Ads Service

Main Menu

 
icon_home.gif Homepage
icon_community.gif Members Zone
· ข้อมูลส่วนตัว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ข่าวสารส่วนตัว
· บริการเว็บเมล์
· กระดานข่าว
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก กระดานฝากข้อความ
· รถไฟไทยแกลลอรี่
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก รายนามสมาชิก
· แบบสำรวจ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก สมุดเยี่ยม
· เกี่ยวกับสมาชิก
favoritos.gif News & Stories
· เรื่องทั้งหมด
· เนื้อหาสาระ
· เรื่องสำหรับพิมพ์
· ยอดฮิตติดอันดับ
· ค้นหาข่าวสาร
· ค้นหากระทู้เก่า
nuke.gif Contents
· กำหนดเวลาเดินรถ
· ประเภทขบวนรถโดยสาร
· ข้อมูลเส้นทางรถไฟ
· แผนที่เส้นทางรถไฟ
· อัตราค่าโดยสาร
· คำนวณค่าโดยสารรถไฟ
· รูปแบบการให้บริการรถไฟ
· หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
· ทริปท่องเที่ยวโดยรถไฟ
· ระบบติดตามขบวนรถ
som_downloads.gif Services
· Downloads
· GoogleSearch
· Hotels Booking
· FlashGames
· Wallpaper 1
· Wallpaper 2
· Wallpaper 3
· Wallpaper 4
icon_members.gif Information
· เกี่ยวกับเรา
· นโยบายความเป็นส่วนตัว
· แผนผังเว็บไซต์ฯ
ใช้งานได้เฉพาะสมาชิก ส่งข้อแนะนำติชม
· ติดต่อลงโฆษณา
· แนะนำและบอกต่อ
· สถิติทั้งหมด
· สำหรับผู้ดูแลระบบ
 

Sponsors

 

Ads Service

 

Link Exchange

 



PHPNuke

Thainuke.Org

Thai Forum Mods

ThaiFlight Simulator

F0nt Dot Com

ห้องพักดอทคอม

Punnpreeda Pool Villa, Samui

ดีเจทอมเวบไซท์ เรื่องราวในแวดวงดีเจวิทยุ

IT Thai.com

ThaiNN (Thai Nation Network) Community - สังคมแห่งมิตรภาพที่แสนอบอุ่น

สอน Dream, flash, photoshop, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ติดตั้งโปรแกรม, ใช้งานโปรแกรม

Bluetrain Shop

boutique hotel in pattaya, pattaya hotel, Tim Boutique hotel, ที่พักพัทยา, โรงแรมในพัทยา

CyberPlaza2home

Thailand

Nature Explorer

Bus Thai to You

Railway Trip


.:Link to Us:.

Rotfaithai.Com!

Link Code

.:Settings:.

Set to your default home page!
Link Exchange

web uptime monitor service
Valid robots.txt

 

Web Links

 
เว็บไซต์หน่วยงานรถไฟ

กระทรวงคมนาคม
ส.นโยบายและแผนฯ (สนข.)
การรถไฟแห่งประเทศไทย
Thai Rail Tech (NSTDA)
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟฯ
ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ
กองแผนงานลากเลื่อน
กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรบางซื่อ
แขวงรถจักรธนบุรี
แขวงดีเซลรางสมุทรสาคร
หน่วย 10 ฉะเชิงเทรา
แขวงรถพ่วงแก่งคอย
แขวงรถจักรอุตรดิตถ์
แขวงรถจักรหาดใหญ่
แขวงรถจักรนครราชสีมา
กองซ่อมบำรุงดีเซลรางฯ
กองซ่อมบำรุงรถสินค้าบางซื่อ
งานการเดินรถแขวงชุมพร
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ
บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ
รถไฟฟ้า BTS
รถไฟฟ้า กทม.




