Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Rotfaithai Gallery in Facebook

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304886
ทั่วไป:10508406
ทั้งหมด:10813292
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

รวมข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 90, 91, 92
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27572
Location: ADTEC

PostPosted: 14/08/2019 9:50 pm    Post subject: Reply with quote

กมธ.แนะประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวใหม่ หวั่นต่อสัปทานทันทีเอกชนกำไรมากเกิน
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 15:40


โฆษกกมธ.วิสามัญศึกษาขยายสัมปทานรถไฟฟ้า แนะประมูลโครงการสายสีเขียวใหม่ หวั่นต่อสัมปทานทันที เอกชนฟันกำไรมากเกิน

วันนี้ (14ส.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายคริส โปตระนันทน์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการศึกษา เรื่องการขยายสัญญาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส

โดย นายยุทธพงษ์ กล่าวว่า วันนี้กมธ.ได้เชิญนายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกทม. กรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มาให้ข้อมูล โดยผู้มาชี้แจงได้ให้ข้อมูลว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส ในส่วนเส้นทางหลัก คือ ช่วงหมอชิต - อ่อนนุช และช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - สะพานตากสิน จะหมดสัมปทานในวันที่ 4 ธ.ค. 2572 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายส่วนที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน - บางหว้า และช่วงอ่อนนุช - แบริ่ง และส่วนที่ 2 ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ที่โอนมาจากรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ซึ่งสิ้นสุดสัมปทานวันที่ 2 พ.ค. 2585 โดยผู้มาชี้แจง 1.เสนอการจัดเก็บค่าโดยสารตารางเดียวตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และไม่มีค่าแลกเข้าซ้ำซ้อนโดยทันที 2.ภาระค่าใช้จ่าย และเงินลงทุนที่เอกชนสนับสนุนกทม. และ3.มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กทม. ซึ่งกมธ.ยังไม่มีมติเห็นชอบตามนี้ พร้อมกับมีความเห็นจะทำอย่างไรให้อัตราค่าโดยสารต่ำกว่าราคา 65 บาท

ด้าน นายคริส กล่าวว่า ข้อเสนอของกมธ.อยากให้มีการประมูลโครงการดังกล่าวใหม่ไม่ใช่ต่อสัมปทานให้บีทีเอสทันที เพราะอาจจะทำให้เอกชนได้กำไรมากเกินไปใช่หรือไม่ เพราะผู้มาชี้แจงไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดเรื่องการให้ค่าตอบแทนแก่กทม.ได้อย่างชัดเจน
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27572
Location: ADTEC

PostPosted: 14/08/2019 9:57 pm    Post subject: Reply with quote

กมธ.ค่าโง่ทางด่วนสร้างความสับสน ชิงพื้นที่สื่อให้ข่าวสวนทาง
เศรษฐกิจ
พุธที่ 14 สิงหาคม 2562

การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ครั้งล่าสุด ก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนอีกครั้งเมื่อ 2 โฆษกกรรมาธิการเปิดแถลงว่าที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าไม่เห็นด้วยกับการขยายสัมปทานเดินรถสายสีเขียวให้บีทีเอส ขณะที่รองประธานกรรมาธิการออกมายืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะที่ประชุมยังไม่มีมติใดๆ ติดตามจากรายงานพิเศษ

การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และรถไฟฟ้า (บีทีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนักการเมืองจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาร่วมเป็นกรรมาธิการ เพื่อหาทางออกกรณีค่าโง่ทางด่วนและการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่อเค้าความสับสนวุ่นวายตั้งแต่การประชุมนัดแรก เพราะแต่ละพรรคแต่ละฝ่ายอาจมี Agenda กันอยู่ในใจ


ความสับสนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งเป็นวาระการพิจารณาเรื่องศึกษาการขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส ซึ่งคณะกรรมาธิการฯได้กำหนดล่วงหน้าว่าจะประชุมติดต่อ 2 วัน คือ วันที่ 13 และ 14 สิงหาคม โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ข้อมูล




