Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304737
ทั่วไป:10424509
ทั้งหมด:10729246
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าว รฟท จาก หนังสือพิมพ์
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าว รฟท จาก หนังสือพิมพ์
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 336, 337, 338  Next
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 03/06/2019 2:05 pm    Post subject: Reply with quote

ทุ่ม27,000 ล้านสร้างท่าเรือบก 4 จังหวัด
อังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562 เวลา 15.44 น.
 
เลือกพื้นที่ 4 จังหวัดสร้างท่าเรือบก วงเงิน 27,490 ล้านบาท ประเดิมฉะเชิงเทราแห่งแรกบนพื้นที่ 1,800 ไร่ เริ่มสร้างปี 64 เปิดให้บริการปี 67 

รายงานข่าวการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งความคืบหน้าโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคว่า ตามที่ สนข. นำเสนอผลการศึกษาสมบูรณ์ไปที่กระทรวงคมนาคมแล้ว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม รับทราบ และมอบหมายให้ สนข. นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) คาดจะประชุมได้ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 
    
โดยผลการศึกษาดังกล่าวได้คัดเลือกพื้นที่เหมาะสมพัฒนาเป็นท่าเรือบก 4 แห่ง วงเงินลงทุนรวม 27,490 ล้านบาท ดังนี้

1. ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ที่ ต.ดอนทราย และ ต.หนองตีนนก อ.บ้านโพธิ์ พื้นที่ 1,800 ไร่ วงเงินลงทุน 8,920 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 64 เปิดให้บริการปี 67 คาดมีปริมาณสินค้า 395,300 TEUs  
2. นครราชสีมา ที่ตั้ง ต.กุดจิก อ.สูงเนิน พื้นที่ 1,800 ไร่ วงเงิน 7,740 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 65 เปิดบริการปี 68 คาดมีปริมาณสินค้า 287,400 TEUs
3. ขอนแก่น ที่ตั้ง ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง 1,800 ไร่ วงเงิน 7,530 ล้านบาท สร้างปี 65 เปิดบริการปี 68 คาดมีปริมาณสินค้า 226,700 TEUs  และ
4. นครสวรรค์ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี 1,300 ไร่ วงเงิน 3,300 ล้านบาท เริ่มสร้างปี 67 เปิดบริการปี 70 คาดมีปริมาณสินค้า 95,800 TEUs 
    
ขณะที่การลงทุนควรเป็นรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนภาครัฐ (พีพีพี) เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงและดำเนินการเชิงธุรกิจเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนหน่วยงานที่เหมาะสมเป็นเจ้าของโครงการมากที่สุด คือการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เนื่องจากท่าเรือบกมีกลไกลและลักษณะคล้ายกับท่าเรือ อีกทั้ง กทท.ยังเป็นหน่วยงานที่มีสภาพคล่องตัวสูง มีประสบการณ์บริหารงานโดยตรงและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสายเรือ อย่างไรก็ตามเพื่อความยืดหยุ่นเรื่องบริการควรให้เอกชนเข้ามาแข่งขันบริหารจัดการพื้นฐานภายในท่าเรือบก ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะทำหน้าที่เสมือนผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางรางเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือบกกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ให้บริการ
    
ส่วนภาคเอกชนที่มาบริหารพื้นที่ท่าเรือบก อาจเป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์ หรือผู้ประกอบการสายเรือเป็นผู้พัฒนาและบริหารพื้นที่ รวมถึงจัดการย่านกองเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ขนถ่ายสินค้าขึ้นลงรถไฟ และให้เช่าพื้นที่เพื่อให้บริการจัดการสินค้าภายในอาคารสถานี โดยเปิดให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์หรือผู้ประกอบการสายเรือเช่าพื้นที่อาคารสถานี เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการตลาดและดำเนินงานภายในท่าเรือบกแต่ละส่วน โดยหน่วยงานที่เหมาะสมบริหารจัดการท่าเรือบก ได้แก่ 1.กทท. 2.รฟท. และ 3.จังหวัด หรือการร่วมกลุ่มหน่วยงานทางเลือก 
    
นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า การพัฒนาท่าเรือบกไปสู่การปฏิบัติควรจะสร้างความร่วมมือ กำหนดเงื่อนไข และรายละเอียดข้อตกลง ระหว่างผู้บริหารพื้นที่โครงการ คือกทท. ผู้ให้บริการขนส่งทางรถไฟคือรฟท. และผู้บริหารจัดการสินค้าคือผู้ให้บริการโลจิสติกส์หรือผู้ประกอบการสายเรือ ที่จะบูรณาการสิ่งอำนวยความสะดวก ให้บริการ กำหนดตารางเวลา และอัตราค่าธรรมเนียม รวมทั้งพัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟ เพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการลูกค้าภาคธุรกิจ รวมถึงกำหนดให้ท่าเรือบกเป็นพื้นที่ด่านศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ปี 60 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติพิธีศุลกากรส่งผลให้ท่าเรือบกดึงดูดผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้นำเข้า-ส่งออกมาใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น.
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30585
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 04/06/2019 8:21 am    Post subject: Reply with quote

