Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:307608
ทั่วไป:11703842
ทั้งหมด:12011450
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 


Rotfaithai.Com :: View topic - ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานีกลางบางซื่อและรถไฟฟ้า
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานีกลางบางซื่อและรถไฟฟ้า
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 34, 35, 36  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 28/02/2022 9:55 pm    Post subject: Reply with quote

[SPECIAL] เดินเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าสถานีกลางบางซื่อ | สายสีน้ำเงิน-แดง / BANG SUE GRAND STATION TRANSIT
Feb 28, 2022
BANGKOK ON SITE


https://www.youtube.com/watch?v=zE43ScEfOps

BANGKOK ON SITE SPECIAL พาชมบรรยากาศและวิธีการเดินเปลี่ยนสายระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (ชานชาลาใต้ดิน) และรถไฟฟ้าสายสีแดง (ชานชาลายกระดับ) ภายในสถานีกลางบางซื่อ
หลายคนบอกว่าเดินไกลมาก ใช้เวลาเดินเปลี่ยนสายกี่นาที? ต้องซื้อตั๋วใหม่มั้ย? มีป้ายบอกทางชัดมั้ย ไปแล้วจะเดินหลงหรือเปล่า?! และอีกหลายประเด็นน่าสนใจ งานนี้พาชมตลอดแนวไม่มีตัด!
กับภาพคมชัดเหมือนขับรถดูด้วยตัวเอง!
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 12/03/2022 6:11 pm    Post subject: Reply with quote

“คมนาคม” เล็งย้ายขบวนรถไฟสายเหนือ-อีสาน เข้าสถานีกลางบางซื่อ
หน้าแรก เศรษฐกิจ Mega Project
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล | 12 มี.ค. 2565 เวลา 12:46 น.

“คมนาคม” สั่งรฟท.แก้ปัญหาภายในสถานีกลางบางซื่อ-สายสีแดง เร่งเปิดรับฟังความเห็นประชาชน รับมือแผนย้ายรถไฟสายเหนือ-อีสานเข้าสถานีกลางบางซื่อ ปีนี้ เตรียมปรับหัวรถจักรสายใต้เริ่มปี 66 แนะมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร 1 ปี ดึงใช้บริการสายสีแดง-สถานีกลางฯ

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการปรับขบวนรถไฟเข้าสถานีกลางบางซื่อนั้น ขณะนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านประเมินคุณภาพสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อและรูปแบบการเดินรถไฟเข้าสู่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ได้สำรวจลงพื้นที่การประเมินคุณภาพสถานีดังกล่าวแล้ว หลังจากนี้จะส่งรายงานดังกล่าวต่อกระทรวงคมนาคมรับทราบ เบื้องต้นกระทรวงได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงปัญหาต่างๆภายในสถานีกลางบางซื่อและสถานีรถไฟสายสีแดงให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะย้ายขบวนรถไฟเข้าสถานีกลางบางซื่อ และเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนต่อแผนการปรับย้ายขบวนรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เข้าสถานีกลางบางซื่อ หากประชาชนเห็นชอบสามารถดำเนินการตามแผนได้ทันที แต่ในกรณีที่ความคิดเห็นภาคประชาชนยังไม่เห็นด้วย รฟท.ต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์การย้ายขบวนรถไฟทั้ง 2 สาย ล่วงหน้าภายใน 30 วัน

“ตามแผนในอนาคตกระทรวงมีความจำเป็นต้องปรับย้ายขบวนรถไฟเข้าสถานีกลางบางซื่อ เนื่องจากในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อมีพื้นที่ที่เพียงพอในการรองรับผู้โดยสารและขบวนรถไฟทางไกล ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้เดินทาง เบื้องต้นกระทรวงจะเริ่มทยอยย้ายขบวนรถไฟทางไกลจำนวน 2 สาย ประกอบด้วย 1.รถไฟทางไกลสายเหนือ 2.รถไฟทางไกลสายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)”

สำหรับแผนการย้ายขบวนรถไฟทางไกล รวม 42 ขบวน โดยจะนำร่องย้ายขบวนรถไฟสายเหนือและขบวนรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ก่อน เช่น สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ,สายกรุงเทพ-ขอนแก่น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการย้ายขบวนรถไฟทั้ง 2 สายภายในปีนี้ ส่วนขบวนรถไฟเชิงสังคม จำนวน 22 ขบวน ยังให้บริการตามที่สถานีรถไฟหัวลำโพงตามปกติ

ส่วนสาเหตุที่กระทรวงเริ่มดำเนินการย้ายขบวนรถไฟ 2 เส้นแรกก่อนนั้น เนื่องจากรถไฟสายใต้หรือสายตะวันตกมีทางวิ่งค่อนข้างแคบ พบว่าช่วงที่มีการทดสอบเดินรถไฟสายเหนือและรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งหน้าไปทางรังสิตมี 4 ราง แต่เขตทางค่อนข้างแคบมีเพียง 2 ราง ทำให้ขบวนรถไฟรุ่นเก่าจำเป็นต้องเดินรถโดยใช้รางของรถไฟสายสีแดงแทน หากนำรถไฟสายใต้เข้ามาเดินรถบนรางของรถไฟสายสีแดงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะไม่ได้ติดระบบสัญญาณป้องกันอัตโนมัติ (Automatic Tain Protection) ขณะที่รถไฟสายสีแดงมีระบบสัญญาณป้องกันอัตโนมัติ ซึ่งจะมีการหยุดเดินรถทันทีเมื่อพบว่าภายในระบบรถไฟมีการทำงานผิดปกติ ทำให้รฟท.ต้องเร่งดำเนินการติดตั้งระบบดังกล่าวบนหัวรถจักรรุ่นเก่าให้แล้วเสร็จก่อน ถึงจะสามารถเดินรถบนเส้นทางเดียวกับรถไฟสายสีแดงได้ คาดว่าจะติดตั้งระบหัวรถจักรแล้วเสร็จภายในปี 2566 ถึงจะนำบวนรถไฟสายใต้เข้ามาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อได้

ด้านมาตรการเยียวยาผู้โดยสารจะมีการนำร่องระยะเวลา 1 ปี ดังนี้ ในกรณีใช้บริการรถไฟทางไกลเข้าสถานีกลางบางซื่อ
1.ผู้โดยสารสามารถใช้ตั๋วรถไฟทางไกลขึ้นรถไฟสายสีแดงฟรี 1 ครั้ง ต่อรอบต่อเที่ยว
2.จัดรถ Shuttle bus รับส่งสถานีกรุงเทพ-บางซื่อฟรี ความถี่ 15 นาทีต่อเที่ยว ส่วนกรณีใช้บริการรถไฟชานเมืองที่ใช้ทางวิ่งรถไฟสายสีแดง
3.เสนอให้ผู้โดยสารรถไฟชานเมืองสามารถนำตั๋วรถไฟชานเมืองมาขึ้นรถไฟสายสีแดงได้เฉพาะขาเข้าภายใน 30 นาที หลังเวลาที่ระบุบนตั๋วรถไฟชานเมือง

ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมการฯมอบหมายให้รฟท.ดำเนินการการแก้ไขและปรับปรุงก่อนที่จะย้ายขบวนรถไฟเข้าสถานีกลางบางซื่อ เช่น
1.การบอกหมายเลขประตูทางเข้า-ออก ทำให้เกิดความสับสน มีตำแหน่งที่ตั้งไม่เหมาะสม
2.ไม่มีช่องจำหน่ายตั๋วสำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวให้บริการโดยเฉพาะ
3.ตำแหน่งที่ใช้บริการเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติของรถไฟทางไกลไม่เหมาะสม เพราะมองเห็นไม่ชัด
4.การดำเนินงานระบบยังไม่เรียบร้อยควรมีฉนวนหุ้มให้ครบทุกจุดในสถานี
5.พื้นที่ทางเดินเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีรอยน้ำรั่วซึม
6.การเชื่อมต่อระบบการเดินทางขาดการติดตั้งป้ายบอกทางและมีคิวมอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ไม่เป็นระเบียบ
6.ปรับปรุงตะแกรงระบายน้ำสำหรับผู้พิการที่นั่งรถวีลแชร์เข็นผ่านได้
7.ปรับปรุงเส้นเตือนบนชานชาลา ในระยะห่างจากขอบชานชาลา 60-75 เซนติเมตร หรือจัดให้มีแผงกั้นบริเวณขอบชานชาลา
8.ประสานกรมการขนส่งทางบกและองค์การขนส่งมวลชนแห่งกรุงเทพ (ขสมก.) จัดฟีดเดอร์รองรับการเดินทางเชื่อมต่อสถานีต่างๆ ของรถไฟสายสีแดง ฯลฯ

ทั้งนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทบต่อแผนการย้ายขบวนรถไฟทางไกลเล็กน้อย เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีแผนจะคืนพื้นที่สถานีกลางบางซื่อภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 แต่ปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นที่ภายในสถานีกลางบางซื่อบางส่วนเป็นพื้นที่การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 และเข็มที่ 4 ให้กับประชาชน ที่จะเปิดให้บริการถึงภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เบื้องต้นสธ.ได้มีการคืนพื้นที่บริเวณประตู 4 ให้กับสถานีแล้ว โดยจะขอใช้พื้นที่เฉพาะบริเวณประตู 1-3
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 16/03/2022 10:10 pm    Post subject: Reply with quote

งานสัปดาห์หนังสือ 2022 ตั้งบูธ สถานีกลางบางซื่อ ครั้งแรก
วันที่ 16 มีนาคม 2565 - 19:28 น.

ข้อควรรู้ “งานสัปดาห์หนังสือ” ที่สถานีกลางบางซื่อ บูธ-สำนักพิมพ์-การเดินทาง ครบจบที่เดียว !

วันที่ 16 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. – 6 เม.ย. 2565 นี้ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 20

โดยประเดิมจัดอีเวนท์ครั้งแรกที่สถานีกลางบางซื่อ จากก่อนหน้านี้เวียนไปจัดที่ไบเทค บางนา และอิมแพค เมืองทองธานี จากเหตุผลที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ปิดซ่อม

ก่อนจะถึงวันงาน “ประชาชาติธุรกิจ” พาไปทำความรู้จักงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ พร้อมแนะนำวิธีการเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว

จัดหนัก 583 บูธ
การจัดงานครั้งนี้ ใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 และชั้นลอย รวมพื้นที่ประมาณ ใช้พื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 50,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่อีกส่วนหนึ่งยังใช้เป็นที่ฉีดวัคซีนต่อไป มีสำนักพิมพ์ร่วมงาน 208 ราย 583 บูธ มีผู้จัดนิทรรศการ 30 ราย กิจกรรมบนเวที 65 รายการ และกิจกรรมอบรมสัมมนา 7 รายการ โดยงานจัดระหว่างวันที่ 26 มี.ค. – 6 เม.ย. 2565 นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. โดยรายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ ที่นี่

ส่วนรายละเอียดพื้นที่และผังของงานมีดังต่อไปนี้

Click on the image for full size

ผังงานสัปดาห์หนังสือ ภาพจาก onground.thaibookfair.com
วิธีเดินทาง
ด้วยแรงโปรโมทที่มีมาตั้งแต่ก่อสร้าง สถานีกลางบางซื่อ เสร็จใหม่ ๆ เมื่อปี 2563 ว่า เป็นศูนย์กลางคมนาคมแห่งใหม่ของประเทศ จึงมีการทำประชาสัมพันธ์โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็็นระยะ ๆ ถึงการเดินทางมายังสถานที่นี้ ซึ่งมาได้หลายวิธีการ


วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ การนั่งรถไฟฟ้า ซึ่งมีผ่านถึง 2 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – หลักสอง และบางซื่อ – ท่าพระ (MRT) ลงที่สถานีบางซื่อ แล้วเดินตามทางเชื่อมเข้าสถานีกลางบางซื่อได้ทันที และรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ – รังสิต และบางซื่อ – ตลิ่งชัน ลงที่สถานีบางซื่อ เช่นกัน

ส่วนการเดินทางด้วยรถประจำทาง มีรถผ่าน 3 สายคือ สาย 49 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ – สถานีรถไฟหัวลำโพง , สาย 67 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ – เซ็นทรัลพระราม 3 และสาย 77 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ – สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน

ขณะที่การมาโดยรถส่วนตัว ภายในสถานีกลางบางซื่อมีที่จอดรถชั้นใต้ดินราว 1,500 – 1,700 คัน

ภาพจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
แม้สถานีกลางบางซื่อ จะเปิดให้บริการมาแล้วระยะหนึ่งและเป็นจุดฉีดวัคซีนหลักมาแล้ว แต่ครั้งนี้คือการจัดอีเวนท์ครั้งแรก ซึ่งทั้ง ร.ฟ.ท. และ สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ก็คาดหวังว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ในลักษณะ Win-Win

Win ที่ 1 มีคนมาเดินจับจ่ายใช้สอยงานหนังสือมากขึ้น หลังการไปจัดที่เมืองทองธานีถูกวิจารณ์ว่าเดินทางไม่สะดวก ทำให้คนไม่ค่อยเดินทางไปงานมากเท่าที่ควร