แต่ภายหลังการประชุมวันแรก คริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้เปิดแถลงว่าที่ประชุมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อว่าการต่อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส ไม่น่าจะใช่แนวทางที่ถูกต้อง เพราะคณะกรรมการดำเนินการโครงการฯ แต่งตั้งโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 จึงมีข้อครหาถึงความไม่โปร่งใส รวมถึงไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย พร้อมสำทับว่าตัวแทนคณะกรรมการฯ ไม่สามารถชี้แจงให้ที่ประชุมเชื่อได้ว่า การต่อสัมปทานจะมีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมากที่สุดอย่างไร

ขณะที่ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย หนึ่งในโฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ย้ำว่า ที่ประชุมมีมติไม่ให้บีทีเอสต่อสัมปทานการเดินรถออกไปอีก 40 ปี แบ่งเป็นสัมปทานปัจจุบันที่กำลังจะหมดในปี 2572 หรือ 10 ปี และสัมปทานใหม่อีก 30 ปี เพราะถือเป็นเส้นทางการเดินรถที่เป็นไข่แดง และเป็นส่วนที่ทำเงินให้กับบีทีเอส มากกว่า 5,000 ล้านบาท และเมื่อถึงปี 2572 ทุกอย่างจะต้องกลับคืนมาเป็นของรัฐบาล พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้มติเป็นที่แน่ชัดแล้ว โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

ขณะที่นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการขยายสัมปทานเดินรถรถไฟฟ้า โดยในการประชุมครั้งนี้เป็นการซักถามข้อสงสัยของกรรมาธิการฯ และในวันที่ 14 สิงหาคม ที่ประชุมจะเชิญผู้แทนภาคเอกชนคือบีทีเอสและกรุงเทพธนาคมมาให้ข้อมูล ก่อนที่จะสรุปผลในสัปดาห์หน้า



นายแพทย์ระวีย้ำว่า สิ่งที่โฆษกกรรมาธิการแถลงว่าเป็นมติที่ประชุม ถือเป็นความเข้าใจผิด โดยกรรมาธิการทุกคนต้องการให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้บริการได้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่ามีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ที่ใม่ใช่การต่ออายุสัมปทานให้เอกชน เช่น กทม.ออกพันธบัตรเงินกู้เพื่อนำเงิน 1 แสนล้านบาทมาจ่ายให้ รฟม.และจ้างบีทีเอสเดินรถจนสิ้นสุดสัปทานเดิมคือปี 2572 เพื่อให้อัตราค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท แต่ถ้ากทม.ไม่มีเงินและให้เอกชนบริหาร ก็ต้องขยายสัมปทานให้เอกชน 30 ปี แต่ต้องเจรจาต่อรองผลประโยชน์ใหม่ เพื่อให้ค่าโดยสารต่ำลงจากปัจจุบัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุใดโฆษกกรรมาธิการฯ ทั้งยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และคริส โปตระนันทน์ จึงได้รวบรัดเปิดแถลงข่าวว่าที่ประชุมมีมติกรณีขยายสัมปทานบีทีเอสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่รองประธานกรรมาธิการยืนยันว่าที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปใดๆ และต้องจับตาดูกันว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ ที่ดูจะไปกันคนละทิศคนละทาง จะได้บทสรุปอย่างไร และบทสรุปที่ว่านั้น จะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชนมากน้อยเพียงใด

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27572
Location: ADTEC

PostPosted: 16/08/2019 12:58 pm    Post subject: Reply with quote

ชาวบ้าน “จ๊าก” รับไม่ได้สายสีเขียว 65 บาทตลอดสายแพงเกิ้น!