รฟท.จัดโครงการรถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติฯ
ฐานเศรษฐกิจ 03 Jun 2019

Click on the image for full size

การรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมถวายความจงรักภักดีจัดโครงการ “รถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” นำจิตอาสาร่วมพัฒนาวัดและโรงเรียน อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

Click on the image for full size

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น. บริเวณชานชาลา 4- 5 สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เป็นประธานเปิดโครงการรถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 พร้อมเคาะระฆังให้สัญญาณเคลื่อนขบวนรถจักรไอน้ำนำคณะจิตอาสา 904 จิตอาสาภาคประชาชนและพนักงานรถไฟจิตอาสาเดินทางไปร่วมกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯที่บริเวณลานพลับพลาสถานีรถไฟบางปะอินและร่วมทำความสะอาดวัดและโรงเรียนวัดชุมพลนิกายารามอ.บางประอินจ.พระนครศรีอยุธยานายสุจิตต์ กล่าวว่าเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งได้รับการโปรดเกล้าสถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยได้ดำเนินการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความจงรักภักดีผ่านกิจกรรมพิเศษเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10

Click on the image for full size

ทั้งนี้ล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ร่วมถวายความจงรักภักดีจัดโครงการรถจักรไอน้ำเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 นำคณะจิตอาสา 904 จํานวน 200 คนและพนักงานรถไฟปฏิบัติงานจิตอาสาจํานวน 200 คนรวมเป็น 400 คนเดินทางด้วยขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำเส้นทางกรุงเทพ- บางปะอินไปร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯบริเวณหน้าพลับพลาสถานีบางปะอินและทําความสะอาดวัดและโรงเรียนวัดชุมพลนิกายารามอําเภอบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Click on the image for full size

โดยการเริ่มต้นโครงการได้มีการคล้องพวงมาลัยขบวนรถจักรไอน้ำและเคาะระฆังให้สัญญาณเคลื่อนขบวนรถจักรไอน้ำออกจากสถานีกรุงเทพตั้งแต่เวลา 08.10 น. และเดินทางถึงสถานีบางปะอิน 10.00 น. โดยมีคณะผู้บริหารคณะจิตอาสาลงจากขบวนรถร่วมปลูกต้นรวงผึ้งหลวงเฉลิมพระเกียรติฯบริเวณหน้าพลับพลาสถานีบางประอินพรอมถ่ายรูปที่ระลึกจากนั้นผู้บริหารและคณะจิตอาสาได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดชุมพลนิกายารามเพื่อมอบเงินสบทบทุนให้กับโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม

Click on the image for full size

นอกจากนี้คณะจิตอาสาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยยังรับมอบเครื่องมือทําความสะอาดจากผู้บริหารการรถไฟฯเพื่อปฏิบัติงานจิตอาสาร่วมลงพื้นที่ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ทำความสะอาดบริเวณวัดอาคารเรียนในโรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยาก่อนเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษายังพระราชวังบางปะอินและเดินทางกลับมาโดยขบวนรถจักรไอน้ำจากสถานีบางปะอินจะถึงสถานีกรุงเทพโดยสวัสดิภาพในช่วงเวลา 18.30 น
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30585
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 07/06/2019 5:27 pm    Post subject: Reply with quote

ปิดกิจการ! ผู้ค้าสถานีรถไฟสุราษฎร์ฯ โอดค่าเช่าแพง
ช่อง ONE31 ประจำวันที่ 07 มิถุนายน 2562

นางสุรางค์ ชูยง อายุ 53 ปี แม่ค้าขายอาหารบริเวณสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ร้องสื่อมวลชน หลังต้องปิดร้านหยุดกิจการขายข้างแกงและเครื่องดื่มในสถานีรถไฟ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าพื้นที่ขายของวันละ เกือบ 7,000 บาท