Win ที่ 2 เพื่อชิมลางว่า พื้นที่ส่วนที่จัดงาน ซึ่งก็คือพื้นที่ที่วางไว้เป็น พื้นที่สำหรับการนำไปประมูลเชิงพาณิชย์ของสถานีกลางบางซื่อ จะเวิร์กหรือไม่

แต่สุดท้ายจะ Win-Win หรือเปล่า คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไป
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 24/03/2022 12:49 pm    Post subject: Reply with quote

การรถไฟฯ ร่วมสร้างสรรค์ สังคมอุดมปัญญา Railway Book Fair
Mar 24, 2022
การรถไฟแห่งประเทศไทย Official


https://www.youtube.com/watch?v=lhj_7ytHpfQ

การรถไฟฯ ร่วมสร้างสรรค์ สังคมอุดมปัญญา
เปิดพื้นที่สถานีกลางบางซื่อจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ภายใต้แนวคิด การบรรจบกันของการเดินทางทั้งด้านความคิดและการคมนาคมขนส่ง สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ระหว่าง 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2565 นี้
ข้อมูลการเดินทาง
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเดินทางได้ง่ายๆด้วย
- รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 2 สาย สถานีกลางบางซื่อ -รังสิต และสถานีกลางบางซื่อ-ตลิ่งชัน ลงที่สถานีกลางบางซื่อ
- ขบวนรถไฟชานเมืองทุกขบวน ลงที่สถานีชุมทางบางซื่อ
- รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – หลักสองและบางซื่อ-ท่าพระ ลงที่สถานีบางซื่อ แล้วเดินตามทางเชื่อมเข้าสถานีกลางบางซื่อได้ทันที
- รถประจำทาง มีรถผ่าน 3 สายคือ สาย 49 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟหัวลำโพง, สาย 67 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-เซ็นทรัลพระราม 3 และสาย 77 ช่วงสถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 27/03/2022 6:58 am    Post subject: Reply with quote

กรมสมเด็จพระเทพฯเปิดงานสัปดาห์หนังสือ พระราชทานรางวัลผู้ชนะ'53หนังสือดีเด่น'
Source - มติชน
Sunday, March 27, 2022 06:51

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯไปทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติครั้งที่ 50 พระราชทานรางวัลผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่น 53 เรื่อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 มีนาคม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 20 จัดโดย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ณ สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย, นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และนางสาวทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยเฝ้าฯ รับเสด็จ

ครั้นเสด็จฯ ถึง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับพระราชอาสน์ พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พุทธศักราช 2564 จำนวน 53 เรื่อง และพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พุทธศักราช 2565 จำนวน 49 เรื่อง จากนั้น ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานฯ ความว่า ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ที่จัดขึ้นในวันนี้ การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และสัปดาห์หนังสือนานาชาติในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แม้จะต้องปรับรูปแบบเป็นการจัดงานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือออนไลน์ เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก็ยังได้รับความสนใจจากผู้ที่รักการอ่านจำนวนมาก ที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือเล่มที่จับต้องได้ และพกพาไปเป็นเพื่อนร่วมทางได้ ทั้งยังได้เห็นความมุ่งมั่นของผู้จัดงานที่จะส่งเสริมและสร้างสรรค์สังคมแห่งการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และสัปดาห์หนังสือนานาชาติที่จัดขึ้นครั้งนี้ มีสำนักพิมพ์เข้าร่วมงานจำนวนมาก นอกจากการจำหน่ายหนังสือหลากหลายประเภทให้ผู้รักการอ่านทุกเพศวัยเลือกสรรตามความสนใจ ยังจัดให้มีนิทรรศการและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน ที่จะให้สาระความรู้ ความสุข ความเพลิดเพลิน แก่ผู้เข้าชมงาน นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ครั้งนี้จัดงานได้เต็มรูปแบบ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ ได้เห็นได้สัมผัสบรรยากาศของงานด้วยตนเอง และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้จัดพิมพ์ ผู้ประพันธ์ หรือมิตรผู้รักการอ่านเช่นกัน

จากนั้น เสด็จฯทอดพระเนตรงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 โอกาสนี้ นาย วรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการอำนวยการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ มติชน และนายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้จัดการ สำนักพิมพ์มติชน เฝ้าฯทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือ สมควรแก่เวลา เสด็จฯกลับ