โดย... พริกกะเหรี่ยง
คอลัมน์ฐานโซไซตี
ออนไลน์เมื่อ 15 สิงหาคม 2562
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,496 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2562

ชาวบ้าน “จ๊าก” รับไม่ได้สายสีเขียว 65 บาทตลอดสายแพงเกิ้น!
จากเทรดวอร์มาเทควอร์ ลามมาถึงสงครามค่าเงิน ทำเอาตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ค่าเงินหยวนที่ตกต่ำสุดในรอบ 11 ปี เห็นชัดว่า “มังกรกำลังพ่นไฟ” กระทบทั้งการค้า การลงทุนและท่องเที่ยว เมื่อค่าเงินหยวนอ่อน คนจีนออกเที่ยวเมืองนอกก็ต้องแพงขึ้น เขาก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะนำเงินหยวนออกเที่ยวต่างประเทศก็แลกได้น้อยลงเหลือ 7.4 หยวนต่อดอลลาร์ ก็ต้องใช้เงินมากขึ้น ในการเดินทางแต่ละทริป

เรื่องนี้นายกสมาคมแอตต้า “วิชิต ประกอบโกศล” ถึงกับนั่งไม่ติด เพราะในฐานะที่ทำธุรกิจทัวร์จีนเป็นหลัก จึงออกโรงจี้ให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวฯ ใช้ยาแรงอัดฉีดท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทั้งเสนอฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย 1 ปี ขยายวีซ่าออนอาร์ไรวัล หรือ VOA ออกไปอีกจากที่จะสิ้นสุดเดือนตุลาคมนี้ เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะหดหายไปหมด เพราะเริ่มออกอาการจากที่จีนเคยมาเมืองไทยเดือนละ 1 ล้านคน ก็เหลือราว 8 แสนคน สถานการณ์แบบนี้ไม่น่าไว้วางใจ

ท่องเที่ยวไทยเจอทั้งปัจจัยภายในและภายนอกกระทบหนัก หากไม่ “โด๊ป” ยาแรงไว้ก่อน ห่วงว่าจะกู่ไม่กลับ และยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจหากนักท่องเที่ยวหาย โดยเฉพาะจีนที่เป็นตลาดหลักเดิมพันปีละ 10 ล้านคน อีกทั้งยังต้องลุ้นอีกว่า มาตรการต่อไป รัฐบาลจีนจะสั่งห้ามไม่ให้คนจีนออกเที่ยวต่างประเทศหรือไม่ หรือมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาบังคับทางอ้อม เพราะเริ่มเห็นอาการจากที่ รัฐบาลจีนหันมาส่งเสริมให้คนจีนเดินทางเที่ยวในประเทศจีนด้วยกันเอง ตามโมเดล “เมดอินไชน่า” รวมถึงการขนเงินออกนอกประเทศมาซื้อสินทรัพย์อย่าง คอนโดมิเนียมในเมืองไทยก็จะกระทบตามมาเป็นลูกโซ่

เปิดหวูดไปแล้ว “บีทีเอส” สถานีห้าแยกลาดพร้าว บรรเทาความเดือดร้อนคนกรุงไปได้มาก เพราะแยกนี้ติดสาหัสสากรรจ์มาก แถมยังมีสะพานเชื่อมเข้าห้างเซ็นทรัล ให้เดินชิลๆตัวปลิวไปช็อปปิ้ง ไม่ต้องตากแดด ตากฝน เป็นสีทนได้กันมานาน และคนที่ต้องมารอต่อรถเมล์ แท็กซี่หน้าหมอชิตคงสะดวกขึ้น จากที่ต้องเข้าแถวยาวเหยียดรอรถเมล์ เจอพี่วินโก่งราคา แท็กซี่ใจร้ายปฏิเสธผู้โดยสาร แถมต้องเดินมาครึ่งถนนเสี่ยงตายเรียกรถ คงลดปัญหาเหล่านี้ไปได้แยะและเป็นมานานจนกระทั่งทุกวันนี้ ยังไม่เห็นมีใครเข้ามาแก้ไขจริงจัง