หลังจากรับเรื่องร้องเรียน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี พบนางสุรางค์ และพ่อค้า แม่ค้าอีก 2-3 คน เล่าว่า ขายของได้เงินไม่พอค่าเช่า ต้องหากู้ยืมมาจ่ายชดเชยให้การรถไฟฯ ทุกวัน เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่สถานีฯ แจ้งว่า หากไม่จ่ายค่าเช่าพื้นที่ขายของตามสัญญาที่ทำไว้ ก็ห้ามเปิดร้านขายโดยเด็ดขาด จึงต้องพากันปิดร้าน เนื่องจากไม่มีทุนมาจ่าย ก็หวังเพียงว่าทางการรถไฟฯ จะลดค่าเช่าให้บ้าง เพื่อจะได้ขายต่อไป ถ้ายังต้องจ่ายค่าเช่าแพงขนาดนี้คงต้องหยุดอย่างถาวร ขณะที่ผู้โดยสาร ต่างบอกว่าตั้งใจจะมากินข้าว แต่เมื่อมาถึงร้านไม่ขาย ประกอบกับตู้เสบียงในขบวนรถไฟก็ยกเลิกไปทั้งหมด ทำให้ต้องอดข้าวและต้องไปกินที่อื่น

ด้านนายสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ระบุว่าเดิมสัญญาเช่าพื้นที่จะจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 169,000 บาท ต่อมาสัญญาหมด จึงเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่าชั่วคราว แยกออกเป็น 4 จุด และเรียกเก็บเป็นรายวัน ประกอบด้วย

1.ห้องน้ำ 536.26 บาทต่อวัน
2.รถเข็น 891.66 บาทต่อวัน
3.ค่าห้องฝากสัมภาระ 189.03 บาทต่อวัน
4.ร้านค้า โดยผู้เช่าเซ็นสัญญาเช่าราคาวันละ 6,656.26 บาท

หากนางสุรางค์ไม่จ่ายค่าเช่าตามที่ทำสัญญาไว้ก็ต้องหยุดขาย ตนเองเข้าใจดีว่าในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้การค้าขายไม่ได้มีกำไรมาก การทำสัญญาเช่าพื้นที่ราคาสูงย่อมอยู่ไม่ได้ ส่วนการจะต่อรองหรือลดราคานั้นตนไม่มีอำนาจ ตนมีหน้าที่เก็บเงินตามสัญญาและออกบิลเท่านั้น
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 09/06/2019 7:09 am    Post subject: Reply with quote

ชงครม.คลอด2บริษัทลูกรถไฟ
เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 เวลา 18.31 น.

รฟท. รอชงครม.ใหม่ ไฟเขียวคลอด 2 บริษัทลูก หวังช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติจัดตั้ง 2 บริษัทลูกของ รฟท. ประกอบด้วย บริษัทเพื่อบริหารทรัพย์สินของ รฟท. ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท และการเพิ่มพันธกิจให้แก่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ให้เป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายหลังที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบในหลักการจัดตั้งไปแล้ว

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า ภายหลัง ครม. มีมติอนุมัติแล้ว รฟท. จะหารือร่วมกับสหภาพฯ รฟท. และสหภาพฯ รฟฟท.ในช่วงเปลี่ยนผ่านว่าจะไปในทิศทางใด จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการร่างกฎระเบียบต่างๆ พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการ (บอร์ด รฟท.) และบอร์ดของบริษัทลูกทั้ง 2 แห่ง รวมถึงการสรรหาพนักงาน แบ่งเป็น บริษัทบริหารทรัพย์สินประมาณ 200 คน ที่จะเปิดบริการในช่วงปี 63 และ รฟฟท. เดินรถสายสีแดง ที่ต้องการพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 400 คน

รายงานข่าวจาก คนร. ระบุว่า สำหรับบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของ รฟท.นั้น จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟท. มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทลูกจะทำหน้าที่จัดการที่ดินในเชิงพาณิชย์ให้แก่ รฟท. ซึ่งจะสามารถเพิ่มรายได้และแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ รฟท. ขณะที่บริษัทลูกรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยการเพิ่มพันธกิจของ รฟฟท.นั้น จะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและบุคลากรของ รฟฟท. ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เนื่องจาก รฟฟท. มีประสบการณ์ในการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยให้ปรับปรุงแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการหารายได้และทำกำไร และให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและ รฟฟท. ให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐานเทียบเท่าเอกชน เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและตัวชี้วัดที่กำหนดโดยไม่เป็นภาระของภาครัฐในอนาคต
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 12/06/2019 9:39 am    Post subject: Reply with quote

รฟท.เดินหน้า 3 กลยุทธ์ สู่เป้ารายได้ 2 หมื่นล้าน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 07:35