ด้าน นางสาวทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) กล่าวว่า งานสัปดาห์หนังสือจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ตลอดจนผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของการอ่าน และยังเปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์ในประเทศไทยเกิดความตื่นตัวปรับปรุงพัฒนาการการผลิตหนังสือให้มีคุณภาพ มีความหลากหลายเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านในหลายๆ รูปแบบตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป งานในครั้งนี้จัดภายใต้ธีม อนาคต ซึ่งการอ่านหนังสือเปรียบเสมือนการเดินทางที่พาเราไปสู่อนาคต และยังเป็นการปักหมุดครั้งใหม่ของงานและการอ่านในพื้นที่ใหม่คือ สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเดินทางแห่งใหม่ของประเทศไทยในอนาคต สมาคมเชื่อว่า งานหนังสือครั้งนี้จะสามารถพาทุกท่านเดินทางไปสู่อนาคตแห่งความรู้และสร้างความทรงจำที่ดีให้กับ ผู้ร่วมงานทุกท่านเหมือนงานหนังสือครั้งที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 วันแรก ประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างคึกคักบริเวณชั้น G (ชั้น 1) และชั้น M (ชั้นลอย) ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานภายใต้แนวคิด อนาคต ประกอบด้วยหนังสือจากกว่า 200 สำนักพิมพ์ รวมเกือบ 600 บูธ แบ่งเป็น 6 โซน โดยชั้น G ประกอบด้วย 4 โซน ได้แก่ 1.หนังสือทั่วไป 2.หนังสือต่างประเทศ 3.หนังสือเก่า 4.หนังสือเด็กและสื่อการศึกษา ส่วนชั้น M ประกอบด้วย 2 โซน ได้แก่ 1.หนังสือทั่วไป 2.หนังสือการ์ตูน (Book Wonderland) นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการที่ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ความรู้หลากหลายรูปแบบ อาทิ นิทรรศการ 125 ปี รถไฟไทย ที่ไล่เรียงประวัติศาสตร์การรถไฟไทยตลอด 125 ปี เชื่อมโยงกับตัวอักษร ก-ฮ ที่เป็นความหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การรถไฟไทย, นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2565 ที่จัดแสดงหนังสือดีเด่นประจำปีนี้, นิทรรศการก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 รางวัลพานแว่นฟ้า วรรณกรรมการเมืองเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย, นิทรรศการหนังสือพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์ และการแปล อันเป็นเสน่ห์แห่งวรรณกรรม ตลอดจนกิจกรรมอบรมเสวนาอีกมากมาย และยังเป็นครั้งแรกของงานหนังสือที่มี NFT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นรูปภาพศิลปะจาก มุนิน ศิลปินนักวาดภาพชาวไทยชื่อดังที่มีเพียง 25,000 ชิ้น 5 แบบ ให้แลกในงานอีกด้วย โดยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 20 จัดขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม ถึงวันพุธที่ 6 เมษายน 2565 เวลา 10.00 21.00 น. ณ สถานีกลางบางซื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบรรยากาศที่บูธ A16 "สำนักพิมพ์มติชน" ชั้น 1 ใกล้ทางเชื่อมต่อ MRT เมื่อเวลา 17.00 น. มีผู้เข้าเลือกซื้อหนังสือในหมวดหมู่ต่างๆ อย่างคึกคัก โดยมี ไฮไลต์หนังสือออกใหม่ 6 เล่ม ได้แก่ 1.ทหารของพระราชา กับการสร้างสำนึกแห่งศรัทธาและภักดี โดยเทพ บุญตานนท์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับภารกิจทางการทหารหลังการปฏิรูปประเทศให้เป็นสมัยใหม่ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึง พ.ศ.2500 2.เล่นแร่แปลภาพ โดยนักรบ มูลมานัส ศิลปินคอลลาจชื่อดัง นำเสนอประวัติศาสตร์ผ่านภาพถ่าย ร้อยเรียงปะติด ปะต่อเรื่องราวสยาม-ตะวันตก 3.ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส โดยปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติฝรั่งเศสผ่านรากฐานความคิด ปรัชญาการเมือง และอุดมการณ์ของนักปฏิวัติในประเด็นต่างๆ ทั้งภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งสภาแห่งชาติของสมาชิกสภาฐานันดรที่ 3 และการร่างคำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง การถกเถียงของสมาชิกสภาแห่งชาติ รวมไปถึงชีวิตของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การปฏิวัติมุ่งสู่ประชาธิปไตย 4.Who We Are and How We Got Here ดีเอ็นเอปฏิวัติ ผลงาน David Reich แปลโดยก้อง พาหุรักษ์ นำเสนอความก้าวหน้าทาง พันธุศาสตร์ซึ่งทำให้นักวิจัยสามารถสกัดดีเอ็นเอที่ครอบคลุมจีโนมทั้งชุดจากมนุษย์โบราณ เผยให้เห็นข้อเท็จจริงใหม่ของการอพยพย้ายถิ่นฐานและความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประชากร 5.สิ่งที่เคยมอง แต่ไม่เคยเห็น ซีรีส์ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ลำดับที่ 34 ของหนุ่มเมืองจันท์ เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมภาพประกอบจากภาพถ่ายของนายพิชัย แก้ววิชิต 6.My Brain Has Too Many Tabs Open ปิดแท็บชีวิตแค่ปิด โซเชียล ของ Tanya Goodin แปลโดย พรรษรัตน์ พลสุวรรณา มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสร้างสมดุลในชีวิตที่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นส่วน สำคัญในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถ่ายรูปตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ ซื้อครบ 500 บาท รับคูปองถ่ายรูปฟรี 100 สิทธิแรกต่อวัน และหนังสือราคาพิเศษ 50 บาท ราคานาทีทอง รวมถึงบริการรับสมัครสมาชิกนิตยสาร สมัครใหม่ลด 10% ต่ออายุ 15% ร่วมรับของพรีเมียมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, เทคโนโลยีชาวบ้าน และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเดินทางเข้าร่วมงานสัปดาห์หนังสือฯ ณ สถานีกลางบางซื่อ วันนี้-พุธที่ 6 เม.ย.2565 เวลา 10.00-21.00 น. ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานีบางซื่อ, รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ลงสถานีกลางบางซื่อ หรือเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพ์ LINEMAN ลูกค้าใหม่ลด 50 บาท ใส่โค้ด BOOKFAIR รถยนต์ส่วนตัว จอดได้ที่ ที่จอดรถชั้นใต้ดินสถานีกลางบางซื่อ รถจักรยานยนต์ จอดหน้าอาคารประตู 4 ฝั่งทิศตะวันออก ไปรษณีย์ไทยให้บริการขนส่งที่บูธ A45 ชั้น G (ชั้น 1) ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร รายละเอียดกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก Thai Book Fair และเฟซบุ๊ก Matichon Book สำนักพิมพ์มติชน* (มีบริการรับหิ้ว Online โปรโมชั่นเดียวกับ หน้าบูธ/ค่าจัดส่งตามจริง)

บรรยายใต้ภาพ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไป ทอดพระเนตรนิทรรศการ 125 ปี รถไฟไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เฝ้าฯรับเสด็จ ที่สถานีกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 20 การนี้ นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการอำนวยการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์มติชน และนายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน เฝ้าฯทูลเกล้าถวายหนังสือ ที่สถานีกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม

ที่มา: นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 28 มี.ค. 2565 (กรอบบ่าย)
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38398
Location: NECTEC

PostPosted: 28/03/2022 5:15 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
การรถไฟฯ ร่วมสร้างสรรค์ สังคมอุดมปัญญา Railway Book Fair
24 มีนาคม 2565
การรถไฟแห่งประเทศไทย Official
https://www.youtube.com/watch?v=lhj_7ytHpfQ


แนะวิธีเดินทางไปงาน 'สัปดาห์หนังสือ 2565' สถานีกลางบางซื่อ
28 มีนาคม 2565 เวลา 9:19 น.

28 มี.ค. 2565 – เริ่มแล้ว สำหรับ สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 20 ซึ่งจัดโดย สมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยงานจัดระหว่างวันที่ 26 มี.ค.- 6 เม.ย. นี้

ความพิเศษของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนสถานที่จัดงานมาที่ สถานีกลางบางซื่อ โดยนี้ ใช้พื้นที่บริเวณชั้น 1 และชั้นลอย รวมพื้นที่ประมาณ ใช้พื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 50,000 ตารางเมตร ซึ่งมีสำนักพิมพ์ร่วมงาน 208 ราย 583 บูท มีผู้จัดนิทรรศการ 30 ราย กิจกรรมบนเวที 65 รายการ และกิจกรรมอบรมสัมมนา 7 รายการ

สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคย กับ สถานที่แห่งใหม่นี้ สามารถศึกษาการเดินทางได้ดังนี้

1.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – หลักสอง และบางซื่อ-ท่าพระ (MRT) ลงที่สถานีบางซื่อ แล้วเดินตามทางเชื่อมเข้าสถานีกลางบางซื่อได้ทันที


2.รถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ -รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ลงที่สถานีบางซื่อ เช่นกัน

3.BTS ต่อ Shuttle bus ฟรี

4. รถประจำทาง มีรถผ่าน 3 สาย คือ สาย 97 , 50 และ 65

5. Shuttle bus ฟรี

6. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – สถานีกลางบางซื่อ

7. ท่าเรือบางโพ – สถานีกลางบางซื่อ

8. เซ็นทรัลลาดพร้าว – สถานีกลางบางซื่อ

รถยนต์ส่วนตัวภายในสถานีกลางบางซื่อมีที่จอดรถชั้นใต้ดินราว 1,500-1,700 คัน


🌏📖ให้หนังสือพาคุณเดินทางสู่อนาคต ที่ใกล้ตากว่าที่คิด…#กับงานหนังสือที่ทุกคนรอคอย📚
RED Line SRTET
28 มีนาคม 2565 เวลา 10:01 น.