กลับมาส่องที่ขบวนรถ “บีทีเอส” สายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-เซ็นทรัล) เปิดเพิ่ม 1 สถานี ให้นั่งฟรียาวไปถึงปลายปี โดยจะวิ่งสลับขบวนระหว่างหมอชิตกับเซ็นทรัล ช่วงเวลาเร่งด่วนตั้งแต่ 7-9 โมงเช้าและ 5 โมงเย็นถึงทุ่ม เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ คือถ้าขบวนไหนหยุดที่หมอชิต ขบวนถัดไปก็ต่อถึงเซ็นทรัล ส่วนนอกเวลาเร่งด่วน วันเสาร์-อาทิตย์ จะให้บริการยาวถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว และตามไทม์ไลน์ เดือนธันวาคมนี้จะเปิดบริการเพิ่มอีก 4 สถานี คือสถานีพหลโยธิน 24-รัชโยธิน - เสนานิคม และสถานีม.เกษตรศาสตร์ ยิ่งเป็นข่าวดีของคนกรุง

ส่วนเรื่องค่าโดยสาร บิ๊กกทม. “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ย้ำหลายรอบว่า 65 บาทตลอดสาย คือจะเพิ่มอีกแค่ 6 บาท ปกติจากหมอชิต-อ่อนนุช คิด 44 บาท จากนั้นเป็นส่วนต่อขยายคิด 15 บาท เท่ากับ 59 บาท เป็นราคา ณ ปัจจุบันที่เก็บกันอยู่ โดยราคาใหม่เป็นราคาที่คุยกันมาหลายยกระหว่าง “กทม.” กับ “บีทีเอสซี” คู่สัญญา ที่จะกดให้เพิ่มอีก 6 บาท ซึ่งเท่ากับว่าราคาใหม่จะเคาะกันอยู่ที่เพดานไม่เกิน 65 บาทตลอดทั้งสาย

โดยคิดจากสถานีเคหะ-สมุทรปราการถึงคูคตระยะทาง 60 กิโลเมตร หากใช้อัตราปัจจุบันค่าโดยสารจะอยู่ที่ 150-160 บาท ซึ่งถือแพงมาก ไม่เอื้อแก่คนใช้บริการ จึงหั่นราคาให้ลดลงอย่างน้อย 93 บาท หรือเหลือเพดานแค่ 65 บาท แต่ก็ใช่ว่าถูก!! เพราะถ้าหากเดินทางไป-กลับตกวันละ 130 บาทถือว่ายังแพงมาก ขนาดยังไม่รวมค่าวินมอเตอร์ไซค์ออกมาปากซอย ต่อรถเมล์มาสถานีบีทีเอส สิ้นเดือนจะเหลือเงินในกระเป๋าสักกี่บาท ถ้ากทม. อยากให้คนใช้บริการมากๆ ก็ต้องลดราคาลงมาอีก ถึงจะคุ้มค่ากับงบลงทุนที่สร้าง และฟันธงเลยว่าราคานี้ยังไม่ตอบโจทย์ ยังแพงและแพงมาก

แต่ที่ยัง โอละพ่อ! ก็ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 15 บาท ตลอดสาย ไอเดียที่มาจากบิ๊กหูกวางของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” แต่ตอนหลังกลับลำออกมาแก้ต่างว่า ไม่ได้พูดคำว่า 15 บาท แค่อยากเห็นราคาต่ำสุด และต้องไม่กระทบเรื่องสัญญาสัมปทาน คงห่วงค่าโง่ที่จะตามมาหลอนในภายหลัง นโยบายนี้ “ศักดิ์สยาม” ระบุว่าเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเว้ากันซื่อๆ ก็หาคะแนนเสียงนั่นแหละ