เว็บโมเดลรถไฟโดยคนไทย

Sense of Scale KPS
BlueTrain Shop
Trains for Thai
Model Railroad Siam

เว็บแฟนรถไฟต่างประเทศ

Railpictures.Net
RailFanEurope.Net
RailServe.Com
Indian Railway Fan
Eastcoastchat.Co.Uk
KTM Railway Fan



 

Visitors

 


มีผู้เข้าเยี่ยมชม
สมาชิก:304956
ทั่วไป:10578326
ทั้งหมด:10883282
คน ตั้งแต่
01-08-2004
 

Web Ranking

 
อันดับเว็บไซต์ไทย


 


Rotfaithai.Com :: View topic - ข่าวรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)
 Forum FAQForum FAQ   SearchSearch   UsergroupsUsergroups   ProfileProfile   Log in to check your private messagesLog in to check your private messages   Log inLog in 

ข่าวรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 19, 20, 21
 
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต
View previous topic :: View next topic  
Author Message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 08/10/2019 10:52 am    Post subject: Reply with quote



เริ่มสร้างสถานีเคหะรามคำแหง ราษฏร์พัฒนา มีนพัฒนาแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=A7aQI_n10ng
https://www.youtube.com/watch?v=HT9uDqec63A


เริ่มสร้างสถานีมีนบุรีและสุวินทวงศ์แล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=goVbN-L8CAk
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 08/10/2019 7:11 pm    Post subject: Reply with quote

หั่นต้นทุนสายสีส้ม! “ศักดิ์สยาม”สั่งกรมราง-รฟม.ถกเคลียร์ส่วนต่างดอกเบี้ย
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 8 ตุลาคม 2562 เวลา 17:31

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่ประชุมโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 35.9 กม. มูลค่ารวม 122,041 ล้านบาท ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้ตรวจสอบข้อมูลตัวเลขต้นทุนโครงการพบว่า ตัวเลขของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ไม่ตรงกัน ซึ่งมาจากตัวเลขอัตราดอกเบี้ยที่นำมาใช้สำหรับการก่อสร้างงานโยธา โดยกรมรางยึดตัวเลขเดียวกับโครงการก่อสร้างงานโยธารถไฟไทย-จีน ที่อัตรา 1.5% -1.6% ส่วน รฟม. อ้างอิงมาจากสำนักบริหารหนี้ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่อัตราประมาณ 2.5 %

ดังนั้น ให้ไปดูว่า ตัวเลขของอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมและถูกต้อง เป็นเท่าไร รวมถึงต้นทุนอื่นๆ ด้วยซึ่งได้มอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นประธานโดยเรียกกรมราง , สนข.และ รฟม. มาร่วมประชุมในช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. พิจารณาข้อมูลตัวเลขอีกครั้ง จากนั้นช่วงบ่าย ตนจะนำข้อมูลเพิ่มเติม ไปประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจในวันที่ 11 ต.ค. ต่อไป

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ด้านตะวันตก นั้นเริ่มต้น ใช้รูปแบบ รัฐลงทุนก่อสร้างงานโยธาเองและให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) งานระบบและบริหารการเดินรถ ต่อมาปรับรูปแบบเป็น PPP100% เนื่องจากรัฐมีข้อจำกัด เรื่องการลงทุนเพดานหนี้ไม่เพียงพอ ซึ่งในปี 2563 เรื่องเพดานหนี้ ไม่มีปัญหา โดยยังเหลืออยู่ที่ 11.5% ของงบประมาณประจำปี ทำให้เงื่อนไขข้อจำกัด ในการลงทุนภาครัฐไม่มีปัญหา เพียงแต่ ต้องการลดต้นทุนในการดำเนินโครงการ ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง

โดยการเปรียบเทียบต้นทุนจะต้องอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่า การทำข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติม และเป็นปัจจุบันมากขึ้นจะทำให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาเลือกรูปแบบการลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตถึงการทำโครงการที่เป็นบริการสาธารณะ หลักการคิดและพิจารณาให้ยึดผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นลำดับแรก และค่าโดยสารที่ถูกที่สุด

สำหรับกรณีรัฐแยกงานโยธาลงทุนเองนั้น จะทำได้รวดเร็ว เพราะสามารถเร่งรัดการก่อสร้างได้ และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการนำไปผูกไว้กับงานเดินรถ เป็นสัญญาใหญ่ โดย กรมรางได้ทำตารางเวลาคาดว่าจะเปิดประมูลหาผู้รับจ้างได้ในปี 2563 และก่อสร้างแล้วเสร็จเปิดเดินรถ พร้อมกันทั้งสายสีส้มตะวันตก และตะวันออกในปี 2569