📌#ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20✨ พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจในงานตลอด 12 วัน นอกจากหนังสือหลากหลายสำนักพิมพ์ และนิทรรศการให้ผู้ร่วมงานสัมผัสประสบการณ์ความรู้หลากหลายรูปแบบ
🗓️วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2565
⏰ 10.00 น.- 21.00 น.
📍 ณ สถานีกลางบางซื่อ
📌#แนะนำการเดินทาง
🚇รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง “ลงสถานีกลางบางซื่อ”
🚟รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานี “บางซื่อ” ทางออก 3
🚌หรือสามารถต่อ Shuttle Bus ของ ขสมก. จากสถานีอื่นๆ ได้ดังนี้
1. สถานีบางโพ ทางออก 1C
2. สถานีเตาปูน ทางออก 1
3. สถานีบางซื่อ ทางออก 2
4. สถานีกำแพงเพชร ทางออก 3
5. สถานีสวนจตุจักร ทางออก 3
🚗รถยนต์ส่วนตัว วิ่งมาทางถนนกำแพงเพชร มีที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดิน ประมาณ 1,700 คัน
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 35904
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 31/03/2022 6:39 pm    Post subject: Reply with quote

รฟท.เปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟสีแดง พ.ค.65
InfoQuest ข่าวเศรษฐกิจ 31 มี.ค. 65 17:58น.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ที่มีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นประธาน คาดว่า รฟท.จะออกประกาศเชิญชวนเอกชนเสนอผลตอบแทนการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อประกอบกิจการเชิงพาณิชย์และติดตั้งป้ายโฆษณา บริเวณอาคารสถานีกลางบางซื่อ และสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง 12 สถานี ได้ในเดือนพ.ค. 65 และให้ยื่นข้อเสนอกลางเดือนมิ.ย. 2565 พิจารณาตัดสินประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกประมาณเดือนพ.ย. 65 เริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่ปลายปี 65
ทั้งนี้รฟท.จะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอแบ่งเป็น 4 สัญญา ประกอบด้วย คือ

1.สัญญาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ พื้นที่ 47,675 ตารางเมตร

2.สัญญาพัฒนาพื้นที่โฆษณา สถานีกลางบางซื่อ 2,303 ตารางเมตร โดยทั้ง 2 สัญญาของสถานีกลางบางซื่อมีระยะเวลาสัญญา 20 ปี

3.การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 12 สถานีของรถไฟสายสีแดง พื้นที่ประมาณ 3,700 ตารางเมตร และ

4.พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง 12 สถานี ประมาณ 2,000 ตารางเมตร โดยสัญญาของ 12 สถานี สายสีแดง จะกำหนดระยะเวลา 3 ปี เนื่องจากจะนำไปรวมอยู่ในการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) บริหารการเดินรถไฟสายสีแดง เพราะมีความคุ้มค่าและจูงใจมากกว่า จึงกำหนดระยะสัญญา 3 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับ PPP สายสีแดง

ทั้งนี้ รฟท.ประเมิน การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และโฆษณาสถานีกลางบางซื่อ มีรายได้ขั้นต่อประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี หรือ ตลอดอายุสัญญา 20 ปีมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท

สำหรับขนาดพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อจากเดิม 52,375 ตารางเมตร เหลือ 47,675 ตารางเมตร มีการปรับลดพื้นที่ 4,700 ตารางเมตร ซึ่งเป็นโซนรถไฟความเร็วสูง ส่วนพื้นที่ผู้โดยสารพักคอยหลังจากผ่านการชำระตั๋วเข้ามาแล้วเตรียมขึ้นชั้นชานชาลา ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนกลาง ซึ่งตามแผนคาดว่าจะขยายออกไปจากกำหนดเดือนมิ.ย. 2565 อีกระยะหนึ่ง อีกทั้ง งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (สัญญา 2.3) จะเข้าติดตั้งระบบ

ทั้งนี้ TOR การพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ กำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) เป็นค่าเช่าพื้นที่ 500 บาท/ตารางเมตร บวกกับค่าบริการใช้ไฟฟ้าร่วม 150 บาท การพิจารณาใช้เกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิค 80 คะแนน บวกกับข้อเสนอด้านราคา 20 คะแนน โดยผู้เสนอผลตอบแทนที่ดีกว่า มีแผนการพัฒนาด้านธุรกิจที่ดีกว่าจะได้รับการคัดเลือก เพราะเป้าหมายการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เสนอผลตอบแทนสูงอย่างเดียว แต่จะต้องมีเทคนิคมีแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่มีการใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยกำหนดเงื่อนไขพื้นฐานพื้นที่บริการ 4 ด้าน
1. พื้นที่ศูนย์อาหารประมาณ 780 ตารางเมตร
2. พื้นที่กิจกรรมการเงิน สำหรับธนาคารกรุงไทย 120 ตารางเมตร
3. พื้นที่สินค้าโอทอป (พื้นที่ไม่คิดค่าเช่า เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน ) 600 ตารางเมตร
4. พื้นที่บริการตู้เก็บสัมภาระ (ตามความเหมาะสมทางธุรกิจ)
ขณะที่เอกชนสามารถเสนอแผนการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ เช่น ร้านค้าแบรนด์เนม หรือบริการโรงแรมแคปซูล เป็นต้น ขณะที่ควบคุมอัตราค่าอาหาร บริการ อ้างอิงราคาเฉลี่ยของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