ผ่านมาหลายวันล่าสุด “บิ๊กตู่” เพิ่งออกมาให้ความเห็น บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุน เรียกว่าดับฝันพรรคภูมิใจไทยกันกลางวันแสก ๆ และ “ลุงตู่” ยังบอกอีกว่า ถ้าถูกอย่างนั้นรถโดยสารสาธารณะก็เจ๊งหมด ว่าเข้าไปนั่น แสดงว่าโครงการนี้คงแท้งตั้งแต่ยังไม่ทันทำคลอด
อันที่จริงเรื่องนี้ใช่ว่าจะ “อิมพอสสิเบิล” มีหลายวิธีที่ทำได้ เช่น การเข็นเอาเส้นทางรถไฟฟ้าที่รัฐบาลลงทุนเอง 100% มาดำเนินการ โดยเอาสายที่ว่าจ้างเอกชนที่ BTSC และ BEM มาบริหารการเดินรถ โดยคิดเป็นค่าจ้างบริหาร เช่น สายสีม่วงและสีเขียวส่วนต่อขยาย หรือแอร์พอร์ตลิงค์ มาหั่นราคา ส่วนที่เป็นการให้สัมปทาน คงเข้าไปแตะต้องยาก เพราะอาจจะผิดสัญญาและต้องใช้เงินอุดหนุนมาก ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

ส่วนราคาไม่จำเป็นต้องตายตัวที่ 15 บาท แต่ต้องหาค่าเฉลี่ยที่ถูกลงและเป็นราคาที่จูงใจชาวบ้าน เช่น โปรฯแรงช่วงสั้นๆ ลด แลก แจก แถม หรือขายพ่วงกับสิทธิผลประโยชน์อื่นๆ ดึงพันธมิตรเข้ามาร่วม ทำกิมมิกทางการตลาด ฯลฯ หรือจะลองใช้มาตรการลดหย่อนทางภาษี ก็น่าทำได้มีหลากหลายวิธีแต่จะใช้วิธีการไหน? ก็ต้องให้ผู้รู้เข้ามาช่วยคิด

แต่ที่อยากให้ตระหนักก็คือ การลดค่าตั๋วรถไฟฟ้า ควรจะมาจากหลักคิด 3 ประการคือ 1.ลดปัญหาจราจร ด้วยการส่งเสริมให้คนมาใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น 2. ลดปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 และ 3. เพื่อให้การลงทุนสร้างรถไฟฟ้าคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป ดังนั้นนักการเมืองอย่าคิดแต่จะหาคะแนนเสียงอย่างเดียว และควรให้ผู้รู้จริงมาช่วยคิด ของฟรีไม่มีในโลก ของถูกและดีก็ไม่มีเช่นกัน เอาแบบเดินสายกลาง
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27572
Location: ADTEC

PostPosted: 19/08/2019 1:12 am    Post subject: Reply with quote

เปิดศึกต่ออายุสัมปทาน BTS ยกสอง สุดท้าย “ประชาชน” หรือ “ใคร” ได้ประโยชน์กันแน่?
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 17 สิงหาคม 2562 06:03



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ทำไปทำมาไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วการเจรจาต้าอ่วยระหว่าง “บีทีเอส-กรุงเทพมหานครและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)” ในประเด็นเงื่อนไขยอมรับเงื่อนไขอุ้มหนี้แสนล้านแลกกับการยึดสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งระบบจะเดินไปในทิศทางใด และจะมี “การเปลี่ยนแปลง” หรือไม่

เพราะอยู่ๆ ก็เกิดปัญหาแทรกซ้อน เมื่อ มีอันต้อง “สะดุด” เมื่อ“คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า (บีทีเอส) สภาผู้แทนราษฎร” มีมติไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขดังกล่าว

ทั้งนี้ กมธ.ชุดดังกล่าวมีมติออกมาเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2562 หลังจากเชิญ นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตัวแทนปลัดกทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว มาให้ข้อมูล

นายคริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ แถลงภายหลังการประชุม ว่าที่ประชุมได้มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การต่อสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส ไม่น่าจะใช่แนวทางที่ถูกต้อง เพราะ 1.คณะกรรมการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานนั้น เกิดจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ซึ่งมีข้อยกเว้น พ.ร.บ.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน จึงมีข้อครหาว่าจะเกิดความไม่โปร่งใส รวมถึงไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