@ยืนยันไม่เอื้อ”ชิโน-ไทย “ยึดประโยชน์ประชาชนอันดับแรก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีแยกงานโยธาออกมา อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมา โดยเฉพาะบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ไม่อยากให้มองไกลไปขนาดนั้น ยืนยันว่าในการพิจารณาโครงการนี้ ดูว่าประชาชนได้ประโยชน์เป็นอันดับแรก ถึงจะมองที่รัฐและเอกชน ประเทศไทยเป็นหลักธรรมาภิบาล ดังนั้นจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้


ซึ่งกรอบการพิจารณาและการเลือกรูปแบบนั้นต้องดูตัวเลขเป็นหลัก ซึ่งตนและรองนายกฯอนุทิน เห็นว่าตัวเลขที่เสนอไม่อัพเดท และเป็นคนละสถานการณ์ วันนี้เป็นปี 2563 ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องเพดานงบประมาณ หากใช้ข้อมูลและตัวเลขที่ไม่อัพเดทก็จะถูกร้องเรียนได้ และขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนการพิจารณา

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า กรณีที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ใช้รูปแบบเอกชนลงทุน (PPP) 100% นั้น เนื่องจากเป็นระบบโมโนเรล ซึ่งระบบรถต้องสอดคล้องกับระบบรางดังนั้นงานโยธาและระบบจึงต้องไปด้วยกัน ส่วนสายสีส้ม เป็นระบบขนส่งมวลชนหนัก (Heavy Rail Transit System) ซึ่งงานโยธาและรางมีมาตรฐาน ซึ่งรถไฟฟ้าวิ่งได้ทุกยี่ห้อ ดังนั้นการก่อสร้างระหว่างงานโยธาและรางแยกกันได้

โดยหลักการเลือกระบบนั้น ใช้เกณฑ์จำนวนผู้โดยสาร ซึ่ง โมโนเรล ผู้โดยสารเริ่มต้นที่ 5,000 คน-40,000 คนต่อวัน ส่วน ระบบ Heavy Rail จะเริ่มจาก 20,000 คนต่อวันขึ้นไป ซึ่งสายสีส้ม ด้านตะวันออกและตะวันตก ประเมินแล้วว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 4 แสนคนต่อวัน และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้โดยสารเป็นล้านคนต่อวันในอนาคต

//--------------------------------------------------------

https://www.thebangkokinsight.com/219811/
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 08/10/2019 8:38 pm    Post subject: Reply with quote

จากกรณีแผนการสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตกวงเงิน 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ รัฐร่วมทุนกับเอกชนในการก่อสร้างและเดินรถ กับ รัฐลงทุนงานโยธา เอกชนลงทุนงานเดินรถนั้น

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตอนนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกแบบไหน เพียงแต่รับข้อมูลจากกรมรางฯ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิ กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาพิจารณา

คณะรัฐมนตรีชุดก่อน เสนอให้ร่วมทุนกับเอกชน หรือที่เรียกว่า PPP แต่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นว่า การให้ฝ่ายรัฐลงทุนงานโยธา และฝ่ายเอกชนดูแลเรื่องงานเดินรถน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ก็ต้องมาดูว่าทางออกไหนคือประโยชน์สูงสุดของประเทศ ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น โดยในวันพฤหัสบดีนี้ (10 ต.ค.) จะหารือขอผลสรุปจากนายศักดิ์สยาม จากนั้นจะนำเรื่องเข้า ครม.ต่อไป

นายอนุทิน บอกด้วยว่า ส่วนตัวเสนอให้แยกงานกัน เอกชนดูแลงานเดินรถ รัฐดูแลงานโยธา เพราะทำแบบนี้มาตลอด ซึ่งไม่เคยเห็นปัญหา ทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยง และกระจายรายได้มากขึ้น ให้เม็ดเงินหมุนเวียนกว้างที่สุด แต่เมื่อ ครม. เห็นอย่างไรก็ต้องน้อมรับ

ส่วนที่กังวลว่าถ้ากลับไปแยกสัญญา ก็ประเมินตัวเลขใหม่จะทำให้เสียเวลา ส่วนตัวไม่กังวลเพราะมีตัวเลขอยู่แล้ว เอาราคาจริงๆ มาคิดก่อน งานทำนองนี้ รฟท.ทำมาเยอะแล้ว ไม่ต้องห่วง