รองผู้ว่าฯ การรถไฟฯ เปิดแผนสร้างรายได้ปีละ 2 หมื่นล้านบาท วาง 3 กลยุทธ์สู่เป้าหมาย จับตลาดนักท่องเที่ยว-ผู้สูงอายุ เน้นผู้โดยสารที่เดินทางระยะกลาง แทนระยะไกล เร่งสร้างรถไฟทางคู่ ยันปีนี้เปิดบริการได้ 2 เส้นทาง พร้อมเตรียมยื่น ครม.อนุมัติตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์

กล่าวได้ว่าปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบรางของประเทศได้มีการปรับปรุงพัฒนาไปไกลมาก การเดินทางด้วยระบบรางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง ดังนั้น “การรถไฟแห่งประเทศไทย” หน่วยงานที่กำกับดูแลและให้บริการด้านระบบรางโดยตรง จึงปรับปรุงและพัฒนาการทั้งการบริหารและการเดินรถเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน


นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีแผนพัฒนาในหลายๆ ด้านไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินรถ การให้บริการ การบริหารจัดการทรัพยากร ตลอดจนพัฒนาด้านการตลาด ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะส่งผลให้การรถไฟฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น จากปีละ 9,800 ล้านบาท เป็น 20,000 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจาก 2 ช่องทาง 3 กลยุทธ์

โดย 2 ช่องทาง ได้แก่ 1) รายได้จากค่าโดยสารและค่าบริการของรถไฟฟ้ารางคู่ ซึ่งหลังจากรถไฟทางคู่ทุกเส้นทางก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2566 คาดว่าภายใน 5-7 ปีหลังจากนั้น รายได้จากค่าโดยสารของการรถไฟฯจะเพิ่มจากปีละ 4 ,000 ล้านบาท เป็นปีละ 8,000 ล้านบาท และรายได้จากการขนส่งสินค้า จะเพิ่มจากปีละ2,000 ล้านบาท เป็นปีละ 4,000 ล้านบาท 2) รายได้จากค่าเช่าที่ดินของการรถไฟฯ โดยคาดว่าภายใน 5-6 ปี หลังจากจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารการพัฒนาที่ดินและหารายได้จากการให้เช่าที่ดินแล้วเสร็จในปี 2563 รายได้จากการให้เช่าที่ดินของการรถไฟฯ จะเพิ่มจากปีละ3,800 ล้านบาท เป็นปีละ7,000-8,000 ล้านบาท

สำหรับการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ เพื่อให้รายได้ที่ตั้งไว้บรรลุเป้าหมายนั้น รองผู้ว่าการการรถไฟฯ ระบุว่า กลยุทธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย กลยุทธ์แรก คือการเปิดตลาดผู้โดยสารกลุ่มใหม่ๆโดยการรถไฟฯ มีแผนที่จะขยายฐานลูกค้า 3 กลุ่ม คือ
1. ผู้โดยสารที่เดินทางระยะกลาง ซึ่งหมายถึงผู้ที่โดยสารรถไฟเพื่อเดินทางระหว่างจังหวัดในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เพื่อทดแทนผู้โดยสารที่เดินทางระยะไกล ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้เสียลูกค้ากลุ่มนี้ให้แก่สายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
2. ผู้โดยสารกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหันมาสนใจการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟกันมากขึ้น และ
3. ผู้โดยสารกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ได้เร่งรีบในการเดินทาง


นายวรวุฒิ ชี้แจงรายละเอียดในการขยายฐานลูกค้าว่า การรถไฟฯ จะขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยว โดยต้องโฟกัสไปในตลาดที่แคบลง อาจจะทำเป็นแพกเกจทัวร์ ซึ่งเราต้องคุยกับบริษัททัวร์ จากข้อมูลพบว่าแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาตินับแสนคนที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย และต้องการเดินทางในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เครื่องบิน บางคนต้องการไปเชียงใหม่ด้วยรถไฟและกลับมากรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบิน ซึ่งนักท่องที่ยวนิยมเดินทางไปภาคเหนือด้วยรถไฟเพราะจะได้เห็นภูมิประเทศที่สวยงามมาก ส่วนรถไฟสายใต้พบว่ามีนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพกให้ความนิยมมาก ขณะที่สายอีสานผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะข้ามจากหนองคายไปลาว ซึ่งปัจจุบันรถไฟไทยกับลาวเชื่อมกันอยู่และกำลังจะขยายเส้นทางเข้าไปยังเวียงจันทน์

