถได้มากขึ้น รถไฟไม่ต้องเสียเวลารอหลีก ทำให้เดินทางได้ตรงเวลา
- ขบวนรถขนส่งผู้โดยสาร สามารถทำความเร็วเฉลี่ยของขบวนรถจาก 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- สำหรับขบวนรถขนส่งสินค้า ความเร็วเฉลี่ยจาก 39 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

https://www.facebook.com/watch/?v=401825071801477
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 324, 325, 326 ... 329, 330, 331  Next
Page 325 of 331

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test