“มีการโจมตีว่าผมเป็นนักรื้อ ผมบอกเลยนะว่าผมไม่ได้จ้องจะทำอะไรแบบนั้น แต่ผมได้รับคำสั่งจากท่านนายกฯ ให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด งานโยธาประมาณ 9 หมื่นถึง แสนล้านบาท ใครทำรัฐก็จ่ายราคานี้ และค่อยๆ จ่าย ทำไมรัฐไม่ทำเองเสียเลยให้คนอื่นทำทำไม ที่สำคัญให้รัฐเป็นผู้กู้ ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% แต่ให้เอกชนเป็นคนกู้ ดอกเบี้ยพุ่งไปถึง 5-6% แบบไหนมันคุ้มกว่า”
https://www.thebangkokinsight.com/220226/
Back to top
View user's profile Send private message
Mongwin
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 24/09/2007
Posts: 31015
Location: ทางรถไฟสายสุพรรณบุรี สายสงขลา

PostPosted: 09/10/2019 10:14 am    Post subject: Reply with quote

'อนุทิน'ดันแบบแยกสัญญา ประมูล'สายสีส้มตะวันตก'
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2562

10 ต.ค. สรุปข้อมูล ผลตอบแทน

กรุงเทพธุรกิจ "อนุทิน" สั่งหน่วยงานทำตัวเลขการเงินรถไฟสายสีส้มตะวันตก ให้ชัดเจนก่อนชง ครม.เสนอแนวทาง ประมูล ยันแยกสัญญาก่อสร้าง-เดินรถ มีความเหมาะสมกว่า เรียกประชุมอีกครั้ง สรุปตัวเลขผลตอบแทน 10 ต.ค.นี้ "ศักดิ์สยาม" ชี้หากได้ข้อสรุปพร้อมเดินหน้า ประมูลก่อสร้างทันทีปี 2563

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าวานนี้ (8 ต.ค.) ได้มีการหารือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม- บางขุนนนท์) ซึ่งได้มีการหารือกันในเรื่อง การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี)

โดยมีแนวคิดที่มีการเสนอคือการ แยกสัญญาในการลงทุนงานก่อสร้าง กับสัญญาการเดินรถ น่าจะเป็นวิธีการ ที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามข้อมูลที่มีการเสนอ ในที่ประชุมวันนี้ยังมีตัวเลขที่ไม่ตรงกัน ทางฝ่ายกระทรวงคมนาคมมองว่า การแยกสัญญาการก่อสร้างและการเดินรถ ดีกว่า ส่วนกระทรวงการคลังให้ข้อมูลว่า ในเรื่องนี้มีการเสนอมาแล้วในบอร์ดพีพีพี ให้มีการรวมสัญญากันดังนั้นต้องมาดู ในเรื่องผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อ โครงการที่รัฐจะได้เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ในการพิจารณาตัวเลขอัตรา ผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) ที่หน่วยงานต่างๆ มีการ คิดมาตนได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการ คำนวณยังไม่ตรงกัน จึงให้หน่วยงานต่างๆ ไปปรับตัวเลขให้ตรงกันให้แล้วเสร็จ โดยจะมีการประชุมพร้อมกันในวันพฤหัสบดี ที่ 10 ต.ค.นี้ โดยเป็นการหารือกันในส่วนของ หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีการนำเสนอตัวเลขต่างๆ ก่อนหน้านี้โดยมายืนยันตัวเลขนี้และเอาไป เปรียบเทียบกันในทุกสมมุติฐานเพื่อให้ได้ ข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อเสนอให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจแนวทาง ในการเปิดประมูลโครงการต่อไป

"ส่วนตัวผมมองว่าเราแยกสัญญา ดีกว่าเพราะก็ทำกันมาแบบนี้ตลอดก็ไม่มี ปัญหาอะไร การแยกสัญญายังเป็นการ กระจายความเสี่ยงได้ด้วย ขณะเดียวกัน ก็มีการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจ ได้มากขึ้น เนื่องจากคนที่จะมารับจ้าง การทำงานอยู่ในวงกว้าง ซึ่งเหมาะกับ เศรษฐกิจแบบนี้" นายอนุทิน กล่าว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจพิจารณาทั้ง 2 ทางเลือก คือ