ส่วนการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้สูงอายุนั้น การรถไฟฯ มีมาตรการที่จะลดราคาค่าโดยสารให้ผู้สูงอายุ 50% ในช่วงหน้าฝนเป็นเวลา 4 เดือน นอกจากนั้นยังปรับปรุงเรื่องของความปลอดภัยทั้งในส่วนของตัวรางและภายในตู้โดยสาร โดยรถไฟรุ่นใหม่ๆ จะมีห้องน้ำสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ มีราวจับ และในส่วนของชานชาลาซึ่งเชื่อมกับประตูจะเป็นแบบชานสูงเพื่อรองรับวีลแชร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์จำเป็นของผู้สูงอายุ

“ถ้ามีการขยายเส้นทางรถไฟจากหนองคายไปยังเวียงจันทน์ได้เชื่อว่าผู้ใช้บริการน่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเดินทางไปลาวโดยเครื่องบินค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะนิยมนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯไปลงอุดรธานีแล้วต่อรถยนต์เข้าลาว เพราะค่าเครื่องจากกรุงเทพฯไปอุดรฯไม่ถึงพันบาท ต่อรถเข้าเวียงจันทน์อีกพันบาท แต่ถ้านั่งเครื่องบินในประเทศลาวต้องจ่าย 5-6 พันบาท ถ้ามีรถไฟไปถึงเวียงจันทน์ก็ยังแข่งได้ เป็นทางเลือกหนึ่งของนักเดินทาง” รองผู้ว่าการการรถไฟฯ กล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนกลยุทธ์ที่สอง ได้แก่ การพัฒนารถไฟทางคู่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรกมี 7 เส้นทาง และเฟส 2 มี 8 เส้นทาง โดยมีไทม์ไลน์ในการก่อสร้าง ดังนี้

เฟสแรก ประกอบด้วย
1) เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย จะเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2562
2)เส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น จะเสร็จภายในปี 2562
3) เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ จะเสร็จในปี 2565
4)เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จะเสร็จในปี 2565
5) เส้นทางนครปฐม-หัวหิน จะเสร็จในปี 2564
6)เส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ จะเสร็จในปี 2563 และ
7) เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร จะเสร็จในปี 2564

เฟสที่ 2 ประกอบด้วย 1) เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 2) เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม 3)เส้นทางขอนแก่น-หนองคาย และ4) เส้นทางชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี โดยคาดว่าจะเปิดประมูลก่อสร้างทั้ง 4 เส้นดังกล่าวภายในปีนี้ ส่วน 5) เส้นทางช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 6) เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา 7) เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และ 8) เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม อยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเฟส 2 ทุกเส้นทางจะแล้วเสร็จในปี 2566 ยกเว้นเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ซึ่งอาจจะล่าช้าออกไป


“สำหรับรถไฟทางคู่เฟสแรกนั้น ปีนี้จะแล้วเสร็จ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางฉะเชิงเทรา คลอง 19-แก่งคอย และจิระ-ขอนแก่น ส่วนที่เหลือก็ช้ากว่าแผนนิดหน่อย มีปัญหาเรื่องอุปกรณ์เล็กน้อย รวมทั้งเรื่องการเปลี่ยนแบบเนื่องจากแบบที่ออกไปมันไม่เหมาะสม แต่คิดว่าไม่ล่าช้ามาก โดยสายใต้จะเสร็จในปี 2564 ขณะที่สายเหนือมีแผนจะเสร็จปี 2565 ในอนาคตก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้เยอะ” นายวนวุฒิ ระบุ


รองผู้ว่าการการรถไฟฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ที่สาม คือการตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อสร้างรายได้จากการพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ โดยการรถไฟฯ เป็นผู้ถือหุ้น 100% นั้นถือว่าการดำเนินการเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยขณะนี้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้พิจารณาอนุมัติแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ประมาณเดือน ก.ค. 2562 และสามารถจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ ได้ประมาณต้นปี 2563
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 12/06/2019 11:23 am    Post subject: Reply with quote

จับตา2ยักษ์จีนเต็งจ๋า...คว้าหัวรถจักร
ออนไลน์เมื่อ 12 มิถุนายน 2562
เศรษฐกิจมหภาค Mega Project หน้า 12 ฃ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3477
ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2562

วงในรับเหมาไทยเผย 2 ทุนยักษ์จีน “หยาง- ซิซิเยี่ยน” จ่อฟาดเรียบประมูล 50 หัวรถจักรพร้อมอะไหล่ 6,500 ล้านบาทตามรอย “ทางด่วน 3” หลัง รฟท.เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นรอบ 3 ชงรัฐบาลประยุทธ 2 ไฟเขียวจากกรณีรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รัฐบาลชุดคสช.) ชะลอจัดซื้อหัวรถจักรและอะไหล่รถไฟจำนวน 50 หัว มูลค่า 6,500 ล้านบาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นานกว่า 4 ปี เนื่องจากถูกตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อพร้อมมีคำสั่งปรับแก้เงื่อนไขทีโออาร์ ให้เปิดกว้างมากขึ้น ล่าสุดเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นรอบที่ 3 เชิญชวนเอกชนทั้งไทยและต่างชาติแข่งขันประมูลโครงการในไตรมาส 3 นี้ อ