และ 2.ทางตัวแทนคณะกรรมการฯ ไม่สามารถชี้แจงให้กมธ.เชื่อได้ว่าการต่อสัมปทานจะมีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมากที่สุดอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโอนหนี้ของรฟม.ที่จะโอนมาให้เป็นของกทม. หรือการกำหนดราคาค่าโดยสารให้เป็นธรรม หลังจากการต่อสัมปทานออกไป ซึ่งทางกมธ.เห็นว่าไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้ประชาชนได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง และไม่ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่มาตรา 44 ต้องการ คือเป็นโครงข่ายเดียวกันของรถไฟฟ้าทั้งระบบ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย โฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ขยายความเพิ่มเติมว่า กมธ.มีมติไม่เห็นชอบให้ต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับบริษัทบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่จะหมดสัญญาลงในปี 2572 ต่อไปอีก 30 ปี ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินรถที่เป็นไข่แดง และเป็นส่วนที่ทำเงินให้กับบีทีเอส มากกว่า 5,000 ล้านบาท

มติของ กมธ.บอกว่า เมื่อถึงปี 2572 ทุกอย่างจะต้องกลับคืนมาเป็นของรัฐบาล และต่อไปจะมีผู้เดินรถทั้งใต้ดินและลอยฟ้าเพียงเจ้าเดียว ซึ่งรัฐบาล โดยรฟม. เป็นผู้ดำเนินการ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า กำไรจะกลับมาเป็นของรัฐบาล ซึ่งจะสามารถนำส่วนนี้มาเป็นส่วนลดให้กับค่าโดยสารของประชาชนได้เพราะถ้าให้เอกชนทำ ไม่มีทางที่เอกชนจะลดค่าโดยสารลง ทั้งนี้ กมธ.จะนำข้อสรุปที่ได้จัดทำเป็นรูปเล่มเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสภาก่อนส่งไปยังรัฐบาลต่อไป

ขณะที่ข้อเสนอของบีทีเอสต่อ กมธ.สรุปทั้งหมด 4 ข้อ คือ 1.จัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 65 บาท 2.ขอต่ออายุสัมปทานไปอีก 30 ปี จากสัญญาสัมปทานที่จะหมดลงในปี 2572 ให้ไปสิ้นสุดในปี 2602 โดยทางบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3.จะมีการหักค่าใช้จ่ายเพื่อมอบให้กรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี 2573 จนถึงสิ้นสุดอายุสัญญาร่วมทุน และ 4.บริษัทจะแบ่งรายได้ให้กรุงเทพมหานคร หากมีผลตอบแทนสูงมากพอ แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะแบ่งอย่างไรนั้น ถูกตีตกตามที่ กมธ.แถลงมติข้างต้น เพราะ กมธ.ไม่เชื่อว่ารัฐและประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างที่บีทีเอสกล่าวอ้าง ยิ่งข้อเสนอสุดท้ายยิ่งเป็นเรื่องที่ใครดูก็รู้ว่าเลื่อนลอยเสียเต็มประดา

คำถามก็คือ มติของ กมธ.จะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นหรือ หรือเป็นแค่ “เกม” อะไรบางเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม กว่าจะสิ้นสุดสัมปทานในปี 2572 บีทีเอส ยังจะอู้ฟู่ไปได้อีกนานนับสิบๆ ปี ดูผลประกอบการของกลุ่มบีทีเอส ไตรมาสแรกของปี 2562 พุ่งขึ้นกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือBTS Group เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2562/63 (งวดเดือนเม.ย. - มิ.ย. 2562) เป็นที่น่าพึงพอใจและเติบโตทะลุเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานสูงถึง 9,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,996 ล้านบาท หรือ 194% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จำนวน 1,006 ล้านบาท เติบโตถึง 534 ล้านบาท หรือ 113%

ทั้งนี้ รายได้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง จำนวน 4,335 ล้านบาท รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและจัดหารถไฟฟ้าภายใต้สัญญาสัมปทานสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้และเหนือ โดยเพิ่มขึ้น 444 ล้านบาท หรือ 48% จากปีก่อน เป็น 1,370 ล้านบาท รวมทั้งการเปิดให้บริการโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ (แบริ่ง - เคหะฯ) ทั้งสายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง เติบโตขึ้น 84% หรือ 378 ล้านบาทจากปีก่อน เป็น 830 ล้านบาท