1. รัฐร่วมทุนกับเอกชนในการก่อสร้าง และเดินรถ และ 2. รัฐลงทุนงานโยธา ส่วนเอกชนลงทุนงานเดินรถ โดยทั้ง สองทางเลือกนี้มีต้นทุนพัฒนาโครงการ ที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ข้อสรุปเรื่อง ตัวเลขต้นทุน จึงมอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมร่วมกับกรมการขนส่ง ทางราง (ขร.) สำนักงานนโยบายและแผน การขนส่งและจราจร (สนข.) และการรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งจะทำให้เห็นความชัดเจนว่าควรจะแยก งานโยธาออกจากงานระบบเดินรถหรือไม่ และตัวเลขที่ชัดเจนเป็นอย่างไร จากนั้น จะรายงานเรื่องดังกล่าวให้นายอนุทิน เสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 11 ต.ค.นี้

"ข้อสรุปคือจะเป็นการแยกงานโยธา ออกจากระบบเดินรถหรือไม่ ต้องพิจารณา จากตัวเลขต้นทุนเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้พบว่า อัตราดอกเบี้ยที่กรมขนส่งทางราง และ รฟม. เสนอมาก็ไม่ตรงกันกรมรางศึกษาว่า 1.6% ต่อปี ขณะที่ รฟม. ได้อัตราดอกเบี้ย อยู่ที่ 2.5% ต่อปี ดังนั้นขอให้กลับไป พิจารณาเพิ่มเติมว่าควรจะเป็นเท่าไหร่"

นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัว มองว่าหากมีการแยกงานโยธาออกจาก ระบบเดินรถจะทำให้โครงการมีความเสี่ยง น้อยลง และโครงการจะเสร็จเร็วขึ้น หาก ครม.เศรษฐกิจมีมติให้แยกงานโยธา วงเงินประมาณ 9 หมื่นล้านบาท จะสามารถเปิดประมูลได้ในปี 2563 และมีเวลา 5 ปี ในการทำพีพีพี ระบบเดินรถ ซึ่งจะทำให้ สามารถเปิดให้บริการได้พร้อมกันกับ สายสีส้มตะวันออกในปี 2569
Back to top
View user's profile Send private message Visit poster's website
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 09/10/2019 11:53 am    Post subject: Reply with quote

Mongwin wrote:
'อนุทิน'ดันแบบแยกสัญญา ประมูล'สายสีส้มตะวันตก'
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2562


“อนุทิน” นัดสรุปทางออก “สายสีส้ม” 10 ต.ค.ก่อนชงครม.
วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2562

“รองนายกฯอนุทิน” สั่งหน่วยงานเคลียร์ตัวเลขการเงินสายสีส้มตะวันตกให้นิ่งก่อนชง ครม.เสนอแนวทางประมูล ยันแนวทางแยกสัญญาก่อสร้าง – เดินรถมีความเหมาะสมกว่า รัฐกู้เงินเองมีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า ย้ำไม่ได้บีบบอร์ดรถไฟลาออก เปิดช่องยืดระยะเวลาลงนามหลัง 7 พ.ย.หากทั้งสองฝ่ายยินยอม



วันที่ 8 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม - บางขุนนนท์) ซึ่งได้มีการหารือกันในเรื่องการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2562 ซึ่งโครงการนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) เมื่อรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้มีรัฐบาลใหม่ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็มีการพิจารณาและมีแนวคิดใหม่ที่นำเสนอซึ่งควรมีการทบทวนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินโครงการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่จะมาใช้บริการ



นายอนุทิน กล่าวว่า แนวคิดที่มีการเสนอคือการแยกสัญญาในการลงทุนงานก่อสร้างกับสัญญาการเดินรถ น่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามข้อมูลที่มีการเสนอในที่ประชุมวันนี้ยังมีตัวเลขที่ไม่ตรงกันทางฝ่ายกระทรวงคมนาคมมองว่าการแยกสัญญาการก่อสร้างและการเดินรถดีกว่า ส่วนกระทรวงการคลังให้ข้อมูลว่าในเรื่องนี้มีการเสนอมาแล้วในบอร์ดพีพีพีให้มีการรวมสัญญากันดังนั้นต้องมาดูในเรื่องผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อโครงการที่รัฐจะได้เป็นสำคัญ



ทั้งนี้ในการพิจารณาตัวเลขอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) ที่หน่วยงานต่างๆมีการคิดมาได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการคำนวณยังไม่ตรงกัน จึงให้หน่วยงานต่างๆไปปรับตัวเลขให้ตรงกันให้แล้วเสร็จ โดยจะมีการประชุมพร้อมกันในวันพฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.นี้ โดยเป็นการหารือกันในส่วนของหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ได้มีการนำเสนอตัวเลขต่างๆก่อนหน้านี้โดยมายืนยันตัวเลขนี้และเอาไปเปรียบเทียบกันในทุกสมมุติฐานเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจแนวทางในการเปิดประมูลโครงการต่อไป