ย่างไรก็ตาม คนในวงการรับเหมาของไทย ระบุว่าให้จับตา กลุ่มทุนใหญ่ของจีน 2 ราย ได้แก่ กลุ่มหยาง (CSR Ziyang ) และ กลุ่มซิซิเยี่ยน (CSR Qishuyan) น่าจะได้งานนี้ไป ไม่ต่างกับโครงการประมูลทางด่วนขั้นที่ 3-ดาวคะนองของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งผู้รับเหมาจีนกวาดไปทั้ง 3 สัญญา


แหล่งข่าวจากรฟท.เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการรฟท. ซึ่งยังมีแผนจัดซื้อหัวรถจักรขบวนใหม่ และซ่อมบำรุงรถเก่า ให้นำมาใช้งานได้อีกจำนวนหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดใช้งาน และให้บริการรถไฟทางคู่ทั้งระยะที่ 1 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 9 เส้นทางและระยะที่ 2 อีก 9 เส้นทาง ที่อยู่ระหว่างการเร่งเสนอประมูลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป“ดำเนินการจัดประชุมสรุปรายละเอียดแล้วเสร็จเพื่อจะนำประกาศรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 ในสัปดาห์หน้านี้ เสนอผู้ว่าการรฟท.ลงนาม โดยกำหนดรับฟังความเห็นร่างทีโออาร์จำนวน 13 วัน เบื้องต้นจะเน้นเรื่องมาตรฐานเรื่องควันจากรถที่จะไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนงบประมาณยังอยู่ในกรอบวงเงิน 6,500 ล้านบาทพร้อมอะไหล่ 5% ไม่ใช้การประมูลแบบนานาชาติแต่ใช้รูปแบบปกติ ดังนั้นผู้ประกอบการในประเทศก็มีโอกาสมากขึ้นคาดว่าจะมีผู้สนใจจำนวนไม่น้อยกว่า 4 ราย โดยจับตากลุ่มทุนจีนแสดงความสนใจดังเช่นครั้งที่ผ่านมา หากได้หัวรถจักรชุดนี้จะนำไปใช้ด้านการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางต่างๆ มากขึ้นและแก้ไขเรื่องขาด แคลนหัวรถจักรตามแผนฟื้นฟูรฟท. ตลอดจนสร้างรายได้ให้รฟท.เพิ่มมากยิ่งขึ้น”

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการประมูลหัวรถจักร พบว่าปีที่ผ่านมา กลุ่มจีอี จากประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศเข้าร่วมประมูลพร้อมให้ข้อเสนอ ว่าจะตั้งโรงงานผลิตหัวรถจักรในไทย แต่โครงการถูกชะลอออกไปเสียก่อนในช่วงรัฐบาลคสช. ทั้งนี้คงต้องจับตาว่า การเปิดรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 กลุ่มทุนรายนี้จะเข้าร่วมหรือไม่ แต่ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ผู้รับเหมาจีนค่อนข้างมาแรงกับการแข่งขันประมูลเมกะโปรเจ็กต์ของไทย
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 12/06/2019 12:26 pm    Post subject: Reply with quote

โจรแสบขโมยเหล็กประกับต่อรางรถไฟ เสียหายนับแสนบาท
6 มิถุนายน 2019
...เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมหวั่นเกิดอุบัติเหตุกับขบวนรถไฟ หลังมีโจรแอบขโมยเหล็กประกับต่อรางรถไฟบริเวณสถานีรถไฟที่วัง

วันที่ 6 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุมีคนร้ายแอบถอดและขโมยเหล็กประกับต่อรางรถไฟ บริเวณสถานีรถไฟที่วัง ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ด้านนายนัทธพงศ์ บุญสม นายตรวจทางที่วังเล่าว่า ตนและคนงานได้ออกเดินทางตรวจเส้นทางตามรางรถไฟตามปกติ พอถึงบริเวณสถานีที่วัง กม.ที่765/8 ถึง กม.ที่ 765/16 พบร่องรอยที่ถูกคนร้ายถอดและขโมยเหล็กประกับต่อรางหายไปจำนวน 105 คู่ จึงแจ้งให้นายศักดิ์ มาศวิวัฒน์ สารวัตรแขวงบำรุงทางทุ่งสง และนายธนาธิป ทิพย์สุขุม ผู้ช่วยนายสถานีที่วัง รักษาการแทนนายสถานี เพื่อรับทราบ และดำเนินการตามระเบียบของการรถไฟแห่งประเทศไทยต่อไป