ส่วนแผนการพัฒนาส่งมอบพื้นที่แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรก ระยะ 3 ปี (66-68) เน้นบริการรถไฟชานเมือง ปีที่ 1 ส่งมอบ 10,687 ตารางเมตร ปีที่ 2 ประมาณ 7,600 ตารางเมตร ปีที่ 3 ประมาณ 7,600 ตารางเมตร ส่วนเฟส 2 บริเวณชั้น 3 พื้นที่ 21,600 ตารางเมตร สำหรับบริการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในปี 69
    “ผู้โดยสารรถไฟสายสีแดง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 10,000 คน/วัน งานสัปดาห์หนังสือที่สถานีกลางบางซื่อ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารขึ้นประมาณ 15% หรือประมาณ 1,500 คน/วัน ซึ่งรฟท.พยายาม จัดอีเว้นท์ ที่จะเกิดการกระตุ้นการเดินทางขณะที่ ศักยภาพพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อในอนาคตจะช่วยเพิ่มรายได้ และเกิดความคุ้มค่ามากขึ้น ในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่เป็นมืออาชีพ ด้านค้าปลีก ศูนย์การค้าสนใจ ร่วมประมูล ซึ่งรฟท.เปิดกว้าง โดยที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลฯ ได้แสดงความสนใจสอบถามข้อมูล”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 65)
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38398
Location: NECTEC

PostPosted: 01/04/2022 8:48 pm    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
รฟท.เปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ-สถานีรถไฟสีแดง พ.ค.65
InfoQuest ข่าวเศรษฐกิจ
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:58น.


รฟท.จ่อขายซองพ.ค.นี้ชิงพื้นที่พาณิชย์”สถานีกลางบางซื่อ-รถไฟสีแดง”ใช้เกณฑ์เทคนิคบวกราคาตัดสิน ผุดช้อปปิ้งมอลล์ สัญญา20ปี
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:45 น.
ปรับปรุง: วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17:45 น.




รฟท.เตรียมเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์และโฆษณา”สถานีกลางบางซื่อ”และ 12 สถานีรถไฟสีแดง พ.ค.นี้ หลังอัดเดทTOR ตัดโซนไฮสปีด ลดพื้นที่เหลือ 4.7 หมื่นตร.ม. วางสัญญา 20 ปี คาดรายได้กว่า 7 พันล้านบาท เปิดกว้างมืออาชีพ”ค้าปลีก ศูนย์การค้า”ยื่นข้อเสนอ ใช้เกณฑ์เทคนิคบวกราคา ที่ 80 : 20 ตัดสิน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ที่มีนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เป็นประธาน วันที่ 31 มี.ค. 2565 ได้รับทราบความคืบหน้าการออกประกาศเชิญชวนเสนอผลตอบแทนการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อประกอบกิจการเชิงพาณิชย์และติดตั้งป้ายโฆษณา บริเวณอาคารสถานีกลางบางซื่อ และสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง 12 สถานี ซึ่งก่อนหน้านี้บอร์ดได้อนุมัติหลักการไปแล้ว โดยคาดว่า รฟท.จะออกประกาศเชิญชวนเอกชนได้ในเดือนพ.ค. 2565 และให้ยื่นข้อเสนอกลางเดือนมิ.ย. 2565 พิจารณาตัดสินประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกประมาณเดือนพ.ย. 2565 เริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่ปลายปี 2565

โดยจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอแบ่งเป็น 4 สัญญา ประกอบด้วย คือ
1.สัญญาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ พื้นที่ 47,675 ตารางเมตร
2. สัญญาพัฒนาพื้นที่โฆษณา สถานีกลางบางซื่อ 2,303 ตารางเมตร โดยทั้ง 2 สัญญาของสถานีกลางบางซื่อมีระยะเวลาสัญญา 20 ปี
3. การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 12 สถานีของรถไฟสายสีแดง พื้นที่ประมาณ 3,700 ตารางเมตร และ
4.พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง 12 สถานี ประมาณ 2,000 ตารางเมตร โดย สัญญาของ 12 สถานี สายสีแดง จะกำหนดระยะเวลา 3 ปี เนื่องจากจะนำไปรวมอยู่ในการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) บริหารการเดินรถไฟสายสีแดง เพราะมีความคุ้มค่าและจูงใจมากกว่า จึงกำหนดระยะสัญญา 3 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับ PPP สายสีแดง

ทั้งนี้ รฟท.ประเมิน การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และโฆษณาสถานีกลางบางซื่อ มีรายได้ขั้นต่อประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี หรือ ตลอดอายุสัญญา 20 ปีมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท

สำหรับ ขนาดพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อจากเดิม 52,375 ตารางเมตร เหลือ 47,675 ตารางเมตร มีการปรับลดพื้นที่ 4,700 ตารางเมตร ซึ่งเป็นโซนรถไฟความเร็วสูง ส่วนพื้นที่ผู้โดยสารพักคอยหลังจากผ่านการชำระตั๋วเข้ามาแล้วเตรียมขึ้นชั้นชานชาลา ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นศูนย์ฉีดวัคซีน ซึ่งตามแผนคาดว่าจะขยายออกไปจากกำหนดเดือนมิ.ย. 2565 อีกระยะหนึ่ง อีกทั้ง งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (สัญญา 2.3) จะเข้าติดตั้งระบบ

ทั้งนี้ TOR การพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีกลางบางซื่อ กำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) เป็นค่าเช่าพื้นที่ 500 บาท/ตารางเมตร บวกกับค่าบริการใช้ไฟฟ้าร่วม 150 บาท การพิจารณาใช้เกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิค 80 คะแนน บวกกับข้อเสนอด้านราคา 20 คะแนน โดยผู้เสนอผลตอบแทนที่ดีกว่า มีแผนการพัฒนาด้านธุรกิจที่ดีกว่าจะได้รับการคัดเลือก เพราะเป้าหมายการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เสนอผลตอบแทนสูงอย่างเดียว แต่จะต้องมีเทคนิคมีแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่มีการใช้พื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยกำหนดเงื่อนไขพื้นฐานพื้นที่บริการ 4 ด้าน
1. พื้นที่ศูนย์อาหารประมาณ 780 ตารางเมตร
2. พื้นที่กิจกรรมการเงิน สำหรับธนาคารกรุงไทย 120 ตารางเมตร
3. พื้นที่สินค้าโอทอป (พื้นที่ไม่คิดค่าเช่า เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน ) 600 ตารางเมตร
4. พื้นที่บริการตู้เก็บสัมภาระ (ตามความเหมาะสมทางธุรกิจ)
ขณะที่เอกชนสามารถเสนอแผนการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ เช่น ร้านค้าแบรนด์เนม หรือบริการโรงแรมแคปซูล เป็นต้น ขณะที่ควบคุมอัตราค่าอาหาร บริการ อ้างอิงราคาเฉลี่ยของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