“ส่วนตัวผมมองว่าเราแยกสัญญาดีกว่าเพราะก็ทำกันมาแบบนี้ตลอดก็ไม่มีปัญหาอะไร การแยกสัญญายังเป็นการกระจายความเสี่ยงได้ด้วย ขณะเดียวกันก็มีการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เนื่องจากคนที่จะมารับจ้างการทำงานอยู่ในวงกว้าง ซึ่งเหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้ ที่ช่วยให้เกิดการขยายงานก่อสร้างออกไป ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องแนวคิดส่วนตัวของผม แต่ผมไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวต้องดูข้อมูลและข้อเสนอจากทุกฝ่ายด้วยว่าข้อมูลที่มีการวิเคราะห์ออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งต้องดูผลตอบแทนที่ภาครัฐจะได้เป็นสำคัญและไม่ใช่เหตุผลที่รัฐต้องมีการควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่ม ขณะที่ รฟม.ก็มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมงานก่อสร้างงานในลักษณะนี้ได้อยู่แล้วการแยกสัญญาจึงไม่มีผลต่อการควบคุมงาน” นายอนุทิน กล่าว



นายอนุทิน กล่าวด้วยว่าโครงการในลักษณะนี้รัฐต้องเสียเงินในการลงทุนงานโยธาอยู่แล้วแต่ว่าเราจะดูว่าจะให้เกิดการประมูลในลักษณะใด เงินที่รัฐลงไปต้องเกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจให้มากรอบมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยการกู้เงินของภาครัฐมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าภาคเอกชนอยู่แล้ว โดยมีตัวอย่างโครงการการกู้เงินในโครงการสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี) ที่รัฐกู้เงินได้โดยต้นทุนต่ำดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 2% หรือไม่เกิน 2% แต่เอกชนต้นทุนการเงินอยู่ที่ 4 - 5% ซึ่งต้นทุนเรื่องการเงินตรงนี้ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมของโครงการต่างกันเป็นหลักหมื่นล้านบาท



“ผมไม่ได้จะรื้อโครงการแต่ต้องการให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด ส่วนตัวผมมองว่าเราแยกสัญญาดีกว่าเพราะก็ทำกันมาแบบนี้ตลอดก็ไม่มีปัญหาอะไร การแยกสัญญายังเป็นการกระจายความเสี่ยงได้ด้วย ขณะเดียวกันก็มีการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เนื่องจากคนที่จะมารับจ้างการทำงานอยู่ในวงกว้าง ซึ่งเหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้ ที่ช่วยให้เกิดการขยายงานก่อสร้างออกไป ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องแนวคิดส่วนตัวของผม แต่ผมไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวต้องดูข้อมูลและข้อเสนอจากทุกฝ่ายด้วยว่าข้อมูลที่มีการวิเคราะห์ออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งต้องดูผลตอบแทนที่ภาครัฐจะได้เป็นสำคัญและไม่ใช่เหตุผลที่รัฐต้องมีการควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่ม ขณะที่ รฟม.ก็มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมงานก่อสร้างงานในลักษณะนี้ได้อยู่แล้วการแยกสัญญาจึงไม่มีผลต่อการควบคุมงาน”นายอนุทินกล่าว
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 09/10/2019 10:57 pm    Post subject: Reply with quote

‘ศักดิ์สยาม’ ชงครม. 11 ต.ค. แยกสัญญารถไฟฟ้าสีส้มตะวันตก ตั้งเป้าเปิดเดินรถพร้อมตะวันออกปี’69
วันที่ 8 ตุลาคม 2562 - 21:59 น.