โดยนายธนาธิป ผู้ช่วยนายสถานีที่วังกล่าว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานซ่อมบำรุงทางรถไฟ ทำการซ่อมติดตั้งให้เสร็จและกลับมาใช้งานได้แล้วเป็นปกติ เพราะเกรงว่าอาจเกิดอุบัติเหตุกับขบวนรถไฟขณะแล่นผ่าน และโชคดีที่พนักงานตรวจสอบเส้นทางไปพบก่อน
ทั้งนี้สถานีรถไฟที่วัง จะมีรางวิ่งด้วยกัน 6 รางรางหลักที่ใช้วิ่งจะเป็นรางที่ 2 ส่วนราง 1 ถูกขโมยไปหลายละรางที่ 3 จะใช้ไว้เพื่อสับหลีกรถไฟขบวนต่างๆ ส่วนรางที่ 4 ถึง 6 เป็นรางเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ทุกวันจะมีขบวนรถไฟแล่นผ่านวันละ 8 เที่ยว เป็นรถโดยสาร 6 เที่ยว และขบวนรถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอส์จำนวน 2 เที่ยว ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ประมาณ 100,000 บาท คาดว่าคนร้ายลงมือก่อเหตุช่วงกลางดึก และมีหลายคนพร้อมเครื่องมือถอด เชื่อว่าน่าจะมีใบสั่ง และทำกันเป็นขบวนการ หลังเกิดเหตุได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.กระปาง เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 30585
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 13/06/2019 5:23 am    Post subject: Reply with quote

คมนาคมบี้ “2 กรมถนน-รถไฟ” ล้างท่องบเหลื่อมปี3.6หมื่นล้าน เวนคืนบางใหญ่ฉุด “ทางหลวง” อืดสุด
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 June 2019 - 20:37 น.

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมด้านโครงสร้างพื้นฐาน​ เปิดเผยว่า การติดตามเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณแบบเหลื่อมปีระหว่างปี 2556 – 2561 ของ 3 หน่วยงานที่ต้องเบิกจ่ายให้ครบในเดือน ก.ย.นี้ ได้แก่ กรมทางหลวง (ทล.) 25,000 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 5,400 ล้านบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 6,000 ล้านบาท วงเงินรวม 36,400 ล้านบาท ตั้งเป้าให้ทั้ง 3 หน่วยงานต้องเบิกจ่ายได้รวมกันประมาณ 90% หรือ 32,400 ล้านบาทของวงเงินรวมทั้งหมด

แบ่งเป็นกรมทางหลวงจะเบิกได้ 90% หรือ 22,500 ล้านบาท คงเหลือ 10% หรือ 2,500 ล้านบาทโครงการที่สำคัญและมีผลกับการเบิกจ่ายคือ การขอปรับเพิ่มกรอบงบเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ – กาญจนบุรี มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากไม่ผ่านจะทำให้กรมทางหลวงมีงบเหลื่อมปีค้างจ่ายอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% จากงบเหลื่อมปีทั้งหมด

ขณะที่กรมทางหลวงชนบทจะเบิกได้ 85% หรือ4,590 ล้านบาท คงเหลือ 15% (810 ล้านบาท) และ ร.ฟ.ท.จะเบิกได้ 80% หรือ 4,800 ล้านบาท คงเหลือ 20% หรือ 1,200 ล้านบาท โดยงบส่วนที่เหลือทั้งหมดไม่จำเป็นต้องคืน ก็จะทำเรื่องเพื่อขอกันงบส่วนนี้ไปเบิกในปีงบประมาณ 2563

“ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ผูกพันเดิม อาจจะติดปัญหาการเข้าพื้นที่ก่อสร้างกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งต้องมีการขออนุญาตหน่วยงานต่างๆ เพื่อเข้าพื้นที่ก่อสร้าง” นายพิศักดิ์กล่าว

ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 กรมทางหลวงได้รับจัดสรรงบประมาณ 117,138 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ สิ้นเดือนก.ย.นี้อยู่ที่ 74% หรือ 86,682 ล้านบาท จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 100% ปัจจุบัน ณ เดือน มิ.ย.เบิกจ่ายไปแล้ว 49% หรือ 57,397 ล้านบาท