ส่วนแผนการพัฒนาส่งมอบพื้นที่แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรก ระยะ 3 ปี (2566-2568) เน้นบริการรถไฟชานเมือง ปีที่ 1 ส่งมอบ 10,687 ตารางเมตร ปีที่2 ประมาณ 7,600 ตารางเมตร ปีที่ 3 ประมาณ 7,600 ตารางเมตร ส่วนเฟส 2 บริเวณชั้น 3 พื้นที่ 21,600 ตารางเมตร สำหรับบริการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในปี 2569

“ผู้โดยสารรถไฟสายสีแดง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 10,000 คน/วัน งานสัปดาห์หนังสือที่สถานีกลางบางซื่อ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารขึ้นประมาณ 15% หรือประมาณ 1,500 คน/วัน ซึ่งรฟท.พยายาม จัดอีเว้นต์ ที่จะเกิดการกระตุ้นการเดินทางขณะที่ ศักยภาพพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อในอนาคตจะช่วยเพิ่มรายได้ และเกิดความคุ้มค่ามากขึ้น ในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่เป็นมืออาชีพ ด้านค้าปลีก ศูนย์การค้าสนใจ ร่วมประมูล ซึ่งรฟท.เปิดกว้าง โดยที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลฯ ได้แสดงความสนใจสอบถามข้อมูล”

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ รฟท.ได้จัดหาผู้ให้บริการทำความสะอาด รักษาความปลอดภัย และจัดการจราจรเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประมูลจัดจ้างเอกชนบริหารลานจอดใต้ดิน วงเงิน 128 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี พื้นที่ 58,500 ตารางเมตร รองรับรถได้ 1,625 คัน คาดว่าจะได้ตัวผู้ให้บริการในเดือนมิ.ย.2565

//--------------------------------------------------------------------------

พ.ค.นี้ รฟท.ลุยประมูลสถานีกลางบางซื่อ ดึงเอกชนบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์
หน้าเศรษฐกิจ Mega Project
ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล |
วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565 เวลา 18:01 น.

รฟท.เดินหน้าเตรียมประมูลสถานีกลางบางซื่อ-ป้ายโฆษณา 4.7 หมื่นตร.ม. เริ่มพ.ค.นี้ เล็งดึงเอกชนเข้าพื้นที่บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปลายปี65 หวังโกยรายได้ 7.3 พันล้านบาท

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.รับทราบการออกประกาศเชิญชวนการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อประกอบกิจการ เชิงพาณิชย์และติดตั้งป้ายโฆษณาบริเวณสถานีกลางบางซื่อ พื้นที่รวม 47,675 ตารางเมตร (ตร.ม.) ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำร่างเงื่อนไขการประมูล (TOR) ให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะออกประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือนพ.ค.65 และให้เอกชนเข้ายื่นข้อเสนอภายในกลางเดือนมิถุนายน 65 คาดได้ผู้ชนะการประมูลภายในเดือน พ.ย.65 หลังจากนั้นเข้าพื้นที่ปลายปี 65


" รฟท. ได้มีการปรับลดจำนวนพื้นที่ในส่วนของพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางบางซื่อลงประมาณ 4,700 ตร.ม.จากเดิมมีพื้นที่ 52,000 ตร.ม. เหลือประมาณ 47,000 ตร.ม. เนื่องจากต้องใช้พื้นที่บางส่วนสำหรับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) ส่วนพื้นที่ในส่วนอื่นๆ ยังคงจำนวนพื้นที่เท่าเดิม โดยพื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาสถานีกลางบางซื่อ จำนวนพื้นที่ประมาณ 2,300 ตร.ม., พื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง 12 สถานี พื้นที่ประมาณ 3,700 ตร.ม. และพื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง 12 สถานี ประมาณ 2,000 ตร.ม."


สำหรับการประมูลโครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 4 สัญญา ประกอบด้วย
1.การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางบางซื่อ 1 สัญญา ประกอบด้วย พื้นที่ศูนย์อาหาร 780 ตรม.,พื้นที่สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะธนาคารกรุงไทย 120 ตร.ม.,พื้นที่สถาบันการเงินอื่นๆ ,พื้นที่แสดงสินค้าโอทอป 600 ตร.ม. และพื้นที่บริการตู้เก็บสัมภาระ
2.การบริหารจัดการพื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาสถานีกลางบางซื่อ 1 สัญญา,
3.การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง 12 แห่ง 1 สัญญา และ
4. การบริหารจัดการพื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาในสถานี 12 แห่ง 1 สัญญา โดยสัญญาที่ 1 และ 2 เป็นสัญญาระยะยาว 20 ปี ส่วนสัญญาที่ 3 และ 4 เป็นสัญญาระยะสั้น 3 ปี ซึ่งเมื่อได้ผู้ชนะประมูลแล้ว รฟท. จะให้เอกชนเข้าพื้นที่เริ่มดำเนินการพัฒนาทันที ทั้งนี้คาดว่าตลอดอายุสัมปทานประมาณ 20 ปี จะสร้างรายได้ให้กับ รฟท.ไม่ต่ำกว่า 7.3 พันล้านบาท

ทั้งนี้การส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนในโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่1 สามารถส่งมอบพื้นที่บริเวณชั้น 1และชั้นลอย จำนวน 24,000 ตร.ม. ภายในปี 66-68 และระยะที่ 2 สามารถส่งมอบพื้นที่บริเวณชั้น 3 เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จำนวน 21,000 ตรม.ภายในปี 69

พ.ค.เปิดประมูลชิงพื้นที่”เชิงพาณิชย์-ป้ายโฆษณา”
*สถานีกลางบางซื่อ-12สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง
* 4.7 หมื่นตร.ม.สร้างรายได้รฟท.กว่า 7 พันล้าน
*ให้เอกชนเข้าพัฒนาคุมราคาอาหารเท่าในห้าง
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/524979695745936
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38398
Location: NECTEC

PostPosted: 04/04/2022 10:48 am    Post subject: Reply with quote

รถจักรใหม่16คันลากรถทางไกลเข้าสถานีกลางบางซื่อ
*รฟท.ทดสอบเตรียมเดินรถ/รถจักรเก่าเร่งติดATP
*ยันให้ 22ขบวนเข้าสถานีหัวลำโพงตามแผนเดิม
*เพิ่มป้าย-ฟีดเดอร์รถไฟฟ้าสายสีแดงต้องไม่ร้าง
*นครปฐม-ตลิ่งชัน/อยุธยา-รังสิตป้อนทุกครึ่งชม.
https://www.facebook.com/TransportDailynews/posts/527181092192463

รฟท.จัดรถดีเซล 2 สายวิ่งฟีดเดอร์เชื่อม "สายสีแดง" เร่งทดสอบหัวจักรใหม่ รับรถทางไกลเข้าสถานีกลางบางซื่อ
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: วันจันทร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:40 น.
ปรับปรุง: วันจันทร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 10:40 น.