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณะสุข หลังจากได้รับมอบหมายจาก คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจให้ติดตามแผนลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก “ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์” ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร และระบบเดินรถไฟฟ้า มูลค่ารวม 1.22 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อเท็จจริงต้นทุนโครงการรูปแบบเดิมตามที่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำเสนอ ซึ่งมีการรวมสัญญางานก่อสร้างกับสัญญาเดินรถเป็นสัญญาเดียว และรูปแบบใหม่ที่กรมการขนส่งทางราง (ขร.) นำเสนอ ให้มีการแยกสัญญางานโยธาออกจากสัญญาการเดินรถ ตามข้อเสนอแนะของกระทรวงการคลัง

โดยเมื่อพิจารณาการดำเนินการในรูปแบบที่มีการแยกสัญญางานโยธาก่อสร้างออกมาต่างหากโดยให้รัฐบาลงทุนวงเงิน 9 หมื่นล้านบาท โดยใช้การกู้เงินนั้น ปรากฏว่า ตัวเลขต้นทุนการดำเนินโครงการตามผลการศึกษาของ รฟม. และขร. ยังมีความแตกต่างกันในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดย รฟม. อ้างอิงดอกเบี้ยเงินกู้ จากสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) อยู่ที่ 2.5% แต่ ขร. อ้างอิงดอกเบี้ยเงินกู้ จากโครงรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ที่อัตรา 1.5-1.6% ดังนั้นจึงมอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมร่วมกับ ขร. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ รฟม. ในช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค.นี้ เพื่อสรุปตัวเลขที่แท้จริงว่าเป็นอัตราไหน เพื่อนำเสนอให้รองนายกอนุทินช่วงบ่าย เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) พิจารณาในวันที่ 11 ต.ค. ส่วนจะเสนอให้ครม.ใหญ่ พิจารณาทันวันที่ 15 ต.ค. หรือไม่ยังไม่สามารถบอกได้

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าการแยกงานโยธาออกมาให้รัฐลงทุนเองจะความเสี่ยงในการดำเนินโครงการน้อยลง และโครงการจะเสร็จเร็วขึ้น เพราะไม่ผูกโครงการขนาดใหญ่กับผู้รับจ้าง เช่น โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่มีการแบ่งสัญญาออกเป็น 40 สัญญาทำให้โครงการเสร็จเร็วกว่าที่ประมารการไว้ โดยหาก ครม. มีมติให้แยกงานโยธาออกโดยให้รัฐลงทุนเองคาดว่า จะเปิดประมูล ได้ในปี 2563 เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.งบประมาณเนื่องจากรัฐบาลจะใช้วิธีการ กู้เงินมา ส่วนสัญญาระบบเดินรถนั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะยังมีเวลาในการเปิดพีพีพีอีก 5ปี คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการพร้อมกับรถไฟฟ้าสีส้มตะวันออกในปี 2569
Back to top
View user's profile Send private message
Wisarut
1st Class Pass (Air)
1st Class Pass (Air)


Joined: 27/03/2006
Posts: 28175
Location: ADTEC

PostPosted: 13/10/2019 11:42 am    Post subject: Reply with quote

จุดพลุทำเลทอง‘มิกซ์ยูส’ สถานีศิริราช

ออนไๆลน์เมื่อ วันที่ 12 ตุลาคม 2562
ตีพิมพ์ใน หน้า 25-26
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,512
วันที่ 10-12 ตุลาคม 2562

เปิดทำเลทอง มิกซ์ยูสสถานีศิริราช รฟท. ไฟเขียว รฟม. ใช้พื้นที่ร่วม กลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายรถไฟฟ้า 2 สาย สีส้ม-แดงอ่อน เผย สายสีส้มตะวันออก-ตะวันตก กระชับ ฝั่งธน-โซนตะวันออกกทม.เข้าหากัน ดันราคาที่พุ่ง