กรมทางหลวงชนบทได้รับจัดสรรงบประมาณ 46,786 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ สิ้นปีงบประมาณ 90% หรือ 42,107 ล้านบาท จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 100% ปัจจุบัน ณ เดือน มิ.ย.เบิกจ่ายไปแล้ว 60% หรือ 28,071 ล้านบาท

ด้าน ร.ฟ.ท.ได้รับจัดสรรงบประมาณ 9,271 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ สิ้นปีงบบประมาณ 84% หรือ 7,787 ล้านบาท ปัจจุบัน ณ เดือน มิ.ย.เบิกจ่ายไปแล้ว 70% หรือ 6,489 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเร่งรัดกรมทางหลวงพยายามเร่งรัดการเบิกจ่ายให้มากกว่า 74% หากว่าโครงการเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ – กาญจนบุรี ไม่ได้รับการอนุมัติ ก็ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้ใกล้เคียงปีที่แล้วคือ 75% แต่ถ้าเวนคืนบางใหญ่ผ่านการพิจารณา จะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณเกิน 80%

“หากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเร่งรัดการเบิกจ่ายได้ตามเป้า ก็จะส่งผลให้ภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณของกระทรวงเกิน 80% แน่นอน เพราะทั้ง 2 กรมมีงบประมาณรวมกันก็ประมาณ 150,000 ล้านบาท คิดเป็น 2 ใน 3 ของงบประมาณที่กระทรวงได้รับการจัดสรรที่ 179,598 ล้านบาทแล้ว”
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 26999
Location: ADTEC

PostPosted: 14/06/2019 4:49 pm    Post subject: Reply with quote

รฟท.เทกระจาด 6แสนล้าน ทางคู่-‘ไฮสปีดไทย-จีน’40สัญญา
13 มิถุนายน 2562
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ฉบับ 3478 ระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2562

รฟท. เสนอรัฐบาลใหม่ เทกระจาด ประมูลแบบเหมาเข่ง 40 สัญญา วงเงิน 6.6 แสนล้าน รถไฟทางคู่เฟส 2 สายสีแดง รถไฟไทย-จีน ยังไม่รวมสัญญางานระบบอีกเพียบ จับตารับเหมาไทย-เทศชิงดำฝุ่นตลบ

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการด้านการบริหารทรัพย์สิน ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่าตามแผนปฏิบัติการในปี 2562 ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟไทย-จีนพร้อมเปิดประมูลงานโยธาอีกประมาณ 40 สัญญารวมวงเงินกว่า 6.6 แสนล้านบาท ได้แก่ รถไฟทางคู่เฟส 2 ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการรับรองด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ขณะนี้ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ



นอกจากนั้นยังมีรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายและเส้นทางมิสซิ่งลิงค์ในเขตกรุงเทพ มหานคร รถไฟทางคู่สายใหม่ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 2 เส้นทางเรียบร้อยแล้ว และรถไฟภายใต้ความร่วมมือไทย-จีนที่ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 2 สัญญาและอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติผู้รับเหมาอีก 5 สัญญา

ทั้งนี้ยังไม่รวมงานระบบอาณัติสัญญาณอีกไม่น้อยกว่า 3-4 สัญญา เบื้องต้นนั้นพบว่า 3-4 โครงการผ่านการอนุมัติจากครม.เรียบร้อยแล้ว อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง ส่วนรถไฟไทย-จีนอีก 7 สัญญานั้นคาดว่าจะประกาศรับฟังความเห็นร่างเอกสารประกวดราคาช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ดังนั้นจึงพร้อมเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลได้ในรัฐบาลชุดใหม่หลายรายการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำราคากลางให้พร้อมเปิดประมูลหาผู้รับเหมาไปดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนต่อไป

“ที่เห็นภาพชัดเจนคือสัญญารถไฟไทย-จีนเฟส 2 จะต้องเสนอครม.อนุมัติโดยฝ่าย โครงการพิเศษและก่อสร้างของรฟท.อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ส่วนรถไฟทางคู่เฟส 2 มีคำถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ตอบเรียบร้อยทั้ง หมดคาดว่าไม่มีปัญหาใดๆ เช่นเดียวกับรถไฟสายสีแดงรอทีโออาร์เปิดประมูล ส่วนสายสีแดงช่วงมิสซิ่งลิงค์รอเสนอครม.รับทราบเท่านั้น คาดว่าจะทยอยประกาศประมูลอย่างต่อเนื่องกันไป และมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งคงจะได้รับความ สนใจจากกลุ่มบริษัทรับเหมาทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งประมูลทั้ง 40 สัญญา”
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถไฟไทย All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... , 336, 337, 338  Next
Page 337 of 338

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test