รฟท.เร่งแก้รอยต่อ "สายสีแดง" จัดรถดีเซลวิ่งฟีดเดอร์ 2 เส้นทาง "ตลิ่งชัน-นครปฐม" และ "รังสิต-อยุธยา" พร้อมลุยทดสอบหัวจักรไฟฟ้ารุ่นใหม่ 20 คัน เดินแผนปรับรถไฟทางไกลเข้า "สถานีกลางบางซื่อ"

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จากที่คณะอนุกรรมการด้านประเมินคุณภาพสถานีรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อและรูปแบบการเดินรถไฟเข้าสู่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ที่มีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธานฯ ได้ลงสำรวจพื้นที่ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเมินคุณภาพสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทำเช็กลิสต์ (Checklist) เพื่อแก้ปัญหาการให้บริการในด้านต่างๆ เช่น ดำเนินการการปรับปรุงป้ายบอกทางภายในสถานีกลางบางซื่อให้สอดคล้องกับผังการสัญจรภายในสถานีฯ และเป็นสากลที่เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งขณะนี้ปรับปรุงภาพรวมเสร็จแล้ว

ส่วนการเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ปัจจุบันได้มีบริการทั้งรถ ขสมก. รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า MRT รองรับผู้ใช้บริการได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม รฟท.ได้มอบหมายให้บริษัท รถไฟฟ้า รฟฟท.จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง หารือกับผู้ประกอบการโดยรอบพื้นที่สถานีกลางบางซื่อในการจัดทำฟีดเดอร์เพิ่มเติม ให้ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อได้รับความสะดวกมากที่สุด

@จัดรถดีเซลวิ่งฟีดเดอร์สายสีแดง 2 เส้นทาง "ตลิ่งชัน-นครปฐม" และ "รังสิต-อยุธยา"

นอกจากนี้ รฟท.จะทำฟีดเดอร์ที่เป็นระบบรางเชื่อมเข้าสู่ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง โดยสายเหนือจะใช้สถานีรังสิต ส่วนสายใต้ คือสถานีตลิ่งชัน เป็นสถานีเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร โดยจัดเดินขบวนรถไฟดีเซลวิ่ง Loop เป็นฟีดเดอร์ ช่วงอยุธยา-รังสิต ระยะทางประมาณ 40 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที และสายใต้ช่วงนครปฐม-ตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 30 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

ปัจจุบันทั้ง 2 เส้นทางมีการเดินรถให้บริการอยู่แล้ว การทำเป็นฟีดเดอร์จะต้องมีความถี่ ซึ่งจะต้องจัดสรรรถไฟดีเซลมาเพิ่มให้เหมาะสม โดยช่วงแรกจะมีความถี่ประมาณชั่วโมงละ 1 ขบวน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนที่อยู่ในโซนนครปฐม และอยุธยา สามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้สะดวก รวดเร็วมากขึ้น

รวมถึงอาจมีการจัดทำระบบตั๋วโดยสารร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงด้วย เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการเดินทาง และสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบรางมากขึ้น และได้หารือกับมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ร่วมสนับสนุนการใช้ระบบรางในการเดินทาง

@เร่งทดสอบหัวจักรไฟฟ้ารุ่นใหม่ 20 คัน ปรับแผนรถไฟทางไกล "สถานีกลางบางซื่อ"

สำหรับแผนการย้ายรถไฟทางไกลมาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อนั้น จะมีการหารือรายละเอียดในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาและดำเนินการในหลายส่วนคู่ขนานเพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด โดย รฟท.จะเร่งการทดสอบหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ได้รับมอบชุดแรกจำนวน 20 คันจากทั้งหมด 50 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งระบบห้ามล้ออัตโนมัติ (ATP) รองรับกับมาตรฐาน ETCS level 1 ที่เพิ่มความปลอดภัยในการเดินรถ อีกทั้งมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมน้อย เพื่อรองรับการย้ายรถไฟทางไกลมาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ

โดยจะนำหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้ารุ่นใหม่มาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อประมาณ 16 คัน ขณะที่แผนการย้ายรถไฟทางไกลมาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ จะใช้แผนเดิมที่เคยนำเสนอ คือ สายเหนือ 12 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 16 ขบวน ส่วนสายใต้ หากสามารถติดตั้ง ATP ได้ครบถ้วนอาจจะปรับรถไฟทางไกลมาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อได้ด้วย โดยยังคงมีรถไฟเชิงสังคม 22 ขบวนเข้าสถานีหัวลำโพง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะปรับย้ายขบวนรถไฟทางไกลมาให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อนั้น รฟท.จะทำการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน รวมไปถึงหารือกับคณะกรรมการผู้บริโภค ภาคประชาชน นักวิชาการองค์กรต่างๆ ให้ได้ข้อยุติ เพื่อประมวลข้อมูลให้รอบด้านอย่างครบถ้วนก่อนที่จะนำเสนอคณะอนุกรรมการฯ กระทรวงคมนาคม
พิจารณาต่อไป


Last edited by Wisarut on 04/04/2022 1:56 pm; edited 1 time in total
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 38398
Location: NECTEC

PostPosted: 04/04/2022 10:57 am    Post subject: Reply with quote

สถานีกลางบางซื่อ ... ชื่อนี้ ถึงวันนี้น่าจะเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วทั้งประเทศไปแล้ว!
ทำไมสถานี(รถไฟ)กลาง ต้องมาอยู่ที่บางซื่อ ? ... แล้วรู้ไหมว่า อีกไม่นานสถานีกลางแห่งนี้ ไม่จะเพียงเชื่อมไทย แต่กำลังจะเชื่อมคนไทยให้เข้ากับโลกใบนี้ได้ทั้งใบ !!!

มาเป็นชุมทางแต่ปี 2469 เมื่อทำทางรถไฟสายพระรามหกเชื่อมสายเหนือสายใต้
นอกจากนี้ บางซื่อยังมีโรงงงานปูนซีเมนต์ไทย ที่เดินเครื่องผลิต ระหว่างปี 2458 - 2525 และ การขยายย่านแต่ปี 2481 - 2493 และ ทำย่านสินค้าพหลโยธิน แต่ปี 2503 จนเลิกใช้งานแต่ปี 2552 ทำให้ บางซื่อเหมาะที่จะทำย่านสถานีกรุงเทพแห่งใหม่ แม้ว่าจะต้องเจียดที่ดินทำ สวนจตุจักร ช่วงปี 2518 - 2523 และ ตลาดนัดสวนจตุจักร ปี 2525
https://board.postjung.com/1391494
https://www.facebook.com/pr.railway/posts/346396687518329
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 34, 35, 36  Next
Page 35 of 36

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test