แม้สายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ- บางขุนนนท์ระยะทาง 34.1 กิโลเมตรยังไม่มีข้อสรุปว่าจะลงทุนโครงการรูปแบบไหน แต่การปักหมุดขึ้นคอนโดมิเนียมของผู้ประกอบการรวมถึงราคาที่ดิน ขยับเลยจุดนี้ไปไกลแล้วขณะทำเลทองที่น่าสนใจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายวรวุฒิ มาลา ผู้ว่าการ ระบุว่าได้อนุญาตให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ใช้พื้นที่ร่วมเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ระหว่างสายสีส้มตะวันตกกับสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช บริเวณสถานีศิริราชส่งผลให้กลายเป็นทำเลทองมิกซ์ยูสอีกแห่งที่น่าจับตา ทั้งที่ดินของดีเวลอปเปอร์และทำเลทองของการรถไฟฯกว่า 100 ไร่ เตรียมเปิดประมูลลงทุนห้างสรรพสินค้าโรงพยาบาล ขณะราคาที่ดินปัจจุบันอยู่ที่กว่า 2 แสนบาทต่อตารางวา หากมีการตอกเสาเข็มราคาจะขยับไปที่ 5 แสนบาทต่อตารางวาและหากสายสีส้มตะวันตกเชื่อมต่อกับสายสีส้มตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) หรือวิ่งจาก มีนบุรี ผ่าใจกลางเมือง มุดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา วิ่งไปยังศิริราชไปสิ้นสุดที่สถานีบางขุนเทียน เชื่อว่า คนจะเข้ามาใช้รถไฟฟ้าสายนี้กันมาก ขณะราคาในส่วนทำเลใจกลางเมืองอย่างประตูนํ้า ห้างดัง ต่างปรับตัวราคาที่ดินวิ่งไปที่ 1-1.5 ล้านบาทต่อตารางวา หากมีการก่อสร้าง ราคาที่ดินขยับไปที่ 2 ล้านบาทต่อตารางวา เนื่องจากเป็นทำเลศูนย์กลางค้าปลีกค้าส่ง ระดับอาเซียนและยังใกล้กับเซ็นทรัลเวิลด์อีกด้วยมุมสะท้อนสถานีศิริราช นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรฟม. ระบุว่านอกจากเป็น
จุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางร่วมกับ สายสีแดงอ่อนของรฟท. กับสายสีส้มตะวันตกแล้ว หากรถไฟฟ้าเส้นนี้ลงมือก่อสร้าง จะร่นการเดินทางระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งตะวันออก ของกรุงเทพฯให้กระชับเข้าหากันโดยมีสายสีส้มตะวันออก อยู่ระหว่างก่อสร้างเปิดพื้นที่ลงทุนตลอดแนว ซึ่งปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความล่าช้าของโครงการก่อสร้าง อาจส่งผล
กระทบต่อราคาที่ดิน และแผนการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนบ้างแต่เชื่อว่าไม่น่าจะมากมายนัก

NEW NISSAN X-TRAIL เพิ่มพื้นที่ให้คุณสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย
Nissan

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ 
จำกัด กล่าวว่า สายสีส้ม ตะวันตก เป็นรถไฟฟ้าอีกเส้นทางที่น่าสนใจโดยเฉพาะบริเวณประตูนํ้า สามารถเชื่อมสายสีส้มต่อแอร์พอร์ตลิงค์ที่สถานีพญาไท ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ต่อเครื่องบินไปต่างประเทศ, ต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว ทั้งต่างชาติและคนไทย“ทำเลบริเวณแยกประตูนํ้า ห้างแพลทินัม พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ราคาปัจจุบันตกตร.ว.ละ 1 ล้านบาท แต่หลังจากนี้จะขยับขึ้นสูงถึง 1.5-2 ล้านบาทต่อตร.ว.เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ หรือ ยังไม่ทันเปิด ราคาก็วิ่งสูงไปก่อนแล้ว บริเวณนี้ที่ดินถือว่าแพงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ดินเอกชน ซึ่งช่วงที่มีกระแสสายสีส้มตัดผ่าน มีนักลงทุนรายใหญ่เข้าไปติดต่อกว้านซื้ออาคารพาณิชย์ บริเวณหัวมุมประตูนํ้า ให้ราคาคูหาละ 20 ล้านบาท แล้วทุบสร้างโรงแรมขนาดเล็ก คืนละกว่า 1,000 บาท เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะ บริเวณ “แพลทินัม” ซึ่งเป็นที่ดินเอกชนเช่นกัน ปัจจุบันเปิดเช่าพื้นที่ขาย ขนาดห้องละ 20 ตารางเมตร ในราคาตร.ว.ละ 1 ล้านบาท”
แผนกวิจัย บริษัท คอล ลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยฯ สะท้อนว่า เส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงพระราม 9- รามคำแหง พบว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯเข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลนี้เป็นจำนวนมาก และยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบโครงการสำหรับการพัฒนาโครงการใหม่บนทำเลดังกล่าวในอนาคต
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Reply to topic    Rotfaithai.Com Forum Index -> โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในอนาคต All times are GMT + 7 Hours
Goto page Previous  1, 2, 3 ... 19, 20, 21
Page 21 of 21

 

Share |

Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group


Forums ©

Website Security Test