กล่าวสำหรับปมปัญหา 3 เส้า ระหว่างบีทีเอสกรุ๊ป กทม. และ รฟม. ในสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งระบบ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญฯ ชั่วคราว 2557 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อแก้ปัญหา และมีการเจรจากันมาเป็นระยะๆ

การเจรจาที่มีข้อตกลงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประมาณต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัทลูกของ กทม.ให้สัมภาษณ์สื่อ ระบุว่า การเจรจาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามมาตรา 44 กับบีทีเอส คาดจะจบภายใน 2 เดือนนี้ โดยสัมปทานใหม่อายุ 30 ปี จะเริ่มต้นปี 2573 ครอบคลุม 3 ส่วน คือ 1.เส้นทางสายหลักช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ซึ่งเป็นสัมปทานเดิมที่จะหมดสัญญาในปี 2572

2.ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า ซึ่ง กทม. ลงทุนก่อสร้างงานโยธาและระบบเอง และจ้างบีทีเอส เดินรถจะหมดสัญญาในปี 2585 และ 3.สายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายเหนือ (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และสายใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ซึ่ง รฟม. เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธาและวางราง และโอนหนี้ให้ กทม. บวกค่าดอกเบี้ยประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งบีทีเอสต้องชำระแทน กทม.



ส่วนนโยบายควบคุมค่าโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอสตลอดสายไม่เกิน 65 บาท นายมานิต บอกชัดว่า ภาครัฐต้องอุดหนุนเอกชน ซึ่งโมเดลช่วงปี 2562-2572 จะนำรายได้ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า ที่ กทม. เก็บค่าโดยสารเอง มีกระแสเงินสดปีละหลายพันล้านบาทมาอุดหนุน ส่วนปี 2573-2602 ค่าโดยสารจะปรับตามอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนที่เพิ่ม ซึ่ง กทม. จะหาโมเดลในการอุดหนุนเพื่อไม่ให้ค่าโดยสารสูงเกินไป เช่น นำรายได้จากค่าธรรมเนียมหรือภาษีโรงเรือนที่เก็บได้มากขึ้นในที่ดินที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บีทีเอส กล่าวว่า กทม.จะโอนภาระหนี้ค่าก่อสร้างมาที่บีทีเอส และกำหนดค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท ซึ่งทำยาก หากรัฐไม่อุดหนุน ซึ่งการอุดหนุนมีหลายวิธีซึ่งต้องเจรจาแนวทางที่เหมาะสม

แบไต๋กันให้เห็นมาตลอดว่าบีทีเอสรับหนี้แสนล้านแลกสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสีเขียวทั้งระบบเป็นดีลที่คุ้มแสนคุ้ม โดยเฉพาะในส่วนค่าโดยสารที่ว่าจะคุมให้ไม่เกิน 65 บาท นั้น ก็รู้ๆ กันว่าอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ารัฐต้องอุดหนุนค่าส่วนต่าง ซึ่งตามผลศึกษาระบุค่าโดยสารสูงสุดอยู่ที่ 144 บาท

ดังนั้น จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วเรื่องทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร “กำลังภายใน” ของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผลประโยชน์ของประชาชน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องปกป้อง
URL
2,571
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 27572
Location: ADTEC

PostPosted: 19/08/2019 9:26 pm    Post subject: Reply with quote


แพงไหมถามใจเธอดู...ค่าโดยสาร BTS ควรจะราคาเท่าไหร่ ?

พูดคุยกับ ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ : ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านคมนาคม

หาคำตอบไปกับเรา อะไรคือสาเหตุ และจะแก้ไขอย่างไร ?
https://www.youtube.com/watch?v=47b-v9mt-J4
https://www.facebook.com/Feedforfuture/posts/2397329363678513
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> รถไฟฟ้า (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 90, 91, 92
Page 92 of 92

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test